กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1020: ฉลามซากศพมรณะ
ชัยชนะของ อู่ อวี้ ที่ได้มาจากโอรสโหยวนั้นช่างรวดเร็ว
หมดจดเสียจนทำให้ใครหลายคนต้องตื่นตะลึง
ส่วนหนึ่งชื่นชมความมุ่งมั่นกล้าหาญของ อู่ อวี้ ทว่าอีกแง่
หนึ่งก็รู้สึกประหลาดใจอยู่มากเช่นเดียวกัน ว่าเพราะเหตุใดอายุ
อานามของเขายังแค่น้อยนิด แต่กลับมีพลังต่อสู้มากมายจนน่า
พิศวงถึงเพียงนี้
ด้วยพื้นฐานการฝึกตนที่อยู่แค่ระดับก่อร่างกำหนดจิตเทวะ
แต่พลังการต่อสู้ของ อู่ อวี้ กลับมากมายเกินกว่าระดับของ
ตนเองไปหลายขั้น ถึงแม้ทุกคนจะเห็นด้วยตาของตนเองแล้วก็
ตาม แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดเต็มใจอยากจะเชื่อนัก
เมื่อสมุนของโอรสโหยวอย่างราชอารักษ์โหยวกับพรรคพวก
ของมัน มาดหมายโจมตีรุมโจมตีปิดล้อม อู่ อวี้ แต่ผลปรากฏว่า
พวกมันกลับพ่ายแพ้ให้แก่พวกเขาทั้ง 3 อย่างราบคาบ ความ
พ่ายแพ้นี้กลับยิ่งตอกย้ำทุกคนเข้าไปอีก
ตอนเขาสังหารนักฆ่าในแดนบุปผาสวรรค์ ดูเหมือนจำนวน
ผู้คนที่มามุงดูจะไม่ได้มากมายเช่นนี้ แต่พอเป็นการต่อสู้ระหว่าง
กลุ่มของโอรสเล่อบดขยี้กลุ่มของโอรสโหยว กลับมีผู้คนมามุงดู
กันมากมาย อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจำนวนของพวกเขาจะเพิ่มมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ เสียด้วยซ้ำ
ปัจจุบันกลุ่มของโอรสโหยวยังคงนอนกองอยู่กับพื้น หาก
พวกมันไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ทุกคนจะต้องคิดว่าพวกมัน
สิ้นชีพกันไปแล้วแน่ ๆ
อย่างไรก็ตามด้วยเพราะกลุ่มสามคนของ อู่ อวี้ นั้นโดดเด่น
มากเกินไป ทำให้ฝูงชนไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งใส่ใจพวกขี้แพ้
ชวนตีอย่างพวกมัน
ตัวอย่างเช่น อู่ อวี้ มีทั้งร่างกลืนสวรรค์ และ เต่าทองปีก
เหล็กเจ็ดดารา ส่วนหนานซาน หวางเยว่ ก็สามารถล่องหนได้
ราวกับภูตผี ส่วนผู้ฝึกตนนอกรีตอย่างเย่ซีซีก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ
ตนที่ดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้คนได้
พบเห็นหุ่นเชิดที่มีพลังฝีมือเทียบเท่าผู้ฝึกตนระดับ สามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 4
เมื่อผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ส่งผลให้บรรยากาศ
โดยรอบยามนี้เงียบสงัดราวกับความตาย
เมื่อทุกอย่างจบลงอย่างหมดจดงดงาม โอรสเล่อ พลันยิ้มฉีก
กว้างแล้วก็เริ่มปรบมือ แปะ ๆ ๆ ๆ หลังจากนั้นทั่วทั้งนครหมื่น
ทวีปก็ดังกระหึ่มไปด้วยเสียงปรบมือของผองชน เสียงดังกล่าว
เสมือนเป็นการตบหน้าโอรสโหยว ทำให้พวกมันรู้สึกอับอายจน
แทบซุกแผ่นดินหนี
แต่ผู้ที่รู้สึกอับอายดูเหมือนจะไม่ใช่แค่พวกมัน แต่ยังมีโอรส
หลู โอรสเฉิน โอรสเฉิง ในเวลานี้ใบหน้าของพวกมันร้อนฉ่าด้าน
ชาไปหมด ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะเดิมทีกลุ่มของโอรสโหยว
แข็งแกร่งกว่าพวกมัน แต่บัดนี้พวกมันกลับพ่ายแพ้ด้วยสภาพน่า
สังเวชอย่างที่สุด หากพวกมันเกิดใจร้อนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจไป
ด้วยแล้วล่ะก็ มีหวังคงต้องอับอายยิ่งกว่านี้
” ทั้งหมดเป็นเพราะราชอารักษ์เล่อ … ”
” ถ้าไม่ใช่ราชอารักษ์เล่อ โอรสเล่อจะไปมีน้ำยาอะไร ”
” พระบิดาให้อัจฉริยะเช่นนี้มาเป็นราชอารักษ์ของเขาได้
เยี่ยงไร …? ”
ก่อนหน้านี้พวกมันดูถูก อู่ อวี้ เอาไว้มาก แต่บัดนี้เมื่อถูกจับ
จ้องด้วยสายตาอันคมกล้าของ อู่ อวี้ พวกมันก็รีบหลบตาของ
เขาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาสู้หน้ากันตรง ๆ
” ชายผู้มีความสามารถนามว่า อู่ อวี้ นับว่าร้ายกาจจริง ๆ
”
” ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของเขา ตอนนั้นเขา
เข้าไปในเส้นทางเซียนบรรพกาล ต่อมาเขาก็สร้างชื่อเสียงเลื่อง
ลือเป็นอย่างมากในจักรวรรดิเปั่ยหมิง เพราะสามารถเอาชนะ
เหล่าองค์ชายของจักรวรรดิเปั่ยหมิง ทั้งยังได้รับชัยชนะอันดับ 1
จากการแข่งขันสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ”
” แต่ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าพลังฝีมือของเขา จะก้าวหน้าถึง
เพียงนี้ ภายใต้ดวงตะวันแห่งนี้ท่านเคยเห็นผู้ใดที่อายุอานาม
เท่ากับเขา แล้วมีความสามารถคล้ายคลึงกับเขาบ้างหรือไม่ ”
” คนผู้นี้มีพรสวรรค์ร้ายกาจราวปีศาจ ถ้าไม่ใช่เพราะ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงคอยปกปั้องเขาอยู่ เกรงว่ายอดฝีมือ
มากมายจากทั่วทั้งใต้หล้าคงจะให้ความสนใจในตัวเขา แม้แต่ตัว
ข้าก็อยากจะรู้ว่าเขาครอบครองมรดกล้ำค่าประเภทใดอยู่ ”
” อืม…หากมองจากพลังอิทธิฤทธิ์ที่แล้ว ค่อนข้างเก่าแก่
โบราณเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นของผู้ฝึกตนจากยุคโบราณกาล ผู้
ฝึกตนในยุคนั้นต่อให้พวกเขาไม่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้
แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็เหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรในยุค
ปัจจุบันอย่างแน่นอน แต่ข้อมูลเหล่านี้ข้าก็ได้รู้มาจากคัมภีร์
โบราณเพียงเท่านั้น ”
ปัจจุบันผู้คนกำลังพูดคุยถกข้อสงสัยในใจ คนส่วนใหญ่ก็ชื่น
ชมในความเก่งกล้าสามารถ แต่บางคนก็รู้สึกริษยาทั้งยังบังเกิด
ความละโมบโลภมาก อยากได้ใคร่รู้ว่ามรดกที่เขาครอบครองคือ
อะไร แต่เพราะตัวตนและศักดิ์ฐานะในปัจจุบันของ อู่ อวี้ ทำให้
พวกมันไม่กล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ
” ได้ยินมาว่าการที่ อู่ อวี้ กลายเป็นยอดอัจฉริยะเช่นทุก
วันนี้ได้ เป็นเพราะได้รับการฝึกฝนจากจักรพรรดิโบราณโดยตรง
คาดว่าในอนาคตเขาจะต้องเหนือกว่าเหล่าโอรสพระธิดาทั้งปวง
เขาจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่คอยสนับสนุนโอรสเล่อให้ขึ้นครอง
บัลลังก์เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ได้แน่ ๆ ”
” หากเขาได้รับการฝึกฝนจากจักรพรรดิโบราณจริงดังเจ้าว่า
ถ้าเช่นนั้น… ก็ไม่น่าแปลกใจอันใด ที่เขาจะมีฝีไม้ลายมือร้ายกาจ
ถึงเพียงนี้ ”
” จักรพรรดิโบราณอย่างไรก็เป็นจักรพรรดิโบราณอยู่วันยัง
ค่ำ ข้าทำได้แค่เพียงแหงนหน้ามองเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ… ข้า
คิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข่าวโคมลอย เพราะถ้าหากเป็นดั่งเจ้าว่า
จริง ๆ โอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ จะต้องไม่กล้าแตะต้องเขาเป็นอัน
ขาด ”
” เอาน่า∼ จะจริงเท็จประการใด คงไม่จำเป็นต้องสืบสาว
หาตะเข็บ ก็ในเมื่อตอนนี้จักรพรรดิโบราณให้เขาเข้าร่วมการ
แข่งขันด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องการให้ผู้คนรู้ความจริง ถึงแม้จะเป็น
เพียงแค่ข่าวลือ แต่ข้าคิดว่ามันสมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย ”
” สำหรับ อู่ อวี้ ข้าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของเขามาก่อน
ว่ามีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร เห็นว่าอยู่ ๆ เขาก็ปรากฏตัว
ขึ้นมาภายในจักรวรรดิเปั่ยหมิง แล้วทุกวันนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง
กึกก้องไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ ด้วยวัยเพียงเท่านี้นับว่านี่คือ
ความรุ่งโรจน์สูงสุดของเขาเลยก็ว่าได้ ทั้งพรสวรรค์และ
ความสามารถ สำหรับโอรสเล่อยังถือว่าห่างไกลจากเขาอยู่ไม่
น้อย ข้ายังคิดว่าโอรสเล่อดูเป็นผู้ติดตามของเขามากกว่าด้วยซ้ำ
แล้วถ้าเกิดจับพลัดจับผลูเขากลายเป็นโอรสของจักรพรรดิ
โบราณอีกคนหนึ่งขึ้นมา เจ้าคิดว่าบรรดาโอรสพระธิดาจะพูดเช่น
ไร? แล้วตำแหน่งจักรพรรดิโบราณจะพลาดไปไหนเสีย เท่ากับว่า
ชมพูทวีปโลกธาตุจะถูกครอบครองโดยชาวเหยียนหวงไปอีกนับ
หนึ่งพันปี ”
“ชู่ววว∼ เจ้าลืมไปแล้วหรือไรว่านี่คือนครเทวะ อย่าพูดจา
ส่งเดชไม่รู้ไม่มีหูรูดเช่นนี้อีก! ”
“ชะอุ้ย…อุบ!!!”
อู่ อวี้ ได้ยินคำพูดมากมาย จนอดคิดไม่ได้ว่าผู้คนเหล่านี้มี
จินตนาการล้ำเลิศกันเสียจริง ๆ ถึงพูดจาเป็นตุเป็นตะเช่นนี้
ออกมาได้
ตอนนี้ถึงเวลาเก็บกวาดแล้ว อู่ อวี้ ก็หวังเพียงว่าโอรสเล่อ
จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เนื่องจากท้ายสุดแล้วเขาคือผู้ลงมือ
จัดการโอรสโหยว ส่งผลให้ อู่ อวี้ ต้องตกเป็นเหยื่อฝีปากคำพูด
คำจาเลอะเทอะจากผู้คนมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้นท่ามกลางโอรสพระธิดาที่อยู่ฝังตรงข้าม มีอยู่
ประมาณ 7-8 คนที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง เป็นไปได้ว่าพวกมัน
ต้องการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้โจมตี อู่ อวี้ ซึ่งอาจทำให้
เขาถูกผู้อาวุโสลงโทษเอาได้ อย่างน้อยสุดก็อาจถูกคุมขังในคุก
อเวจีบูรพานับร้อย 100 ปี หรือไม่ก็อาจถูกขังไว้ในคุกของนครเท
วะ
ด้วยเพราะการต่อสู้ครั้งนี้มันเป็นแค่เพียงการวิวาทเท่านั้น
” เอ้า ๆ หลีกทางหน่อย เดี๋ยวสหายจากมหาสมุทรแห่ง
ความตายจะมาถึงแล้ว ”
ขณะนั้นเอง อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันหนักอึ้ง จน
แทบหายใจหายคอไม่ออกมาจากด้านนอกประตูนคร ต่อมาผู้คน
ที่อยู่ด้านนอกนครก็พากันเร่งรีบหลีกทางถอยห่างกันทันที เมื่อ
ผู้คนมากมายได้ยินคำว่ามหาสมุทรแห่งความตาย จิตใจของพวก
มันก็เต้นกระหน่ำสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ เนื่องจากเหล่า
ปีศาจจากมหาสมุทรแห่งความตาย ล้วนดุร้ายปั่าเถื่อนเป็นยิ่งนัก
เมื่อครุ่นคิดพิจารณาว่าราชทูตจากมหาสมุทรแห่งความตาย
กำลังจะมาถึง รวมถึงเสียงเตือนที่ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่ามันต้องมา
จากผู้อาวุโสท่านหนึ่ง นี่ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องกระทำ ดังนั้น
โอรสพระธิดาจึงหันมามองหน้ากันและกัน ด้วยรู้ว่างานใหญ่ต้อง
มาก่อน ดังนั้นพวกมันจึงรีบส่งโอรสโหยวกับลูกสมุนไปเบื้องหลัง
ปล่อยให้พวกมันได้พักฟืนฟืนฟูพลังเองไป
เมื่อได้ยินว่าราชทูตจากมหาสมุทรแห่งความตายกำลังจะ
มาถึง เหล่าฝูงชนที่มุงดูกันอยู่โดยรอบ ต่างพากันสงบปากสงบคำ
สลัดความคิดเรื่องนินทาออกไป จากนั้นก็ทยอยแยกย้ายกลับ
จวนของตนเอง หรือไม่ก็ถอยหลบออกไปด้านข้าง
อู่ อวี้ ถอยกลับมายืนอยู่ข้างกายโอรสเล่อ
ยามนี้สามารถแลเห็นได้ว่า บรรยากาศอันชั่วร้ายหนักอึ้ง
กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ประตูนครมากขึ้นเรื่อย ๆ ผสมปนเปไป
กับกลิ่นเหม็นหืนที่ฟุั้งกระจายออกไปทั่วทุกแห่งหน ด้วยลักษณะ
อันจำเพาะของปราณปีศาจ ทำให้ผู้คนหน้านิ่วคิ้วขมวดพากัน
หลีกหนีถอยห่างโดยปริยาย
ผู้อาวุโสที่เป็นเจ้าของเสียงนั้นก็คือ จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์
ยามนี้เขาเข้ามาพร้อมกับเหล่าปีศาจจากมหาสมุทรแห่งความ
ตาย ครั้งนี้มหาอุปราชถึงขนาดออกมาต้อนรับขับสู้ด้วยตนเอง
แทนที่จะเป็นขุนพลมังกรฟั้าสามัญทั่วไป อู่ อวี้ ตระหนักได้อย่าง
ชัดเจนว่า ปีศาจจากมหาสมุทรแห่งความตายนั้นมีความสำคัญ
มากเพียงใด
ถึงแม้มหาสมุทรแห่งความตายจะเป็นกองกำลังอันดับต้น ๆ
แต่พวกมันก็มักจะส่งราชทูตทั่วไปมาจ่ายเครื่องบรรณาการเสมอ
ดังนั้นมหาอุปราชจะไม่ออกหน้ามาต้อนรับด้วยพระองค์เองเช่นนี้
ทันใดนั้น มหาอุปราชก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงก้องกังวานว่า
” เหล่าโอรสพระธิดาอยู่ที่ใดรีบออกมาต้อนรับแขก มหาราชา
ปีศาจแห่งความตายอุตส่าห์ให้เกียรติมาเยือนนครเทวะด้วย
ตนเอง ”
ปรากฏว่ามหาราชาปีศาจแห่งความตายมาที่นครเทวะด้วย
ตนเอง! มหาราชาปีศาจแห่งความตายคือตัวตนระดับจักรพรรดิ
นอกจากนี้ระดับความแข็งแกร่งของมหาสมุทรแห่งความตาย ยัง
เหนือล้ำยิ่งกว่ามหาสมุทรปีศาจวายุคลั่ง ดังนั้นมหาราชาปีศาจ
แห่งความตาย จึงเป็นตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าจักรพรรดิ
ปีศาจวายุคลั่ง ภายในมหาสมุทรแห่งความตายและอาณาเขต
สมุทรโดยรอบ มหาราชาปีศาจแห่งความตายเป็นเสมือนดั่ง
ผู้ปกครองสูงสุดก็มิปาน
กองคาราวานของมหาสมุทรแห่งความตาย มีปีศาจอยู่
ทั้งหมดหลายร้อยตน มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่ภายในนั้น เหล่า
ปีศาจอาวุโสต่างมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับต้น ๆ ส่วนปีศาจ
เยาว์วัยก็เป็นอัจฉริยะชั้นยอดที่มีสายโลหิตสูงส่ง ซึ่งตอนนี้พวก
มันทั้งหมดล้วนอยู่ในร่างของมนุษย์ เนื่องจากลักษณะพิเศษของ
มหาสมุทรแห่งความตาย อู่ อวี้ แลเห็นว่าผิวหนังของปีศาจ
สมุทรในร่างมนุษย์เหล่านี้ ล้วนเป็นสีขาวอมเทา ดูแล้วน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมองดูใบหน้าของพวกมัน แลเห็นว่า
มีหลุมบ่ออยู่มากมาย ปากบิดเบี้ยว ดวงตาเอียง ดูไม่ใช่สิ่งที่
มนุษย์ควรเป็นเลย ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมา
อย่างรุนแรง เป็นไปได้ว่าพวกมันทั้งหมด คือผู้ฝึกตนนอกรีต
แน่นอนว่าสายตาของ อู่ อวี้ ย่อมถูกดึงดูดไปที่ร่างของมหา
ราชาปีศาจแห่งความตาย ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหน้าสุด เขาเคยเห็น
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง กับ หวงจุน มาก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อ
เห็นมหาราชาปีศาจแห่งความตาย จึงมิได้รู้สึกหวาดกลัวอันใด
แต่ก็ยังคงหลงเหลือความรู้สึกหวั่นเกรงในฐานะผู้แข็งแกร่งอยู่
บ้าง เขารู้ดีว่าตัวตนระดับเดียวกับมหาอุปราชนั้นมีความ
แข็งแกร่งมากเพียงใด พวกเขาทั้งหมดสามารถส่งตนเองไปลง
นรกได้อย่างง่ายดายราวพลิกฝั่ามือ
มหาราชาปีศาจแห่งความตาย มีร่างกายสูงโปร่งยิ่ง ศีรษะ
ของมันแหลมนูนขึ้น ด้วยปากที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อมันขยับปาก
พูดคราใดจะเห็นว่าภายในอัดแน่นด้วยฟันที่แหลมคม แม้แต่
เวลายิ้มกลับสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นยะเยือกไปจนถึงไข
กระดูก ส่วนดวงตาแม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็ดูคมกริบเชือดเฉือน
เป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้บัดนี้มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่พูดคุยอยู่
ถ้า อู่ อวี้ เดาไม่ผิด ร่างจริงของมหาราชาปีศาจแห่งความ
ตายน่าจะเป็นฉลามชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นปีศาจที่มี
สายโลหิตอยู่ในระดับบนสุด หลังจากหมิงซวงได้แลเห็นมันนางก็
กล่าวขึ้นว่า ” นี่คือ ‘ฉลามซากศพมรณะ’ สายโลหิตของมันอยู่ใน
ระดับต้น ๆ ของปีศาจประเภทนี้เลยเชียวนะ ร่ำลือกันว่าความ
น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดของมันก็คือ มันมีสองชีวิต แม้ว่าตอนนี้
มันจะมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อใดที่ตกตายก็จะแปรแปลงเป็น ‘ซากศพ’
ที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะกลายเป็นซากศพแต่ก็ยังสามารถ
ควบคุมจิตเทวะของตนเองได้ นับแต่อดีตกาลไม่ว่าผู้ใด ก็ไม่อาจ
สยบฉลามซากศพมรณะลงได้ ”
” แปะ แปะ ” เมื่อก้าวมาถึงจุดนี้ มหาราชาปีศาจแห่งความ
ตายก็ตบมือขึ้นอย่างฉับพลัน สายตาของมันตรึงอยู่ที่ร่าง อู่ อวี้
จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” ตอนที่อยู่ห่างออกไป ข้ามีโอกาสได้แล
เห็นความสามารถของเจ้า นับว่ายอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
แม้กระทั่งกายเนื้อก็นับว่าหาได้ยากยิ่งในใต้หล้านี้ ”
ไม่คาดคิดว่าเมื่ออีกฝั่ายมาถึง มันจะพูดเยินยอตนเองเช่นนี้
เมื่อถูกมหาราชาปีศาจแห่งความตายจับจ้อง อู่ อวี้ ก็รู้สึกกดดัน
เป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็สามารถทานทน แล้วกล่าวโต้ตอบกลับไป
ว่า ” มหาราชาปีศาจเยินยอเกินไปแล้ว ”
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์เป็นผู้เดินนำมาหาราชาปีศาจแห่ง
ความตายเข้ามาด้วยตนเอง เขายิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวขึ้นว่า
“หนุ่มน้อยผู้นี้ เป็นเพียงคนเดียวที่จักรพรรดิโบราณมีราชโองการ
แต่งตั้งเป็นราชอารักษ์ด้วยพระองค์เอง ด้วยพรสวรรค์เหนือ
ธรรมดา จักรพรรดิโบราณต้องดูไม่ผิดอย่างแน่นอน ”
มหาราชาปีศาจแห่งความตายยิ้มและพยักหน้า ฟันอัน
แหลมคมของมันเผยออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยเสียง
ต่ำว่า ” นับว่าไม่เลวจริง ๆ เมื่อเทียบกับโอรสตัวจริงที่อยู่ข้าง ๆ
แล้ว เขาดูเป็นพระโอรสมากกว่าซะอีก ราศีความโดดเด่นสะกด
ข่ม จนโอรสดูเหมือนผู้ติดตามไปแล้ว ”
คำกล่าวของมัน อยู่เหนือความคาดหมายของทุกผู้คน
นอกจากนี้มันยังกล่าวเสริมขึ้นอีกว่า อู่ อวี้ ดูเหมือนโอรส
มากกว่าโอรสเล่อซะอีก เมื่อได้ยินเช่นนั้นมหาอุปราชก็หัวเราะ
แห้ง ๆ แล้วกล่าวว่า ” มหาราชาปีศาจกล่าวหยอกล้อเกินไปแล้ว
โอรสเล่อยังเยาว์นัก อนาคตย่อมไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน
หลังจากนี้ในอนาคต พวกเราคงได้ทราบอย่างชัดเจน ”
อู่ อวี้ มองกลับไปยังโอรสเล่อ ถ้าเขาไม่สนใจ คำพูดของคน
อื่นก็ไม่สามารถทำอันใดได้
ผลที่ได้ก็คือโอรสเล่อมีจิตใจหนักแน่นมากพอ เขายิ้มเล็ก
เป็นสัญญาณตอบกลับ ถึงแม้จะไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด แต่เขา
น่าจะบอกว่าตนไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกา
ต้องยอมรับว่าตอนนี้ อู่ อวี้ โดดเด่นยิ่งกว่าโอรสเล่อจริง ๆ
แต่เขาก็ไม่สามารถทำอันใดได้