กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1006: เจดีย์มารบรรพกาล
แน่นอนว่าหลายคนได้ยินสิ่งที่เขาพูด
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะสังหารเย่โม่เค่อ ผู้คนมากมายต่างแล
เห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน เป็นไปได้ว่าฝูงชนอาจได้
ยินบทสนทนาระหว่าง อู่ อวี้ กับ เย่โม่เค่อ ทั้งหมดแล้วก็
เป็นได้
ตัวอย่างเช่น ชวีอิ๋น ในเวลานี้ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจ
เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังรู้อีกว่าตอนที่ อู่ อวี้
กับพรรคพวกอยู่ด้านนอกอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
พวกเขาทั้งหมดได้ถูกองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ ลอบสังหาร
“สิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันมันหมายความว่าอย่างไรกัน
แน่?”
“เจ้าไม่ได้ยินหรือไร? ว่ามีคนตั้งรางวัลค่าหัวของพวกเขา
ให้กับองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ จากนั้นองค์กรก็ส่งมือสังหาร
มาจัดการเขา”
” มือสังหารขององค์กรปีศาจทมิฬ! ร่ำลือกันว่ามือ
สังหารของปีศาจทมิฬร้ายกาจเป็นอย่างมาก แถมพวก
มันยังเคร่งครัดในกฎอย่างยิ่ง หากภารกิจยังไม่สำเร็จ
พวกมันจะไม่มีวันรามืออย่างแน่นอน ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่
ถูกปีศาจทมิฬหมายหัว คนผู้นั้นจะถูกไล่ล่าจนกว่าจะ
ตาย ยิ่งคนผู้นั้นมีรางวัลค่าหัวดึงดูดใจมากเพียงพอ จุด
จบคือต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน … ”
” ว่าแต่…ผู้ใดกันอยากจะสังหารราชอารักษ์เล่อ …? ”
หลังจากฟังสิ่งที่ อู่ อวี้ได้กล่าว บรรดาฝูงชนที่เฝ้าคอย
สังเกตการณ์ก็เริ่มพูดคุยเถียงจนเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุดชวีอิ๋นก็ปรากฏตัวขึ้น หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์
อยู่พักใหญ่ ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพมังกรเพลิงเขา
จะต้องทำหน้าที่ปกปักความสงบสุขให้นครเทวะ
ในช่วงเวลาเดียวกันผู้คนก็เริ่มทยอยแห่แหนมาที่นี่ เพื่อ
ชมความสนุกหฤหรรษ์ ชวีอิ๋น โบกมือพร้อมกับตะโกน
ดังลั่น ออกคำสั่งไปว่า “แยกย้ายกันไปให้หมดเดี๋ยวนี้”
แม้ฝูงชนอยากจะเกาะติดสถานการณ์มากกว่านี้ แต่เมื่อ
ผู้บัญชาการกองทัพมังกรเพลิงออกคำสั่งแยกย้ายแล้ว
พวกเขาก็ต้องทำใจสลายตัวตามคำสั่ง
มีกระดูกกระจายกองอยู่บนพื้นมากกว่า 20 ชิ้น ช่างน่า
เสียดายที่ไม่อาจรู้ว่ามันเป็นของผู้ใดกันแน่ ชวีอิ๋น รีบ
บอกให้ทหารใต้บังคับบัญชาเก็บกวาดทำความสะอาด
พื้นที่ให้เรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้นผู้ดูแลแดนบุปผาสวรรค์ก็
ได้เดินออกมายังจุดเกิดเหตุ กล่าวได้ว่ามาตรการรักษา
ความปลอดภัยของพวกเขาค่อนข้างเชื่องช้ามากทีเดียว
ทั้งหมดทั้งมวลอาจเป็นเพราะภายในนครเทวะไม่ค่อยมี
เรื่องวุ่นวายเช่นนี้เกิดขึ้น ในยามนี้พวกเขากำลังพูดคุย
กับ ชวีอิ๋น หลังจากนั้นไม่นานก็คงจะรู้ถึงต้นสายปลาย
เหตุทั้งหมด
” คุณชายหนานซาน พวกเราต้องขออภัยและรู้สึกเสียใจ
อย่างยิ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ข้าไม่คิดว่าองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’
จะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ มันช่างต่ำช้าจริง ๆ กล้าลงมา
แม้กระทั่งในนครเทวะ … ” ผู้ดูแลแดนบุปผาสวรรค์เป็น
สตรีรูปโฉมงดงาม นางรีบเข้ามากล่าวขอโทษขอโพย
เป็นการใหญ่ เพราะอันที่จริงแล้วการดูแลความ
ปลอดภัยของแขกเหรื่อ ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของ
ผู้ดูแลแบนบุปผาสวรรค์
“ ช่างเถอะ…หาใช่ความผิดของพวกท่าน สิ่งที่สมควร
กระทำในยามนี้คือจัดงานศพให้กับ ฉิงเอ๋อ และ แม่
นางยวี่เอ๋อ จงดูแลครอบครัวของพวกเขาให้ดี ๆ ”
ตอนนี้โทสะของ หนานซาน หวางเยว่ กำลังคุกรุ่นพลุ่ง
พล่านไม่น้อยทีเดียว แต่ก็สะกดข่มจิตใจพูดตอบนางไป
อย่างสุภาพ
” โปรดวางใจได้ เด็ก ๆ ของเราจะจัดการทุกอย่างตาม
สมควร ”
หลังจากฝูงชนสลายตัวตามคำสั่งของ ชวีอิ๋น เป็นที่แน่
ชัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด กำลังถูกแพร่กระจาย
ออกไปอย่างทั่วถึง คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานนัก นคร
เทวะแห่งนี้คงจะคึกคักเพราะได้รับข่าวคราวเรื่องราว
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่นี่ รวมถึงข้อเท็จจริงอันน่า
ตื่นเต้นบางประการ
หนานซาน หวางเยว่ ถูกนักฆ่าจากองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’
ลอบสังหาร ส่วน อู่ อวี้ ก็ลงมือสังหารนักฆ่าขององค์กร
ปีศาจทมิฬที่มีนามว่าเย่โมเค่อ
ผู้คนเมื่อได้ยินข่าวเรื่องนี้ต่างก็รู้สึกประหลาดใจเป็น
อย่างยิ่ง ว่าเพราะเหตุใดองค์กร ‘ปีศาจทมิฬ’ ถึงฐานกล้า
ลงมือสังหารเป้าหมายในนครเทวะ ระหว่างนั้นก็
อยากจะรู้ว่าเพราะเหตุใดพวกมันถึงต้องการสังหารลอบ
ราชอารักษ์เล่อกับพรรคพวกถึงเพียงนั้น? เห็นว่าครั้ง
หนึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยลงมือมาก่อนแล้วเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงคาดเดาไปต่าง ๆ นานาว่าผู้ใดกันแน่
ตั้งค่าหัวสังหารพวกเขา นอกจากนี้ยังพยายามคาดเดา
อีกเลยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้จ้างวานคืออันใด?
ไฉนถึงต้องการสังหาร อู่ อวี้ ?
แล้วคนส่วนใหญ่ก็คาดเดาโน้มเอียงไปทางโอรสพระธิดา
องค์ใดองค์หนึ่ง ผู้คนต่างรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง
หลายอย่างที่เกิดขึ้นในนครเทวะ ล้วนมีสาเหตุสืบ
เนื่องมาจากเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
ดูเหมือนว่าการแสดงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ยามนี้
ภายในนครเทวะเต็มไปด้วยความคาดหวัง หลังจากมี
ข่าวว่าเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ฝูงชนบาดเจ็บล้ม
ตายโดนลูกหลงกันไปเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็ยังใจ
เย็นอยู่ได้ นั่นเป็นเพราะผู้ใดจะไปรู้ว่าตนเองจะโดน
ลูกหลงหรือไม่ ทั้งยังโง่ปล่อยให้ตัวเองโดนลูกหลงจน
ตาย!
ส่วนทางด้านของแดนบุปผาสวรรค์ หลังจากชวีอิ๋นเริ่ม
เข้าพื้นที่ทำการเก็บกวาด อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวาง
เยว่ ก็เตรียมตัวกลับคฤหาสน์โอรสเล่อ
ชวีอิ๋นก็มาพร้อมกับพวกเขาทั้งสองด้วย ก่อนที่โอรสเล่อ
จะร้อนใจจนต้องเสด็จมาที่นี่ด้วยตนเอง อู่ อวี้ ได้แจ้ง
ข่าวกลับไปว่าเรื่องทางนี้ได้ถูกจัดการเสร็จสิ้นแล้ว ยามนี้
พวกเขาก็กำลังจะกลับไปที่คฤหาสน์โอรสเล่อเป็นอันดับ
แรก
ในเวลานี้ชวีอิ๋นมอง อู่ อวี้ โดยสายตาที่เปี่ยมไปด้วย
ความชื่นชม หลังจากนั้นครู่หนึ่งมันก็กล่าวว่า ” ราช
อารักษ์เล่อ… พลังฝีมือของเย่โมเค่ออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 เชียวนะ ด้วยฝีมือระดับนี้ถ้าจะให้
สังหารท่านนั้นง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ แต่ผลลัพธ์ที่
ออกมากลับตรงกันข้าม นับตั้งแต่ที่ข้าเห็นท่านที่เป่ย
หมิง ดูเหมือนฝีมือของท่านจะก้าวหน้าขึ้นมาก
พรสวรรค์ของท่านนั้นช่างยอดเยี่ยมจนน่าเหลือเชื่อจริง
ๆ ไม่มีผู้ใดทำเช่นเดียวกับท่านได้แน่ กล่าวได้เลยว่า
ตอนนี้ ท่านนั้นเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของโลกนี้เลยก็ว่า
ได้ ”
หลังจากเห็น อู่ อวี้ สามารถสังหารเย่โมเค่อลงได้ คาดว่า
มันคงเตรียมประโยคนี้ ไว้พูดกับ อู่ อวี้ นานแล้ว
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ เดินทางจากเป่ยหมิงมาที่นี่ ฝีมือของเขา
ก็ก้าวหน้าไปมาก ก่อนหน้านี้เขาสามารถเอาชนะผู้ที่อยู่
ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะได้เพียงแค่นั้น ทว่า
ปัจจุบันความก้าวหน้าของเขาคืบหน้าจนถึงระดับ
สามารถเอาชนะสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 ได้แล้ว
อู่ อวี้ รู้สึกหงุดหงิดกับองค์กรปีศาจทมิฬนี้อยู่ไม่น้อย
“ ผู้บัญชาการกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว บุตรธิดาทั้งสอง
ของท่าน มีความคืบหน้าใหญ่หลวงกว่าสหายรุ่นเดียวกัน
มาก ” อู่ อวี้ ตอบกลับไปอย่างถ่อมตน
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ชวีอิ๋นก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวบุตรธิดา
ของตนเองอยู่ไม่น้อย ความก้าวหน้าของ ชวี่ ห้าวเหยียน
และ ชวี่ เฟิงอวี๋ อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างมาก มัน
พยักหน้าแล้วพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ จะว่าไป… นับตั้งแต่
เด็กสองคนนั้นกลับมาจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
พรสวรรค์ของทั้งสองก็ยกระดับคืบหน้าขึ้นอย่างใหญ่
หลวง แต่เทียบกับราชอารักษ์เล่อแล้ว ยังถือว่าห่างชั้น
กันมากนัก ข้าขอกล่าวตามตรงนับตั้งแต่ที่ข้าพาท่านมา
จากเป่ยหมิง ข้าไม่เคยคิดว่าท่านจะก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้
ได้ ”
พวกเขาไม่แน่ใจว่าใช้เวลาไปมากน้อยเท่าไหร่ในการ
เดินทางกลับ หลังมาถึงคฤหาสน์ โอรสเล่อก็ออกมาดู
พวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดได้รับ
บาดเจ็บก็รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่เล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นโอรสก็
ยังกล่าวออกมาด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวว่า ” ไร้เหตุผล
สิ้นดี! ไฉนองค์กรปีศาจทมิฬถึงได้กล้าลงมืออุกอาจเพียง
นี้ มันกล้าลงมือทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่นี่คือนครเทวะ หรือพวก
มันพวกมันเสียสติฟั่นเฟือนกันไปหมดแล้ว!”
ชวีอิ๋นกล่าวขึ้นว่า ” จริงอย่างที่พระองค์ว่าพวกมันยโส
โอหังเหลือคณา อย่างไรเสียเรื่องนี้คงทำให้ท่านมหา
อุปราชคงขุ่นเคืองใจอยู่ไม่น้อย ด้วยเพราะเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจวนเจียนเข้ามาทุกที ในทางกลับกัน
กระหม่อมเองก็คาดว่าผู้จ้างวานมันก็คงตระหนกตกใจ
เช่นกัน ที่การลอบสังหารครั้งนี้กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ”
สิ่งที่ชวีอิ๋นกล่าวนั้นชัดเจน เขาคิดว่าผู้ที่ตั้งค่าหัวในการ
ลอบสังหารครั้งนี้จะต้องเป็นพระโอรสพระธิดาองค์ใด
องค์หนึ่งแน่ ๆ
ถูกต้องแล้ว เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้มหาอุปราชมีโทสะ
เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าองค์กรปีศาจทมิฬจะมีกฎที่
เข้มงวดในเรื่องห้ามเปิดเผยนามผู้จ้างวานก็ตาม แต่ใน
เมื่อสถานการณ์พลิกกลับตาลปัตรเช่นนี้คาดว่ายามนี้ผู้
จ้างวานก็คงจะร้อนรนนั่งไม่ติดพื้นอยู่เป็นแน่ มันคงคิด
ว่าตนเองจะสามารถกำจัด อู่ อวี้ ไปได้อย่างเงียบเชียบ
แต่ผู้ใดจะไปคิดว่าเรื่องราวกลับกลายเป็นบานปลาย
ลุกลามใหญ่โตมากขึ้นเรื่อย ๆ
โอรสเล่อพยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ผู้
จ้างวานคงกำลังนั่งก้นไม่ติดพื้นอยู่เป็นแน่แท้ จริงอยู่ว่า
องค์กรปีศาจทมิฬจะมีกฎที่เข้มงวด ต่อให้ตัวตายก็จะไม่
ปริปากพูด ทว่าหากมหาอุปราชเกิดให้ความสนใจกับ
เรื่องนี้ขึ้นมาจริง ๆ ข้าเชื่อว่าแม้แต่องค์กรปีศาจทมิฬเอง
ก็คงจะรู้ตัวว่าตนเองได้กระทำผิดพลาดมหันต์ ตอนนี้
เรื่องราวใหญ่โตบานปลาย ทางผู้ว่าจ้างเองก็คงไม่กล้า
ดื้อดึงกระทำการผลีผลามอีก ในที่สุดก็ต้องวางมือ
ยกเลิกค่าหัวจ้างวานสังหาร ”
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า ” ในเมื่ออีกฝ่ายเสียสติ ก็ปล่อยให้มัน
บ้าไป ที่แน่ ๆ ต่อจากนี้เราต้องระวังตัวกันให้มาก
จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ ”
อู่ อวี้ มอง หนานซาน หวางเยว่ หลังจากนั้น หนานซาน
หวางเยว่ ก็พยักหน้าแล้วกล่าวขึ้นว่า ” เหตุการณ์ครั้งนี้
ทำให้ชีวิตของกระหม่อมเกือบจะหาไม่ ไม่ว่าผู้ใดจะเป็น
ผู้จ้างวานก็ตาม แต่ที่แน่ ๆ คนผู้นั้นจะต้องชดใช้อย่างสา
สม ”
โอรสเล่อกล่าวว่า “ โดยปกติแล้วการตามหาต้นตอผู้จ้าง
วานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพราะองค์กรปีศาจทมิฬเก็บงำ
ความลับของผู้ว่าจ้างได้อย่างดีเยี่ยม พวกเราคงหมด
หนทางที่จะสืบสาวไปถึงตัวมันได้ เอาเป็นว่าเรารอให้อีก
ฝ่ายตายใจ รอให้พวกมันคลายความกังวลจากแรงกดดัน
ของมหาอุปราชเสียก่อน ข้าเชื่อว่าไม่ช้าไม่นานเดี๋ยว
พวกมันก็โผล่หางออกมาอีก คราวนี้แหละจะได้รู้ดำรู้
แดงกันเสียทีว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายแพ้จะเป็นฝ่ายชนะ ข้าไม่
เชื่อว่าจะหาตัวคนผู้ไม่พบ อย่างไรเสียสิ่งสำคัญที่สุดใน
ยามนี้ก็คือเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปที่กำลังจะ
มาถึง อันที่จริงตอนนี้ตัวข้าและบรรดาโอรสพระธิดา
ทั้งหลาย จะต้องไปปรึกษาหารือข้อมูลสำคัญบางอย่าง
กับท่านมหาอุปราช ”
ถ้าพูดถึงเรื่ององค์กรปีศาจทมิฬ คงต้องบอกว่าเป็นเรื่อง
ที่ยากจะแก้ไขจริง ๆ เนื่องด้วยองค์กรของพวกมันนั้น
เข้มงวดมากในด้านกฎเกณฑ์ ต่อให้เค้นคอทรมานพวก
มันจนตัวตาย พวกมันก็ไม่มีวันปริปากพูดบอกชื่อผู้
ว่าจ้างอย่างเด็ดขาด
กล่าวถึงเรื่องเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป โอรสเล่อ
ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่างานนี้มีความสำคัญกับตนเอง
มากเพียงใด ในวันนี้พวกเขาทั้ง 8 คน ต่างอยู่พร้อมหน้า
พร้อมตากัน ซึ่งนอกจากพวกเขาทั้งสามแล้ว ก็ยังมี
ชวีอิ๋น และกลุ่มของโอรสเล่อ
“พระโอรสเชิญตรัสมาได้เลย”
โอรสเล่อกล่าวว่า ” ทุกคนจดจำสิ่งที่ข้าเคยพูดเมื่อคราว
ก่อนได้หรือไม่ ว่าพระบิดาของข้าจะปรากฏตัวในงาน
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ในครั้งนี้สถานการณ์
อาจจะแตกต่างจากเมื่อครั้งอดีต อาจมีคนบางกลุ่มฉวย
โอกาสนี้มายั่วยุพวกเรา … ”
ชวีอิ๋น กล่าวว่า ” นี่ถือการแบ่งเบาภาระให้กับองค์
จักรพรรดิโบราณไปด้วยในตัว สำหรับคนรุ่นใหม่ งานนี้
อาจจะนำพามาซึ่งแรงกดดันมหาศาล นอกจากนี้เชื่อว่า
ชาวเหยียนหวงทั้งหมดคงจะฝากความหวังไว้ที่พวกเรา
โดยเฉพาะพระโอรสตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ท่านใด
สร้างผลงานไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ”
โอรสเล่อกล่าวเสริมขึ้นว่า “ ถูกต้องแล้ว… เป็นเรื่อง
ธรรมดาที่ข้าจะตั้งใจทุ่มเทให้กับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
เพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บิดาของข้าจะตั้งกฎกติกา
การทดสอบแข่งขันด้วยตัวเอง แม้พวกเขาจะมิได้เอื้อน
เอ่ยอันใด แต่ข้าก็รู้ดีว่าเหล่าพี่น้องของข้าทุ่มเทกับงานนี้
มากเพียงใด มีเพียงผู้แข็งแกร่งจนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้ง
โลกหล้าเท่านั้น ถึงจะได้รับการยอมรับ … ดังนั้นงานนี้
ไม่ใช่แค่การทดสอบธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่มันคือโอกาส
ของพวกเรา แม้ว่าคนต่างถิ่นต่างทวีปจะมียอดฝีมืออยู่
เป็นจำนวนมากมาย แต่พวกเขาเหล่านั้นหาได้มีโอกาส
สัมผัสกับเส้นชัยไม่ ”
เห็นได้ว่าการที่องค์จักรพรรดิโบราณ ลงมาตั้งบท
ทดสอบด้วยตนเอง ทำให้จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้ง
นี้ กลายเป็นสนามรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเหล่าโอรส
พระธิดาทั้งหลาย แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่พวกเขาคิด
เนื่องจากจักรพรรดิโบราณยังมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
ดังนั้นในเวลานี้พวกเขาคงเต็มไปด้วยความ
ทะเยอทะยาน หมายมาดชิงชัยกลายเป็นวีรบุรุษโดดเด่น
เหนือฝูงชน ถึงกระนั้นก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่า ใครจะ
กลายเป็นผู้ผู้ชนะในบททดสอบนี้ เพราะในท้ายสุดแล้ว
นี่คือการแข่งขันประลองอันยิ่งใหญ่ ของเหล่ายอดฝีมือ
จากทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุมารวมตัวกัน
ชมพูทวีปโลกธาตุเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด
จากนั้นโอรสเล่อก็เริ่มเจาะลึกเข้าสู่รายละเอียด
” ตอนนี้ มหาอุปราชยืนยันว่าจักรพรรดิโบราณเตรียม
บางสิ่งไว้ในทดสอบนี้ แน่นอนว่าพระบิดาของข้ายอมไม่
ยอมให้เขาปริปากเอ่ยอันใด ด้วยเหตุนี้ท่านจึงบอกใบ้ให้
พวกเราพี่น้องโอรสพระธิดาทั้งหลายได้รับรู้แค่เพียง 2
ข้อหลัก ๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดทั้งหมดท่านจะ
ประกาศให้รู้เป็นที่ทั่วกันในงานเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์
หมื่นทวีป ”
” 2 หัวข้อหลัก ๆ เช่นนั้นหรือ ? ” แน่นอนว่าทุกคน
อยากรู้
โอรสเล่อเล่าต่อไปว่า ” อย่างแรกพระบิดาของข้าจะนำ
ของสิ่งหนึ่งมา ของสิ่งนั้นมีชื่อเรียกว่า ‘เจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล’ เป็นสถานที่ที่พวกเราจะเข้าไปต่อสู้เพื่อชิงชัย
กลายเป็นผู้โดดเด่นเหนือหล้า ว่าแต่เจ้าเคยได้ยินชื่อ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลมาบ้างหรือไม่? ข้าไม่รู้ว่ามันคือ
อะไรกันแน่? ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะ แม้แต่หมิงซวงก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มา
ก่อน
โอรสเล่อเล่าต่อไปว่า ” ข้าได้ลองถามหลาย ๆ คน
แล้วแต่ก็ไม่มีใครทราบ แม้แต่มหาอุปราชเองก็ยังไม่รู้ว่า
มันคืออะไรกันแน่? ”
“แล้วอย่างที่สองล่ะ?”
โอรสเล่อสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า ” อย่างที่สอง
ก็คือ ผู้ที่สร้างผลงานได้ดีที่สุดในการประลองแข่งขันครั้ง
นี้ จะได้รับรางวัลจากพระหัตถ์ของพระบิดาข้าโดยตรง
มหาอุปราชยังบอกอีกว่ารางวัลนี้อาจจะเป็นเป้าหมาย
หลักของเหล่าโอรสพระธิดา ”
เพียงแค่คิดว่านี่คือรางวัลที่จักรพรรดิโบราณตั้งขึ้น ย่อม
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มาครอบครองแล้วจริงหรือไม่ ?
แม้โอรสเล่อจะเป็นคนบอกเล่า แต่เขาก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้น
อยู่ไม่น้อย ดวงตาฉายแววความมุ่งมั่นแล้วกล่าวต่อไปว่า
” และในท้ายสุด มหาอุปราชเตือนเราว่า จงเตรียมตัวกัน
ให้พร้อม อย่าได้ทำให้ชาวเหยียนหวงต้องเสื่อมเสีย
เกียรติเด็ดขาด บอกให้เราพยายามอย่างสุด
ความสามารถ… ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่คำพูดของพระบิดา
แต่มหาอุปราชรู้รายละเอียดการแข่งขันครั้งนี้ดี ดังนั้น
การที่ท่านกล่าวเตือนข้าเช่นนี้ ย่อมต้องมีนัยแอบแฝง
อย่างแน่นอน… ”
ดูจากการแสดงออกที่บ้าคลั่งของเขาแล้ว หลังจากนี้ บท
ละครอันแสนน่าตื่นเต้น คงจะเริ่มแสดงในอีกไม่ช้า
——————————–