กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1021: จอมจักรพรรดิหมิงไห
เหมือนดั่งเช่นคำกล่าวที่ว่าขิงแก่ย่อมเผ็ด จักรพรรดิกำเนิด
สวรรค์ใช้ฝีปากที่คมคายหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันน่าอึดอัด
ลำบากใจมาได้อย่างงดงาม หลังจากนั้นก็เชิญมหาราชาปีศาจ
แห่งความตายเข้าสู่นครหมื่นทวีปด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้อง
รอคอยให้โอรสพระธิดาองค์อื่นมาพบ
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์จะเห็นอยู่เต็มสอง
ตาว่า โอรสโหยว นั้นพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ แต่เขาก็ไม่ได้ลงโทษ
หรือตำหนิใด ๆ เห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์จากการกระทำของ โอรสเห
ยียน ทำให้เขามีการตัดสินใจบางอย่างที่เปลี่ยนไป
เดิมทีเขาสนับสนุนเขาโอรสเหยียน แต่ความคิดนี้เปลี่ยนไป
เพราะข้างกายของโอรสเล่อมี อู่ อวี้
ตอนนี้โอรสเหยียนได้ถูกตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว ส่วนหนึ่ง
อาจเป็นเพราะจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ขี้เกียจจะมานั่งซักไซ้ไต่
ถามเอาความกับ อู่ อวี้ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
แน่นอนว่า โอรสโหยว อยากให้จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์
ช่วยเหลือมัน แต่ทุกอย่างก็พลิกผัน เมื่อจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์
กลับพาราชทูตมาจากมหาสมุทรแห่งความตาย เข้าไปในนคร
หมื่นทวีป เพื่อนำพาแขกไปยังที่พักของตนเอง
” เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน
ๆ ลิบลับ อีกทั้งยังมีคนใหญ่คนโตมากมายเข้ามาร่วมด้วย ”
” ใช่ดังที่เจ้าว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้จักรพรรดิจากอาณาจักรเล็ก
ๆ หลายแห่ง ทยอยแห่แหนกันมาร่วมงานจาริกในครั้งนี้ ”
” ใช่ ๆ ข้าจำได้ว่าเมื่อวานนี้ ‘จักรพรรดิมู่ซวี’ แห่งราชวงศ์
มู่ซวีก็มากับเขาด้วย ”
” ข้าก็ได้ยินมาว่ายังมีอีกหลายคนที่ทยอยกันมา แต่ระดับ
ความสำคัญของพวกเขาค่อนข้างต่ำ ”
“น่าแปลก!? ไฉนครั้งนี้พวกเขาถึงได้หามาร่วมงานกันนะ?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า แต่เท่าที่ได้ยินคนส่วนใหญ่เขาคาด
เดากันนะ รู้สึกว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับการเลือกผู้สืบทอดของ
จักรพรรดิโบราณ เจ้าก็ลองมองดูเจดีย์วิญญาณบรรพกาลนั่นดูสิ
สิ่งนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน แล้วเหตุใดอยู่ ๆ มันถึงปรากฏขึ้น
ในงานเทศกาลครั้งนี้เล่า? ”
” ฟังดูแล้วมันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ ข้าชักสังหรณ์ใจแล้วสิ…
ว่างานเทศกาลครั้งนี้อาจมีบางอย่างเกิดขึ้น จนต้องจารึกไว้ใน
หน้าประวัติศาสตร์! ”
อู่ อวี้ ก็ได้ยินบทสนทนาเหล่านี้ คงต้องยอมรับว่ามีบาง
ข้อมูลที่ค่อนข้างเกินความคาดหมายของเขา เดิมทีเขาไม่ค่อยให้
ความสำคัญกับงานเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปนี้เท่าไหร่นัก
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้มันสำคัญกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก
แล้วเขาก็รู้ว่าคราวนี้จักรวรรดิเปั่ยหมิง พาผู้คนมาร่วมงาน
เป็นจำนวนมาก อีกทั้งองค์หญิงโย่วเสี่ยก็มาที่นี่ด้วยเช่นกัน
ความสัมพันธ์ของนางกับ อู่ อวี้ ถูกเชื่อมต่อกันด้วยวงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ เขาจึงรู้อีกว่าในไม่ช้านางจะมาถึงที่นี่แล้ว
ผู้นำขบวนของจักรวรรดิเปั่ยหมิงในครั้งนี้ก็คือ ‘จอม
จักรพรรดิหมิงไห่’ ซึ่งโดยปกติแล้วเขาไม่ได้ปรากฏกายให้ผู้ใดได้
พบเห็นมาเป็นเวลานาน ตามตำนานร่ำลือกันว่าเขากำลังหาวิธี
ผ่านพ้นมหาภัยพิบัติแห่งเซียน ไม่มีใครคาดหวังว่าในครั้งนี้เขา
จะมาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีปในครั้งนี้มีความสำคัญมากเพียงใด
มหาสมุทรแห่งความตาย กับ จักรวรรดิเปั่ยหมิง มีความ
บาดหมางอันยิ่งใหญ่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันมหา
ราชาปีศาจแห่งความตาย กับ จอมจักรพรรดิหมิงไห่ก็มีความ
บาดหมางขัดแย้งอยู่เช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่ทั้งสองมาพบปะกัน
ครั้งนี้ คาดว่าราชวงศ์เหยียนหวงน่าจะเตรียมการมาเป็นพิเศษ
แล้ว นอกจากนี้พวกเขายังเดินทางมาถึงนครหมื่นทวีปในเวลา
เดียวกันเพียงแค่ว่าเข้ามาทางประตูคนละฝัง หากราชวงศ์เหยียน
หวงปล่อยให้พวกเขาทั้งสองมาพบหน้ากันแบบจัง ๆ คาดว่า
เหล่าโอรสพระธิดาทั้งหลายคงไม่อาจควบคุมได้
ในเวลานี้กำลังวังชาของโอรสโหยวกับพรรคพวกเริ่มฟืนตัว
ดีขึ้นแล้ว คาดว่ากว่าจะขับไล่ไอเย็นจากการโจมตีของร่างกลืน
สวรรค์ออกไป คงสูญเสียโอสถสมุนไพรไปมากโขทีเดียว ในเวลา
นี้มันลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก หันซ้ายแลขวาด้วยสีหน้าเคร่ง
ขรึมดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามันกำลังมองหาใครสักคนที่
จะมาลงโทษ อู่ อวี้ หรือไม่ก็รายงานเรื่องนี้ต่อมหาอุปราช แต่ใน
ขณะเดียวกันนั้นคาราวานของจักรวรรดิเปั่ยหมิงก็เดินทางมาถึง
แล้ว
ขบวนคาราวานของจักรวรรดิเปั่ยหมิงมีมากกว่าสองร้อยคน
ซึ่งนับว่ายิ่งใหญ่กว่าขบวนคาราวานของมหาสมุทรแห่งความ
ตายเสียอีก ท่ามกลางราชทูตมีองค์หญิงโย่วเสี่ยก็ปะปนอยู่ในนั้น
ด้วย โดยมีมหาอุปราชหรือจักรพรรดิอารามสวรรค์เป็นผู้นำพา
พวกเขาไปยังที่พักด้วยตนเองเช่นเดียวกัน นอกจากนี้เขายังมีผู้
ตามมาด้วยอีกคน นั่นก็คือ ‘จักรพรรดิต้านสวรรค์’ จักรพรรดิ
ต้านสวรรค์ดูยังหนุ่มยังแน่น ส่วนบรรยากาศและแรงกดดันที่แผ่
ออกมาคล้ายคลึงกับจักรพรรดิอารามสวรรค์ ดูสุภาพสง่างามเมื่อ
ได้แลมองจะให้ความรู้สึกสบายตาผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามหนึ่งในผู้ที่ดูโดดเด่นและดึงดูดผู้คนมากที่สุด ก็
คือบุคคลในตำนาน ซึ่งยากจะแลพบได้อย่าง จอมจักรพรรดิหมิง
ไห่
ส่วนองค์หญิงโย่วเสี่ยยืนเยื้องอยู่ด้านข้างเขา
เมื่อ อู่ อวี้ ติดต่อพูดคุยกับองค์หญิงโย่วเสี่ย เขาก็ได้รู้ว่า
ก่อนวันออกเดินทางจอมจักรพรรดิหมิงไห่ก็ปรากฏตัวขึ้น แล้ว
ขอเข้าร่วมคณะคาราวานเดินทางมาที่นี่ด้วย ซึ่งเรื่องนี้เกินความ
คาดหมายของนางเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อดูจากสถานการณ์ของวันนี้ มีความเป็นไปได้ว่า จอม
จักรพรรดิหมิงไห่ คงร่วงรู้ว่ามหาราชาปีศาจแห่งความตายได้
เดินทางมาเข้าร่วมกับจารึกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้ด้วย
ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องปรากฏกายขึ้นชั่วคราว ไม่เช่นนั้นเกรงว่า
ราชวงศ์เปั่ยหมิงจะต้องทนทุกข์ทรมานอึดอัดใจอยู่ในนครเทวะ
จอมจักรพรรดิหมิงไห่ดูอ่อนเยาว์เป็นอย่างมาก ทั้งยังมีดวง
เนตรสีเขียวมรกต เปียมไปด้วยบารมีอันโดดเด่น ให้ความรู้สึก
เสมือนปราชญ์บัณฑิตที่เต็มไปด้วยความสง่างาม แตกต่างจาก
จักรพรรดิทั่วไป สำหรับ อู่ อวี้ แล้วจอมจักรพรรดิหมิงไห่ดู
เสมือนดั่งผู้ฝึกฝนบำเพ็ญเพียร ที่เปียมไปด้วยบรรยากาศแห่ง
เซียนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ กลิ่นอาย ห้วงอารมณ์
รวมถึงการแสดงออก ให้ความรู้สึกประดุจดั่งหลุดออกจากห้วง
แห่งโลกีย์ ราวกับบุคคลที่ยืนอยู่เหนือโลกมนุษย์นี้ไปแล้ว เมื่อ
ผสานเป็นกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
สบายใจเป็นอย่างมาก เสมือนดั่งผู้อาวุโสที่เปียมไปด้วยความ
เมตตา นับว่าเป็นขั้วที่แตกต่างจากมหาราชาปีศาจแห่งความ
ตายอย่างสิ้นเชิง
ราชวงศ์เปั่ยหมิงเป็นที่รู้จักกันดีในนาม ดินแดนเหมันต์ ทว่า
บรรยากาศทั่วทั้งร่างของจอมจักรพรรดิหมิงไห่ไม่รู้สึกถึงความ
เย็นแม้แต่น้อย แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเสียด้วยซ้ำ ไม่น่า
แปลกใจเลยว่าทำไมองค์หญิงโย่วเสี่ยถึงมีความสุขยิ่งนัก
ระหว่างที่เดินทางมานครเทวะกับพระบิดา
ช่วงนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้ให้ความสนใจกับองค์หญิงโย่วเสี่ยมากนัก
แต่ดูเหมือนอีกฝั่ายจะก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่
เท่ากับโอรสเล่อและพรรคพวก แต่ด้วยอายุอานามของนาง เรียก
ได้ว่าเป็นอัจฉริยะชั้นยอด ที่พอสูสีกับกลุ่มของโอรสเล่อเลย
ทีเดียว
“อู่ อวี้” ทันใดนั้นสายตาของนางก็ฝั่าฝูงชนแล้วมาหยุดอยู่
ที่ร่างของ อู่ อวี้
กล่าวได้ว่าเวลานี้นครหมื่นทวีปคึกคักอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ตอนนี้โอรสพระธิดาทุกพระองค์ออกมายืนต้อนรับแขกและ
ราชทูต ยกเว้นโอรสโหยวที่กำลังพักฟืนร่างกาย
อู่ อวี้ ก็ติดตามโอรสเล่อมาด้วยเช่นกัน
ยามนี้เมื่อจอมจักรพรรดิหมิงไห่ กับ จักรพรรดิต้านสวรรค์
ยืนอยู่ร่วมกัน มันยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสองดูเข้าคู่กันเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าหากเปรียบเทียบกันในแง่ของกลิ่นอายและห้วง
อารมณ์ จอมจักรพรรดิหมิงไห่ดูเหนือกว่าความบางส่วน
“เราโอรสพระธิดาของจักรพรรดิโบราณ ขอน้อมคารวะจอม
จักรพรรดิหมิงไห่”
เมื่อโอรสพระธิดากล่าวต้อนรับทักทาย อู่ อวี้ จึงต้องกระทำ
ตามไปด้วย แน่นอนว่าสายตาของเขายังอยู่ที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ที่ไม่ได้เจอหน้ามานาน อู่ อวี้ รู้สึกว่านางดูเฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้น
อันที่จริงเขารู้ดีว่านางเองก็ได้รับช่วงเวลาดี ๆ หลังจากพลังฝีมือ
ของนางก้าวหน้าขึ้นแบบพุ่งทะยาน นางก็ได้รับความเคารพจาก
เหล่าราชวงศ์มากขึ้น เรียกได้ว่าปัจจุบันนางกลายเป็นความหวัง
ของเปั่ยหมิง ทำให้ความคิดและอารมณ์ของนางเปลี่ยนไปมาก
พูดได้ว่าวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ไม่ได้นำนาง
ไปสู่โชคชะตาอันน่าเศร้า แต่ยิ่งทำให้นางมีความมุ่งมั่นสดใสร่า
เริงมากกว่าเดิมเสียอีก โดยส่วนใหญ่แล้ว อู่ อวี้ ไม่ได้เข้าไป
จุ้นจ้านในความคิดของนาง
ถึงแม้ว่าตอนนั้น ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล เขาจะ
สังหารองค์ชายองค์หญิงไปไม่น้อย ดังนั้นเรื่องราวความลับใน
ครั้งนั้นจึงไม่มีทางที่ ราชวงศ์มารฟั้า อาณาจักรเมฆาทะยาน
และคนอื่น ๆ จะทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเส้นทางเซียนบรรพ
กาลไปได้
หลังจากจอมจักรพรรดิหมิงไห่พูดคุยทักทายทุกคนแล้ว
ทันใดนั้นสายตาของเขาก็มาตกอยู่ที่ อู่ อวี้ พร้อมกล่าวขึ้นว่า ”
เจ้าก็คือ อู่ อวี้ สินะ เห็นว่าเจ้ากับธิดาคนเล็กของข้าเป็นสหายที่
ดีต่อกันมาก คาดว่าถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิโบราณมีราชโองการ
ส่วนพระองค์ ปั่านนี้เจ้าคงยังอยู่ที่นครหมิงไปแล้ว ”
จักรพรรดิต้านสวรรค์ที่อยู่ถัดออกไป เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้ม
พร้อมกล่าวขึ้นว่า ” ราชอารักษ์เล่อแท้จริงแล้วเป็นคนเก่งกาจมี
ฝีมือ ถ้าเขาไม่เก่งจริงจักรพรรดิโบราณก็คงจะไม่สนใจเขาเช่นนี้
ในเมื่อองค์หญิงโย่วเสี่ย กับ ราชอารักษ์เล่อ เป็นสหายสนิทที่
ไม่ได้พบกันนาน เราก็ปล่อยให้เขาสองคนได้พูดคุยกัน เดี๋ยวข้า
จะไปส่งจอมจักรพรรดิหมิงไห่จนถึง ‘จวนเปั่ยหมิง’ เอง โอรสเล่อ
ตามข้ามา ”
” ขอรับ ” อู่ อวี้ พยักหน้ารับทราบ แต่การที่เขาได้ประสบ
พบพักตร์กับจอมจักรพรรดิหมิงไห่ซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ ภายในใจ
ของเขาก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เขากังวลว่าอีกฝั่ายจะรู้เรื่องวงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณแล้วหรือยัง แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มี
ทางหลุดออกจากปากขององค์หญิงโย่วเสี่ยอย่างแน่นอน
ต่อให้อีกฝั่ายจะล่วงรู้เรื่องวงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณแล้วก็ตาม แต่ก็คงจะไม่ทำอันใดกับตนเอง เพราะถ้าเขา
เจ็บองค์หญิงโย่วเสี่ยก็ต้องประสบกับหายนะไปด้วย
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ได้รับความสนใจอีกครั้ง เหล่าโอรส
พระธิดาก็รู้สึกอิจฉาริษยาเป็นอย่างยิ่ง หลังจาก อู่ อวี้ ออกไป
พวกมันก็หันมาพูดคุยกระซิบกระซาบกัน
“ข้าคิดแผนอะไรดี ๆ ออกแล้ว วิธีจัดการกับเจ้าสองคน
นั้น” หลังจากพวกเขาคล้อยหลังพระธิดาอิงก็รีบกล่าวขึ้นมา
ในทันที
“ทำอย่างไร? ” ที่เหลือรีบถามอย่างรวดเร็ว
” อู่ อวี้ ช่างเป็นชายที่ช่างน่ากลัวจริง ๆ ข้าล่ะขอชื่นชมจาก
ใจ เหมือนเช่นดั่งมหาราชาปีศาจแห่งความตายกล่าว แม้สองปีที่
ผ่านมาน้องชายของเราจะก้าวหน้ามากก็ตาม แต่ด้วยความโดด
เด่นของ อู่ อวี้ ทำให้เขาก็กลายเป็นผู้ยากจะสยบ หากมีวิธี
สามารถกำจัดพวกเขาได้ คือทำให้พวกเขาขัดแย้งซึ่งกันและ
กันเอง”
หลังจากนั้นโอรสหลูปรบมือ แล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ยากนัก การ
จัดการกับ อู่ อวี้ จะยิ่งทำให้มันโดดเด่นมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็
ทำให้โอรสเล่อที่อยู่ข้างกายดูเหมือนผู้ติดตาม เกรงว่านานวันเข้า
มันอาจทำให้เกิดปัญหา จนมีปัญหากับ อู่ อวี้ ไปเอง เมื่อถึงตอน
นั้นถ้าเขาทำเฉดหัว อู่ อวี้ ทิ้ง บัดนั้น โอรสเล่อ จะเหลืออันใดอีก
เล่า? ”
” ฟัง ๆ ดูมันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ แต่พูดน่ะมันง่าย แล้วถ้า
อู่ อวี้ ไม่กินเหยื่อล่ะ ”
……………………
ตอนนี้ อู่ อวี้ เดินเคียงข้างองค์หญิงโย่วเสี่ย ส่วนหนานซาน
หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็เดินตามอยู่ด้านหลังของพวกเขา เมื่อแล
เห็นพวกเขาทั้งสอง เย่ซีซีกับหนานซานก็ทำท่าทางยักคิ้วหลิ่วตา
หัวร่อต่อกระซิกอย่างชอบใจ
” ข้ารู้จักองค์หญิงผู้นี้ตอนอยู่ที่เปั่ยหมิง นางคอยปกปั้อง อู่
อวี้ ทำไมเขาถึงได้โชคดีในเรื่องนารีอุปถัมภ์อย่างนี้นะ ข้าล่ะ
อิจฉาจริง ๆ ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวอย่างตัดพ้อ
” พี่ชายหนานซานอย่าได้พูดจาเหลวไหล ท่านลืมไปแล้ว
หรือไรว่าบิดาของนางมาที่นี่ด้วย ” เย่ซีซีกระซิบเตือน
“แค่ก ๆ ๆ ” หนานซาน หวางเยว่ รีบกระแอมไอกลบ
เกลื่อน เมื่อเห็นว่าด้านหลังของเขาก็คือจอมจักรพรรดิหมิงไห่ ก็
รีบหุบปากอย่างรวดเร็ว
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่จำเป็นต้อง
สื่อสารกันด้วยคำพูด ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ ณ ที่แห่งใด ห่างไกล
สักเพียงไหนก็ยังสามารถพูดคุยติดต่อสื่อสารกันได้ ทั้งหมดนี้เป็น
เพราะพวกเขาเชื่อมต่อกันด้วยพลังของวงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ แน่นอนว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยไม่สามารถรู้เรื่อง
ของ อู่ อวี้ ได้
อู่ อวี้ ยังคงพูดเช่นเดิมว่าเขาเชื่อใจนางอย่างสมบูรณ์ ต่อ
จากนี้เขาจะหาวิธีแก้ไขวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณให้จง
ส่งได้ เหมือนกับปฏิภาณที่เขาตั้งมั่นไว้ตั้งแต่แรก
” ข้าไม่คิดว่าพอเจ้ามาอยู่ที่เหยียนหวง จะมีโชคลาภวาสนา
ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย ตอนนี้เจ้า
แตกต่างจากครั้งแรกที่ได้พบกันอย่างสิ้นเชิง” องค์หญิงโย่วเสี่ยก
ล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึก
นางยังจดจำได้ดีว่าตอนอยู่บนเส้นทางเซียนบรรพกาล อู่ อวี้
ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกคนไล่ล่าสังหาร ตอนนั้นเขา
เป็นคนอ่อนแอ แต่แล้วในที่สุดก็สามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือ
มัจจุราชมาได้ แล้วสุดท้ายเขาก็แก้แค้นโดยเปิดฉากลงมือสังหาร
พวกตัวการหัวโจกในเวทีเซียนเหลียว ซึ่งครั้งนั้นทำให้นาง
หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ
“เจ้าเองก็ก้าวหน้าขึ้นมาก หากในภายภาคหน้าสามารถ
กลายเป็นเซียนอมตะได้ก็คงดีไม่น้อย ถ้าอยากประสบ
ความสำเร็จ เจ้าต้องมีจิตใจตั้งมั่นไม่ไขว้เขว”
“ข้าเพิ่งขบคิดเรื่องนี้ออกเมื่อไม่นานนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะวงเวท
พันธสัญญาโลหิตควบคุมวิญญาณ ข้าคงปล่อยให้
ยศถาบรรดาศักดิ์ความเป็นเจ้าหญิงปิดบังจนดวงตามืดบอด แต่
หลังจากนั้นข้าก็แตกฉาน เป็นอิสระจากบ่วงเหล่านี้ ทำให้ข้าได้รู้
ว่าควรจะไล่ล่าติดตามสิ่งใด ทำให้ข้าทราบถึงจุดยืนฐานะผู้เสาะ
แสวงหาในวิถีแห่งเต๋า ”
อาณาจักรเต๋าภายในจิตใจของนาง ลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง บาง
ทีความเข้าใจของ อู่ อวี้ อาจเป็นประโยชน์กับนางเช่นกัน อู่ อวี้
มีลางสังหรณ์ว่าในภายภาคหน้าความสามารถของนางอาจจะ
ก้าวล้ำเกินกว่าจอมจักรพรรดิหมิงไห่ก็ได้
” หลังจากนี้ หากขาพบเจอศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่ดีกว่า ข้าจะ
คืนพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงให้กับเจ้า ”
“เยี่ยมไปเลย” รอยยิ้มของนางดูมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง อันที่
จริงแล้วความอ่อนโยนของนางในตอนนี้ ทำให้นางน่าดึงดูดอยู่ไม่
น้อย อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ทราบดีถึงความรู้สึกของนาง แต่
ในตอนนี้เขามีปัญหาหัวใจสองเรื่องที่ยังแก้ไม่ตก จึงไม่ต้องการ
เพิ่มเรื่องที่สามเข้าไปอีก
” คอของเจ้าไปโดนอะไรมา ” ทันใดนั้นองค์หญิงโย่วเสี่ยก็
สังเกตเห็นตราประทับหงส์เพลิง
“เกิดจากการต่อสู้ครั้งก่อนน่ะ อันที่จริงข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิด
อะไรขึ้น แต่ที่มันไม่น่าจะส่งผลกระทบอันใด” อู่ อวี้ ตอบ
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้นางจึงไม่ได้ซักถามอะไรมาก แต่ตาม
สัญชาตญาณของสตรีแล้ว นางเกรงว่าตราสัญลักษณ์นี้จะต้อง
เกี่ยวข้องกับอิสตรีเป็นแน่
เมื่อมาถึง จวนเปั่ยหมิง จักรพรรดิต้านสวรรค์ก็ขอตัวลา
ทางด้านจอมจักรพรรดิหมิงไห่ที่ดูมีความสุขยิ่ง ก็กล่าวขึ้นอย่าง
กะทันหันว่า ” อู่ อวี้ ข้าขอพูดคุยกับเจ้าเพียงลำพังได้หรือไม่? “