กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1008: เจดีย์วิญญาณปรากฏ
หลังจากประโยคนี้หลุดออกมา อู่ อวี้ ก็รู้สึกตื่นตระหนก
อย่างยิ่งยวด
“ ข้าไม่คิดว่านี่คือการลงโทษอย่างแท้จริง คิดว่าแค่
คุกเข่าโขกศีรษะ เพื่อรักษาหน้าโอรสเล่อเท่านั้นเอง ”
แม้แต่ตัวเขาก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย จึงไม่
จำเป็นต้องกล่าวถึงผู้อื่นว่าจะรู้สึกแปลกใจมากเพียงใด
การกระทำของมหาอุปราชกำลังทำให้ทุกคนเข้าใจผิด
แม้แต่จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ก็ยังคิดไปในทิศทาง
เดียวกันกับทุกคน โดยคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องระหว่างพี่น้อง
หาใช่เรื่องใหญ่โตอันใดไม่ ดังนั้นการที่มหาอุปราชสั่งให้
โอรสเหยียนคุกเข่าขอขมา ก็เพื่อให้มันยอมรับความผิด
และไม่กระทำเช่นนี้อีกต่อไป จากนั้นเรื่องราวก็จะจบลง
และถูกลืมเลือนไปในที่สุด
ตอนแรกแม้แต่โอรสเหยียนผู้โง่เขลาก็คิดเช่นนั้น มันจึง
แอบโล่งใจอยู่ไม่น้อย แต่แล้วคำพูดที่ไม่คาดคิดก็ดังก้อง
ขึ้น คำพูดนี้เสมือนดั่งระเบิดลูกโตตกเข้าใส่กลางศีรษะ
ของมัน คำพูดนี้ทำให้มันสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง มันถูก
เนรเทศไปยังที่ห่างไกลอย่าง ‘คุกอเวจีบูรพา’ แห่ง ‘ทวีป
แห่งทวยเทพแดนบูรพา’!
นั่นคือสถานที่เอาไว้กักขังชาวเหยียนหวงที่มีพฤติกรรม
ชั่วช้าต่ำทราม …
นอกจากจะถูกเรียกคืนบรรดาศักดิ์ กลายเป็นผู้ฝึกตน
สามัญชนในระดับค้นหาเต๋าธรรมดา ๆ ของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงแล้ว มันยังต้องถูกเนรเทศไปอยู่ใน
‘คุกอเวจีบูรพา’ ได้รับทุกขเวทนานานนับร้อยปี แน่นอน
ว่าระดับพลังฝีมือของมันไม่มีทางก้าวหน้าได้มากนัก
ถึงแม้ว่ามันจะผ่านทัณฑ์สวรรค์อย่าง ‘อัสนีสวรรค์’
มาแล้ว แต่เมื่อมันต้องประสบกับวิบากกรรมใหญ่ในครั้ง
นี้ จึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะตกตายตอนรับทัณฑ์
สวรรค์ ‘เพลิงหยิน’
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงอันทัณฑ์ครั้งที่ 3 ‘วายุคลั่ง ‘
เนื่องจากว่ามันคงไม่มีทางก้าวเข้าไปสู่ระดับนั้นได้อีก
ต่อไป
ถ้าให้กล่าวถึงบรรดาโอรสพระธิดาองค์โตแล้ว โอรสเห
ยียนหาใช่คนที่โดดเด่นที่สุด ที่มันมีได้ทุกวันนี้เป็นเพราะ
มันพยายามผลักดันตนเองให้มีชื่อเสียงโดดเด่นมาตั้งแต่
เยาว์วัย
หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ โอรสเหยียนก็ยังคงตกอยู่ใน
อาการอึ้งตะลึงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง สายตาจับจ้อง
มองไปที่มหาอุปราชจักรพรรดิอารามสวรรค์ ด้วยคิดว่า
ตนเองฟังผิด ดังนั้นมันจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียง
ตะกุกตะกักเจือปนไปด้วยความหวาดกลัวว่า ” มะ …
มหาอุปราชกล่าวว่าอันใด? ”
” ต่อจากนี้… ข้าจะป่าวประกาศให้โลกได้รู้ว่าโอรสเห
ยียนคิดแผนการชั่วร้ายต้องการลอบสังหารราชอารักษ์
ของพี่น้อง ตามกฎมณเฑียรบาลจะต้องเรียกคืน
บรรดาศักดิ์ และถูกเนรเทศไปที่ ‘คุกอเวจีบูรพา’ เป็น
เวลาหนึ่งร้อยปี! ”
มหาอุปราชย้ำคำพูดของตนเองอีกครั้ง ด้วยเสียงก้องดัง
สนั่น คำพูดนี้ได้แพร่กระจายออกไปอย่างสมบูรณ์
“เป็นไปไม่ได้! ข้าไม่ยอมรับ!!! ” โอรสเหยียนหวาดกลัว
อย่างสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างแดงก่ำปานโลหิตจ้องมอง
ไปที่จักรพรรดิอารามสวรรค์
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์หน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมกับกล่าว
ขึ้นว่า ” มหาอุปราช ไม่คิดว่าการลงโทษเช่นนี้สำหรับ
โอรสพระธิดาแล้ว มันไม่หนักหนาสาหัสเกินไปหน่อย
หรือ? เขาก็แค่เลอะเลือนไปเพียงชั่วขณะเลยทำเรื่อง
ผิดพลาดเยี่ยงนี้ อีกทั้งผลลัพธ์ก็ยังไม่ได้ลุกลามถึงขั้นมี
ผู้ใดตกตาย มันก็แค่ปัญหาขัดแย้งของเด็ก ๆ เป็น
ธรรมดาที่คนวัยหนุ่มสาวจะเลือดร้อนหุนหันพลันแล่น
จนมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง แค่กล่าวขอโทษแล้ว
ยอมรับผิดจากใจจริงก็มากเพียงพอที่จะทำให้ทั้งสอง
ฝ่ายยอมรับได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงโทษรุนแรงเสมือน
ดั่งจะฆ่าจะแกงกันเยี่ยงนี้ เจ้าไม่คิดว่ากำลังทำให้เรื่อง
เล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยหรือ หากข่าวนี้
แพร่กระจายออกไป มีหวังชาวเหยียนหวงได้เสื่อมเสีย
ชื่อเสียงกันทั้งอาณาจักร ”
ในเวลานั้นเหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ รวมถึงเหล่าพี่น้อง
โอรสพระธิดาต่างช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อม ซึ่งล้วนเป็นไป
ในทิศทางเดียวกับจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์กันแทบทั้งสิ้น
พวกเขาต่างคิดว่าไม่เห็นต้องลงโทษรุนแรงถึงเพียงนี้
เมื่อโอรสเหยียนเห็นหลายคนพยายามพูดช่วยเหลือ
ตนเอง ภายในใจของมันก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง มัน
รีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าจักรพรรดิอารามสวรรค์อย่าง
รวดเร็ว พร้อมร่ำไห้กล่าวอ้อนวอนว่า ” ท่านมหาอุปราช
หม่อมฉันผิดไปแล้ว หลังจากนี้หม่อมฉันจะไม่กระทำ
การเหิมเกริมเช่นนี้อีก โปรดให้โอกาสหม่อมฉันได้กลับ
เนื้อกลับตัวด้วยเถิด… ”
ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก!
เสียงของหน้าผากกระแทกพื้นอย่างรุนแรงดังลั่น
แต่แล้วมหาอุปราชก็กระทำเรื่องไม่คาดคิด โดยหันไปยิ้ม
ให้กับจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์และคนอื่น ๆ จากนั้นก็
กล่าวว่า ” ประการแรก : ที่ท่านกล่าวว่าคนวัยหนุ่มสาว
ย่อมเลือดร้อนหุนหันพลันแล่น… ซึ่งก็ใช่ แต่ช่างน่า
เสียดายที่อายุอานามของโอรสเหยียน ไม่ได้อ่อนวัยกว่า
ข้ามากนัก ด้วยอายุอานามขนาดนี้เขาจึงไม่ได้เป็นแค่
บุรุษหนุ่มอีกต่อไป ฉะนั้นจึงต้องบอกว่าการกระทำของ
โอรสเหยียนหาใช่เป็นการกระทำของเด็กหนุ่มที่อ่อน
เยาว์ไร้เดียงสาอย่างแน่นอน ข้าคงกล่าวได้เพียง ตัวข้า
เองก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเช่นกัน ประการที่สอง : หาก
ท่านไม่ขัดข้องไม่พอใจ… เมื่อใดก็ตามที่ท่านได้ขึ้นเป็น
มหาอุปราช เมื่อนั้นท่านสามารถกลับมาเอาคืนข้าได้ทุก
เมื่อ แต่ตอนนี้ข้าคือมหาอุปราชคนปัจจุบัน ดังนั้นผู้คน
ทั้งอาณาจักรโบราณเหยียนหวงต้องฟังข้า เพราะคำสั่ง
ของข้าก็เสมือนดั่งคำสั่งของจักรพรรดิโบราณ! ”
คำพูดที่เจือไปด้วยรอยยิ้มทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งตะลึง
เขากำลังเผชิญหน้ากับเหล่าพี่น้องคนอื่น ๆ เพียงลำพัง
ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีอายุอานามมากกว่าเขา ทั้งสถานะยัง
สูงส่ง บางคนถึงขนาดเคยเป็นมหาอุปราชมาก่อน แต่ก็
แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
เมื่อจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ เห็นเจตจำนงอันแรงกล้า
ของจักรพรรดิอารามสวรรค์เช่นนี้ ก็ชักเริ่มลังเลขึ้นมา
เหมือนกัน เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกมันก็เคยรวมหัวไม่เห็น
ด้วยเกี่ยวกับพลองฟ้าเพลิงผลาญมาก่อน แต่แล้วเรื่องที่
ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น กลับกลายเป็นว่าทั้งหมดเป็นความ
ต้องการของจักรพรรดิโบราณ ดังนั้นเมื่อเห็นจักรพรรดิ
อารามสวรรค์ยืนกรานเช่นนี้ พวกมันจึงไม่อาจคาดเดา
ได้ว่านี่เป็นความต้องการของมหาอุปราชหรือจักรพรรดิ
โบราณกันแน่
” เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปกำลังจะเริ่มขึ้น ถึง
เวลาแล้วที่พวกเราเหล่าราชวงศ์เหยียนหวงจะต้อง
ปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิ ในเมื่อโอรสพระธิดากลับ
กระทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นนี้เอง ก็ไม่ต่างจาก
เนื้อร้ายที่ต้องตัดทิ้ง ถ้าหากผู้ใดข้องใจหรือมี
ข้อเสนอแนะอื่นใดอีก ก็ไปหารือกับจักรพรรดิโบราณ
เอาเองแล้วกัน ”
หลังจากจักรพรรดิอารามสวรรค์กล่าวเสร็จสิ้น ขุนพล
คู่ใจของเขาก็เข้ามาจับกุมตัวโอรสเหยียน ขุนพลผู้นี้มี
ฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ขั้นที่ 7 แน่นอนว่า
โอรสเหยียนไม่มีปัญญาขัดขืนดิ้นรนเป็นแน่
พอจักรพรรดิอารามสวรรค์กล่าวว่า ให้ไปหารือกับ
จักรพรรดิโบราณเอาเอง ทุกคนก็ล่วงรู้ทันทีว่าพวกเขา
ไม่สามารถทำอันใดได้ เมื่อจักรพรรดิอารามสวรรค์กล่าว
เช่นนี้ออกมา ก็ทำให้พวกเขาถึงกับไปไม่เป็น ยิ่งพวกเขา
เริ่มถอยจักรพรรดิอารามสวรรค์ก็ยิ่งมีความมั่นใจมาก
ขึ้น เพราะมันหมายความว่าสิ่งที่เขากระทำคือสิ่งที่
จักรพรรดิโบราณปรารถนา หากคนเหล่านี้ยังคงขัดขืน
ไม่ยินยอม เขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก รอให้
จักรพรรดิโบราณมาจัดการกับพวกนี้เองเป็นการส่วนตัว
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์และคนอื่น ๆ มองไปที่โอรสเล่อ
และโอรสเหยียนซึ่งกำลังร้องไห้ฟูมฟายใหญ่โต ในเวลานี้
เรียกได้ว่าพวกเขาเห็นความต่างของทั้งสองอย่างชัดเจน
คนผู้หนึ่งยังหนุ่มแน่นมั่นคงสุขุมมีพรสวรรค์เหนือล้ำ
อนาคตยาวไกลไร้สิ้นสุด นอกจากนี้ยังมีคนหนุ่มสาว
จำนวนมากให้การสนับสนุน
ส่วนอีกคนแก่ชรามีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ทั้งยังหุนหัน
พลันแล่นไร้พรสวรรค์ เห็นได้ชัดว่าหมดโอกาสที่จะ
กลายเป็นเซียนอมตะแล้ว อีกทั้งคนรอบตัวยังไม่มีผู้ใด
เสมอเหมือน อู่ อวี้
จักรพรรดิโบราณมีอายุยาวนานนับพันปี ซึ่งดูเหมือนว่า
เขาจะหมดความอดทนที่จะรอคอยแล้ว เห็นได้ชัดว่า
เวลานี้จักรพรรดิโบราณจะได้หมายตาผู้ใดเอาไว้ มัน
ชัดเจนแจ่มแจ้งเห็น ๆ ! ยามนี้พวกเขาตระหนักแล้วว่า
มหาอุปราชเสมือนดั่งเป็นมือเท้าของจักรพรรดิโบราณ
นั่นเพราะเขาสามารถใกล้ชิดจักรพรรดิโบราณได้มาก
ที่สุด จึงสามารถปฏิบัติตามคำสั่งสนองพระประสงค์ของ
จักรพรรดิโบราณได้
การที่โอรสเหยียนถูกลงโทษอย่างหนักหนาในครั้งนี้ ก็
สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าจักรพรรดิโบราณให้
ความสำคัญต่อโอรสเล่อมากเพียงใด จนถึงตอนนี้หาก
พวกเขายังคงไม่เข้าใจอีก ก็จงโง่งมโข่งไปอีกนานนับร้อย
ๆ ปีเสียเถิด
“เสด็จอา ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย!! ” โอรสเหยียนพุ่ง
ทะยานไปกอดขาจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ พร้อมกรีด
ร้องอย่างโหยหวน น้ำตานองหน้า
” กระทำสิ่งใดก็ได้รับผลตามนั้น สุดวิสัยเกินกว่าข้าจะ
ช่วยเหลือ ” จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์แสดงสีหน้าเย็นชา
จากนั้นก็เอื้อมมือผลักโอรสเหยียน แล้วเดินออกไปทันที
คนอื่น ๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบเดินติดตามเขาออกไป
อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับโอรสเห
ยียนอีกต่อไป
“เสด็จอา!” โอรสเหยียนพยายามงัดกลละเม็ดทุกอย่าง
ออกมาใช้ บางทีตอนนี้มันอาจเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
มันจ้องเขม็งไปยังโอรสเล่อ ที่บัดนี้กำลังแสดงสีหน้าเย็น
ชาไร้ซึ่งความแยแส เมื่อตาประสานสายตากันแล้ว
ถึงแม้จะมีช่องว่างในแง่ของความแข็งแกร่ง แต่ถ้า
เปรียบเทียบกันด้วยอำนาจบารมีแล้ว แทบจะไม่
แตกต่างกันเลย
“ไปลงนรกซะ!” ทันใดนั้นโอรสเหยียนก็พูดโพล่งออกมา
แล้วพุ่งทะยานเข้าไปสังหารโอรสเล่อทันที อย่างไรก็ตาม
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนไร้สติเช่นนี้ จักรพรรดิอาราม
สวรรค์ย่อมไม่ปล่อยให้มันลงมืออย่างแน่นอน เหล่า
ขุนพลที่อยู่โดยรอบรีบใช้ศาสตราวุธของตนเองขวางมัน
ไว้ทันที หาก อู่ อวี้ คาดเดาได้ถูกต้อง ศาสตราที่พวกมัน
ใช้อาจเป็นถึงระดับศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาเลย
ทีเดียว!
เป็นระดับที่สูงกว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณขั้น
หนึ่ง
” จงระวังตัวให้ดี ” จักรพรรดิอารามสวรรค์จับจ้องไปยัง
โอรสเล่อ พร้อมพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็จับโอรสเห
ยียนที่สงบลงแล้วออกไป กล่าวได้ว่าโอรสเหยียนถูก
ทำลายเส้นทางจนพังพินาศย่อยยับ หลังจากนี้อีก 100
ปี โลกก็คงเปลี่ยนแปลงไปมาก หรือไม่ตัวของมันก็คงไม่
มีชีวิตรอดอยู่แล้ว
หลังจากนั้นมหาอุปราชก็เดินออกไป ทุกสรรพสิ่งที่โอรส
เหยียนกระทำ ถูกป่าวประกาศออกไปโดยทั่วกัน ต่อมา
บุคคลนี้ก็จะหายสาบสูญไปจากนครเทวะอย่างสมบูรณ์
แน่นอนว่าในอนาคตจากนี้อีกสองสามปี อาจมีใครบาง
คนกล่าวถึงมันอีกก็ได้
บัดนี้ตำหนักโอรสเล่อ เหลือเพียง อู่ อวี้ กับสมัครพรรค
พวกเท่านั้น
” กล่าวตามตรง แม้แต่ตัวข้าเองก็ตกตะลึงเล็กน้อย
นับว่าครั้งนี้มหาอุปราชลงมือหนักเป็นยิ่งนัก … ”
หลังจากเหล่าขุนนางพากันออกไปแล้ว โอรสเล่อก็หันไป
กล่าวกับ อู่ อวี้ แล้วยิ้มขึ้นอย่างขมขื่น
” มหาอุปราชคิดสิ่งใดอยู่ ยากที่เราจะคาดเดาได้ ” อู่ อวี้
พยักหน้า
โอรสเล่อกล่าวว่า ” การที่ข่าวแพร่กระจายออกไปเช่นนี้
เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า ” ก่อนหน้านี้ข่าว
คราวว่าจักรพรรดิโบราณในวัยเยาว์ หาได้มี
ความสามารถโดดเด่นอันใดไม่ ผู้คนจำนวนมากก็พูดถึง
เรื่องของท่านแล้ว และในครั้งนี้การเลือกปฏิบัติของมหา
อุปราช ด้วยการลงโทษโอรสเหยียนอย่างรุนแรง ทำให้
ท่านโดดเด่นมากยิ่งขึ้น กลายเป็นเหมือนกับผู้ที่ถูกเลือก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้ ท่านคือหัวหอกที่กำลังยืนอยู่
ท่ามกลางพายุเพลิง ไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือเหล่าขุนนาง
น้อยใหญ่ รวมถึงพระโอรสพระธิดา และเหล่าขั้วอำนาจ
จากทั่วทุกสารทิศที่เข้าร่วมจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปใน
ครั้งนี้ ล้วนให้ความสนใจกับท่านเป็นพิเศษ ปรารถนาจะ
สยบปราบปรามท่าน หรือแม้กระทั่งยั่วยุชาวเหยียนหวง
”
นี่คือเหตุผลที่โอรสเล่อยิ้มอย่างขมขื่น
แม้ว่าโอรสเหยียนจะถูกเรียกคืนบรรดาศักดิ์ อีกทั้งยังถูก
จะเนรเทศเป็นเวลากว่าร้อยปี แต่ถ้าพิจารณาดูดี ๆ แล้ว
ล่ะก็ กลุ่มของพวกเขากำลังตกเป็นเป้า แม้แต่จักรพรรดิ
กำเนิดสวรรค์ยังคิดว่าโอรสเล่อเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่
จักรพรรดิโบราณหมายตา ฉะนั้นแทบไม่จำเป็นต้องพูด
ถึงคนภายนอกว่าจะมีความคิดเห็นกับพวกเขาเช่นไร
” คาดว่าหลังจากนี้อีกไม่ถึงสามวัน ทั่วทั้งอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง หรือแม้กระทั่งผู้คนทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุ จะต้องพูดถึงพระองค์ ” หนานซาน หวางเยว่
กล่าวยิ้ม ๆ
” อู่ อวี้ เจ้าคิดว่านี่ถือเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี? ” โอรสเล่อ
ถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจมากนัก
อู่ อวี้ ตอบกลับไปว่า ” ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก ทุกอย่าง
ล้วนขึ้นอยู่กับจักรพรรดิโบราณว่าจะตัดสินเช่นไร พวก
เราเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาสามัญ คงต้องสุดแล้วแต่
โชคชะตาจะชักนำพาไป ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่น
ไร ก็ขอให้ต่อสู้อย่างสุดกำลังจะเป็นการดีที่สุด ”
ถึงแม้เขาจะกล่าวเช่นนั้นออกไป แต่ก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น
จริง ๆ เขาเพียงแค่กล่าวในสิ่งที่โอรสเล่ออยากจะได้ยิน
เท่านั้น หากกล่าวอย่างอื่นออกไปก็คงจะไร้ผล เพราะ
เวลานี้มหาอุปราชต้องการให้พวกเขาเปิดตัวในฐานะ
คลื่นลูกใหม่ อีกทั้งพวกเขาจะกลายเป็นที่จับตามองของ
คนทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ
“ นับว่าเข้าท่า ” โอรสเล่อกล่าวอย่างเห็นด้วย
ถึงแม้เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปใกล้จะมาถึงในไม่
ช้า แต่ก็ดูเสมือนดั่งเทศกาลได้เริ่มขึ้นแล้ว ผู้คนต่าง
อาณาจักรกำลังทยอยเข้าสู่พรมแดนอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง และเพื่อป้องกันความยุ่งเหยิงโกลาหล
อาณาจักรโบราณจึงส่งกองทัพหลักแต่ละกองทัพ ไปคุ้ม
กันปกป้องอาณาเขตพรมแดน แว่นแคว้น และ นครต่าง
ๆ
ระหว่างที่ อู่ อวี้ พูดคุยหารือกับโอเล่ออยู่นั้น ฉับพลัน
บนท้องเวหาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อู่ อวี้ ได้
ยินเสียงอื้ออึงดังกึกก้องกัมปนาท ราวกับมีฝูงภมรผึ้ง
จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังกระพือปีกอยู่
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง นครเทวะที่เปี่ยมล้นไปเมฆหมอก
กลิ่นอายฟ้าดิน ก็ปรากฏเป็นเงาทะมึนขนาดมหึมาแผ่
ขยายปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน เมื่อเปรียบเทียบขนาด
ของเงากับตัวนครแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็มีขนาด 1 ใน 10
ส่วนของนครเทวะ ซึ่งเกือบจะเทียบได้กับเขต
พระราชฐานเลยทีเดียว
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงมองจากด้านล่างทะลุผ่านม่านเมฆ ก็
แลเห็นฐานสีดำขนาดใหญ่เฉกเช่นดั่งแท่นประทับขนาด
มหึมา แล้ว อู่ อวี้ ค้นพบว่าสิ่งนี้ก็คือเจดีย์ขนาดใหญ่ ที่
กำลังค่อย ๆ ลงมาสู่พื้น เจดีย์นี้แตกต่างจากอสูรขนาด
ยักษ์ที่คาดการณ์ไว้อย่างลิบลับ
หลังจากเห็น อู่ อวี้ ก็นึกชื่อของมันออกทันที
มันคือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
——————————–