กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1026: ผูมาเยือนในชั่วอึดใจสุดทาย
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่า หนานกง เหว่ย เป็นที่เคารพนับถือ
เช่นนั้น ภายในใจของเขาก็รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย ครั้งหนึ่ง
เขาเคยคิดว่าตนเองทิ้งห่างนางไปไกล แต่ไม่คิดเลยว่าชีวิต
ของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เคยอยู่ในทวีปเล็ก ๆ อย่างทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง จะเปลี่ยนแปลงพลิกผันไปมากมายเช่นนี้
” อยู่ที่นั่น… ศักดิ์ฐานะของนางก็ไม่ได้กระจอกงอกง่อย
เป็นถึงบุตรสาวของเจ้านิกายเซียนซูซัน นางโดนสนับสนุน
อุ้มชูมาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งยังตกเป็นจุดสนใจอยู่เสมอ คาดว่า
ในวันนี้นางคงจะคุ้นเคยกับการชื่นชมยกยอเช่นนี้อยู่แล้ว ”
” นับว่าโชคดีที่นางหลงลืมความทรงจำในอดีตไปหมด
สิ้น ไม่เช่นนั้นนางคงหวนกลับไปที่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
แล้วก็เริ่มห้ำหั่นฆ่าฟันเพื่อล้างแค้นเป็นแน่ ”
ถ้านางมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ อู่ อวี้ ก็คิดว่านับต่อจากนี้
อยากจะขออวยพรให้นางมีความสุข
ยามนี้สายตาของผู้คนทั้งโลกหล้า กำลังจ้องมองนาง
เสมือนดั่งนางฟั้านางสวรรค์มาโปรด
ฉากภาพอันตระการตาเช่นนี้ไม่ใช่คนทั่วไปที่จะสามารถ
เข้ามาร่วมความหฤหรรษ์ได้
อย่างไรก็ตามพระเอกตัวจริงของวันนี้ก็คือ จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง นอกจากนี้หวงจุนก็ไม่อยากให้นางทำตัว
โดดเด่นเป็นจุดสนใจมากเกินไป หลังจากจักรวรรดิทายาท
ทักษิณได้มาประจำตำแหน่งของตนเอง นางก็ถูกซ่อนตัวกลืน
หายไปกับฝูงชน ส่งผลให้คนอื่น ๆ ที่เทียวมองไปยังทิศทาง
นั้นไม่สามารถพบเห็นหน้าได้อีกเลย
เวลาผ่านไปน้อยกว่าครึ่งชั่วยาม เหล่าราชทูตหมื่น
ทวีปทั้งหลายแหล่ที่พำนักอยู่ภายในนครหมื่นทวีปต่างทยอย
มาจนครบแล้ว กล่าวได้ว่ายามนี้ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ
เต็มไปด้วยทะเลผู้คนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นการรวม
พลของกองกองกำลังแลยอดฝีมืออันดับต้น ๆ ทว่าต่อให้คน
เหล่านี้ผนึกกำลังร่วมมือกันต่อสู้ก็ไม่มีใครสามารถสยบ
จักรพรรดิโบราณลงได้
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจในตนเองอยู่ไม่น้อย เขาอยู่
ท่ามกลางงานพิธีอันยิ่งใหญ่แท้ ๆ แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย
ตอนนี้เหลือเวลาเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ก็จะถึงฤกษ์
ยามตอนเที่ยงตรง ยิ่งเวลาใกล้เข้ามาเท่าไหร่ผู้คนก็ยิ่งตื่นเต้น
มากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะเหล่าโอรสพระธิดาตอนนี้รู้สึก
ประหม่าอยู่ไม่น้อย เนื่องจากจักรพรรดิโบราณอยู่ภายในใจ
พวกเขา นับตั้งแต่เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปถูกจัดขึ้น
ภายในใจของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความ
ปรารถนาอย่างแรงกล้า ดังนั้นเขาจึงพอเข้าใจได้ว่าทำไม
ตอนนี้ โอรสเล่อถึงไม่หยุดกำมือของตนเองสักที
เดิมทีเจตนาการมาของเหล่าราชทูตหมื่นทวีปในครั้งนี้ก็
คือ สยบชาวเหยียนหวง ตอนนี้ราชวงศ์เหยียนหวงกำลังตก
อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักหนาสาหัส แต่ก็ยังมีอีกหลาย
คนที่มองไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร พวกเขาแค่อยากระบาย
ความแค้นที่อยู่ในใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกไปบ้าง เพียงแค่นี้ก็มี
ความสุขมากแล้ว ทว่ายามนี้เมื่อรู้ว่าจักรพรรดิโบราณใกล้จะ
ปรากฏกายขึ้นทุกขณะ พวกเขาก็รีบละทิ้งความคิดพี่จะแก้
แค้นออกไปอย่างรวดเร็ว บอกตามตรงว่าหลังจากมีข่าวลือ
มากมายว่าจักรพรรดิโบราณจะปรากฏตัวในไม่ช้า พวกเขาก็
รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่ายามนี้ทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุกำลังตกอยู่ใน
ความตึงเครียด เฝั้ารอการมาถึงของเทพเซียน แม้แต่ อู่ อวี้
ก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าโลกเงียบสงัดและหนาวเหน็บถึงเพียงนี้มา
ก่อน
ราวกับว่าทุกคนในโลกหล้านี้ กำลังรอคอยเวลาที่เหลือ
อีกหนึ่งชั่วยาม
อันที่จริงเหล่าราชทูตหมื่นทวีป และ ราชวงศ์เหยียนหวง
ยากที่จะพูดคุยหรือร่วมวงกันได้ ทว่าในวันนี้ทุกคนกลับแสร้ง
ปันหน้าพูดคุยกันอย่างเสียมิได้
อู่ อวี้ เหลือบมองไปทางหวงจุน , จอมจักรพรรดิหมิง
ไห่ , มหาราชาปีศาจแห่งความตาย , ราชันอัสนีพิโรธ ,
จักรพรรดิกระบี่ดาราสวรรค์ ฯลฯ ตอนนี้พวกมันยังมีท่าที
เยือกเย็นไม่แยแสสิ่งใด เขายังเห็นพวกมันพูดคุยกัน ซึ่งส่วน
ใหญ่ก็พูดคุยกับหวงจุน ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการ
ล้วงข้อมูลของนางบางอย่าง ด้วยเพราะนางยังหน้าใหม่
สำหรับทุกคน
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็น
บุคคลที่ทำให้เขาเต็มไปด้วยความกังขา และคงต้องกล่าว
ตามตรงว่าเขายังคงรู้สึกระแวงแคลงใจกับคนผู้นี้อยู่ไม่น้อย
นอกจากนี้ในใจของเขายังมีคำถามอีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือเรื่อง
เกี่ยวกับตระกูลมังกรเทวะ
” องค์ชาย มีข่าวคราวเกี่ยวกับตระกูลมังกรเทวะ
หรือไม่?
โอรสเล่อกระซิบตอบกลับ ” จะตอบว่าอย่างไรดี… เมื่อ
วานข้าส่งคนไปสืบข่าว แต่จนปั่านนี้ยังไม่กลับมาเลย เมื่อใน
อดีตทุกคนต่างเฝั้ารอคอยเพื่อจะได้เห็นตระกูลมังกรเทวะ แต่
ในครั้งนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ อาจเป็นเพราะว่าในการนี้พระบิดา
ส่งเทียบเชิญออกไปมากมาย แต่ในระหว่างที่ทุกคนมาก็ยัง
ขาดตระกูลมังกรเทวะอยู่ดี ข้าไม่รู้ว่าหลังจากเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปสิ้นสุดลง พระบิดาจะจัดการอย่างไรกับ
พวกเขา ”
กำจัด!
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมตระกูลมังกรเทวะ
ถึงไม่ส่งคนมาถวายเครื่องบรรณาการ แต่ถ้าถึงขั้นต้องกำจัด
เขาก็รู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก และไม่อยากให้คนที่ตนเอง
อยากแต่งงานด้วยต้องมาเจ็บเนื้อเจ็บตัว แต่ปัญหาก็คือถ้า
จักรพรรดิโบราณต้องการกำจัดตระกูลของนางขึ้นมาจริง ๆ
สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็คือการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงเท่านั้น
แต่ดูเหมือนกังวลมากไปก็คงจะไร้ประโยชน์
จริง ๆ แล้ว อู่ อวี้ ก็เข้าใจดีว่าความก้าวหน้าของตนเอง
รวดเร็วมากเสียจนทำให้ผู้คนรู้สึกริษยา แต่ก็ต้องยอมรับอีก
เช่นกันว่าไม่ว่าเขาจะเติบโตรวดเร็วมากเพียงใด เขาก็ไม่
สามารถแก้ไขปัญหาที่ตนเองต้องประสบพบเจอได้เสมอไป
ทุกครั้ง โดยเฉพาะจักรพรรดิโบราณ คนผู้นี้นำพาแรงกดดัน
มาให้กับตัวเขาอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าแม้แต่เวลานอนก็ยัง
หลับตาไม่ลง
แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่ผู้คนก็หาได้
สนใจว่าที่นี่ไม่มีตระกูลมังกรเทวะอยู่แต่อย่างใด เพราะ
ท้ายที่สุดแล้วคนที่ฝั่าฝืนก็จะถูกจักรพรรดิโบราณลงโทษอยู่ดี
ถึงเวลานั้นพวกมันก็แค่รอดูผลลัพธ์ก็พอ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลที่
ไม่เคยปรากฏมาก่อน อันที่จริงพวกเขาได้เห็นเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว จวบจนบัดนี้พวกเขาแล
ชาวเหยียนหวงยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าความสามารถของมัน
คืออะไรกันแน่ ?
ไม่มีใครทราบว่าจักรพรรดิโบราณ จะมอบบททดสอบใด
ให้แก่ลูกหลานกันแน่? มีข่าวลือมากมายเกิดขึ้นอีกทั้ง
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้ จักรพรรดิโบราณ
ยังต้องการให้โอรสพระธิดามาแย่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิองค์
ใหม่ในอนาคตหรือไม่?
แล้วถ้าถามว่าใครที่รู้สึกกังวลและกดดันมากที่สุด ก็คง
ต้องบอกว่าไม่พ้นเหล่าโอรสพระธิดา เวลานี้โอรสพระธิดา
ทั้งหมดต่างมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พวกมันแต่ละคน
มีกองกำลังแข็งแกร่งอย่างที่สุดรายล้อมอยู่รอบตัว ทั้งยัง
เตรียมพร้อมรับการทดสอบทุกเมื่อ
โอรสที่มีกองกำลังอยู่ในมือล้วนฝึกฝนบำเพ็ญตนมานาน
หลายร้อยปีแล้ว นอกจากนี้พวกมันยังมีความสุขุมล้ำลึก มี
วุฒิภาวะของผู้ใหญ่ แต่ละคนได้พานพบเจอประสบการณ์มา
มากมายหลากหลาย ในบรรดาโอรสที่เป็นเพศชายทุกคน
โอรสเล่อไม่มีอะไรที่จะมาเปรียบเทียบกับพวกมันได้เลย กลุ่ม
สามคนของ อู่ อวี้ ถือได้ว่าว่ามีศักยภาพยิ่งใหญ่ก็จริง แต่ถ้า
ให้ไปต่อสู้จริง ๆ จัง ๆ กับผู้บำเพ็ญเพียรมานานหลายร้อยปี
เช่นนี้ พวกเขาก็มีสิทธิ์ถูกสังหารได้เช่นกัน
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็พอมีความหวังอยู่บ้างเล็กน้อย เขา
รู้สึกได้ว่าลั่วผินจะมาปรากฏตัวในช่วงวินาทีสุดท้าย แต่จน
บัดนี้เหตุการณ์ก็ยังไม่เป็นไปตามคาดหมาย
” ข้ายังไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่ตระกูลมังกรเทวะจะ
เดินทางมาที่นี่ จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เข้าสู่แนวพรมแดน
ของเราเลยด้วยซ้ำ โดยปกติแล้วหากจะเดินทางมาที่นี่ยังไงก็
ต้องผ่านนครจักรพรรดิทักษิณ เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงครึ่งชั่ว
ยาม ดูเหมือนว่าคงเป็นไปไม่ได้แล้ว นอกเสียจากว่าพวกเขา
จะบินทะยานมาบนท้องฟั้าเหนือค่ายกลคุ้มกันพรมแดนนคร
เทวะ ”
ค่ายกลคุ้มกันพรมแดน แผ่ขยายอาณาเขตเขตปกคลุม
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงไว้อย่างสมบูรณ์ มันมิได้ปั้องกัน
แค่แนวชายแดนเท่านั้น แต่ยังปกปักษ์อยู่ใต้พิภพอีกด้วย
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตะวันส่องประกายแสงเจิดจ้า
อยู่เหนือศีรษะของเขาจนต้องหลี่ตาเล็กน้อย แลเห็นค่ายกล
พรมแดนเหยียนหวงที่อยู่สูงลิบได้อย่างเลือนราง ด้วยสิ่งที่
เห็น ทำให้เขารู้ว่าตระกูลมังกรเทวะไม่น่าจะเดินทางมาแล้ว
ถ้าจะมาก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ลุ้นระทึกขนาดนี้ เพราะมันไม่
จำเป็นเลยจริง ๆ
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีคนกำลังเฝั้ามองตนเองอยู่ เมื่อ
เขาหันไปก็ไม่พบเห็นผู้ใดอยู่เลย จากนั้นเขาก็มองไปทาง
หนานกง เหว่ย นางยังอยู่ข้างกายหวงจุนยังคงแสดงสีหน้าไม่
แยแส ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกตกใจ ราวกับว่านี่คือความเย็น
ชาอันล้ำลึกของนางที่ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าเข้ามาใกล้
ยิ่งเวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ บรรดาราชทูตหมื่น
ทวีป รวมถึงชาวเหยียนหวงก็ยิ่งพูดคุยกันน้อยลงมากทุก ๆ
จนกระทั่งบรรยากาศโดยรอบเงียบสนิทลง มียอดฝีมือผู้
แข็งแกร่งมากมายในลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ แต่เมื่ออยู่ต่อ
หน้าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง บางทีคนกลุ่มนี้อาจไม่ได้
แตกต่างกันมากเท่าใดนัก
” กรรรรรร!!! ”
ทว่าระหว่างที่ อู่ อวี้ จมเข้าสู่ห้วงแห่งสมาธิ ทันใดนั้น
เขาก็ได้ยินเสียงร้องคำรามดังขึ้น หนานซาน หวางเยว่ ที่อยู่
เบื้องหลังตบไหล่ของ อู่ อวี้ อย่างตื่นตระหนก
“จักรพรรดิโบราณงั้นหรือ?” เขาไม่คาดคิดว่าเวลาจะ
ล่วงเลยไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น
เล็กน้อย
“ ไม่ใช่ เจ้าเงยหน้าขึ้นมองสิ ”
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ทันใดนั้นเองแม้กระทั่งลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุก็ตกเข้าสู่
ห้วงแห่งความโกลาหล อู่ อวี้ แลเห็นว่าในเวลานี้ทุกผู้คน
ล้วนเงยศีรษะมองขึ้นไปบนฟากฟั้า ด้วยความตื่นตระหนก
และประหลาดใจ ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็เงย
ศีรษะมองขึ้นตามฝูงชนไปทันที
“มังกรเทวะ!”
ผู้คนทั้งหมดที่แลเห็นต่างพากันเปล่งเสียงร้องตะโกน
ออกมาอย่างพร้อมเพรียง
ด้วยเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองก็
สามารถแลเห็นภาพทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ห่างไกลออกไป
เหนือท้องเวหา เหนือขึ้นไปบนค่ายกลคุ้มกันพรมแดน มี
มังกรกำลังบินทะยานผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ท่ามกลางกลุ่มก้อน
เมฆา แต่เนื่องจากระยะทางห่างกันเกินไป ดังนั้นจึงเห็นร่าง
ของมันไม่ใหญ่มากนัก อู่ อวี้ ประเมินจากระยะทาง มังกร
ตนนั้นน่าจะมีความยาวอย่างน้อย 100 จั้ง
“ในที่สุดก็มาซะที!” แทบจะวินาทีสุดท้ายก่อนเทศกาล
จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะเริ่มต้นขึ้น อู่ อวี้ ถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก สิ่งที่เขาเห็นคือมังกรเทวะตัวสีแดง ทั่วทั้งร่าง
ปกคลุมไปด้วยเกล็ดเรียบเนียน ท่ามกลางความเลือนราง
สามารถแลเห็นเขาที่งอกขึ้นมา ซึ่งดูแตกต่างจากมังกรสามัญ
ทั่วไป ราวกับว่ามีปลายหอกงอกขึ้นมาจากกลางหน้าผาก
ของมัน นอกจากนี้ยังมีหางยาวเรียว กรงเล็บและฟันอัน
แหลมคม คาดว่ามันต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน นี่คือ
สัตว์สวรรค์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าหงส์เพลิง ถึงแม้ว่าจะ
เป็นสีแดง แต่เมื่อมันปรากฏกายขึ้น ก็ยังให้ความรู้สึก
ศักดิ์สิทธิ์จนผู้คนต้องเคารพบูชา
” มิได้มาเพียงแค่ตนเดียว! ” อู่ อวี้ ได้ยินเสียงดีงขึ้นอีก
ครั้ง เขารู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย เมื่อเพ่งพินิจอย่างใกล้ชิดก็
พบว่าบนท้องเวหา ไม่ได้มีเพียงมังกรแค่ตนเดียวเท่านั้น และ
ในชั่วพริบตานั้น เขาก็พบว่ามีมังกรหลายตัวบินทะยานอยู่
บนก้อนเมฆา นำมาซึ่งความศักดิ์สิทธิ์สูงส่งมากยิ่งขึ้น ในช่วง
เวลานี้เอง มีทั้งมังกรเทวะเขียว มังกรเทวะม่วง นอกจากนี้ยัง
มีมังกรเทวะสีดำ เหนือเมฆาสูงลิ่วขึ้นไปยังมีมังกรอีกตน
เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้ อู่ อวี้ มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นนาง!
ในเวลานี้บนท้องเวหาเต็มไปด้วยเสียงคำรามอันน่าเกรง
ขาม
“ ราชวงศ์เหยียนหวงข้าต้องขออภัยอย่างสูง เหตุที่ทำ
ให้ข้าล่าช้าเพราะติดขัดปัญหาส่วนตัวบางประการ ก่อนพิธี
การจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะเริ่มขึ้น โปรดช่วยเปิดค่ายกล
คุ้มกันพรมแดนให้ข้าก่อนได้หรือไม่ ? ”
ดูเหมือนนี่จะเป็นเสียงของอิสตรี ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป
มาก มีเพียงแค่เสียงเท่านั้นแต่ตัวตนของนางยังไร้วี่แวว
ปรากฏ เป็นเสียงที่แสนไพเราะเพราะพริ้งทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึก
จิตใจสงบผ่อนคลาย เพียงชั่ววูบที่ได้ยินผู้คนต่างก็พากัน
หลงใหลเคลิบเคลิ้มกับสุรเสียงนี้แล้ว แน่นอนว่าท่าทีของ อู่
อวี้ จะต้องตื่นตระหนกตกใจมากสุดอย่างไม่ต้องสงสัย หัวใจ
ของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด จนแทบหายใจ
หายคอไม่ออก เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เคยวิตกกังวลมากมาย
เช่นนี้มาก่อน นั่นเป็นเพราะว่าเขาจดจำสุรเสียงนี้ได้อย่างขึ้น
ใจ เสียงนี้เขาเคยได้ยินมาแล้วจนนับครั้งไม่ถ้วน นี่จะต้อง
เป็นเสียงของลั่วผินอย่างแน่นอน ครั้งสุดท้ายที่ได้พบเจอและ
พูดคุยกันมันก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว …
” มหาอุปราช อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามานะ! พวกนั้น
มันสัตว์สวรรค์มังกรเทวะ เห็นได้ชัดว่าพวกมันจงใจมา
ในช่วงเสี้ยวลมหายใจสุดท้าย พอมาถึงก็อวดอำนาจบารมี
วางท่าใหญ่โต เห็น ๆ อยู่ว่าพวกมันไม่แยแสจักรพรรดิ
โบราณอยู่ในสายตา อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามาเด็ดขาด ”
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ที่อยู่ถัดออกไปจากจักรพรรดิอาราม
สวรรค์ รีบห้ามปรามอย่างรวดเร็ว
แต่มหาอุปราชก็หาฟังคำของมันไม่ เขาไม่แยแสสายตา
ของจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ที่กำลังจ้องมอง แล้วเขาก็ยัง
ตอบกลับไปว่า ” ตระกูลมังกรเทวะไม่เคยปลิ้นปล้อน
หลอกลวง อย่าลืมว่าจักรพรรดิโบราณกำลังจะมาถึงในไม่ช้า
พระองค์คงไม่พอใจมากถ้าปล่อยให้แขกรออยู่ด้านนอกนอก
เช่นนี้ ”
ด้วยพลังความสามารถของเขา จึงสามารถเปิดค่ายกล
คุ้มกันพรมแดนได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
เวลานี้หลายคนจ้องมองไปที่มังกรเทวะด้วยความ
คาดหวัง อู่ อวี้ ก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้เช่นกัน เมื่อเห็นมังกร
เทวะสีขาวบริสุทธิ์ เขาก็รู้สึกราวกับว่าตนเองฝันไป เพราะ
นั่นคือ ลั่วผิน อย่างแน่นอน …