กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1025: ลานเมฆาสวรรคเพลิงวายุ
ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุตั้งอยู่ใต้เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล มีขนาดกว้างใหญ่พอที่จะรองรับผู้คนจำนวนมากได้
หรือต่อให้จำนวนนับล้านก็มิใช่ปัญหา
ทุกปีพิธีจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะถูกจัดขึ้นที่นี่ มันจึง
เรียกว่า ‘ลานจาริก’
เพียงแค่ อู่ อวี้ กับกลุ่มชนชาวเหยียนหวง , เหล่า
ราชวงศ์ , เหล่าขุนพลพล , เจ้าแคว้น , ขุนนางน้อยใหญ่
เพียงแค่กล่าวมาก็มีจำนวนหลายพันคนหรืออาจจะนับหมื่น
คนด้วยซ้ำ
ในช่วงรุ่งอรุณ ณ ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ พวกเขา
แต่งตัวเต็มยศออกมาต้อนรับเหล่าคณะราชทูตหมื่นทวีป
ภายในลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ ถึงแม้จะมีชาวเหยียน
หวงอย่มากมาย แต่กลุ่มของพวกเขาก็กินอาณาเขตบนลาน
ไม่ค่อยมากเท่าใดนัก
เหนือท้องนภากลางลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ หากมอง
จากด้านล่างขึ้นไปจะแลเห็นแผ่นหยกสีขาวมี
เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดหลายร้อยจั้ง ซึ่งบัดนี้กำลังคว้างอยู่
กลางเวหา งานพิธีของวันนี้ อู่ อวี้ สังเกตสีหน้าของผู้คน เขา
พบว่าพวกเขาล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก โดยไม่
ต้องบอกก็รู้ว่าเพราะเหตุใดพวกเขาถึงมีสีหน้าเช่นนั้น
ทั้งหมดเป็นเพราะในช่วงเที่ยงของวันนี้จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงจะปรากฏตัวขึ้นที่นั่น
ฝังตรงข้ามชาวเหยียนหวงเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่นี่มีไว้
รองรับเหล่าราชทูตหมื่นทวีปที่จะเข้ามา
วันนี้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ของชาวเหยียนหวง มันเป็น
เสมือนดั่งงานเทศกาลของนครเทวะที่ถูกจัดขึ้นทุก ๆ สิบปี
แต่ละคนแทบจะไม่เคยประสบพบพักตร์แลเห็นรูปโฉมที่
แท้จริงของจักรพรรดิโบราณแบบชัด ๆ เลยสักคน แม้ว่า
พวกเขาจะไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทว่าสำหรับ
ใครหลาย ๆ คน มันเสมือนดั่งกำลังแลมองเทพเซียนอยู่ก็ไม่
ปาน
แล้วก็มีผู้คนอีกจำนวนมาก ที่ไม่เคยพบเห็นรูปโฉมและ
พูดคุยกับจักรพรรดิโบราณมาก่อนเลย กล่าวได้ว่าโอรส
พระธิดาหลาย ๆ พระองค์แค่รู้เพียงว่าตนเองมีพระบิดาอยู่
เท่านั้น
ในวันนี้ผู้คนทุกเพศทุกวัยหรือลูกเด็กเล็กแดงจะรีบ
ออกมา จับจองพื้นที่บนถนนสายหลัก เพื่อเฝั้ารอคอยชม
บารมีของเทพเซียนที่ตนเองเคารพบูชา แม้ยังไม่ถึงยาม
เที่ยงตรงแต่ผู้คนจำนวนมากก็มานั่งชุมนุมคุกเข่ากราบไหว้
บูชา หันหน้ามายังทิศทาง เจดีย์วิญญาณบรรพกาล และ
ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ
ท่ามกลางคนเหล่านี้เป็นชายชราเสียส่วนใหญ่
กล่าวได้บรรยากาศภายในนครเทวะยามนี้ ช่างแตกต่าง
จากนครเทวะที่เต็มไปด้วยความครึกครื้นมีชีวิตชีวาเมื่อไม่กี่
วันก่อนอย่างสิ้นเชิง ทว่าบรรยากาศเคร่งขรึมเงียบสงบเช่นนี้
หาใช่มีแต่นครเทวะเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แม้แต่เมืองบริวาร
รอบนอกก็ยังเงียบสงัดมากเช่นเดียวกัน นั่นเพราะผู้คน
จำนวนมากได้ออกมาจากเคหสถานของตนเอง เพื่อมารอ
คอยชื่นชมอำนาจบารมีของจักรพรรดิโบราณและกิจกรรม
ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดงานพิธีอย่างใจจดใจจ่อ
ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่ายามนี้ชมพูทวีปโลกพระธาตุ ตกอยู่
ในห้วงแห่งความเงียบสงัดอึมครึมอย่างที่สุด
นี่คืออำนาจบารมีอันน่าเกรงขามของ จักรพรรดิโบราณ
เหยียน สิ่งที่บังเกิดขึ้นนี้ อู่ อวี้ รับรู้ได้ทันทีว่า มันเป็น
เหมือนกับ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ของโลกมนุษย์
ในเวลานั้นราษฎรชาวอาณาจักรบูรพาเยว่อู่นับถือ
ปฏิบัติกับ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เฉกเช่นดั่งเทพเซียนอย่าง
แท้จริง
ในช่วงรุ่งสางเหล่าราชทูตหมื่นทวีปได้เดินทางมาที่ลาน
เมฆาสวรรค์เพลิงวายุกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
แน่นอนว่ากองกำลังแรกที่มาถึง ล้วนเป็นอาณาจักร
และพรรคนิกายเล็ก ๆ โดยทั้งสิ้น และเป็นธรรมดาที่กอง
กำลังและอาณาจักรใดมีความมั่นอกมั่นใจในความแข็งแกร่ง
ของตนเองมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเดินทางมาที่ลานพิธีล่าช้ามาก
ขึ้นเท่านั้น
” ยินดีต้อนรับราชาอาณาจักรภูษาเพลิง สหายจาก
อาณาจักรภูษาเพลิง! ”
บนลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ มีเหล่าขุนนางคอย
ต้อนรับแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ นามว่า เจียงชิง อวี้ โดยมีชื่อเป็น
ทางการว่า ‘เจิ้นหลิงซือ’ นอกจากต้องรับหน้าที่คอยต้อนรับ
ทักทายแขกเหรื่อแล้ว ‘เจิ้นหลิงซือ ‘ยังมีหน้าที่เป็นสื่อการ
เชื่อมสานความสัมพันธ์ของกองกำลังหลักบนชมพูทวีป
โลกธาตุ
ภายใต้เสียงตะโกนโหวกเหวกของเขา อู่ อวี้ ก็ต้องเป็น
ไม้สองคอยต้อนรับทักทายกลุ่มคนที่มาจากอาณาจักรภูษา
เพลิงเช่นกัน อาณาจักรภูษาเพลิงเป็นอาณาจักรแรกที่เข้าสู่
‘ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ’ ภายใต้การนำของราชา
อาณาจักรภูษาเพลิง
อาณาจักรภูษาเพลิงเป็นอาณาจักรเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมา
น้อยกว่าหนึ่งพันปี ตั้งอยู่ทางทิศอุดรของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง พื้นที่แห่งนั้นค่อนข้างแร้นแค้นทุรกันดาร แต่ถ้า
ไม่ใช่เพราะอำนาจบารมีของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
คอยเป็นก้างขวางคอบรรดาอาณาจักรมหาอำนาจอื่น ๆ ไว้
แล้วล่ะก็ คาดว่าอาณาจักรของเขาคงได้ถูกควบรวมไปนาน
แล้ว เพียงแค่ค่ายกลคุ้มกันพรมแดนของพวกเขา เมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับพลังอันยิ่งใหญ่ ก็นับว่าค่อนข้างเปราะบางมาก
ทีเดียว
ราชทูตหมื่นทวีปที่มาถึงเป็นกลุ่มแรกคือ ราชา
อาณาจักรภูษาเพลิงพร้อมกับเหล่าคณะ ทุกคนยิ้มพูดคุย
สรวลเสเฮฮากับมหาอุปราชและคนอื่น ๆ จากนั้นก็ไปยืนอยู่
ตรงโค้งหัวมุม ที่นั่นคืออาณาจักรโบราณเหยียนหวงออกแบบ
มาเพื่อรองรับผู้มาเยือนทุกคน ความพิเศษของมันคือมีที่นั่ง
เฉพาะให้กองกำลังของใครของมันเลยทีเดียว
ในมุมมองสายตาของคนอาณาจักรภูษาเพลิงแล้ว
ราชวงศ์เหยียนหวงมีจำนวนค่อนข้างมากทีเดียว ส่วน
จำนวนของโอรสพระธิดาถือว่าเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น แต่
คนส่วนเล็ก ๆ กลุ่มนี้กลับครอบครองพลังอำนาจความ
แข็งแกร่งในด้านฝีมือเพลงยุทธ อีกทั้งแต่ละคนล้วนมี
พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเหนือล้ำกว่าผู้ใด ยิ่งเวลานี้มีเพียงแค่
คณะทูตอย่างพวกเขาเท่านั้นที่มาเผชิญหน้ากับเหล่าราชวงศ์
เหยียนหวง แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรู้สึกกดดันอย่างใหญ่
หลวง
โชคดีที่คณะของพวกต้องแบกรับแรงกดดันไว้เพียงไม่
นาน ชั่วครู่ต่อมาคณะราชทูตอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึง
“ยินดีต้อนรับแดนเหมันต์”
“ยินดีต้อนรับ อาณาจักรสันติยุทธ! ”
“ยินดีต้อนรับสหายปีศาจมหาสมุทรจื่อเจี้ยง”
ช่วงเวลานั้นเองไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนจำนวนมาก ผู้ฝึกตน
นอกรีต หรือแม้กระทั่งเหล่าปีศาจ และ ปีศาจสมุทร ต่าง
ปล่อยวางเรื่องความเกลียดชัง สามัคคีปรองดอง ฝืนยิ้มจน
หน้าบูดเบี้ยวให้แก่กัน
เมื่อจำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชาวเหยียนหวงก็
สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอย่างเลือนราง อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้
กลับรู้สึกเปิดหูเปิดตาอยู่ไม่น้อย เนื่องจากวันนี้ในที่สุดเขาก็
ได้เห็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของนครเทวะ โดยเฉพาะเหล่าพี่
น้องของจักรพรรดิโบราณ ทั้งหมดล้วนแข็งแกร่งทรงพลัง
เป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยสุดก็อยู่ในระดับเดียวกับ ชวีอิ๋น
นอกจากนี้ยังมีเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคน ข้าหลวง
ใหญ่ และผู้ทรงอำนาจมากมายต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ทางฝังราชทูตหมื่นทวีปก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน ทั้ง ‘สระ
อัสนีพิโรธ’ , ‘อาณาจักรปีศาจสวรรค์’ , ‘ ดินแดนเทวะ
เหมันต์’ , ‘ อาณาจักรเซียนเหินเมฆา’ , ‘จักรวรรดิดารานภา
ทมิฬ’ , ‘แดนเซียนบุปผาฟั่านฮวา’ , ‘ ราชวงศ์มารฟั้า’ ,
‘อาณาจักรเมฆาทะยาน’ , ‘แดนเก้ายมโลก’ , ‘มหาสมุทร
แห่งความตาย’ , ‘อาณาเขตสมุทรนิรันดร์’ รวมถึงกองกำลัง
ขั้วอำนาจอื่น ๆ ที่ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้น เมื่อราชทูตหมื่นทวีป
ผู้ซึ่งเปียมไปด้วยความแข็งแกร่งเหนือยิ่งกว่าชาวเหยียนหวง
ปรากฏกายขึ้น แรงกดดันของชาวเหยียนหวงก็ถูกสยบลง
ทันที
อู่ อวี้ พบว่าแท้จริงแล้วนี่คือการเผชิญหน้าระหว่างชาว
เหยียนหวง กับ ราชทูตหมื่นทวีป! ถึงแม้ว่าการมอบเครื่อง
บรรณาการในครั้งนี้ การแสดงออกของพวกมันจะดูสามัคคี
ปรองดองกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ภายในจิตใจกลับเปียมไปด้วย
ความขุ่นเคืองอาฆาตแค้นอย่างสุดแสน
ช่วงเวลาที่พวกมันต้องกล้ำกลืนฝืนทน ไม่อาจแสดง
ความไม่พอใจออกไปได้ นี่คือโอกาสที่จะปล่อยแรงกดดัน
ทั้งหมดสะกดข่มใส่ชาวเหยียนหวงที่อยู่เบื้องหน้า และ
ช่วงเวลานี้ในทุก ๆ ครั้ง ชาวเหยียนหวงจักต้องแบกรับแรง
กดดันจากผู้คนทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ
อีกทั้งจำนวนของฝั่ายตรงข้ามยังเพิ่มมากขึ้นกว่าครั้ง
ก่อน ๆ
โดยเฉพาะในเวลานี้จักรพรรดิจากขั้วอำนาจชั้นนำ
มากมายต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เช่น จอมจักรพรรดิหมิงไห่
มหาราชาปีศาจแห่งความตาย ราชันอัสนีพิโรธ จักรพรรดิ
กระบี่ดาราสวรรค์ นางเซียนฟั่านฮวา และคนอื่น ๆ พวกเขา
ทั้งหมดล้วนอยู่เหนือยิ่งกว่ามหาอุปราช ในเวลานี้พวกเขา
กำลังร่อนลงมาเบื้องล่าง เหล่าผู้ทรงอำนาจที่แท้จริงของ
ราชทูตหมื่นทวีปปรากฏกาย พวกเขาทั้งหมดล้วนมีจำนวน
มากมาย และแข็งแกร่งยิ่งกว่าชาวเหยียนหวงนับสิบ ๆ เท่า
อู่ อวี้ รู้ว่าวันนี้ มีเหล่ายอดฝีมือผู้แข็งแกร่งของชมพู
ทวีปโลกธาตุรวมตัวกันอยู่มากมาย เขารู้สึกว่ามันช่างเปิดหู
เปิดตาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าชาวเหยียนน่า
สะพรึงกลัวที่สุด ทว่ายามนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจำนวนที่
มากกว่าแล้ว ชาวเหยียนหวงกลับถูกสยบอย่างสมบูรณ์ อีก
ฝั่ายหนึ่งตั้งใจทำให้ชาวเหยียนหวงโงหัวไม่ขึ้นด้วยซ้ำ
ในเวลานี้พวกมันต่างผนึกกำลังร่วมกัน
อู่ อวี้ รู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง เหล่าราชทูตหมื่นทวีป
ต่างใช้พลังอำนาจมหาศาล ปลดปล่อยแรงกดดันสะกดข่ม
เขาใส่พวกเขา
แม้แต่เสียงของ เจียงชิง อวี้ ยังสั่นเครือเล็กน้อย
การเผชิญหน้าภายใต้ความเงียบสงบนี้ เป็นเสมือนดั่ง
ช่วงเวลาก่อนพายุก่อตัว
อย่างไรก็ตาม ชาวเหยียนหวงมิได้รู้สึกหวาดกลัวอันใด
พวกมันมีข้อได้เปรียบทางด้านจิตใจที่เหนือกว่า อีกด้านหนึ่ง
นี่คือนครเทวะ ซึ่งมีชาวเหยียนหวงอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
ด้วยความแข็งแกร่งของพวกมัน รวมถึงความภาคภูมิใจใน
ฐานะตระกูลอันดับหนึ่ง นอกจากนี้พวกมันยังมีจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงหนุนหลังอยู่ ภายในใจของพวกมัน
ตระหนักอย่างชัดเจนว่า ผู้คนเหล่านี้มาเพื่อจ่ายค่า
บรรณาการ!
ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านจิตใจนี้ ทำให้ชาวเหยียนหวง
อดทนต่อแรงกดดัน ยืนหยัดเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ ถึงแม้
จะถูกกดดัน แต่ก็ยังแสดงความเหนือกว่า โดยเฉพาะเมื่อมี
มหาอุปราชและผู้แข็งแกร่งมากมายอยู่เบื้องหลัง
ถึงแม้ฝั่ายตรงข้ามจะมีจำนวนมากเท่าใด แต่ชาวเหยียน
หวง ก็ยังคงยืนหยัดเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ
อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อ ยืนอยู่ท่ามกลางชาวเหยียนหวง แล
เห็นยอดฝีมือและอัจฉริยะจากทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุรวมตัว
กันอยู่ในที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะผู้เปียมไปด้วย
พรสวรรค์ แต่ก็รู้สึกว่าตนได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย ชมพูทวีป
โลกธาตุช่างลึกลับพิศวง มีเผ่าพันธุ์มากมายดำรงอยู่ หรือ
แม้กระทั่งมนุษย์ด้วยกันเอง เช่นชาวเหยีนหวงกับชาวเปั่ย
หมิง ก็มีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง
ตัวอย่างเช่นชาวเหลยยวนแห่ง ‘สระอัสนีพิโรธ’ พวก
เขามีโทนสีผิวออกไปทางสีม่วงเข้ม ร่างกายสูงโปร่ง ราวกับ
ว่าถือกำเนิดมาพร้อมกับอสนีบาต ประกาศอัสนีเล่นแปั๊บ ๆ
ออกมาจากดวงตา ตามตำนานร่ำลือกันว่าดินแดนของพวก
เขาทั้งหมดก็คืออัสนี ชาวเหลยยวนเหล่านี้ถือกำเนิดมาพร้อม
กับอัสนีพิโรธ เกิดมาเพื่อควบคุมอสนีบาต ดังนั้นพวกมันจึง
สามารถผ่านภัยพิบัติเต๋าครั้งแรกอย่าง ‘อัสนีสวรรค์’ มาได้
อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ยังมีปีศาจสมุทร เช่น ปีศาจจากมหาสมุทร
แห่งความตายที่ อู่ อวี้ เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ ทั่วทั้งร่างของ
พวกมันปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความตาย สีผิวเทา
หม่น ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา กีดกันผู้คนไม่ให้เข้ามาใกล้
นอกจากนี้ยังมีกองกำลังชั้นนำอย่างชาวเปั่ยหมิง และ
อีกกว่า 20 กองกำลังของชมพูทวีปโลกธาตุ ซึ่งทั้งหมดล้วน
มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ สามารถแลเห็นได้ว่ายามนี้ สายตาของ
พวกเขาเต็มไปด้วยการยั่วยุ และแรงปรารถนาจะต่อสู้
ทั้งหมดล้วนทุ่มเทกำลังเพื่อปราบปรามสยบชาวเหยียนหวง
ภาพฉากนี้โอรสเล่อบอกเล่าให้เขาฟังมานานแล้ว ดังนั้น
อู่ อวี้ จึงเตรียมใจไว้พร้อมแล้วเช่นกัน ทำให้ยามนี้เขาไม่ได้
ตื่นตระหนกตกใจเท่าใดนัก
จักรวรรดิทายาททักษิณที่นำโดยหวงจุน เกือบจะเป็น
กลุ่มสุดท้ายที่มาถึง จักรวรรดิทายาททักษิณมีผู้คนอยู่
มากมายเช่นกัน เมื่อชื่อของหวงจุนปรากฏขึ้นบนลานเมฆา
สวรรค์เพลิงวายุ ผู้คนทั้งหมดก็มุ่งความสนใจไปที่นางทันที
เมื่อได้ยินว่า หวงจุน เดินมาที่นี่ด้วย คาดว่าผู้คนทั่วทั้งชมพู
ทวีปโลกธาตุ คงรอคอยที่จะได้แลเห็นการดำรงอยู่ของตัวตน
ในตำนานผู้นี้
แน่นอนว่า แปดมหาราชาปีศาจสมุทร และ จักรพรรดิ
ปีศาจวายุคลั่ง ก็มาที่นี่ด้วยเช่นกัน เมื่อหวงจุนปรากฏตัว
พร้อมเหล่าสมุนปีศาจในจักรวรรดิทายาททักษิณ สีหน้าของ
พวกมันก็แปรเปลี่ยนเป็นปันยาก ก้มศีรษะลง และพยายาม
ทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจ เนื่องจากพวกมันเหล่าปีศาจสมุทร
วายุคลั่ง เป็นเสมือนดังหินให้หวงจุนก้าวข้ามมาสู่จุดนี้
แตกต่างจากฝูงชนที่เมื่อแลเห็น หวงจุน ก็จะพยายามมองดู
อีกครั้ง
กุญแจสำคัญก็คือ บนชมพูทวีปโลกธาตุอันกว้างใหญ่
แห่งนี้ ผู้ที่ทรงพลังเช่นดั่งหวงจุน กลับไม่เคยปรากฏกายมา
ก่อน ดังนั้นผู้คนจึงรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
หนานกง เหว่ย ก็มาถึงแล้วเช่นกัน ยามนี้ชื่อเสียงของ
นางเลื่องลือระบือลั่นอย่างไร้สิ้นสุด แต่ อู่ อวี้ ที่อยู่ในกลุ่ม
ของชาวเหยียนหวง กลับดูไม่โดดเด่นเท่าใดนัก
” ยายแม่มดเฒ่ามาแล้ว ข้าขอไปซ่อนตัวก่อน ” เมื่อ
หนานซาน หวางเยว่ เห็นนาง เขาก็ปลดปล่อยความสามารถ
ในการซ่อนเร้นอำพรางกายอย่างเต็มกำลัง อันที่จริงแล้วเขา
ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็ได้ เนื่องจากที่นี่มียอดฝีมืออยู่เยอะ
เกินไป ดังนั้น หวงจุน จึงมิได้สนใจเขาแม้แต่น้อย
แน่นอนว่า หนานกง เหว่ย หรือ องค์หญิงหวงซี ได้ตก
เป็นจุดสนใจอีกครั้ง นางแสดงออกด้วยท่าทางโดดเด่นสูงส่ง
เสมือนดั่งเทพเซียนที่ยืนอยู่เหนือเหล่ามนุษย์
” องค์หญิงหวงซี นับว่าโดดเด่นจริง ๆ ”
” กล่าวตามตรง ข้ายังไม่เคยเห็นโอรสพระธิดาของชาว
เหยียนหวงคนใด โดดเด่นเท่ากับนางเลย ”
” ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงคนอื่น ”
” แค่สายโลหิตหงส์เพลิงนิรันดร์อันแสนสูงส่งของนาง ก็
ถือเป็นตัวตนระดับสัตว์สวรรค์แล้ว นางย่อมสามารถบรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะได้อย่างง่ายดาย ข้าคาดเดาว่าหลังจาก
นี้ในอนาคต องค์หญิงหวงซี จะต้องทะยานสวรรค์อย่าง
แน่นอน ”
” ข้าที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คงไม่มีทางเอื้อมถึงนาง
อย่างแน่นอน ”
” ผู้ที่สวรรค์โปรดปราน ย่อมอยู่ห่างไกลเกินกว่าจะเอื้อม
ถึงอยู่แล้ว “