กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1004: ลอบสังหารภายในนครเทวะ
อู่ อวี้ ได้ทำการยกระดับครั้งใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นการ
ต่อสู้และเอาชนะวานรเทวะ ‘ทลายฟ้า’ จึงมิใช่เรื่อง
ใหญ่โตอันใด
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว ทลายฟ้า ไม่ได้อยู่ในสภาวะ
แข็งแกร่งสูงสุด ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของมัน ต้อง
พึ่งพาพลังจาก ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’
อู่ อวี้ ใช้เทียมฟ้าจรดดินย่อขนาดตัวให้เล็กลง เมื่อย่อ
ขนาดตัวลงมาเยี่ยงนี้ รับรองว่าวานรเนตรเทวะไม่
สามารถโจมตีเขาได้แน่ ผนวกกับพลองฟ้าเพลิงผลาญ
และพลังอิทธิฤทธิ์ ทำให้ระดับความเร็วแลความทนทาน
เพิ่มมากขึ้น การเอาชนะวานรเนตรเทวะ ก็คือการฝึกฝน
‘เคล็ดวิชาเนตรเทวะเดียวดาย’ ไปในตัว
ก่อนหน้านี้เขารับการโจมตีจากเคล็ดเนตรเทวะ
เดียวดายอยู่หลายครั้ง ซึ่งมันทำให้เขาเข้าใจถึงพลังแล
ผลกระทบที่ได้รับจากเคล็ดวิชาเต๋านี้มากขึ้น ระหว่างที่
เริ่มเข้าใจ ก็มีข้อสงสัยเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน
หลังจากได้รับบัญญัติคาถาการฝึกฝน ข้อสงสัยและ
ปริศนาต่าง ๆ มากมายที่อยู่ภายในใจ ก็เริ่มคลี่คลาย
ขยายปมจนหมดสิ้น
“ นับแต่อดีตกาล บรรพชนเหล่านี้เต็มใจใช้เวลากว่า 30
ปี หรือแม้กระทั่งเป็นร้อย ๆ ปี เพื่อสรรค์สร้างเคล็ดวิชา
เต๋า ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ทั้งหมดก็เป็นเพราะพวกเขา
ทำให้ทุกวันนี้มีเคล็ดวิชาเต๋ามากมายบนโลกนี้
เปรียบเทียบกับผู้ฝึกตนในปัจจุบันแล้ว พวกมันเหล่านี้
หาได้มีความอดทนเช่นดั่งเก่าก่อน ที่จะทุ่มเทเวลาสรรค์
สร้างเคล็ดวิชาเต๋าของตนเองขึ้นมา ท้ายสุดแล้วในยุค
ปัจจุบันนี้ หากปรารถนาเรียนรู้เคล็ดวิชาเต๋าใด เพียงแค่
คิดก็สามารถค้นหามันได้แล้ว ”
แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาหลายแรมปี และมีผู้คนเพียง
น้อยนิดที่สรรค์สร้างเคล็ดวิชาเต๋าขึ้นมา แต่ด้วยเวลาอัน
ยาวนาน ทำให้มีเคล็ดวิชาเต๋าถูกเผยแพร่ออกไปอย่างไร้
สิ้นสุด ทดแทนในกรณีที่มีเคล็ดวิชาเต๋าจำนวนนับไม่
ถ้วนสูญหายไป
แม้กระทั่งตัวของ อู่ อวี้ เองก็ไม่อยากเสียเวลาหลายสิบ
ปี หรือหลายร้อยปี เพื่อสรรค์สร้างเคล็ดวิชาเต๋าให้กับ
คนรุ่นใหม่
” ที่จริงแล้วการสร้างเคล็ดวิชาเต๋ามาสักชุด โดยเฉพาะ
เคล็ดวิชาเต๋าระดับสูง ควรสร้างอยู่ในระดับของตนเอง
มันจะทำให้ความก้าวหน้าของคนผู้นั้นพัฒนาขึ้นอย่าง
รวดเร็วแบบก้าวกระโดด ”
” นอกจากนี้มันยังเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นต่อไปใน
อนาคต หากเรียนรู้อยู่ในวิถีเดียวกัน ก็จะเข้าใจในเต๋า
ของบรรพบุรุษด้วย ”
” แน่นอนว่าการสร้างวงเวทค่ายกล และ การสร้างเคล็ด
วิชาเต๋า ล้วนมาจากเต๋าทั้งสิ้น ”
ตอนนี้ อู่ อวี้ มีความรอบรู้ในเคล็ดวิชาเต๋า และ วงเวท
ค่ายกลขั้นสูง เขารู้สึกว่าตัวเองจะสามารถสรรค์สร้าง
เส้นทางของตัวเองได้ ถึงแม้ยามนี้มันจะยังห่างไกล ทว่า
ในอนาคตเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน แต่ก่อนอื่นเขา
จะต้องกระโดดออกจากกรอบที่คนอื่นได้วางขีดไว้ให้ได้
เสียก่อน ถึงจะสร้างเคล็ดวิชาเต๋าแลวงเวทค่ายกลของ
ตนเองขึ้นมาได้อย่างแท้จริง
หลังจากนั้นเขาก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาวง
เวทค่ายกล เพื่อทำความเข้าใจในเต๋า แม้ว่าจะต้องใช้
เวลาทำความเข้าใจ แต่นี่ก็เป็นหนทางที่ดีที่สุด ทั้งยัง
ช่วยให้มีรากฐานมั่นคงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
“เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย”
เขานั่งอยู่ภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจเพื่อขบคิด
ไตร่ตรอง ระลึกถึงภาพของบรรพชนวานรเนตรเทวะที่
กำลังใช้เคล็ดวิชาเต๋านี้
เขารู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจในสิ่งที่ตนเองได้รับ อู่ อวี้ ลอง
จินตนาการว่าถ้าตัวเองสามารถสรรค์สร้างเคล็ดวิชาเต๋า
ของตนเองขึ้นมาได้ มันจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋าแบบไหน
สำหรับเขาสิ่งที่ได้เรียนรู้และความเข้าใจจากพลัง
อิทธิฤทธิ์วิชาเต๋าชุดนี้ ถือว่าช่วยสนับสนุนเขาได้เป็น
อย่างมาก
อีกทั้งในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรมาก เพราะยัง
มีเวลาเยอะแยะเหลือเฟือ เขาสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้
อย่างน้อยสองเดือน
เขาอยู่ภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจมานานกว่าสอง
เดือนแล้ว ส่วนเวลาด้านนอกก็ผ่านไปประมาณ 10 วัน
ซึ่งนับว่ายังคงมีเวลาเหลือสำหรับจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีป
เรียกได้ว่าในตอนนี้ อู่ อวี้ อาศัยข้อได้เปรียบในเรื่องของ
เวลาทุ่มเทแรงกายแรงใจอุทิศตนไปกับการฝึกฝน ‘
เคล็ดเนตรเทวะเดียวดาย ‘ จนเกือบแจ่มแจ้งแล้ว
เขาพยายามที่จะได้เห็นถึงพลังสูงสุด ของเคล็ดวิชาเต๋า
ชุดนี้ภายในโลกหล้า เคล็ดวิชาเต๋าระดับนี้มีให้เห็นไม่
มากนัก แม้แต่ในราชวงศ์เหยียนหวงก็ตามที ถ้าอยากได้
เคล็ดวิชาเต๋าระดับนี้ จำเป็นต้องมีแต้มความสำเร็จ
จำนวนมหาศาล
เขาฝึกฝนยกระดับเทียมฟ้าจรดดินควบคู่ไปกับเคล็ดวิชา
เต๋า เพื่อเพิ่มพลังโจมตีให้กับตนเอง เตรียมพร้อม
สำหรับเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปที่กำลังจะมาถึง
ดูเหมือนว่ายังพอมีเวลาเหลือ ทางด้านโอรสเล่อยังไม่มี
ข่าวคราวรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจาริกศักดิ์สิทธิ์
หมื่นทวีป ดังนั้น อู่ อวี้ ยังคงฝึกฝนอยู่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด
เป้าหมายในครั้งนี้คือยกระดับเมฆาตลบฟ้าขึ้นเป็นขั้นที่
3
ปัจจุบันเขาสามารถใช้พลังความสามารถของ เมฆาตลบ
ฟ้าขั้นที่ 2 อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว แต่การก้าวขึ้นสู่ขั้นที่ 3
เขายังคงรู้สึกมืดแปดด้าน
ด้วยเพราะเขาไม่รู้วิธียกระดับ ไม่รู้จะหันไปในทิศทางใด
สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็คงต้องสื่อสารกับพลองทองสม
ปรารถนา เพื่อค้นหาวิธียกระดับเท่านั้น แต่วิธีนี้ไม่ใช่
เรื่องง่ายเลย ในบางครั้งมันก็ต้องขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะแล
โอกาส แค่เพียงชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งวันโดยที่
เขาไม่ได้อะไรเลย พลองทองสมปรารถนาดูเหมือนจะไม่
แยแสเขาแม้แต่น้อย
” เจ้าต้องอดทนให้มากกว่านี้ ครั้งแรกข้าเองก็ต้องอดทน
มากเช่นกัน มีเพียงแค่ฝึกฝนแล้วก็ฝึกฝนเท่านั้น เอาน่า
…คนหนุ่มสาวอย่างเจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อน หรือเป็นกังวลไป
ยังไงก็ใจเย็น ๆ ก่อน ” หมิงซวงปลอบใจเขา
อู่ อวี้ จึงยังไม่รีบร้อนอันใดนัก
ตอนนี้เขาสามารถระงับสติอารมณ์ลงได้แล้ว โดยเฉพาะ
ความรู้สึกท้าทายที่จะได้เข้าใกล้เซียนอมตะขึ้นมาอีก
ระดับ
อย่างไรก็ตามทันใดนั้นเอง เย่ซีซีก็เข้ามาที่นี่ด้วยท่าทาง
รีบร้อน อู่ อวี้ เห็นนางทำท่าวิตกกังวล รู้ว่านางต้องมา
หาตนเองแน่ ๆ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรีบออกมาจากเจดีย์ล่อง
กำเนิด
” พี่ชายอวี้ ข้าได้รับข้อความจากยันต์สื่อสารของพี่ชาย
หนานซาน ดูเหมือนเขาจะถูกมือสังหารจาก ‘ปีศาจ
ทมิฬ’ ไล่ล่าเอา เขาบอกว่าตอนนี้อยู่ในศาลาอิงฮวาของ
แดนบุปผาสวรรค์ ติดอยู่ภายในค่ายกลของศัตรู
จนกระทั่งยามเขาใช้เนตรปีศาจมายาโจมตีรับมือฝ่าย
ตรงข้ามอยู่ แต่ข้าเกรงว่าเขาจะยั้งไว้ไม่ได้นาน ” เย่ซีซี
รีบวิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวด้วยท่าที
กระวนกระวาย
‘ ปีศาจทมิฬ! ‘
อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่ามือสังหารจากองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ จะ
หาญกล้ามาตามไล่ล่าเอาชีวิตพวกเขาในนครเทวะ จาก
สิ่งที่มันทำดูเหมือนว่าเขาจะประเมินพวกมันต่ำไป คาด
ว่าแม้แต่จักรพรรดิโบราณก็คงไม่คาดคิดเช่นกัน
แต่ตอนนี้หาใช่เวลาอันเหมาะอันควรที่จะมาโกรธเคือง
จากนั้นเขาก็กล่าวกับเย่ซีซีว่า ” เดี๋ยวข้าจะไปดูเขาเอง
เจ้ารีบไปแจ้งข่าวกับโอรสเล่อก่อน ”
อันที่จริงเขาไม่ค่อยกังวลเท่าใดนัก ด้วยเพราะหนาน
ซาน หวางเยว่ มีความสามารถในการเอาตัวชีวิตรอดสูง
ยิ่ง โดยเฉพาะที่นี่คือนครเทวะ
แต่การที่มือสังหารจากองค์กรปีศาจทมิฬ หาญกล้าลง
มือแม้พวกเขาจะอยู่ในนครเทวะก็ตามที การกระทำให้นี้
มั่นใจว่าผู้จ้างวานมุ่งมั่นอยากให้ อู่ อวี้ ตกตายเสีย
เหลือเกิน หากเงินรางวัลไม่จูงใจมากพอพวกมันคงไม่
กล้าเสี่ยงตายเช่นนี้
หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของเย่ซีซีจบสิ้นแล้ว เขาก็รีบขี่
เมฆาตลบฟ้าตีลังกากระโดดไปที่นั่นทันที
เขาย่อมรู้ดีว่า ‘แดนบุปผาสวรรค์’ อยู่ที่ไหน ที่นั่นคือหอ
นางโลมที่ที่มีชื่อเสียงไม่เป็นสองรองใครในนครเทวะ ทั้ง
ยังเป็นสถานที่ที่ผู้ฝึกตนมักเอาไว้ฝึกจิตใจ โดยเฉพาะ
หนานซาน หวางเยว่ เขามักแวะเวียนไปมาหาสู่ที่นี่อยู่
บ่อย ๆ ภายในหอนางโลมนี้มีสตรีรูปโฉมงดงามอยู่เป็น
จำนวนมาก พวกนางมีความสามารถในการต่อบทกลอน
เล่นหมากรุก และ ร้องเพลงร่ายรำ เบื้องหลังของพวก
นางหญิงล้วนเป็นเส้นทางแห่งการฝึกฝนบำเพ็ญเพียร
เซียนทั้งสิ้น พวกนางมีความงามโดดเด่นสมบูรณ์แบบ
เสมือนจิตรกรรมชิ้นเอก นอกจากความงามจะดึงดูด
บุรุษเพศทั้งหลายแล้ว ยังสามารถสยบบุรุษเพศทั้งหลาย
ให้หมอบคลานลงแทบเท้า ภายในแดนบุปผาสวรรค์มี
แขกเหรื่อเข้าออกออกแวะเวียนมาเยี่ยมชมจนหัวกระได
ไม่แห้ง เทียบเท่ากับสนามประลองอันดับ 1 ของนครเท
วะเลยก็ว่าได้
เขาจำได้ว่าเส้นทางที่จะไปยังสนามประลองอันดับหนึ่ง
ภายในนครเทวะ จำต้องเดินทางผ่านแดนบุปผาสวรรค์นี้
ด้วย
นครเทวะถือเป็นดินแดนหลักของทวีป แต่องค์กรมือ
สังหาร ‘ปีศาจทมิฬ’ กลับหาญกล้าเแฝงตัวเข้ามา
แน่นอนว่ามันย่อมอยู่เหนือเกินกว่าที่ อู่ อวี้ คาดคิดไว้
ในเวลานี้เขาใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟ้า กระโดดตีลังกา
พลิกตลบออกไปโดยไม่สนใจสิ่งใดทันที ถึงแม้ว่าจะมิได้
มาถึงด้านหน้าของแดนบุปผาสวรรค์ แต่ก็ถือว่าอยู่ใน
ตำแหน่งใกล้เคียงมาก อู่ อวี้ ที่ปรากฏกายขึ้นเหนือนคร
เทวะอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกใจอยู่ไม่
น้อย
“ผู้ใดกัน!”
” บังอาจมาสร้างความปั่นป่วนในนครเทวะ ช่าง
หาญกล้าเป็นอย่างยิ่ง ”
คำพูดเหล่านั้นยังดังขึ้นไม่ทันจบ อู่ อวี้ ก็ควบคุมเมฆา
ตลบฟ้ากระโดดออกไปทันที
ไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็เห็นอาคารสีชมพูที่ดูเสมือนหนึ่งหอย
ทาก ที่แห่งนี้ก็คือแดนบุปผาสวรรค์ หากกวาดสายตา
มองดูแล้ว จะแลเห็นได้ว่ามีวงเวทวาดประทับอยู่
มากมายนับไม่ถ้วน สร้างเป็นห้องว่างมากมายอยู่ภายใน
จนดูเสมือนดั่งรวงผึ้ง และ หนานซาน หวางเยว่ คือแขก
ที่มาใช้งานที่นี่ทุกวัน ดังนั้นย่อมมีสถานที่พิเศษสำหรับ
แขกผู้มีเกียรติ นั่นก็คือ ‘ศาลาอิงฮวา’
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าศาลาอิงฮวาอยู่ที่ไหน
แต่เมื่อเขาเหยียบก้าวเข้ามาใน แดนบุปผาสวรรค์ ก็มี
ดรุณีบางคนจำก็ได้
” ถือเป็นเกียรติยิ่งที่ราชอารักษ์เล่อมาเยี่ยมชมแดนบุป
ผาสวรรค์ของเรา ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวข้า คิดถึงท่านราช
อารักษ์ทุกวันคืน… ”
ดรุณีน้อยยังกล่าวไม่ทันจบ อู่ อวี้ ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้า
จริงจังว่า ” มีใครบางคนกำลังลอบสังหาร หนานซาน
หวางเยว่ ข้าต้องการหาคนพาไปยังศาลาอิงฮวา”
“ ท่านว่ากระไรนะ? ” เมื่อได้ยินคำพูดของ อู่ อวี้ เหล่า
โฉมงามก็ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ทันที อันที่
จริงแล้วแดนบุปผาสวรรค์มียอดฝีมือผู้แข็งแกร่งคอยเฝ้า
พิทักษ์อยู่ แต่คาดว่า หนานซาน หวางเยว่ คงไม่ไว้ใจคน
พวกนี้เท่าใดนัก ดังนั้นจึงมิได้ขอความช่วยเหลือจาก
พวกนั้น
” ราชอารักษ์เล่อโปรดตามข้ามา ” พวกนางรีบส่งยันต์
สื่อสารออกไปทันที ไม่นานนักก็มีชายผิวขาวปรากฏตัว
ขึ้น พร้อมกับพา อู่ อวี้ ไปทันที คนผู้นี้มีฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ดังนั้นจึงมีความเร็วสูง
พอสมควร แต่ อู่ อวี้ ก็ยังเร็วกว่า โชคดีที่ศาลาอิงฮวา
อยู่ไม่ไกลนัก ดังนั้นเขาจึงมาถึงศาลาในทันที
” ราชอารักษ์ เราได้แจ้งผู้คุมกฎให้ทราบโดยเรียบร้อย
แล้ว โปรดอย่ารอช้า … ”
” ไม่รออยู่แล้ว ”
ศาลาอิงฮวาที่อยู่เบื้องหน้าของเขา เป็นลานขนาดใหญ่ที่
เต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพู ส่งกลิ่นหอมชวนดึงดูด ลึก
เข้าไปภายในสวนดอกซากุระมีพระราชวังแห่งหนึ่งตั้ง
ตระหง่านอยู่ หนานซาน หวางเยว่ ต้องอยู่ในนั้นอย่าง
แน่นอน
อู่ อวี้ มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด เขาพุ่งทะยานเข้าไปโดยไม่
สนใจชายเสื้อขาวแม้แต่น้อย เขาเปิดประตูวังออก
จากนั้นก็มองเข้าไปในส่วนลึก แลเห็นว่ายามนี้ตรง
ตำแหน่งของเตียง มีม่านหมอกสีดำหมุนวนอย่างช้า ๆ
อยู่ในอากาศ จนกลายเป็นทรงกลมสีดำ ทั้งยังแผ่กลิ่น
อายออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นค่าย
กลที่ทรงพลังยิ่ง มิฉะนั้น หนานซาน หวางเยว่ คงไม่ถูก
กักขังไว้ในที่แห่งนี้
ด้านล่างของบอลทรงกลมสีดำ มีโครงกระดูกสีขาวสอง
โครงนอนเกียกกายอยู่ กระดูกนั้นยังคงอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งตายเมื่อไม่นานนี้ แถมยังเป็น
กระดูกของอิสตรีอีกด้วย ไม่ต้องบอก อู่ อวี้ ก็ทราบว่า
เป็นกระดูกของผู้ใด แน่นอนว่ามันย่อมเป็นของโฉมงาม
แห่งแดนบุปผาสวรรค์ นักฆ่าของ ‘ปีศาจทมิฬ’ สมควร
สังหารพวกนางทิ้งก่อน
แล้วในช่วงนี้เวลานี้เองบอลสีดำก็สั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง อู่ อวี้ ทราบดีว่าต้องมีการต่อสู้อยู่ภายในอย่าง
แน่นอน เป็นไปได้ว่าเนตรปีศาจมายาของ หนานซาน
หวางเยว่ คงยื้อได้อีกไม่นาน
นับตั้งแต่ได้รับข้อความจากเย่ซีซี อู่ อวี้ ก็รีบมาที่นี่โดย
เวลาเพิ่งผ่านไปไม่ถึง 20 ลมหายใจด้วยซ้ำ
อู่ อวี้ ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดแม้แต่น้อย เขาแบกพลองฟ้า
เพลิงผลาญขนาดใหญ่พุ่งไปในหมอกทรงกลมสีดำ ค่าย
กลนี้มีโอกาสถูกทำลายจากภายนอกได้ง่ายกว่าภายใน
“ ถือว่าโชคดี… ก่อนที่หนานซานจะถูกคุมขังเขาได้ส่ง
ยันต์สื่อสารมาบอกก่อน ไม่เช่นนั้นคงยากที่จะช่วยเหลือ
เขาได้จริง ๆ ”
อู่ อวี้ ใช้พลองฟ้าเพลิงผลาญโจมตีโดยตรง ระหว่างนั้นก็
เปิดใช้งานวงเวท เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี ไม่ว่า
พลองถูกฟาดเข้าไปแห่งหนใดสถานที่เหล่านั้นจะพัง
พินาศไม่มีชิ้นดี ซึ่งรวมไปถึงค่ายกลของศาลาอิงฮวาด้วย
ทั้งหมดล้วนถูกบดขยี้ทำลายภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้
ต้นซากุระถูกขยี้ทำลาย ดอกใบปลิวว่อนกระจายไปทั่ว
ท้องเวหา!
ทันทีที่พลองฟ้าเพลิงผลาญฟาดกระแทกเข้าใส่หมอก
ทรงกลมสีดำ ฉับพลันควันสีดำก็ระเบิดออกมาจากด้าน
ใน พวยพุ่งเข้าใส่ อู่ อวี้
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายอย่าง
ยิ่งยวด
——————————–