กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1016 สุดยอดจักรวรรดิผูฝกตน
จวนภายในนครหมื่นทวีปมีขนาดน้อยใหญ่ลดหลั่นกัน
ไปตามลำดับ ด้วยเพราะชาวเหยียนหวงนั้นเข้มงวดมาก
ดังนั้นที่จวนพักอาศัย จึงลดหลั่นไปตามระดับของกองกำลัง
นั้น ๆ
ยกตัวอย่างเช่น ‘จักรวรรดิเปั่ยหมิง’ ซึ่งครอบครองพื้นที่
ใน ‘ทวีปเปั่ยหมิง’ เกือบทั้งหมด ด้วยอาณาจักรที่กว้างใหญ่
เช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะถือว่าเป็นหนึ่งในจักรวรรดิ
ระนาบบนสุด ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง
อย่างไรก็ตามภายในดินแดนโบราณเหยียนหวง กอง
กำลังที่คล้ายคลึงกับจักรวรรดิเปั่ยหมิง มีอยู่มากพอสมควร
ซึ่งไม่รวมผู้ฝึกตนนอกรีตและปีศาจที่อยู่ด้านนอกอีกมากมาย
ยกตัวอย่างเช่น ‘ทวีปพฤกษาวิญญาณฟั้า’ นี่คืออีกหนึ่ง
ราชวงศ์ที่สามารถครอบครองพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของทวีป
ราชวงศ์นี้มีชื่อว่า ‘ราชวงศ์มู่ซวี’ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงเลื่อง
ลือเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘ชาวมู่หลิง’ ซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าชาว
เปั่ยหมิงเลย
เช่น ‘อาณาจักรเซียนวายุเขียว’ อาณาจักรนี้ตั้งอยู่ใน
‘ทวีปเทวะอัสนีวายุ’ ชาววายุเขียวอยู่กันอย่างคับคั่งใน
อาณาจักรเซียนวายุเขียว
ยกตัวอย่างเช่นใน ทวีปอัสนีวายุ และ อาณาจักรเซียน
วายุ ที่ถูกแบ่งกั้นโดย ‘สระอัสนีพิโรธ’ และผู้ที่อยู่อาศัยใน
แถบนี้ก็คือ ‘ชาวเหลยยวน’ พวกมันมีอุปนิสัยหุนหันพลัน
แล่นเกรี้ยวกราดอารมณ์ร้อน แต่เคล็ดวิชาเต๋าและพลัง
อิทธิฤทธิ์ของพวกมันนั้นรุนแรงร้ายกาจเป็นอย่างมาก ทั้ง
ชาวเหลยยวนยังเป็นตระกูลเก่าแก่อันดับต้น ๆ ในดินแดน
โบราณเหยียนหวงอีกด้วย
นอกจากนั้นก็ยังมี ‘ชาวจินเย้า’ แห่ง ‘จักรวรรดิแก่น
รัศมีทองคำ’ ที่มีชื่อเสียงเทียบเคียงได้กับชาวเหยียนหวงเลย
ทีเดียว
แถมยังมี ‘ทวีปราชาแดนดารา’ ‘จักรวรรดิดารานภา
ทมิฬ’ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงของแดนดาราใกล้กับท้องฟั้าที่เต็ม
ไปด้วยหมู่ดาว คนที่นี่คือชาวดาราทมิฬ
และยังมีกองกำลังที่ตั้งอยู่ทางทิศบูรพาของ ทวีปแห่ง
ทวยเทพแดนบูรพาเหยียนหวง อย่าง ‘แดนเซียนบุปผา
ฟั่านฮวา’ ซึ่งผู้ที่อยู่อาศัยในแดนดินถิ่นนี้ก็คือ ‘ชาวฟั่านฮวา’
ซึ่งมีท่าทีอ่อนช้อยสง่างาม และงดงามอย่างยิ่ง ได้รับการ
ปกปั้องจากชาวเหยียนหวง อันที่จริงคนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง และ ทวีปแห่งทวยเทพแดนบูรพา มีชาว
ฟั่านฮวาหลายคนมาฝึกฝนที่นี่ ทุกวันนี้หลังจากผ่านการ
ขยายเผ่าพันธุ์มายาวนานกว่า 100,000 ปี ชาวฟั่านฮวาที่
ครั้งหนึ่งเคยอ่อนแอ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่มี
ชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของดินแดนโบราณเหยียนหวง
ยังมีอีกหนึ่งทวีปที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยก็คือ ‘ทวีป
จักรพรรดิเมฆาสวรรค์’ นี่คือที่ตั้งของ ‘อาณาจักรเซียนเหิน
เมฆา’ อาณาจักรเซียนเหินเมฆา มีแนวทางการฝึกฝน
บำเพ็ญตนคล้ายคลึงนิกายเซียนซูซันของทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้งเป็นอย่างมาก ทั้งยังเชี่ยวชาญในการใช้กระบี่เป็น
อย่างยิ่ง แม้กระทั่งวิชา ‘เซียนกระบี่บินจักรพรรดิจักรพรรดิ’
ก็ถูกยกระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าของพวก
เขาส่วนใหญ่ ล้วนใช้วิชาเซียนกระบี่บินจักรพรรดิ ซึ่งมี
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว โดยที่ตระกูลหลักภายใน
อาณาจักรเซียนเหินเมฆาก็คือ ‘ชาวเซียนเมฆา’ พวกเขา
ทั้งหมดล้วนภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมาก จนคิดว่า
สามารถเทียบเคียงได้กับชาวเหยียนหวงเลยทีเดียว ซึ่งทวีป
จักรพรรดิเมฆาสวรรค์นี้ ถูกครอบครองโดยอาณาจักรเซียน
เหินเมฆา
นอกจากนี้ยังมี ‘ชาวเทวะเหมันต์’ แห่ง ‘ทวีปอุดร
มัจจุราชเหมันต์’ ถึงแม้จะไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับอาณาจักร
ของตนเองเท่าใดนัก แต่ความจริงแล้วพวกเขาก็คือ
อาณาจักรผู้ฝึกตน โดยที่ผู้คนต่างเรียกดินแดนของ ชาวเทวะ
เหมันต์ ว่า ‘ดินแดนเทวะเหมันต์’
ในดินแดนโบราณเหยียนหวง นอกจากผู้ฝึกตนนอกรีต
กับปีศาจแล้ว อาณาจักรโบราณเหยียนหวงถือเป็นอาณาจักร
ผู้ฝึกตนอันดับหนึ่งภายในดินแดนแห่งนี้ โดยมีดินแดนขั้ว
อำนาจอื่น ๆ เช่น จักรวรรดิเปั่ยหมิง , อาณาจักรเซียนวายุ
เขียว , สระอัสนีพิโรธ , จักรวรรดิแก่นรัศมีทองคำ ,จักรวรรดิ
ดารานภาทมิฬ , แดนเซียนบุปผาฟั่านฮวา, อาณาจักรเซียน
เหินเมฆา, แดนเทวะเหมันต์
สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีต อู่ อวี้ ค่อนข้างคุ้นเคยมาก ตอน
ที่เขาอยู่ในเส้นทางเซียนบรรพกาล เขาได้พบกับราชวงศ์มาร
ฟั้า และ ผู้ฝึกตนนอกรีตจากอาณาจักรเมฆาทะยาน ทั้งสอง
ล้วนเป็นอาณาจักรผู้ฝึกตนนอกรีตลำดับต้น ๆ ที่ไม่อาจระบุ
ได้ชัดเจนว่าผู้ใดเหนือกว่า แน่นอนว่าผู้ปกครองราชวงศ์มาร
ฟั้าก็คือ ‘ชาวมารฟั้า’ นั่นเอง ส่วนผู้ฝึกตนนอกรีตของ
อาณาจักรเมฆาทะยานพวกเขาเรียกตัวเองว่า ‘ผู้ศักดิ์สิทธิ์’
แน่นอนว่าชื่อนี้ไม่มีใครยอมรับได้ ผู้คนภายนอกส่วนใหญ่จึง
เรียกพวกเขาว่า ‘ชาวมารเมฆา’
แต่ก็ยังมีผู้ฝึกตนนอกรีตที่มีความแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยไป
กว่าราชวงศ์มารฟั้าก็คือ ‘ แดนเก้ายมโลก ‘ แดนเก้ายมโลก
ตั้งอยู่ใน ‘ทวีปปีติคาวีประจิม’ มันเป็นสถานที่ลึกลับไม่ค่อย
สื่อสารกับโลกภายนอก แต่มีข่าวลือว่าชาวยมโลกในแดนเก้า
ยมโลกนั้นแข็งแกร่งมาก
แต่ต่อให้พวกมันจะดูลึกลับมากเพียงใด พวกมันจะต้อง
มาร่วมเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปอย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นจักรพรรดิโบราณคงไปเยี่ยมเยียนมันยั้นหน้าประตู
หากถึงเวลานั้นจริงรับรองว่าต้องน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือขั้วอำนาจต่าง ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แน่นอนว่ายัง
มีอีกหลายอาณาจักรที่ปีศาจก่อตั้งขึ้นในดินแดนโบราณเห
ยียนหวง มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไป บางแห่งใหญ่กว่า
ทวีปปีศาจทายาททักษิณเสียอีก ส่วนขนาดเล็กอาจจะไม่มี
มหาราชาปีศาจปกครองดูแล แต่ถูกควบคุมโดยราชาปีศาจ
ทั่วไป ซึ่งดินแดนหรืออาณาจักรเหล่ามีโอกาสที่จะถูกทำลาย
หรือไม่ก็อาจจะถูกควบรวมดินแดนได้ตลอดเวลา
และสองขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดของชาวปีศาจ
ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวงก็คือ ‘ชาวปีศาจสวรรค์’
แห่ง ‘อาณาจักรปีศาจสวรรค์’ เป็นที่รู้จักกันในนามเผ่าปีศาจ
ดั้งเดิม แล้วผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในหมู่พวกมันก็คือราชวงศ์
ปีศาจสวรรค์ โดยที่แต่ละคนในราชวงศ์ล้วนมีสายโลหิตสูงส่ง
ยิ่ง และอีกขั้วอำนาจก็คือ ‘ล้านภูผาปีศาจ’ อันที่จริงล้านภูผา
ปีศาจเป็นทวีปที่เต็มไปด้วยบรรพตชื่อว่า ‘ทวีปปีศาจผา
ประจิม’ หรือรู้จักกันในนามว่า ‘ ล้านภูผาปีศาจ ‘ สถานที่
แห่งนี้คือดินแดนของเหล่าปีศาจอย่างสมบูรณ์ ปกติแล้ว
มนุษย์จะไม่ค่อยย่างกรายเข้าไปนี่นั่น อาณาจักรปีศาจสวรรค์
แตกต่างจากล้านภูผาปีศาจที่ค่อนข้างอิสรเสรี ดังนั้นจึงมี
ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งอยู่มากมาย หากรวมอำนาจเข้าด้วยกัน
แล้ว ล้านภูผาปีศาจ คงเหนือลำยิ่งกว่าอาณาจักรปีศาจ
สวรรค์อย่างเทียบไม่ติด
นอกเหนือจากกองกำลังระนาบบนสุดเหล่านี้แล้ว ยังมี
ขั้วอำนาจและกองกำลังอื่น ๆ อีกจำนวนมาก เช่น อาณา
เขตเหมันต์ อาณาจักรเซียนเมฆา หุบเขาวายุปีกคราม และ
อื่น ๆ อีกมากมาย ในแต่ละทวีปอาจมีดินแดนและกองกำลัง
อยู่นับสิบ ซึ่งอาณาจักรเหล่านี้ให้กำเนิดยอดฝีมือและ
อัจฉริยะในจำนวนจำกัด แถมยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูก
ทำลายเมื่อใดก็ได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่ากองกำลังเหล่านั้นจะ
เล็กจ้อยมากเพียงใด แต่พวกมันก็ถูกจักรพรรดิโบราณเรียก
มาที่นี่ เพื่อส่งมอบเครื่องบรรณาการอยู่ดี
และเหล่าราชทูตจากกองกำลังทั้งหลาย ถูกจัดให้พัก
รับรองอยู่ภายในนครหมื่นทวีปแห่งนี้ ขณะที่ อู่ อวี้ เดินเข้า
มา เขารู้สึกหวั่นเกรงเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเบนสายตาไปทาง
ใด ก็พบเจอแต่ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งรวมตัวกันอยู่ทั่วทุกแห่ง
หน
นอกเหนือจากดินแดนโบราณเหยียนหวง อู่ อวี้ ก็ยังแล
เห็นปีศาจจากอาณาเขตสมุทรอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วพวกมัน
จะมิกล้าเหยียบย่างขึ้นมาบนพื้นแผ่นดิน แต่ตอนนี้ได้รับราช
โองการจากจักรพรรดิโบราณ ดังนั้นพวกมันจึงเดินเตร็ดเตร่
อยู่ในที่แห่งนี้ได้อย่างอิสระ ปีศาจสมุทรต้องการตรวจสอบ
ทำความเข้าใจนครเทวะมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงสามารถแลเห็น
พวกมันอยู่ด้านนอกมากมาย
อู่ อวี้ จำได้ว่า กองกำลังระนาบบนสุดของอาณาเขต
สมุทร แบ่งเป็น ‘มหาสมุทรแห่งความตาย’, ‘อาณาเขตสมุทร
นิรันดร์’, ‘มหาสมุทรปีศาจวายุคลั่ง’, ‘วังวนขั้วโลกใต้’,
‘มหาสมุทรเยือกแข็งขั้วโลกเหนือ’, ‘บึงอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์’ และอย่างน้อยอีก 10 กว่ากองกำลังที่อยู่ในระดับ
เดียวกัน ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่ได้ดูข้อมูลของกองกำลังเหล่านั้น
ละเอียดนัก เพราะในทุก ๆ ครั้งหลังจากปีศาจสมุทรส่งมอบ
เครื่องบรรณาการ พวกมันก็จะหลบหนีออกไปทันที ถึงแม้ว่า
ภายในมหาสมุทรพวกมันจะเป็นนายเหนือหัวผู้ปกครอง
สูงสุด แต่เมื่ออยู่บนบกราชาผู้แสนเกรียงไกรก็ไม่ต่างจาก
ตะพาบน้ำ ดังนั้นจึงไม่อาจอยู่ที่นี่ได้นานนัก
ยามนี้ อู่ อวี้ ได้แลเห็นเหล่าปีศาจสมทุรชัดเจนกว่า
คำอธิบายก่อนหน้านี้
โอรสเล่อกล่าวขึ้นอีกว่า ” ผู้คนที่เข้าร่วมจาริกศักดิ์สิทธิ์
หมื่นทวีปในครานี้ มีมากกว่าครั้งก่อนหน้าถึง 2 เท่า แน่นอน
ว่ามันเกิดขึ้นจากขั้วอำนาจต่าง ๆ พาคนของตนเองมา
เพิ่มขึ้น ข้าคาดเดาว่าข่าวคราวของ ‘เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล’ คงรั่วไหลออกไป ดังนั้นจึงมีผู้เดินทางมาร่วมกันมากขึ้น
”
บัดนี้ เจดีย์วิญญาณบรรพกาล ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่าง
ใจกลาง นครหมื่นทวีป กับ เขตพระราชฐาน ดังนั้นสิ่งแรกที่
เหล่าราชทูตได้แลเห็น ก็คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาลที่ตั้ง
ตระหง่านสูงขึ้นไปถึงสวรรค์ แน่นอนว่าเหล่าราชทูตที่ไม่ได้
ทราบข่าว ก็จะตกตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่ได้แลเห็น
” ข้าคิดว่าพวกมันคงจะทราบอยู่แล้ว ว่าในครั้งนี้เสด็จ
พ่อสนับสนุนพวกมันให้ท้าทายเราด้วยพระองค์เอง!” โอรส
เล่อกล่าวขึ้นพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาคงรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว
ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก มีผู้คนและปีศาจที่
น่าสะพรึงกลัวอยู่มากมาย อีกทั้งพวกมันแทบทุกคนยัง
เดินทางมาด้วยความเกลียดชังอย่างเหลือแสน จึงเป็นเรื่อง
ง่ายที่จะควบคุมปลุกปันให้ความขุ่นเคืองนี้รุนแรงมากขึ้น
หลังจากเดินเข้ามาได้ไม่กี่ก้าว พวกเขาก็รู้สึกว่ามีสายตา
มากมายกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ แต่เมื่อกวาดสายตาดู
โดยรอบแล้ว ก็ยากที่จะรับรู้ว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากไม่มีผู้ใดอยู่
ใกล้บริเวณนี้ เพราะดวงตาเหล่านั้นจับจ้องมาจากภายใน
จวนหลังใหญ่ ด้วยการมองทะลุผ่านกำแพง ตรวจสอบ อู่ อวี้
กับพรรคพวก
ท่ามกลางสายตาเหล่านั้น คาดว่ามียอดฝีมือสองสามคน
ที่อยู่ในระดับเดียวกับผู้บัญชาการกองทัพอย่างชวีอิ๋นด้วย
หลังจากลงราชรถ พวกเขาก็รีบเดินทางมายังประตู
เมืองนครหมื่นทวีปทันที มิฉะนั้นหากอยู่ภายใน ความรู้สึก
ที่ว่าถูกจับจ้องตรวจสอบโดยผู้แข็งแกร่งจำนวนมาก ทำให้
เขารู้สึกอึดอัดมากจริง ๆ
มีผู้คนมากมายเดินทางเข้าออกประตูนครหมื่นทวีป
ประตูนครแห่งนี้ตั้งสูงตระหง่านกว่า 100 จ้าง และกว้าง
ประมาณ 50 จ้างดูยิ่งใหญ่งดงามมาก แม้กระทั่งปีศาจที่
กลับคืนสู่ร่างจริงก็ยังสามารถเดินทางข้ามผ่านเข้าไปได้
ดังนั้นเหล่าราชทูตหมื่นทวีปจึงไม่จำเป็นต้องบินทะยานข้าม
ผ่านประตูนครเข้าไป
ยามนี้ มีผู้คนมากมายอยู่ภายในประตูนคร เป็นไปได้ว่า
อาจมีโอรสพระธิดา เจ็ดแปดคนรวมอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งรวมถึง
เหล่าผู้ติดตามอีกนับร้อย ดูเหมือนโอรสเล่อจะล่าช้าไป
เล็กน้อย
ก่อนที่ราชทูตหมื่นทวีปจะมาถึง พวกเขาจะได้รับการ
ต้อนรับจากผู้บัญชาการกองทัพหลักด้านนอกนครเทวะ
นอกจากนี้ยังมีเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และราชวงศ์ที่คอย
กำกับดูแล ต่อมาขุนพลมังกรฟั้าจะพาพวกเขาเข้าสู่นครเท
วะ จนกระทั่งมาถึงนครหมื่นทวีป จากนั้นพวกเขาจะได้รับ
การต้อนรับจากเหล่าโอรสพระธิดา นำพาไปสู่สถานที่พักของ
พวกเขา
ถึงแม้อาคันตุกะเหล่านี้จะมาจ่ายค่าคุ้มครองให้กับ
จักรพรรดิโบราณ แต่ชาวเหยียนหวงก็ไม่อาจยั่วยุพวกเขาได้
เนื่องจากอาคันตุกะเหล่านี้มีพื้นเพสูงส่ง อีกทั้งยังมีผู้
แข็งแกร่งมากมาย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรักษามารยาทขั้น
พื้นฐานไว้ ชาวเหยียนหวงถือเป็นตระกูลอันดับหนึ่งภายใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ คงไม่ดีเท่าไหร่หากทำให้คนนอกรู้ว่าชาว
เหยียนหวงไร้มารยาท ปั่าเถื่อนหยิ่งทะนง นี่คือคำที่ผู้คน
ภายนอกตั้งให้แก่พวกเขา
“ เสด็จพี่ทั้งหลาย น้องมาสายต้องขออภัยด้วย ”
หลังจากมาถึง โอรสเล่อก็กล่าวขึ้นอย่างสุภาพ เขามิได้หยิ่ง
ทะนงจากการที่ตนได้รับความสนใจจนไม่เห็นหัวผู้ใด แต่เมื่อ
อยู่ต่อหน้าโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ เขาก็ยังปฏิบัติตัวอย่าง
สุภาพยิ่ง
อู่ อวี้ แลเห็นว่ามีโอรสพระธิดาหลายคนที่เขารู้จักอยู่ที่นี่
เช่นพระธิดาอิง โอรสเฉิน โอรสเฉิง พวกเขาทั้งหมดล้วน
ปราชัยอยู่ภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้ ยังมีบางคนที่ดูอายุน้อย
กว่านั้น ซึ่งฝึกฝนบำเพ็ญตนมาเพียงประมาณหนึ่งหรือสอง
ร้อยปี หรือแม้กระทั่งใกล้เคียงสามร้อยปี ถึงแม้พวกเขาจะมี
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับโอรสเล่อ แต่ก็ดูมีเค้าโครงของชาย
หญิงวัยกลางคน แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขา
นัก
โดยรวมแล้ว โอรสพระธิดาเหล่านี้ถือว่าไม่เลวเลย
ทีเดียว ทั้งความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของพวกเขา ถือว่า
อยู่ในระดับบนสุดของชมพูทวีปโลกธาตุเลยก็ว่าได้ แต่ช่าง
น่าแปลก ที่ไม่มีผู้ใดโดดเด่นเหนือฝูงชนจนทำให้ทั่วทั้งโลก
หล้าสั่นสะเทือนเพราะในท้ายสุดแล้วพวกเขาเป็นของบุตร
จักรพรรดิโบราณ ดังนั้นย่อมต้องมีคนที่สืบทอดพรสวรรค์
เหนือธรรมดาของจักรพรรดิโบราณมาด้วย …
แล้วในช่วงเวลานี้เอง โอรสเล่อ ผู้แสนโด่งดังก็ปรากฏ
ตัว เขาฝึกฝนบำเพ็ญตนมาไม่ถึง 50 ปี ก็ใกล้จะบรรลุ
อาณาจักรค้นหาเตาขั้นที่ 3 แล้ว ในระยะเวลา 100 ปี ด้วย
ความเร็วระดับนี้ หากเขาสามารถบรรลุระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 ได้แล้วล่ะก็ ถือว่าเขาเป็นอัจฉริยะอันดับ
หนึ่งในชมพูทวีปโลกธาตุเลยก็เลยก็ว่าได้ เป็นอัจฉริยะที่
เหนือกว่าทุกผู้คน
สำหรับโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ ขีดจำกัดสูงสุดของพวก
เขา คงเป็นดั่ง จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ ไม่ก็จักรพรรดิทักษิณ
สวรรค์ ถึงแม้จะมิใช่ปัญหาใหญ่มากนัก แต่ก็ถือเป็นเรื่องยาก
ที่พวกเขาจะบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ
อาจเป็นเพราะโอรสเล่อโดดเด่นเกินไป ดังนั้นเมื่อเขาพูด
จึงไม่มีผู้ใดสนใจเขา เหล่าโอรสพระธิดาจับกลุ่มพูดคุย
หัวเราะสนุกสนานกัน โดยไม่สนใจโอรสเล่อแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะความพ่ายแพ้ของโอรสเหยียน
ทำให้พวกเขาตระหนักถึงความสามารถของโอรสเล่อ ดังนั้น
พวกมันทั้งหมด จึงถือโอรสเล่อเป็นคู่แข่งและเปั้าหมาย
ตำแหน่งของจักรพรรดิเหยียนหวง เป็นเสมือนดั่ง
ความหวังในการบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ดังนั้นการที่
โอรสพระธิดาเหล่านี้ไม่ยอมแพ้ จึงถือเป็นเรื่องปกติ
ในเมื่อพวกมันมิได้ให้ความสนใจกับตนเอง โอรสเล่อจึง
รู้สึกเกียจคร้านเกินกว่าจะมาสนใจพวกมัน เขายืนอยู่กับ อู่
อวี้ และ คนอื่น ๆ รอคอยราชทูตหมื่นทวีปมาถึง นี่คือภารกิจ
ที่เขาได้รับมอบหมายจากมหาอุปราช ดังนั้นเขาต้องปฏิบัติ
ตาม
แล้วในเวลานี้เอง ก็มีโอรสผู้หนึ่งเดินมาเบื้องหน้าโอรส
เล่อ