กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1028: สาวงามในนิมิตรฝน
ด้วยเพราะคิดว่าตัวเองปะปนอยู่ในฝูงชน นางจึงไม่น่า
สังเกตเห็นเขา
ซึ่งมันทำให้เขาคาดไม่ถึงว่านางจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ใด
กล่าวได้เพียงว่า นางคงรู้เรื่องจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงออกราชโองการเรียกตัว อู่ อวี้ ให้มารับตำแหน่งราช
อารักษ์เล่อ
” ไฉนนางถึงสนใจการเคลื่อนไหวของข้า ในดินแดน
โบราณเหยียนหวง… ”
ในคราแรก อู่ อวี้ ยังแอบเป็นห่วงว่าหลังจากร่างกาย
ของนางฟืนคืนกลับสู่สภาพเดิมแล้ว นางจะลืมเขาเสียอีก
กังวลว่าความสัมพันธ์ดี ๆ ที่นางเคยมีกับเขาเมื่อครั้งเก่า
ก่อนอาจจะไร้ความหมาย เพราะสุดท้ายแล้วนางก็ต้องพึ่งพา
ตัวเอง
แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขากังวลจะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ทั้ง
ยังเหมือนว่าเขาเป็นบุรุษที่คิดเล็กคิดน้อยหยุมหยิมมาก
เกินไป
ยามนี้มีผู้คนมากมายให้ความสนใจกับลั่วผิน ดังนั้นเมื่อ
นางกวักมือเรียก ฝูงชนจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่าคนที่
นางกวักมือเรียกนั้น คือผู้ใดกันแน่ เนื่องจากยามนี้มีโอรส
พระธิดามากมายยืนอยู่ใกล้เคียงกับ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามนางก็คือเจ้ามังกรสี่คาบสมุทรเกรียงไกร
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดว่าเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร จะมี
ปฏิสัมพันธ์สนิทสนมกับผู้ใด ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่กล้า
เคลื่อนไหว
” นางกำลังเรียกผู้ใด … ? ”
” ไม่ใช่ข้าใช่หรือไม่ … ? ”
” ไม่ใช่เจ้าแน่อยู่แล้ว! แต่นางหันมายังทิศทางของพวก
เรา ”
ในเมื่อจักรพรรดิโบราณยังไม่ปรากฏตัวออกมา ทำให้
นางคิดอะไรบางอย่างได้จึงรีบใช้โอกาสนี้มองไปทาง อู่ อวี้
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ผู้อื่นไม่ได้อยู่ในสายตาของนางชั่วขณะ
เพียงสายตาของทั้งคู่ที่สาดประสานกันเท่านั้น สายตานี้ใน
ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน ด้วยสายตานี้ ผนวกกับถูกหมิงซวง
ยุยงส่งเสริม เขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป หลังจากนั้นเขาก็เดิน
ผ่านฝูงชนไปยังกลางลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุอย่างรวดเร็ว
ด้วยตำแหน่งของราชทูตหมื่นทวีป และ ราชวงศ์เหยียน
หวง ทำให้มีพื้นที่เปิดโล่งอยู่ตรงกลาง เมื่อ อู่ อวี้
ปรากฏการณ์ขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งนั้น แน่นอนว่าเขาย่อมดึงดูด
ความสนใจของทุกผู้คน
” นั่นมัน…ราชอารักษ์เล่อใช่หรือไม่? ”
อันที่จริงแล้วมีหลายเพิ่งจะรู้จัก อู่ อวี้ และเพียงชั่ว
พริบตาเขาก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของนางแล้ว เมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับนางเช่นนี้ภายในใจของเขาก็เต้นระส่ำถี่รัวไม่
เป็นจังหวะอีกครั้ง ราวกับว่าเขากลับเข้าสู่วัยหนุ่มสาวอีกครั้ง
ก็มิปาน นางคือสตรีในฝัน ที่มีทั้งความงดงาม และเปียมไป
ด้วยสง่าราศี มีความเป็นผู้ใหญ่ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ความ
อ่อนโยนของนางสามารถทำให้โลหิตอันเร่าร้อนภายในกาย
ของ อู่ อวี้ สงบผ่อนคลายลงได้
ลั่วผินสะบัดมือเบา ๆ จากนั้นหมอกสีครามก็แผ่พุ่งโอบ
ห้อมล้อมทั้งสองเอาไว้ ทำให้เขาทั้งสองไม่สามารถมองเห็น
ผู้คนที่อยู่ภายนอกได้ และผู้คนที่อยู่ภายนอกก็ไม่สามารถ
มองเห็นพวกเขาทั้งสองได้เช่นกันรวมถึงมังกรทั้งแปด สิ่งที่
เกิดขึ้นยามนี้ ได้สร้างความสับสนตื่นตระหนกตกใจให้แก่ทุก
ผู้คน
ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร พูดคุยเรื่อง
อันใดกับ อู่ อวี้ คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นอากัปกิริยา
ของพวกเขาเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองได้อย่างสิ้นเชิง
อันที่จริงนับตั้งแต่มังกรเทวะมาถึง ก็ทำให้ทั่วทั้งลาน
เมฆาสวรรค์เพลิงวายุเงียบกริบอยู่แล้ว แต่หลังจาก
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเสียงของฝูงชนก็เริ่มดังอื้ออึงอีกครั้ง เป็น
เสียงที่เต็มไปด้วยข้อข้องใจสงสัย ส่วนราชวงศ์เหยียนหวงยัง
แอบพูดคุยเรื่องของ อู่ อวี้ อย่างลับ ๆ
แม้แต่มหาอุปราชก็ไถ่ถามโอรสเล่อเป็นการส่วนตัวว่า ”
อู่ อวี้ กับ เจ้ามังกรสี่คาบสมุทร มีความสัมพันธ์เช่นใดกันแน่?
”
นี่เป็นความลับของ อู่ อวี้ ดังนั้นโอรสเล่อจึงตอบคำถาม
ได้เพียงแค่ส่ายศีรษะแทนการปฏิเสธด้วยคำพูดว่าไม่ทราบก็
เท่านั้น หลังจากนั้นก็หันไปขอตัวช่วยอย่าง หนานซาน หวาง
เยว่ กับ เย่ซีซี โดยหวังว่าทั้งสองคนนี้น่าจะพอรู้เรื่อง
อะไรบ้าง แต่ผลที่ออกมาก็เหมือนเดิม หนานซาน หวางเยว่
รีบตอบทันทีว่าตนเองไม่ทราบ
” เท่าที่จำได้ ก่อน อู่ อวี้ จะเดินทางมายังดินแดน
โบราณเหยียนหวง เขาเป็นคนจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งที่
ห่างไกลและทุรกันดารอย่างสุดแสน แล้วเขาจะไปรู้จักมักจี่
กับเจ้ามังกรสี่คาบสมุทรได้อย่างไรกัน? ”
ชาวเหยียนหวง และ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่พยายาม
วิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ได้สร้าง
ความหวาดกลัวให้กับคู่แข่งของโอรสเล่อมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากภาพเบื้องหน้านี้ แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า อู่ อวี้
และ เจ้ามังกรสี่คาบสมุทร มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ด้วยฐานันดรของโอรสเล่อ และความพิเศษของราช
อารักษ์เล่อ ทำให้มีผู้คนมากมายยินดีให้การสนับสนุนกับเขา
เดิมทีแล้วโอรสเล่อเป็นเพียงอนุชาคนเล็ก ไม่มีพิษมีภัย
ในใด ๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นเป็นรัชทายาทสืบ
ทอดบัลลังก์ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างกลับ
ตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ทำให้เหล่าโอรสพระธิดารู้สึกว่าเขาคือตัวปัญหาใหญ่ ที่
ต้องจัดการอย่างแท้จริง
ตอนนี้ข่าวร่ำลือเกี่ยวกับ อู่ อวี้ และ โอรสเล่อ ยิ่งลึกลับ
ซับซ้อนเสียยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก เดิมทีพวกมันกังวลใจ
เกี่ยวกับหลักการคัดเลือกผู้สืบทอดของจักรพรรดิโบราณ แต่
แล้วสิ่งต่าง ๆ ก็ยิ่งชี้ชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าคนที่จักรพรรดิ
โบราณโปรดปรานอย่างที่สุดนั่นก็คือบุตรชายคนเล็กอย่าง
โอรสเล่อ
แม้แต่คนภายในอย่างพวกเขายังไม่รู้เรื่อง คงไม่ต้องถาม
ว่าบรรดาราชทูตหมื่นทวีปกำลังงงงวยราวกับไก่ตาแตกยิ่ง
กว่าเดิมมากมายเพียงใด เนื่องจากยามนี้ อู่ อวี้ ถือเป็นบุคคล
ผู้มีความสามารถโดดเด่น จนชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนไปทั่ว
อีกทั้งดูเหมือนจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับเจ้ามังกรสี่
คาบสมุทร
ในทางกลับกันพวกมันก็อยากรู้อย่างที่สุดว่าทั้งสองมี
ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกันแน่ ? เป็นแค่ สหาย บริวาร
หรืออะไรกัน? แต่ที่แน่ ๆ ทั้งสองไม่มีทางเป็นแม่ลูกกันได้
ดังนั้นจึงพอมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะเป็นคู่รัก? อย่างไรก็ตาม อู่
อวี้ ยังถือว่าอ่อนด้อยห่างชั้นกับนางมากนัก ดังนั้นทั้งสองจึง
ไม่น่าจะใช่คู่ที่เหมาะสมกัน
” แต่ก็ไม่ใช่ว่า…สิ่งที่พวกเราคิดจะเป็นไปไม่ได้เลยซะ
ทีเดียว ถ้าวิเคราะห์จากท่าทีที่เจ้ามังกรสี่คาบสมุทรมาถึงที่นี่
ดูเหมือนนางนั้นแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้อยู่กับ อู่ อวี้ เพียง
ลำพัง แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน เห็นได้ชัดว่า
ต้องมีเรื่องบางอย่าง ถ้าข้าเดาไม่ผิดราชอารักษ์เล่อจะต้องไป
ทำอะไรมาแน่ … ”
” ข้ารู้สึกว่าพวกเราคิดเลอะเทอะใหญ่แล้ว พวกเขา
แตกต่างกันมากเกินไป อีกทั้งเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร ยังไม่ใช่
สาวน้อยวัยแรกรุ่น นางกับ อู่ อวี้ แตกต่างกันมากเกินไป เฉก
เช่นเดียวกับดวงตะวันและจันทราในยามราตรี ด้วยความ
แตกต่างอย่างใหญ่หลวงนี้ ไม่มีทางที่ทั้งสองจะเป็นสหายเต๋า
เคียงคู่กันได้ ”
เหตุการณ์นี้ช่วยระงับความตึงเครียด จากช่วงเวลาก่อน
การปรากฏตัวของจักรพรรดิโบราณได้เล็กน้อย ผู้คนแค่
ต้องการพูดคุยกันสักสองสามประโยค เพื่อยืนยันการคาดเดา
ของตัวเองเท่านั้น
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด นั่นก็คือ
หวงจุนแห่งจักรวรรดิทายาททักษิณกับธิดาของนางองค์หญิง
หวงซี และมังกรอีก 8 ตัว ที่ดูเหมือนจะมิได้สนใจเรื่องนี้
แม้แต่น้อย พวกมันแสดงสีหน้าเฉยเมย ราวกับไม่มีเรื่องอัน
ใดเกิดขึ้น ซึ่งผู้ที่ดูมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ร่างทมิฬ ที่คอยเหลือบมองมายังม่าน
หมอกสีฟั้านี้เป็นครั้งคราว
อันที่จริงแล้ว การเคลื่อนไหวของลั่วผินก็ทำให้ อู่ อวี้
ตกใจเล็กน้อยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เข้าใจนาง นางคงไม่ต้องการให้ผู้ใด
เห็นและได้ยินการพูดคุยของพวกเขาทั้งสอง
ในเวลานี้ภายในพื้นที่แคบ ๆ ของม่านหมอก นี้มีเพียง อู่
อวี้ กับลั่วผินเท่านั้น เบื้องหน้าของเขาคือดรุณีผมเงินแสน
งดงาม ผู้ที่ทำให้สายตาของ อู่ อวี้ พร่ามัวราวกับอยู่ในสาย
ลม เขาไม่ได้พบเจอนางมานานแล้ว เมื่อได้แลมองอย่างแนบ
ชิดอิงกาย ภาพความงดงามอันแสนร้อนแรงและหยิ่งทะนง
ของ หนานกง เหว่ย ที่ครั้งหนึ่งเคยประทับอยู่ภายในจิตใจ
ของเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าโฉมสะคราญนางนี้แล้ว อู่ อวี้ ภาพ
ของ หนานกง เหว่ย ล้วนถูกเปั่ามลายหายไปจนสิ้น
เสมือนดั่งอัญมณีหยกขาว เป็นความงามที่บริสุทธิ์และ
สงบยิ่ง ด้วยทุกสรรพสิ่งนี้ชวนดึงดูดให้ผู้คนหลงใหล
เคลิบเคลิ้มอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากประดุจดอก
เชอรี่ คิ้วระหง ดวงเนตรอันนิ่งสงบไร้ซึ่งระลอก ทุกอิริยาบถ
การเคลื่อนไหวล้วนสง่างามอย่างหาใดเปรียบ เรือนร่าง
งดงามเฉกเช่นดั่งลูกพีชสดพร้อมเก็บเกี่ยว เมื่อยืนอยู่ต่อหน้า
ความงามอันสมบูรณ์แบบนี้ คงไม่มีผู้ใดหายใจหายคอได้ทั่ว
ท้อง บวกกับรอยยิ้มอันนิ่งสงบที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้า เป็น
ความงามอันเรียบง่าย ที่ชวนให้ผู้คนจิตใจผ่อนคลาย สัมผัส
กับห้วงอารมณ์แสนบริสุทธิ์
ในทุก ๆ ครั้งที่เขาได้พบกับ หนานกง เหว่ย ถึงแม้ว่า
นางจะยิ้มให้ แต่มันก็ผสมปนเปไปด้วยอารมณ์อัน
หลากหลาย ทั้งรักและเกลียด ราวกับว่า หนานกง เหว่ย เป็น
ดอกกุหลาบที่เติบโตขึ้นในโลกแห่งโลกีย์ ส่วนลั่วผินเป็นดอก
บุปผาสีขาวบริสุทธิ์ที่เติบโตขึ้นบนสรวงสวรรค์ แน่นอนว่า
บางคนอาจมีความชอบแตกต่างกัน แต่ อู่ อวี้ ที่เติบโตขึ้นใน
โลกมนุษย์ ประสบพบพักตร์ผ่านห้วงแห่งความเป็นความ
ตาย ดังนั้นเมื่อพบเจอโฉมสะคราญอันบริสุทธิ์นี้ มันยิ่งทำให้
เขาชอบพอในตัว ลั่วผิน มากขึ้น ราวกับว่าเขากำลังถูกงาน
ศิลปะดึงดูดก็มิปาน
ดังนั้นความตื่นเต้นในใจก่อนหน้านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้า
รอยยิ้มของนาง เขาก็รู้สึกราวกับว่าทุกสรรพสิ่งที่ประสบพบ
พักตร์มา ทั้งความแค้นและความเกลียดชัง ล้วนถูกรอยยิ้มนี้
ปัดเปั่ามลายหายไปจนสิ้น
” ถึงแม้ข้าจะอยู่ในมหาสมุทรอันห่างไกล แต่ก็คอย
สอบถามข่าวคราวของ ‘ดินแดนโบราณเหยียนหวง’ ข้าได้ยิน
ว่าเจ้าเข้าร่วมแสวงหาโชควาสนาใน ‘เส้นทางเซียนบรรพ
กาล’ จากนั้นก็สร้างผลงานอย่างดีเยี่ยมในสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือของจักรวรรดิเปั่ยหมิง ด้วยชื่อเสียงอันเลื่องลือ
เจ้าก็ได้รับราชโองการจากจักรพรรดิโบราณ แต่งตั้งเป็นราช
อารักษ์เล่อ ยิ่งมาความแข็งแกร่งและชื่อเสียงของเจ้ายิ่งเรื่อง
ลือบันลือลั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ อู่ อวี้ กว่าเจ้าจะมีวันนี้ได้ ข้ารู้
ว่าเจ้าต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด ขอแสดงความยินดี
กับเจ้าด้วย ” ลั่วผินยิ้มจากนั้นก็จับจ้องมาที่เขา แล้วกล่าว
ขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผู้คนตกเข้าสู่ห้วงแห่งความหลงใหล
เมื่อได้ยินสิ่งที่นางกล่าว อู่ อวี้ ก็รู้สึกตื้นตันใจไม่น้อย
ก่อนหน้านี้เขาหลงคิดว่านางอาจจำเขาไม่ได้แล้วเสียอีก เขา
ไม่คาดคิดว่านางจะเข้าใจสถานการณ์ที่เขาต้องประสบพบ
เจอมาอย่างแท้จริง เพียงแค่นี้ก็ถือว่ามีค่าสำหรับเขามากแล้ว
นางดูพึงพอใจกับความก้าวหน้าของเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่แล้วก็พูดกับขึ้นว่า ” แม้ว่าข้าจะมี
ความคืบหน้าไปบ้างแล้วก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลกับเจ้านัก…จน
ไม่อาจเปรียบเทียบได้ หลังจากวันนี้พอเจ้ากลับไปแล้ว ครั้ง
ต่อไปที่พบกัน ข้าจะไล่ติดตามเจ้าให้ทันอย่างแน่นอน
สำหรับตอนนี้ ข้าคงมิกล้าคุยโวโอ้อวดอันใด … ”
หลังจากฟังสิ่งที่เขาพูดนางก็รู้สึกอึ้งตะลึง พร้อมกับยิ้ม
เล็กน้อยแล้วตอบกลับไปว่า ” เจ้านี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ แต่
เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ กว่าข้าจะเป็นเช่นดั่งทุก
วันนี้ได้ต้องพากเพียรอย่างหนักทั้งยังต้องใช้เวลานานหลายปี
ถ้าเจ้าแซงหน้าข้าได้ง่าย ๆ ข้าคงเสียใจแย่ แต่…เจ้ามักทำให้
ข้าแปลกใจเสมอ ในตอนนั้นที่เจ้าบอกว่าจะตามข้าให้ทัน
ภายใน 10 ปี ในใจของข้ายังแอบหัวเราะอยู่เล็ก ๆ อย่างไร
เสียเวลายังเหลืออีกครึ่งทาง วันนี้ข้าได้มาเห็นด้วยเจ้าด้วยตา
คงพูดได้เพียงว่า สิ่งที่เจ้าพูดอาจเป็นไปได้จริง ๆ ”
” ผ่านมา 5 ปีแล้วเช่นนั้นหรือ? ” ที่เขาถามออกไป
เช่นนั้นเพราะไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยผ่านมากี่ปีแล้ว อาจเป็น
เพราะนับตั้งแต่ที่เขาแยกทางกับลั่วผิน เขาต้องต่อสู้อย่าง
หนักหนาสาหัสอยู่ตลอดเวลา เริ่มต้นก็คือเส้นทางเซียนบรรพ
กาล ต่อมาก็จักรวรรดิเปั่ยหมิง พิภพอเวจี ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ แล้วก็เพิ่งกลับมาที่นครเทวะเมื่อไม่นานมานี้ เขาไม่
คิดเลยว่าวันเวลาจะล่วงเลยมานานกว่าห้าปีแล้ว
หรือไม่ก็อาจจะมากกว่านั้น
” สรุปก็คือข้ายังพอมีเวลาเหลืออีกห้าปี ”
ครั้งหนึ่งเขาเคยไม่เข้าใจความหายของคำว่าฟั้าสูง
แผ่นดินต่ำ แต่ในวันนี้เขาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว ถึงเขาจะ
พูดว่าอีก 5 ปีที่เหลือจะไล่ตามนางให้ทัน แต่เขาก็รู้ดีว่ามัน
ยากเย็นเพียงใดกว่าจะไปถึงระดับนาง
หลังจากห้าปีผ่านไป แล้วเขาสามารถทำตามที่ตนเองได้
ลั่นวาจาเอาไว้สำเร็จ ไม่รู้ว่าเมื่อถึงตอนนั้นนางจะยอมเป็น
สหายเต๋าเคียงคู่ของตัวเองหรือไม่?
อู่ อวี้ รู้สึกอายปากที่จะเอื้อนเอ่ยไต่ถามออกไป ฉะนั้นจึง
ทำได้แค่เพียงคิดอยู่ในใจ
” อยู่ในเหยียนหวง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ภายในดินแดน
โบราณเหยียนหวงเป็นอาณาเขตของจักรพรรดิโบราณ ข้าจึง
ไม่สามารถจัดการหรือควบคุมอะไรได้ แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่
เต็มใจที่จะไปอยู่กับพวกเราตระกูลมังกร อีกทั้งตอนนี้ยังมี
ฐานะของราชอารักษ์เล่อค้ำคอไว้ด้วย จะไปไหนมาไหนก็คง
จะไม่ง่าย ” คราวนี้นางยิ้มเล็กน้อย นางไม่ได้พูดตรง ๆ แต่
นางใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อสื่อสารกับ อู่ อวี้ อย่างลับ ๆ คาดว่า
นางคงกลัวจักรพรรดิโบราณแอบฟังอยู่