กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1017 โอรสโหยว
พระโอรสองค์นี้อายุอานามเข้าใกล้วัยกลางคน เห็นได้
ชัดว่าน่าจะฝึกฝนบำเพ็ญตบะมาแล้วกว่าสองร้อยปี ส่วน
พื้นฐานฝึกตนก็อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 4
หมายความว่าต่อจากนี้อีก 300 ปีเขาจะอยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 และ ขั้นที่ 8 ไม่ก็ขั้นที่ 9 มีความ
เป็นไปได้ว่าความสามารถของเขาจะเทียบเคียงได้กับ
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์
สำหรับชมพูทวีปโลกธาตุแล้ว ความสามารถดังกล่าวอยู่
ในระดับบนสุดเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบกับ อู่ อวี้
แล้ว โอรสองค์นี้ยังห่างชั้นกับเขามากนัก
โอรสผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมยาวสีดำทอง ร่างสูงโปร่งเพรียว
ยาว ดูเจิดจ้าสว่างไสวประดุจคบเพลิง เวลาเยื้องย่าง ประดุจ
ดั่งมังกรเหินก็มิปาน แผ่แรงกดดันพุ่งทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์
ตรงกลางระหว่างคิ้วปรากฎอักษรเก่าแก่โบราณว่า ‘โหยว’ อู่
อวี้ จึงรู้ทันทีว่าบุคคลผู้นี้ก็คือ ‘โอรสโหยว’
โอรสโหยวย่อมมีอายุอ่อนกว่าโอรสเหยียน แต่มีอายุ
มากกว่าโอรสเล่อประมาณ 150 ปี หากอยู่ในโลกมนุษย์ ด้วย
อายุขัยขนาดนี้จัดว่าเป็นปูั่ของโอรสเล่อเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าโอรสโหยวจะฝึกฝนบำเพ็ญ
ตน และดูแลรักษาร่างกายของตนเองเป็นอย่างดี ทำให้
ใบหน้าของมันยามนี้เปล่งปลั่งประดุจดอกกุหลาบ แฝงไป
ด้วยกลิ่นอายของผู้สูงศักดิ์ซึ่งเปียมไปด้วยความกล้าหาญ
อย่างบางเบา ถึงแม้จะไม่อาจเทียบเคียงได้กับ หนานซาน
หวางเยว่ ที่ฝึนฝนบ่มเพาะ ‘กายาจักรพรรดิเซียนเก้า
แปรเปลี่ยน’ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับบรรดาโอรสด้วยกันแล้ว
ก็ถือว่ามันหล่อเหลามากทีเดียว
เหล่าโอรสพระธิดาองค์มองโอรสเล่อด้วยสายตาเย็นชา
แต่โอรสโหยว กลับเดินเข้ามาโอรสเล่อ
“ เสด็จพี่มีอะไรเช่นนั้นหรือ? ”
โอรสโหยวทำสายตาเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็เดินไปด้านหน้า
พร้อมกล่าวว่า “ เสด็จพี่มีปัญหาติดขัดเล็กน้อย หัวใจข้า
ตอนนี้รู้สึกสับสนปันปั่วนยิ่งนัก ไม่ทราบว่าจะเป็นการเสีย
มารยาทหรือไม่ถ้าข้าจะถามไถ่เรื่องนี้? ”
ในใจโอรสเล่อแอบยิ้มเยาะ ถึงอย่างไรเขาก็ตอบกลับไป
อย่างสุภาพ ” ไม่ทราบว่าเสด็จพี่มีข้อสงสัยในเรื่องใด? เชิญ
ท่านกล่าวมาได้เลย หากน้องทราบ…น้องย่อมจะช่วยปัดเปั่า
ข้อสงสัยในใจของเสด็จพี่ให้คลี่คลายอย่างแน่นอน ”
เวลานี้โอรสพระธิดาทำเป็นพูดคุยหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ
กันอย่างสนุกสนาน แต่แท้จริงแล้วความสนใจของพวกมัน
ทั้งหมดอยู่ที่โอรสเล่อ
หลังจากโอรสเล่อเปิดทางให้เช่นนี้ โอรสโหยวก็ยิ้ม
เล็กน้อยอย่างเข้าทาง แล้วรีบพูดขึ้นว่า ” ข้าเพิ่งได้ยินมาว่า
เสด็จพ่อดูแลใส่ใจน้องเป็นอย่างมาก ในตอนนี้ด้านนอกร่ำลือ
กันหนาหูว่าน้องจะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ โดยเฉพาะ
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เพื่อให้น้องพอใจ… แม้กระทั่งมหา
อุปราชถึงกลับยอมลงทุนตัดสินเสด็จพี่เหยียนของพวกเรา
ทั้ง ๆ ที่ครั้งหนึ่งเสด็จพี่เหยียนเคยสร้างผลงานคุณงามความ
ดีมากมายให้กับชาวเหยียนหวง แต่กลายเป็นว่าคุณงาม
ความดีที่ท่านที่อุตส่าห์สั่งสมมา กลับหายไปจนเกลี้ยง
เพียงแค่นี้ก็สามารถอธิบายได้แล้วว่าน้องคือผู้ถูกเลือกใช่
หรือไม่? ”
น้ำเสียงแปลก ๆ ของมันแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน
แม้ว่าอีกจะไม่พูดตรงประเด็น แต่โอรสก็ล่วงรู้
จุดประสงค์ที่แท้จริงของมันอยู่ดี ถ้ากล่าวถึงในเรื่องของพลัง
ฝีมือแน่นอนว่าโอรสเล่อไม่มีทางเอาชนะพวกมันได้ แต่ถ้า
เขายิ่งคิดเช่นนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขาเสียเปรียบไปโดยเปล่า
ประโยชน์ แล้วคนเหล่านี้จะยิ่งกดขี่เขามากขึ้น เมื่ออยู่ใน
สนามการแข่งขันทุกคนจะต้องสู้อย่างยุติธรรม ดังนั้นเขาจึง
ตอบกลับด้วยความสุขุมเยือกเย็น ” น้องว่าเสด็จพี่กังวล
เกินไป ทั้งหมดล้วนเป็นข่าวโคมลอยทั้งสิ้น เรื่องจริงหาได้
เป็นเช่นนั้น ทั้งอายุแลประสบการณ์ของน้องล้วนยังอ่อนด้อย
น้องจึงไม่เคยคิดไปไกลถึงเพียงนั้น ข่าวนี้น่าจะถูกปล่อย
ออกมาด้วยมีเจตนาต้องการให้พวกเราเหล่าพี่น้องแข่งขันกัน
แต่หาได้มีผลอันใดกับข้า เสด็จพ่อไม่ได้ดูแลน้องเป็นพิเศษ
ในชีวิตนี้น้องยังไม่เคยยืนต่อหน้าเสด็จพ่อแล้วพูดคุยกับท่าน
เลยสักครั้ง ส่วนเรื่องของเสด็จพี่เหยียน… นั่นเป็นเพราะท่าน
ทำผิดไปจริง ๆ มหาอุปราชเลยตัดสินไปตามกฎมณเฑียร
บาล หาได้เกี่ยวข้องกับข้าไม่ ”
ความหมายที่โอรสเล่อกล่าวออกไปนั้นหมายความว่า
ข่าวลือที่เหล่าโอรสพระธิดาได้ยินมาล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล
ทั้งเพ เรื่องของโอรสเล่อเป็นเพียงแค่ข่าวโคมลอย เป็นแค่
เรื่องซุบซิบเท่านั้น อย่างไรก็ตามด้วยเพราะข่าวนี้ได้รับความ
สนใจมากเกินไป ดังนั้นต่อให้ โอรสเล่อ ปฏิเสธมันก็หาได้มี
ผลอันใด
ซึ่งคำตอบของเขาก็นับว่าสมเหตุสมผลไม่น้อย ด้วยอายุ
อานามที่ยังอ่อนเยาว์เกินไป โอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ ยากจะ
เชื่อได้ แม้ว่าโอรสเล่อจะมีความสวรรค์สูงส่งเพียงใด เหล่า
โอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ ต่างก็คิดว่าพวกเขาสามารถเขี่ย
โอรสเล่อไปให้พ้นทางได้อย่างง่ายดาย
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ โอรสโหยวก็รีบพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ว่า ” ช่างมันเถอะ… ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ อีกอย่างเราเองก็ยัง
ไม่ค่อยแน่ใจเช่นกัน พูดตามตรงพวกเรามีดีมากกว่าเจ้านัก
แต่สิ่งที่เจ้าได้รับทำให้พวกเราทุกคนรู้สึกอิจฉาริษยามาก
หากภายภาคหน้าถ้าเจ้าได้ดิบได้ดีกลายเป็นจักรพรรดิองค์
ใหม่ ก็ขอให้อย่าลืมข้าก็แล้วกัน ว่าครั้งหนึ่งยามที่เจ้ายัง
เยาว์วัยพี่ชายผู้นี้ได้มอบสมบัติมากมายให้แก่เจ้า ”
คงต้องยอมรับว่าสำหรับเรื่องนี้มันนานเสียจนโอรสเล่อ
จดจำไม่ได้เลยจริง ๆ
“ น้องว่าเสด็จที่คิดมากไปจริง ๆ นั่นแหละ เสด็จพ่อ
อาจจะมิได้หมายความเช่นนั้น ข้าคิดว่าเรื่องนี้เราไม่ควรเก็บ
เอามาคิดหรือใส่ใจด้วยซ้ำ น้องเรามุ่งความสนใจมาที่การ
ต่อสู้แข่งขันของเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปครั้งนี้กัน
ดีกว่า ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาของโอรสโหยวก็เปล่งประกาย
ขึ้นมาทันที จากนั้นก็พูดว่า ” เจ้าอย่าบอกนะว่า! น้องลืม
ความดีที่พี่ชายคนนี้ทำให้เมื่อในอดีตไปหมดสิ้นแล้ว! พี่ชาย
แสนดีคนนี้อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ในเมื่อมหาอุปราชโปรดปรานเจ้ามากมายถึงเพียงนั้น เขา
จะต้องกระซิบบอกความลับดี ๆ ของเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลให้เจ้าฟังบ้างใช่หรือไม่ ? หากเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ปาก
เจ้าว่า เจ้าก็ควรแบ่งปันข้อมูลให้พี่ชายคนนี้ฟังบ้างสักนิดสัก
หน่อยจะเป็นไรเชียว ? ”
ในเมื่ออีกฝั่ายยกตนข่มท่านเช่นนี้ โอรสเล่อก็ชักเริ่มมี
น้ำโหขึ้นมาตงิด ๆ เขาขมวดคิ้วส่ายศีรษะแล้วตอบกลับไป
ว่า ” หม่อมฉันจะไปมีข้อมูลเช่นนั้นได้อย่างไร มหาอุปราช
เปิดเผยเรื่องนี้เช่นเดียวกับที่บอกพวกท่าน เสด็จพี่อย่าคาด
เดาอะไรไปเรื่อยเปือยเช่นนี้จะดีกว่า ”
” เป็นไปไม่ได้หรอก! มันต้องมีสักนิดสักหน่อยสิน่า ถ้า
เจ้าบอกข้ารับรองว่าข้าจะไม่ปากโปั้งแพร่งพรายบอกผู้ใด ”
โอรสโหยวพยายามคะยั้นคะยอลดเสียงกระซิบกระซาบขณะ
พูดคุย เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการให้คนอื่น ๆ ได้ยิน แต่เป็น
เพราะ อู่ อวี้ ยืนอยู่ใกล้โอรสเล่อทำให้เขาได้ยินทุกอย่าง
ชัดเจนมาก
” หม่อมฉันบอกว่าไม่มี ก็ไม่มี ” โอรสเล่อยังคงถูก
คะยั้นคะยอไม่เลิกเช่นนี้ ก็ชักเริ่มรำคาญอยู่ไม่น้อย ” เสด็จพี่
เชิญกลับไปก่อน ”
โอรสโหยวยิ้มแล้วมองเขาอย่างเย็นชาพร้อมพูดว่า ”
ความหมายคือเจ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา จะไม่ยอมบอกข้า
ใช่หรือไม่ ? ”
โอรสเล่อกล่าว ” หม่อมฉันมิกล้า แต่ท่าทีข่มขู่เช่นนี้ของ
เสด็จพี่ ถือว่าไม่ให้เกียรติข้า ดังนั้นโปรดถอยไปด้วย”
ในตอนนี้เขาได้ตระหนักตัดสินใจเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่า
โอรสโหยวผู้นี้ยากที่จะพัวพันด้วย โอรสเล่อก็เริ่มรู้สึกเกลียด
ชังเขาเช่นกัน
” จิ๊ ๆ ๆ ดูเหมือนโอรสสวรรค์จะไม่พอใจซะแล้ว ข้ามัน
ก็แค่สามัญชนคนธรรมดา จะไปกล้าทำให้ท่านขุ่นเคืองได้
อย่างไร? โอรสเล่อ ยอมรับมาเถอะ ว่าเจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้
ถูกเลือกใช่หรือไม่? แลเห็นพวกเราพี่น้อง เป็นเพียงขยะที่ไม่
ควรค่าให้ใช้ตามอง? ” โอรสโหยว กล่าวเยาะเย้ย พูดตาม
ตรง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันแสดงออกไป เป็นแค่การเสแสร้งยั่ว
อารมณ์เท่านั้น
สำหรับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เหล่าโอรสพระธิดาต่าง
ตัดสินใจแตกต่างกันไป บางคนคิดว่าพวกมันควรรอดู
สถานการณ์ต่อไป บางคนก็ไม่อาจระงับความรู้สึกของตัวเอง
ได้ มันไม่เชื่อว่าโอรสเล่อมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ถูกเลือก ก่อน
อู่ อวี้ ปรากฎตัวน้องชายผู้นี้หาใช่คู่แข่งในสายตาของพวก
มันไม่ ในสายตาของพวกมันโอรสเล่อเป็นเช่นดั่งตุ๊กตาตัว
น้อยเสมอ
” บอกข้ามา… เจดีย์วิญญาณบรรพกาลมีความลับอะไร
ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าพี่ผู้ชายผู้นี้จะทำให้
เจ้าต้องอับอายหรือไร? ” โอรสโหยวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูด
ณ จุดนี้ผู้ที่โดนอีกฝั่ายกดขี่ต่อหน้าโอรสธิดาจำนวนมาก
เช่นนี้ โอรสเล่อจะทานทนได้อย่างไร โดยปกติแล้วคนส่วน
ใหญ่จะไม่หาเรื่องผู้ใดกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ แต่นี่คือโอรส
โหยว มันเป็นประเภททำได้ทุกอย่าง โดยไม่สนเวล่ำเวลาดู
ความเหมาะสม
เมื่อเขาถูกกดดันมาก ๆ โอรสเล่อก็ถอยฉากมาหลบอยู่
ด้านหลัง อู่ อวี้
เป็นไปได้ว่าจิตใต้สำนึกคงร้องเตือนเขาโดยไม่รู้ตัวว่ามี
เพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่สามารถขัดขวางโอรสโหยวได้
ส่วนทางด้านโอรสโหยวก็เชื่อมั่นไปแล้วสิบส่วนว่า มหา
อุปราชได้บอกข้อมูลบางอย่างกับโอรสเล่อ
ท่ามกลางสายตาจากผู้คนจำนวนมาก ฝั่ายตรงข้าม
ตั้งใจข่มขู่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับโอรสเล่อไม่หยุดหย่อน
ทำให้ อู่ อวี้ ไม่อาจทนเพิกเฉยได้อีกต่อไป ระหว่างนั้นเอง
โอรสโหยวก็เดินเข้ามา และพยายามเลี่ยง อู่ อวี้ เพื่อจะเข้า
ไปพูดคุยกับ โอรสเล่อ แต่แล้วเขาก็ยื่นมือออกไป ขวางฝั่าย
ตรงข้ามเอาไว้ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” โอรสโหยว นี่คือประตู
นครหมื่นทวีป โปรดให้เกียรติคนในราชวงศ์ด้วย อย่าให้มัน
มากเกินไปนัก ”
เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้ โอรสเล่อ ต้องการความสามารถ
ของเขา แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ
ไม่คาดคิดว่า อีกฝั่ายตั้งใจรอให้ อู่ อวี้ ออกหน้ามานา
แล้ว ดังนั้นเมื่อเขาพูดจบประโยค ฝั่ายตรงข้ามก็ตะโกนใส่
หน้า อู่ อวี้ ทันที ” สุนัขประจบ เจ้ามีสิทธิ์อันใด ถึงได้กล้ามา
สั่งสอนเรื่องเกียรติ์ของราชวงศ์กับข้า? ข้ากำลังพูดกับ
น้องชาย แล้วเจ้ามีคุณสมบัติใดถึงได้พูดแทรกขึ้นมา!”
อู่ อวี้ ฟังจากน้ำเสียงและคำพูดน่ารังเกียจของมัน ดู
เหมือนว่าฝั่ายตรงข้ามจะรอตำหนิตนเองมานานแล้ว
” เจ้านะสิลูกสุนัข ไม่ว่าจะพูดสิ่งใดก็มีแต่เรื่องเลว ๆ ต่ำ
ช้าที่สุด!” เย่ซีซีสวนขึ้นทันควัน อู่ อวี้ มิได้สนใจมันมากนัก
เนื่องจากเขารู้ว่านี่เป็นเพียงการยั่วยุของอีกฝั่าย หากเขาลง
มือก่อน ก็จะถือเป็นการดูหมิ่นราชวงศ์ จนทำให้มหาอุปราช
ต้องออกหน้า และแน่นอนว่าคนแรกที่สมควรโดนลงโทษ ก็
คือผู้ที่ลงมือก่อน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าบทลงโทษก็คือ
การสั่งห้ามมิให้ผู้กระทำความผิดเข้าร่วมจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีป
กล่าวได้ว่านี่คืออีกหนึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝั่าย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับคำยั่วยุของมัน
แต่ไม่ใช่กับ เย่ซีซี นางหาได้คิดอะไรลึกซึ้งถึงเพียงนั้น
นางคิดว่า อู่ อวี้ เป็นคนสำคัญของนาง ดังนั้นเมื่อได้ยินโอรส
โหยวพูดจาน่ารังเกียจ พ่นคำดูถูกเหยียดหยามใส่ อู่ อวี้
สารพัด นางจึงไม่อาจทนอยู่เฉยได้ และด่าสวนกลับไปทันที
เดิมทีโอรสโหยวรู้สึกว่าผู้ที่สมควรโกรธก็คือ อู่ อวี้ ไม่
คาดคิดว่าผู้ที่ด่าสวนกลับมาจะเป็นเย่ซีซี ส่งผลให้โทสะของ
มันพวยพุ่งขึ้นในทันที
” นังหมูตัวเมีย เป็นแค่ขยะแท้ ๆ แต่บังอาจดูถูกข้า
เช่นนั้นหรือ! จงตายซะ! ”
ขณะที่พูดโพล่งออกมา มันก็เงื้องมือตบเข้าใส่หน้าเย่ซีซี
ทันที ด้วยเพราะคิดว่าการที่สามัญชนก่นด่าราชวงศ์นั้นถือ
เป็นความผิด ดังนั้นมันจึงมีข้ออ้างให้ลงมือ
ถูกต้องแล้ว จุดประสงค์ที่แท้จริงของมัน คือไม่ต้องการ
ให้ อู่ อวี้ มีส่วนร่วมกับจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้
เนื่องจากทราบดีว่าการช่วยเหลือสนับสนุนของ อู่ อวี้ ทำให้
โอรสเล่อเปล่งประกายสะดุดตามากยิ่งขึ้น
เสริมกับข่าวลือที่ว่า ภายในงานจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
ครั้งนี้ จักรพรรดิโบราณจะคัดเลือกจักรพรรดิเหยียนหวงคน
ใหม่ ดังนั้นมันจึงพยายามหาหนทางตัดไฟแต่ต้นลมให้จงได้
ตูม!
ทันใดนั้นเองก็บังเกิดเสียงดังกังวานขึ้น แต่ต้นกำเนิดไม่
ได้มาจากฝั่ามือของโอรสโหยวที่ตบเข้าใส่หน้า เย่ซีซี แต่กลับ
เป็นเสียงที่ถูก อู่ อวี้ หยุดยั้งไว้ ในช่วงจังหวะนี้เอง อู่ อวี้ ก็
ระเบิดพลังอำนาจแห่งกายเนื้อ ทำให้มือที่กำแขนของฝั่าย
ตรงข้าม แข็งแกร่งประดุจดั่งเหล็กกล้าก็มิปาน
ช่วงเวลานี้ทุกสรรพสิ่งเงียบกริบ
” หวังว่าโอรสโหยวคงจะไม่ถือโทษโกรธเคือง ภารกิจ
ของพวกเราในวันนี้คือการต้อนรับเหล่าราชทูตหมื่นทวีป
ขอให้พระองค์โปรดอย่าได้วู่วาม ไม่เช่นนั้นคนภายนอกจะ
เห็นเราเป็นตัวตลกเอาได้ ” อู่ อวี้ ยิ้มเล็กน้อย แล้วปล่อยมือ
ฝั่ายตรงข้ามอย่างอ่อนโยน
อันที่จริงเวลานี้มีคนจำนวนมากเฝั้ามองดูอยู่แล้ว หนำ
ซ้ำยังมีคนต่างถิ่นจำนวนมากกำลังให้ความสนใจ
“เสด็จพี่โกรธยั้งมือ อย่าให้มากเกินไปนัก ” โอรสเล่อพูด
ขึ้น ยามนี้เย่ซีซีได้มาหลบอยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้ นางรู้ว่า
ตัวเองหุนหันพลันแล่นเกินไปจนทำอะไรไม่ยั้งคิด ด้วยเหตุนี้
นางจึงไม่ปริปากพูดอันใดออกมาอีก แต่นางก็ยังเห็นว่า
หนานซาน หวางเยว่ ยกนิ้วโปั้งแสดงความชมเชยให้กับนาง
“ฮ่าฮ่า … ” โอรสโหยวหัวเราะออกมา แววตาท่วมท้น
ไปด้วยความโกรธแค้น จ้องมอง อู่ อวี้ เขม็งแล้วพูดว่า ” คน
ของเจ้าไม่เบาเลยจริง ๆ กล้าโอหังดูหมิ่นองค์ชาย ทุกคนใน
นี้ต่างเป็นพยานว่าราชอารักษ์เล่อกล้าที่จะหยุดมือของข้า
หาญกล้าสั่งสอนดูหมิ่น กระทำของเขาไม่เห็นหัวข้าเลยสัก
นิด เข้ามาแทรกแซงการมีปากเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างพี่
น้องซึ่งหาได้เกี่ยวกับเจ้าไม่! ”
หลังจากนั้นมันก็หันกลับมามองที่โอรสพระธิดาองค์อื่น
ๆ
” ใช่! บังอาจหยามหมิ่นเกียรติโอรส พวกเจ้าทั้งสองต้อง
ถูกจับไปขังคุกซะ”
” ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต้องคุกเข่าขอขมา ไม่ต้องเข้ามา
ยุ่งเกี่ยวกับราชกิจ “