กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1019: ภูตเทวะ
สำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ ท่ามกลางสายตาผู้ชม โอรสโหยวคือผู้
ลงมือก่อน บัดนี้กระบี่หนักล่าวิญญาณ และ ไข่มุกราชาดูด
วิญญาณ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้งสองชิ้นกำลังฟาดฟัน
เข้าใส่จากด้านบนศีรษะของ อู่ อวี้
เหล่าราชทูตหมื่นทวีป ต้องการเห็นพลังของโอรสแห่ง
ราชวงศ์เหยียนหวงอันยิ่งใหญ่ แล้วบัดนี้พลังฝีมือของโอรสโหยว
ก็ประจักษ์แก่สายตาของทุกผู้คน แสดงให้เห็นว่าตัวมันมี
คุณสมบัติคู่ควรแก่การเป็นโอรสของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าให้
เปรียบเทียบกับคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ในอาณาจักรอื่น ๆ
คงต้องบอกว่ามีเพียงไม่กี่คนที่มีฝีมืออยู่ในระดับนี้
ช่วงเวลาที่โอรสโหยวแสดงแสนยานุภาพ พลังอำนาจของ
มันมากเพียงพอที่จะปิดปากพล่อย ๆ ของผู้คนจำนวนมากก่อน
หน้านี้
ในชั่วขณะนี้เองไข่มุกราชาดูดวิญญาณที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ
ของ อู่ อวี้ ก็ปรากฏเงาร่างที่สวมใส่ชุดคลุมสีดำออกมาจาก
ภายในไข่มุกสีแดงโลหิต ทั่วทั้งร่างของบุคคลชุดดำนี้ปกคลุมไป
ด้วยหมอกโลหิต เพียงชั่วพริบตาที่มันปรากฏตัว บรรยากาศทั่ว
ทั้งประตูนครหมื่นทวีป ก็จมเข้าสู่ห้วงแห่งความเย็นยะเยือกและ
บ้าคลั่งทันที เสมือนดั่งกำลังตกอยู่ในนรกอเวจีก็มิปาน ผู้คน
มากมายที่จับจ้องไปยังเงาร่างนั้น ต่างรู้สึกราวกับว่าวิญญาณ
ของตนเองกำลังถูกดึงดูดออกจากร่าง
“เวทภูตเทวะดูดวิญญาณ!”
ชั่วอึดใจที่โอรสโหยวใช้ออกโดยวงเวทของไข่มุกราชาดูด
วิญญาณ เงาร่างชุดคลุมสีดำที่ถูกเรียกว่าภูติเทวะ ก็มลายหายไป
พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนกลายเป็นสิ่งที่ดูเสมือนดั่งธาราโลหิต แผ่
ขยายโอบล้อมกลืนกิน อู่ อวี้ มาจากด้านบนศีรษะ
ในเวลาเดียวกันนั้น โอรสโหยว ก็แสดงท่าทางเย้ยหยัน
พร้อมทั้งลงมือโจมตีทันที มือทั้งสองข้างที่ถือจับกระบี่หนักล่า
วิญญาณ ถูกตวัดฟันลงสู่เบื้องล่างอย่างรุนแรง กระบี่หนักล่า
วิญญาณส่งส่งเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วทุกแห่งหน จนผู้ที่ได้
ยินรู้สึกตื่นตระหนกไปตาม ๆ กัน ชั่วพริบตานั้นเอง โอรสเหยาก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสมือนดั่งอสูรร้าย ที่หมายมาดฉีกกระชาก
ร่างของ อู่ อวี้ เป็นชิ้น ๆ
“เวทพันกระบี่วิญญาณทองคำสูญ!”
ทันใดนั้นกระบี่หนักก็ปลดปล่อยคมกระบี่ทองคำนับพันเล่ม
พุ่งทะยานตัดผ่าเข้าใส่ อู่ อวี้ ชั่วอึดใจนี้ ราวกับว่า อู่ อวี้ โดน
พลังอำนาจทั้งหมดกลืนกินหายไปอย่างสมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่า
โอรสโหยวคิดเช่นเดียวกับเขา ว่านี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะต่อสู้ยืดเยื้อ
ได้ ดังนั้นมันจึงต้องการสยบ อู่ อวี้ โดยเร็วที่สุด มันจึงตัดสินใจ
ทุ่มสุดกำลัง ใช้วงเวททั้งสองออกอย่างพร้อมเพรียง โดย
ผลกระทบจาก เวทภูตเทวะดูดวิญญาณ จะสร้างความเสียหาย
อย่างรุนแรงให้แก่ อู่ อวี้ หากการโจมตีด้วยวงเวทนี้ประสบ
ความสำเร็จ อู่ อวี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนในการรักษา
ฟืนฟู นอกจากนี้หลังจากการฟืนตัว มีแนวโน้มว่าเขาจะ
กลายเป็นคนเสียสติฟันเฟือนสูงมาก
ชั่วขณะที่ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณระเบิดพลังอำนาจ
ออกมาถึงขีดสุด ดูราวกับว่า อู่ อวี้ จะไร้ซึ่งอำนาจในการต่อต้าน
อย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตราย
ดังกล่าว แต่ อู่ อวี้ ก็แสดงสีหน้าเฉยเมย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
ตกใจแม้แต่น้อย บางคนที่แลเห็น ก็รู้สึกว่าเขาเสียสติไปแล้วหรือ
อย่างไร
สามารถแลเห็นได้ว่าชั่วพริบตานี้เอง อู่ อวี้ ถูกมหาวงเวท
โจมตีทั้ง 2 กลืนหายเข้าไปอย่างสมบูรณ์!
ในสายตาของผู้คน เป็นไปได้ว่า อู่ อวี้ จะตกตายจากการ
โจมตีครั้งนี้!
โอรสพระธิดาคนอื่น ๆ ตื่นเต้นจนแทบส่งเสียงโห่ร้องออกมา
เลยทีเดียว ท้ายสุดแล้วหาก อู่ อวี้ ถูกสังหารในการต่อสู้ ผู้ที่
ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือพวกมัน แน่นอนว่าผู้ที่ลงมือไม่ใช่
พวกมัน แต่เป็นโอรสโหยว
ตูมมมม!
ทันใดนั้นเองผู้คนก็แลเห็นว่า กระบี่หนักล่าวิญญาณ
กระแทกเข้าใส่บางสิ่งจนปลิวกระเด็นออกไป ส่วนวงเวทของ
ไข่มุกราชาดูดวิญญาณ ดูเหมือนว่ามันจะโจมตีเข้าใส่พื้นที่
โดยรอบ แต่ไม่โดน อู่ อวี้
มหาวงเวทโจมตีทั้งสองล้มเหลว…
อย่างไรก็ตามผู้คนไม่มีเวลาครุ่นคิดเรื่องใดให้มากความ เมื่อ
กระบี่หนักล่าวิญญาณกระเด็นออกไป ทันใดนั้นสิ่งที่เหนือความ
คาดหมายของทุกผู้คนก็ปรากฏขึ้น บัดนี้ร่างของ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ใน
ตำแหน่งเดิมก็ค่อย ๆ ใหญ่โตขึ้นมีความสูงกว่าหกจั้ง ถูกต้องแล้ว
เวลานี้เขาได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเซียนวานรทองคำ!
ด้วยเพราะ อู่ อวี้ ใช้ร่างจำแลงเซียนวานรมาเป็นเวลานาน
แล้ว จวบจนปัจจุบันร่างจำแลงเซียนวานรนี้ได้สร้าง
คุณประโยชน์ให้แก่เขาอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นในด้านความ
แข็งแกร่งทางกายภาพ ความยืดหยุ่น ความทนทานหรือการ
ปั้องกันก็ดี ล้วนเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณสองเท่า
เมื่อผสานกับเทียมฟั้าจรดดินขั้นที่ 3 ซึ่งช่วยยกระดับเพิ่ม
ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของเขาขึ้นอีก 4 เท่า ส่งผลให้บัดนี้
อู่ อวี้ ดูไม่ต่างไปจากปีศาจ เสมือนดั่งเทพเจ้าแห่งกายเนื้อก็มิ
ปาน!
ผนวกกับพลองฟั้าเพลิงผลาญที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง
เก้าสีในมือ กล่าวได้ว่าในเวลานี้ภาพลักษณ์ของ อู่ อวี้ ดูดุร้ายน่า
เกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับเหตุผลว่าทำไม เขาถึงสามารถต้านทานการโจมตี
หมายปลิดชีพทั้งสองของโอรสโหยวได้น่ะหรือ?
แน่นอนว่าเป็นเพราะวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ของ ‘เต่าทอง
ปีกเหล็กเจ็ดดารา’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในอาภรณ์บนร่างของ อู่ อวี้ เมื่อ
ฝั่ายตรงข้ามโจมตีหมายปลิดชีพ วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ก็เปิด
ทำงานปั้องกันการโจมตีนี้ไว้ ส่งผลให้อีกฝั่ายถึงกับเหนื่อยล้าหมด
แรง ส่วนพลังของ อู่ อวี้ นั้นยังคงเปียมล้นเช่นดังเดิม
แล้วทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็โจมตีสวนกลับฝั่ายตรงข้ามไป
ทันที
ร่างกลืนสวรรค์ที่แยกตัวออกไปก่อนหน้านี้ ได้ปรากฏขึ้น
เหนือศีรษะของโอรสโหยวอย่างกะทันหัน พร้อมกับพิมาน
จักรพรรดิเปั่ยหมิงในมือ
“หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์!”
บัดนี้พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงแปรเปลี่ยนเป็นแส้เหล็ก เมื่อ
วงเวทแสดงผลได้เพียงชั่วครู่ ทั่วทั้งโลกหล้าก็ถูกแช่แข็งไปด้วย
ผลึกเหมันต์ โดยมุ่งเน้นเล็งเปั้าหมายไปที่ฝั่ายตรงข้าม มังกรนับ
หมื่นพวยพุ่งเข้าไปหาโอรสโหยวอย่างบ้าคลั่งมาดหมายกลืนกิน
“เก้าทัณฑ์ผลาญฟั้าทลายอเวจี!”
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของ อู่ อวี้ ยามนี้
ก้าวล้ำเกินกว่าพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงไปเสียแล้ว พลองฟั้า
เพลิงผลาญถูกตวัดลงบนศีรษะของโอรสโหยว หลังจากใช้ออก
ด้วยเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง อาณาจักรกายเนื้อของเขาก็บรรลุเข้าสู่
ระดับใหม่ คงต้องตอบว่าแม้แต่ภายในชมพูทวีปโลกธาตุที่กว้าง
ใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ก็ยังไม่เคยพบเห็นผู้ที่มีพลังทางกายภาพ
แข็งแกร่งมากมายเยี่ยงนี้มาก่อน
การจู่โจมจากทั้งสองร่างของ อู่ อวี้ นั้นดูเรียบง่ายอย่างยิ่ง
แต่อันที่จริงมันรุนแรงหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการโจมตีของโอรส
โหยวเสียอีก โดยเฉพาะการโจมตีจากร่างต้นของ อู่ อวี้ ยามนี้
โอรสโหยวอยู่ในสภาพอับจนหนทางมองไม่เห็นชัยชนะ มันรู้สึก
หดหู่ระคนสงสัยว่าเพราะเหตุใด อู่ อวี้ ถึงสามารถสกัดการโจมตี
ของมันได้ แถมเรื่องไม่คาดคิดก็ยังเกิดขึ้นอีก เมื่ออีกฝั่ายโจมตี
สวนกลับใส่มันอย่างทันควัน ในเวลานี้ความตายใกล้เข้ามาทุก
ขณะจิต
“บัดซบ!”
“เวทหมื่นภูตสยบวิญญาณ!” ในช่วงวิกฤตนั้นเอง โอรส
โหยวก็เรียกไข่มุกราชาดูดวิญญาณออกมา สกัดกั้นขัดขวางไว้
เบื้องหน้าตนเอง ภายใต้การทำงานของวงเวทที่สอง บัดนี้ไข่มุก
ราชาดูดวิญญาณได้แตกกระจายออกยังรวดเร็ว แล้วทันใดนั้นก็มี
ภูตผีปรากฏออกมาจากภายใน ในช่วงเวลาที่สั้น ๆ พวกมันก็ก่อ
ตัวเป็นกำแพงปราการดักขวางหน้า อู่ อวี้ เอาไว้ ใน
ขณะเดียวกันร่างกายของมันก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ขึ้น ตอนนี้กายาของมันได้แปรเปลี่ยนเป็นทองคำ นี่คือการ
เปลี่ยนแปลงที่ยกระดับกายเนื้อไปอีกขั้น
นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองในช่วงวิกฤต ส่วนทางฝัง อู่ อวี้ ก็ใช้
ออกเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
ตูม!!! กรี๊ดดดดดด!!!!!
ชั่วขณะที่เหล่าภูตผีพากันส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่าง
โหยหวน พลองฟั้าเพลิงผลาญของ อู่ อวี้ ก็อัดกระแทกลงบน
กำแพงปราการภูตทันที เมื่อโอรสโหยวเห็นภาพดังกล่าว มันก็
ตระหนักทันทีว่าตนเองประเมินพลังของพลองฟั้าเพลิงผลาญต่ำ
เกินไป!
เวทหมื่นภูตสยบวิญญาณได้รับความเสียหายเกินสุดจะ
ต้านทาน บัดนี้กำแพงปราการวิญญาณได้พังทลายลงทันที!
ทันใดนั้นเวทหมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์ ก็ระเบิดมังกร
เทวะเหมันต์จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้าใส่ฝั่ายตรงข้ามทันที
โอรสโหยวที่เพิ่งใช้ ‘กายาทองคำสามภพ’ ออกไป ซึ่งเป็นพลัง
อิทธิฤทธิ์เปลี่ยนแปลงประจำตระกูลของชาวเหยียนหวง’ ได้ถูก
อำนาจของเวทหมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์ตรึงร่างไว้ในก้อน
ผนึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ จนไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย
ได้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พลองฟั้าเพลิงผลาญของ อู่ อวี้ บดขยี้
ทำลายปราการเวทหมื่นภูตสยบวิญญาณของอีกฝั่าย ท่ามกลาง
สายตาตกตะลึงของฝูงชน พลองก็ถูกตวัดฟาดเข้าใส่ร่างของ
โอรสโหยวอย่างฉับพลัน
อู่ อวี้ ตั้งใจควบคุมพลังเอาไว้บางส่วน กระทำเพียงระเบิด
พลังเข้าใส่อีกฝั่ายจนบาดเจ็บอย่างใหญ่หลวง มิเช่นนั้นแล้วยาม
นี้เขาสามารถส่งอีกฝั่ายไปลงนรกได้อย่างง่ายดาย!
“โอรสโหยวววว!”
ลูกสมุนของโอรสโหยวทำได้แค่แผดเสียงตะโกนดังลั่น แต่
มันไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ร่างของโอรสโหยวปลิวลอยละลิ่ว
ราวกับว่าวที่ถูกตัดสายปั่าน ทั่วทั้งร่างของมันปกคลุมไปด้วยสี
ม่วงคล้ำ ซึ่งเกิดขึ้นจากพลังไอเย็นของเวทหมื่นมังกรระบำ
กระชากสวรรค์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างของมัน เพื่อจะมีชีวิต
รอด มันต้องขับไล่ไอเย็นออกไปโดยเร็วที่สุด แต่ถึงจะเป็นอย่าง
นั้นกระดูกทั่วทั้งร่างของมัน รวมถึงอวัยวะทั้ง 5 และเส้นเอ็นเส้น
โลหิตภายในร่าง ล้วนถูกบดขยี้ทำลายจนแตกละเอียดเป็นชิ้น ๆ
แม้แต่จะพยุงร่างลุกขึ้นยังทำไม่ได้ บัดนี้มันได้พ่ายแพ้หมดท่า
อย่างสิ้นเชิง
” นะ นี่มัน… ” ผู้คนต่างร้องอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
ราวกับว่าพวกเขากำลังเห็นเทพเทวาจุติลงมาจากสรวงสวรรค์
บัดนี้ อู่ อวี้ สามารถสยบคู่ต่อสู้ลงได้อย่างราบคาบ โอรสโหยวผู้
แสนหยิ่งผยองก่อนหน้านี้ ปัจจุบันร่วงกองอยู่บนพื้นอย่างหมด
ท่าถูกล้อมรอบด้วยเหล่าลูกสมุน ด้วยผลการประลองที่ปรากฏ
ออกมาอย่างเด่นชัด ทำให้ทุกคนต่างเข้าใจตรงกันว่าพลังฝีมือแล
พรสวรรค์ของทั้งสองแตกต่างกันราวฟั้ากับเหว
” ความสามารถของราชอารักษ์เล่อช่างน่าตื่นตาตื่นใจ เห็น
ว่าอายุอานามของเขาน้อยกว่าโอรสเล่อเสียอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่า
สามารถเอาชนะโอรสโหยวที่บำเพ็ญเพียรมานานกว่า 200 ปีได้
เช่นนี้ เกรงว่าต่อให้ควานหาทั่วทั้งปฐพีนี้ ก็ยากที่จะพบเจอผู้ใดมี
ความสามารถเช่นดั่งเขาผู้นี้ ”
” อู่ อวี้ มีพรสวรรค์ที่ฝืนชะตาท้าลิขิตฟั้าอย่างแท้จริง! ไม่
น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดจักรพรรดิโบราณจึงแต่งตั้งให้เขา
เป็นราชอารักษ์เล่อด้วยพระองค์เอง ”
” แค่มี อู่ อวี้ ต่อจากนี้โอรสเล่อก็ไม่จำเป็นต้องกริ่งเกรงผู้ใด
อีกแล้ว ”
การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้หลายคนได้เห็นว่า อู่ อวี้ นั้นยอดเยี่ยม
มากเพียงใด จึงเป็นธรรมดาที่ภาพความประทับใจในครั้งนี้จะ
ตราตรึงเข้าไปในจิตใจของทุกผู้คน ปัจจุบันคนอาคันตุกะต่างถิ่น
พลันจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความตกตะลึงอย่างเหลือแสน ด้วย
อารมณ์ที่หลากหลายคละเคล้าต่างกันไป บางคนรู้สึกริษยา บาง
คนรู้สึกชื่นชม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีคนชื่นชมก็ย่อมมีคนเกลียดชัง
คนเหล่านี้ล้วนเป็นศัตรูตัวฉกาจทั้งสิ้น อีกทั้งบางคนก็ต้องการที่
จะท้าทายกับเขา
“ ไอ้คนชั่วช้ากล้าบังอาจทำร้ายโอรสโหยวอย่างเปิดเผย
เช่นนี้ ยังไม่รีบจัดการมันอีก!”
สภาพในปัจจุบันของโอรสโหยวนับว่าสาหัสมาก ในฐานะ
ลูกสมุนพวกมันจำเป็นต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ หากพวกมันไม่
สามารถทำให้ อู่ อวี้ ได้รับทุกข์ทรมานสักเล็กน้อย จะกลายเป็น
ว่าวันนี้พวกมันนั้นพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ อีกทั้งโอรสพระธิดาองค์
อื่น ๆ ก็ไม่คิดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงทำ
ได้แค่ช่วยเหลือตัวเอง ดังนั้นราชอารักษ์โหยวจึงพาพรรคพวกพุ่ง
เข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที
ราชอารักษ์โหยวเป็นชายอ้วนวัยกลางคน พื้นฐานฝึกตน
ของมันก็พอ ๆ กับโอรสโหยว เพียงแค่อายุของมันอาวุโสกว่า แต่
เห็นได้ชัดว่าพลังการต่อสู้ของมันอ่อนด้อยกว่าโอรสโหยว ดังนั้น
การต่อสู้ในครั้งนี้สำหรับพวกมันจึงใช้กลยุทธ์เอาจำนวนคนมาก
เข้าว่า นอกจากนี้พรรคพวกของมันทั้งหมดยังอยู่ในขั้นค้นหาเต๋า
ด้วยกันทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นประเภทขี้แพ้ชวนตี เอา
จำนวนเข้ารุมปิดล้อมโจมตีอีกฝั่าย เพื่อกู้สถานการณ์ให้กลับมา
เป็นฝังของตน
ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ทำแค่เพียงเฝั้า
มองดูการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น แม้แต่โอรสเล่อก็ไม่สามารถเข้าไป
ช่วยเหลือได้เช่นกัน หนานซาน หวางเยว่ ที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นว่า
อู่ อวี้ ถูกปิดล้อมเช่นนี้ เขาก็ตะโกนออกมาด้วยความฉุนเฉียว
อย่างยิ่งว่า ” ไอ้สุนัขไร้ยางอาย! บังอาจใช้พวกลุมเช่นนั้นหรือ
เดี๋ยวเถอะ! ท่านปูั่ผู้นี้ จะเตะตูดพวกเจ้าให้ร้องหงิ๋ง ๆ คลานกลับ
บ้านกันแทบไม่ได้เลยคอยดู! ”
ไม่เพียงพูดเปล่าเขายังรีบตรงดิ่งเข้าไปหาพวกมัน ทันใดนั้น
ร่างของเขาก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาทุกคน แล้วมาปรากฏตัวอีก
ครั้งทีที่ลานต่อสู้แล้ว
เมี๊ยวววว!
แม้แต่เย่ซีซีก็เอากับเขาด้วย นางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อม
ผสานร่างกับเจ้าหลานหลานเป็นที่เรียบร้อย มือของนางถือจับ
กระบี่คู่ไท่อา ลำพังแค่พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของนางก็
แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อแล้ว นางยังมีกายาวัฏจักรแดนอเวจีที่
แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ หากในยามปกตินางจะดูบอบบาง
อ่อนแอ แต่เมื่อยามต่อสู้นางกลับดูเย็นชาดุดันจนน่าขนลุก แรง
กดดันที่แผ่ออกมาสามารถข่มขวัญฝั่ายตรงข้ามได้อย่างร้ายกาจ
“ เจ้าแมลง จงออกมา ”
แม้อีกฝั่ายจะอาศัยคนมากเข้าต่อสู้ แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้เกรง
กลัวไม่ ทันใดนั้นเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราขนาดใหญ่ก็ปรากฏ
ตัวขึ้น พร้อมกับบินทะยานผ่านเหนือศีรษะของฝูงชน เพียงครู่ทั่ว
ทั้งนครหมื่นทวีปก็บังเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ อู่ อวี้ กับ
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราผนึกกำลังจัดการราชอารักษ์โหยว
ถึงแม้เขาจะใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งไปแล้ว แต่การสยบราช
อารักษ์โหยวก็หาใช่ปัญหายุ่งยากแต่อย่างใด พวกเขาทั้งสาม
แสดงฝีมืออันน่าเหลือเชื่อตื่นตะลึงออกมาให้ผู้คนได้ประจักษ์แก่
สายตา พวกเขาใช้ไม่ถึงแม้แต่หนึ่งก้านธูป กลุ่มของราชอารักษ์
โหยวก็ลงไปนอนกองแอ้งแม้งกองอยู่บนพื้นอย่างสิ้นท่า
บางทีเวลานี้พวกมันคงรู้แล้วว่าอัจฉริยะที่แท้จริงเป็นเช่นไร