กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1024: กอนวันจาริกศักดิ์สิทธิ์
ผู้ที่เดินทางร่วมขบวนมากับจักรวรรดิทายาททักษิณใน
วันนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นตัวตนระดับสูงสุดของจักรวรรดิทายาท
ทักษิณ ซึ่ง อู่ อวี้ ก็คุ้นหน้าคุ้นตาพวกมันเป็นอย่างดี
อย่างเช่น : มหาราชาปีศาจทั้งหก เจ็ดราชาวานร และราชา
ปีศาจตนอื่น ๆ
ระหว่างการเดินทางมุ่งหน้าสู่เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์
หมื่นทวีป ไม่มีอาณาจักรผู้ฝึกตนใดที่ไปยุ่งกับจักรวรรดิหรือ
อาณาจักรอื่นอย่างเด็ดขาด อย่างจักรวรรดิทายาททักษิณ
ถึงแม้จะนำกองกำลังทั้งหมดออกมา แต่ก็มิใช่ปัญหาอันใด
มิฉะนั้นหากทำให้จักรพรรดิโบราณบันดาลโทสะขึ้นมา
จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเปล่า ๆ
เมื่อหวงจุนเดินทางมาถึง สิ่งที่ อู่ อวี้ กังวลมากที่สุดก็คือ
องค์หญิงหวงซี หรือ หนานกง เหว่ย นั่นเอง เขาอยากรู้ว่า
ตอนนี้นางอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่?
ทั้งหมดเป็นเพราะตราประทับหงส์เพลิงบนลำคอของ
เขาร้อนผ่าวขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะหายไปแล้ว ทำให้ อู่ อวี้
คิดว่าเขาคงคิดไปเอง
ในเวลานี้เขาอยู่ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก และได้เห็น
หนานกง เหว่ย นางอยู่ถัดจากหวงจุน เท่ากับว่านางมาพร้อม
กับหวงจุนจริง ๆ ทุกการเคลื่อนไหวให้ความรู้สึกสูงส่งสง่า
งาม นางคือหงส์เพลิงนิรันดร์ในตำนานที่ยังเยาว์วัย ดังนั้น
สายตาดึงดูดทั้งหมดที่จับจ้องมายังนาง จึงมากมายเสียกว่า
หวงจุน ที่อยู่ข้าง ๆ เสียอีก เนื่องจากบนใบหน้าของ หวงจุน
มีผ้าคลุมปิดบังเอาไว้ เปียมไปด้วยอำนาจบารมีและความ
สง่างามอย่างสูงล้ำ ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่กล้ามองตรง ๆ
อู่ อวี้ รู้สึกกังขาเป็นอย่างยิ่ง
” สัญลักษณ์นี้มันอะไรกันแน่? มันปรากฏขึ้นตอนที่เรา
อยู่บนบันไดขั้นที่ 5 ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ แต่
ในตอนนั้น หนานกง เหว่ย ไม่ใช่ตัวจริง มันคือภาพมายาที่
ถูกสร้างขึ้น แล้วทำไมพอนางเข้ามาใกล้ สัญลักษณ์นี้ถึงร้อน
ขึ้นมาได้? ”
เขามั่นใจว่าในวันนั้นสิ่งเขาเห็นทั้งหมดคือภาพมายา
เขาได้พิสูจน์เรื่องนี้จาก หนานซาน หวางเยว่ ไปแล้ว อีกทั้ง
ในวันนี้ท่าทางของ หนานกง เหว่ย ก็ดูเย็นชาเฉยเมย การ
แสดงออกของนางแตกต่างจากในวันนั้นอย่างสิ้นเชิง แล้วมัน
ก็เป็นไปไม่ได้ที่นางจะมีความทรงจำของภาพมายา ดังนั้นเขา
จึงรู้สึกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
จากเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ทำให้เขาคิดได้เพียงว่า
เรื่องราวในวันนั้นเป็นเพียงภาพมายา หรือไม่ก็อาจเป็นไปได้
ว่าตราประทับหงส์เพลิง มีความสัมพันธ์เชื่อมต่อกับหวงจุน
หรือหงส์เพลิงนิรันดร์ตนอื่น ๆ บอกตามตรงว่าเขาเองก็รู้สึก
กังวลเกี่ยวกับตราประทับนี้เหมือนกัน แต่เขาก็จนปัญญา
เพราะไม่สามารถเอามันออกได้
ระหว่างที่เขาคิดเรื่องนี้ในใจ ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่
มหาอุปราชได้พาคาราวานจักรวรรดิทายาททักษิณมาถึงนคร
หมื่นทวีปพอดี เหล่าโอรสพระธิดาหลีกทางยืนหลบอยู่
ด้านข้าง แล้วมหาอุปราชก็พาพวกเขาเข้าไปแทน
” นั่นน่ะหรือหวงจุน? ที่ว่าคนคนเดียวสามารถเอาชนะ
แปดมหาราชาปีศาจสมุทร ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ นอกจากนี้
ก่อนการต่อสู้ยังเอาชนะมหาราชาปีศาจทั้งหกได้อีกด้วย … ”
” ถ้าให้พูดถึงผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ภายในชมพูทวีป
โลกธาตุนี้ นอกเหนือจากจักรพรรดิโบราณแล้ว หวงจุนถือว่า
เป็นบุคคลที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของผู้แข็งแกร่ง นางช่างยอด
เยี่ยมจริง ๆ คาดว่าทวีปปีศาจทายาททักษิณจะต้องรุ่งโรจน์
เพราะนาง”
“อิจฉาทวีปปีศาจทายาททักษิณจริง ๆ ตอนนี้ก็ได้
กลายเป็นจักรวรรดิทายาททักษิณไปแล้ว ซึ่งอาจจะ
เทียบเคียงได้กับ ‘อาณาจักรปีศาจสวรรค์’ หรือไม่ก็ ‘ล้านภู
ผาปีศาจ’ เลยทีเดียว เฮ้อ∼ นับว่ายอดเยี่ยมจริง ๆ … ”
” แน่นอนอยู่แล้ว อีกอย่าง… หนึ่งในสองอาณาจักรที่ว่า
อาจจะไม่สามารถเทียบเคียงได้หวงจุนหรือหงส์เพลิงนิรันดร์
ด้วยซ้ำ ”
” เห็นว่าองค์หญิงหวงซีก็เป็นหงส์เพลิงนิรันดร์เช่นกัน ”
” พูดอะไร ก็นางคือธิดาของหวงจุนเชียวนะ ”
” อาาาา∼ องค์หญิงหวงซีช่างงดงามยิ่งนัก เกิดมาใน
ชีวิตนี้ข้ายังไม่เคยเห็นสตรีใดงดงามเท่านางมาก่อน ต่อให้
ตายก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว ช่างสูงศักดิ์สง่างามเสียเหลือเกิน
…”
” อย่าเที่ยวพูดพล่อย ๆ ไปเชียวนะ เดี๋ยวใครได้ยินเข้าก็
ได้ตายสมใจหรอก ดูคนอื่น ๆ สิ อึ้งตะลึงกับความงามจนดู
โง่เง่าไปหมดแล้ว ”
ยามนี้ความโดดเด่นของ หนานกง เหว่ย ได้ดึงดูดความ
สนใจจากฝูงชนไปอย่างสมบูรณ์ เขาโค้งก้มศีรษะให้หวงจุน
ยิ่งนางเห็นเช่นนี้ท่าทางของนางยิ่งดูเย่อหยิ่งภาคภูมิใจเป็น
อย่างยิ่ง ขณะที่ขบวนเคลื่อนผ่าน ท่าทีของนางก็ยังคงไม่
เปลี่ยนแปลงแม้แต่เล็กน้อย ราวกับว่าไม่ได้แยแส อู่ อวี้ อยู่
ในสายตาอย่างสมบูรณ์
อาจเป็นเพราะเวลานี้นางได้กลายเป็นองค์หญิงหวงซีไป
เสียแล้ว เมื่อบินทะยานไปบนท้องเวหา จะมาแยแสคนที่อยู่
เบื้องหลังได้อย่างไร อู่ อวี้ ครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
เขากับนาง ผลปรากฏว่าอารมณ์ของเขานิ่งสงบไม่ปันปั่วน
หรือรู้สึกเสียอกเสียใจเลยแม้แต่น้อย แสดงว่าความสัมพันธ์
ฉันชู้สาวระหว่างเขากับนางไม่มีหลงเหลืออยู่ต่อไปแล้ว ถึง
อย่างไรก็คงจะต้องชมเชยนางว่าทำได้ดีทีเดียว
แต่แล้วทันใดนั้นอยู่ ๆ หวงจุน ก็หยุดก้าวอย่างกะทันหัน
เมื่อเห็นเช่นนั้นมหาอุปราชก็แนะนำเหล่าโอรสพระธิดาแต่ละ
องค์ให้นางได้รู้จักทันที แน่นอนว่ามันเป็นเพียงการแนะนำ
เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดของแต่ละบุคคล
หลังจากนั้นสายตาของหวงจุน มหาราชาปีศาจทั้งหก ,
คุนหวู่แปดจิต , ราชินีมดทองคำนิล , ปีศาจพฤกษาพันตา ,
มองผ่านโอรสเล่อ แต่กลับมาหยุดอยู่บนล่างของ อู่ อวี้
หวงจุนจ้องมอง อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวยิ้ม ๆ กับมหา
อุปราช ” โอรสผู้นี้มีนามว่าอะไร ข้าเคยเห็นเขาในจักรวรรดิ
ทายาททักษิณ ”
มหาอุปราชหัวเราะพร้อมกล่าวว่า ” ท่านผู้นี้หาใช่
พระโอรส แต่เป็นราชอารักษ์ ”
“ราชอารักษ์” ดูเหมือนว่าหวงจุนจะไม่เคยได้ยินมาก่อน
ดังนั้นมหาอุปราชจึงอธิบายอย่างอดทน
หวงจุน พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เขา
คือผู้ช่วยของพระโอรสเช่นนั้นหรือ แต่… ดูเหมือนว่าราช
อารักษ์เล่อผู้นี้จะแข็งแกร่งกว่าโอรสพระธิดาคนอื่น ๆ มาก
นัก ข้าคิดว่ามีเพียงเขาเท่านั้น ที่สมควรจะเป็นบุตรชายของ
จักรพรรดิโบราณ ”
เป็นคำพูดที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนยิ่ง จนฝูงชนที่อยู่โดยรอบพา
กันอึ้งตะลึงงันไปเลยทีเดียว จากนั้นมหาอุปราชก็หัวเราะขึ้น
ทันที พร้อมกล่าวว่า “ฮ่ะ ๆ ๆ หวงจุนกล่าวหยอกล้อกัน
เกินไป แต่ อู่ อวี้ ก็ยอดเยี่ยมจริง ๆ จักรพรรดิโบราณให้
ความสำคัญกับเขาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เรายังหวังว่าเขา
จะช่วยเหลือโอรสเล่อได้ในอนาคต”
จากนั้นเขาก็รีบบอกให้ หวงจุน เดินหน้าต่อไป เนื่องจาก
จวนที่เตรียมพร้อมไว้ให้พวกเขาอยู่เพียงแค่คืบเท่านั้น
หวงจุนไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก กระทำเพียงยิ้ม
เล็กน้อยจากนั้นก็เดินนำเหล่าปีศาจทั้งหมดเข้าไปภายในนคร
หมื่นทวีป เนื่องจากว่านางยังไม่จากไป ดังนั้นฝูงชนจึงไม่กล้า
กล่าวอันใดมากนัก
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ กลับรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย นี่ไม่ใช่
ครั้งแรกที่ผู้คนกล่าวกันเช่นนี้ ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็น
เพียงเรื่องไร้สาระ แต่มันก็ทำให้เขาวิตกกังวลด้วยเช่นกัน
ครั้งที่แล้วเป็นเพราะ หวงจุน คิดว่าเขามีความสัมพันธ์
เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิโบราณ ดังนั้นจึงยอมปล่อยให้เขามี
ชีวิตรอดมาได้ แต่แล้ววันนี้นางก็กล่าวแบบเดิมอีกครั้ง เขา
จึงพูดได้เพียงว่าบางสิ่งบางอย่างที่จักรพรรดิโบราณประทับ
ไว้บนร่างเขานั้น ทำให้เขาต้องแบกรับภาระหนักหนาสาหัส
สากรรจ์อย่างยิ่ง แต่ทำไมเขากับหมิงซวงถึงไม่รู้ว่ามันคือ
อะไร?
นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ในยามนี้ ด้วย
เพราะเขาไม่อยากเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิโบราณผู้นี้แม้แต่
น้อย
แน่นอนว่ามีหลายคนที่ไม่คิดแบบนั้นเช่นเดียวกัน อู่ อวี้
หันไปเห็นว่าโอรสพระธิดาคนอื่น ๆ กำลังหัวเราะเยาะเยาะ
เย้ยโอรสเล่อกันจนท้องแข็งเลยทีเดียว แต่เพราะโอรสเล่อยืน
อยู่ด้านหลังของเขา อู่ อวี้ จึงไม่รู้ว่าเขากำลังคิดเช่นใดอยู่
แต่ ชวี่ ห้าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี และ ไปั๋หลี่ จุยหุน หัน
กลับมามอง อู่ อวี้ ด้วยสีหน้าแปลก ๆ เล็กน้อย
หลังจากโอรสพระธิดากลุ่มอื่นมาถึง พวกเขาจึงสามารถ
จากไปได้ โอรสเล่อกล่าวทักทายพวกมันเล็กน้อย จากนั้นทุก
คนก็กลับไปที่ตำหนักโอรสเล่อทันที
อู่ อวี้ คิดว่าตนเองควรใส่ใจอารมณ์ของโอรสเล่อ ดังนั้น
เขาจึงพูดว่า ” กล่าวตามตรงข้าไม่รู้ว่าหวงจุนพูดเช่นนี้มี
จุดประสงค์ใดกันแน่ ”
โอรสเล่อกล่าวตอบไปว่า ” ช่างปะไร แต่คาดเดาว่า
เหล่าพี่น้องของข้า คงตั้งใจใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ทำ
ให้พวกเราขัดแย้งกัน กลยุทธ์เหล่านี้เป็นแค่วิธีชั้นต่ำเท่านั้น
ถ้าในอนาคตมีโอกาสได้ต่อสู้กับพวกเขาจริง ๆ ก็ว่าไปอย่าง
แต่มันหาใช่เช่นนั้นไม่ จนตอนนี้ข้ารู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า
ไปหมดแล้ว มหาอุปราชผลักดันข้าให้มาอยู่ท่ามกลางห้วง
แห่งวังวน อีกทั้งพวกเรายังไม่ทราบว่าเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลมีกฎเช่นไร ดังนั้นข้าจึงกลัวว่าเราจะตกเป็นเปั้าหมาย
ของผู้คนจำนวนมากเกินไป”
” พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากปล่อยไปตาม
สถานการณ์เท่านั้น” อู่ อวี้ พยักหน้า
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโอรสเล่อค่อนข้างบอบบาง
อู่ อวี้ ไม่สามารถเป็นพี่น้องกับเขาได้อย่างแท้จริง ทว่าด้วย
ศักดิ์ฐานะผู้ช่วยเหลือของ อู่ อวี้ แน่นอนว่าเขาต้องสนับสนุน
โอรสเล่อ แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การ
ควบคุมของจักรพรรดิโบราณ
เนื่องจากโอรสเล่อไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของหวงจุน ดังนั้น
อู่ อวี้ จึงไม่กล่าวสิ่งใดต่อ หลังจากกล่าวคำลาเขาก็รีบกลับสู่
ตำหนักราชอารักษ์เล่อทันที หนานซาน หวางเยว่ รออยู่ที่
ตำหนักมานานสองนานแล้ว ทันทีที่มันเห็นเขาก็รีบพูดขึ้นว่า
” ข้ากลัวจะตายอยู่แล้วเนี่ย ยายแม่มดเฒ่านั่นโผล่มาที่นี่ได้
อย่างไรกัน! ตายยากตายเย็นเสียจริง ๆ แสดงว่าภายในจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปครั้งนี้ ข้าต้องหดหัวอยู่แต่ในกระดองซ่อน
หลบตัวจากยายนกแก่นั่นสินะ ไม่เช่นนั้น…หากนางรู้ว่าข้ามี
เนตรปีศาจมายา ข้ามีหวังเสร็จแน่! ”
” จะดีที่สุดหากเราไม่เผชิญหน้ากับนาง ส่วนเจ้าก็
พยายามลดพลังของเนตรปีศาจมายาลงให้น้อยที่สุด”
เหลือเวลาอีก 5 วัน จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปก็จะเริ่มต้น
ขึ้น
เวลาผันผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ หนานซาน หวางเย่ว ไม่
อาจหักห้ามใจ ให้ตนเองออกไปเดินเที่ยวแต่สนุกสนานอยู่
ภายนอกได้ หลังจากกลับมาเขาก็เล่าให้ อู่ อวี้ ฟังว่าตอนนี้
นครเทวะคึกคักมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งกองกำลัง
มหาอำนาจทั้งหลายยังเดินทางกันมาครบทั้งหมดแล้ว เช่นว่า
จักรวรรดิแก่นรัศมีทองคำ อาณาจักรเซียนวายุเขียว สระ
อัสนีพิโรธ ฯลฯ
” ร่ำลือกันว่า ตัวตนระดับจักรพรรดิและยอดฝีมือของ
อาณาจักรต่าง ๆ กว่าครึ่งมาถึงนครเทวะแล้ว ทั้งยังเป็นไปได้
ว่าอีกครึ่งกำลังเดินทางมาที่นี่ จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เห็นได้ชัดว่าจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปครั้งนี้ แตกต่างจากครั้ง
ก่อน ๆ ใหญ่หลวง ” หนานซาน หวางเย่ว กล่าว
อู่ อวี้ จำได้ว่าจอมจักรพรรดิหมิงไห่เข้าร่วมกับกอง
คาราวานของจักรวรรดิเปั่ยหมิงในระหว่างทาง แม้กระทั่งหัว
หวงจุนก็เดินทางมานครเทวะด้วยตนเอง มิได้ส่งลูกสมุน
ปลายแถวมาเข้าร่วมเหมือนครั้งก่อน แม้กระทั่งมหาราชา
ปีศาจทั้งหกก็ไม่ได้มาด้วยตนเองเหมือนครั้งนี้
เพราะในท้ายสุดแล้ว นี่คือการจ่ายค่าคุ้มครอง
ก่อนเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะเริ่มหนึ่งวัน
โอรสเล่อก็บอกเขาว่า ขั้วอำนาจและกองกำลังทั้งหมดที่ได้รับ
ราชโองการจากจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ล้วนเดินทาง
มาถึงนครเทวะแล้ว
ยามนี้นครเทวะคึกคักมีชีวิตชีวาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ร่ำลือกันว่าแม้กระทั่งนครหมื่นทวีป ก็ยังเนืองแน่นไปด้วย
ผู้คน
ไม่ว่าทิวาหรือราตรีภายในนครเทวะล้วนแน่นขนัดไป
ด้วยผู้คน แต่ละร้านเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดและผู้คน
จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ผลิตจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง แค่เพียงไม่กี่วันเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยแต่
ละร้านก็ยิ้มแปั้นเพราะเงินทองเต็มกระเปั๋า พวกเขาโค้ง
คำนับลูกค้าอย่างอ่อนน้อมแบบสุด ๆ
อย่างไรก็ตามมีเรื่องบางอย่างภายในใจที่ อู่ อวี้ ยังรู้สึก
กังวลอยู่ เขาจึงเอ่ยปากถามออกไปว่า ” แล้วสัตว์สวรรค์
อย่างมังกรเทวะที่เร้นกายอยู่ในมหาสมุทรมีผู้ใดมาบ้าง? ”
โอรสเล่อส่ายศีรษะแล้วพูดว่า ” ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน
เท่าที่ข้ารู้ก็มีแค่ทางนั้นได้รับเทียบเชิญจากเราแล้ว ปัจจุบัน
กองกำลังหลัก ๆ ในชมพูทวีปโลกธาตุส่วนใหญ่ก็มาถึงกัน
หมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงตระกูลเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มาก็คือ
ตระกูลมังกรเทวะ ในช่วงเวลาที่ตระกูลนี้รุ่งโรจน์มากที่สุด
เขาเหนือกว่าชาวเหยียนหวงมากนัก เวลานั้นพวกเขาไม่ได้
เห็นชาวเหยียนหวงอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ถ้าครั้งนี้ไม่มา
พระบิดาคงจะไปลงโทษด้วยตนเอง ”
ยามนี้ อู่ อวี้ รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนัก แม้ว่าเขาจะ
ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาก็ตาม แต่เขาก็ไม่ต้องการให้ตระกูล
มังกรเทวะเดือดร้อน แล้วสถานการณ์ปัจจุบันก็ดูช่างหมิ่น
เหม่เสียเหลือเกิน
แต่เขาก็ไม่ควรรีบด่วนสรุปในตอนนี้ เพราะเวลายังพอมี
เหลืออยู่ อู่ อวี้ พยายามสงบสติอารมณ์ตนเองลงแล้วเฝั้ารอ
คอยในวันพรุ่งนี้ บางทีในวันพรุ่งนี้พวกเขาอาจจะเดินทางมา
แต่แล้วความหวังของเขาก็แตกสลาย เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้น
มาถึงก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกเขา ซึ่งในวันนี้บรรดา
โอรสพระธิดาและคนอื่น ๆ จะต้องไปที่ ‘ลานเมฆาสวรรค์
เพลิงวายุ’ เพื่อไปต้อนรับราชทูตหมื่นทวีป ซึ่ง อู่ อวี้ ก็อยู่ใน
นั้นด้วย แต่วันนี้คือช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นของจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ทว่ายังไม่มีคนจากตระกูลมังกรเทวะมา
สักคน อีกทั้งข่าวคราวนี้ยังแพร่กระจายออกไปแล้ว จึงเป็น
เรื่องธรรมชาติที่ราชทูตหมื่นทวีปทั้งหมดจะรับรู้โดยทั่วกัน
ถึงแม้โดยทั่วไปแล้ว สัตว์สวรรค์จากตระกูลมังกรเทวะ
จะไม่ค่อยปรากฏกายออกมาให้เห็นเท่าใดนัก แต่วันงาน
เทศกาลสำคัญยังไม่ยอมปรากฏตัวออกมาอีก ไม่ว่าจะเป็น
เหตุผลใดก็คงเอามาอ้างไม่ได้แล้ว
อย่างไรก็ตามพวกมันไม่มีเวลามาสนใจคนอื่น เนื่องจาก
วันนี้คือวันถวายเครื่องบรรณาการให้กับจักรพรรดิโบราณ
กล่าวตามตรงมันช่างน่าเศร้าและน่าเวทนาอย่างสุดแสน
เพราะทุก ๆ สิบปีพวกมันถูกรีดไถทรัพย์สมบัติและทรัพยากร
อย่างไม่เต็มใจให้ ฉะนั้นภายในใจของพวกมันจึงเต็มไปด้วย
ความคับแค้นขุ่นข้องหมองใจอัดแน่นอยู่ในอกมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่พอหันมามองผู้รีดไถตนเองก็พบว่าคนผู้นั้นคือจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงอันแสนน่าสะพรึงกลัว ดังนั้นพวกมันจึงทำ
ได้เพียงก้มหน้ารับกรรมอย่างไม่อาจปริปากพูดอันใดได้
อย่างไรเสียนี่ก็คือการจ่ายค่าคุ้มครอง