กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 103 : สี่มังกรพันเสา!
ในระหว่างต่อสู้นั้น อู่ อวี้ ได้สังเกตเห็นว่าพวกเขา
เองก็เข้าสู่สนามรบเช่นกัน
และเป็นเพราะพวกเขาที่ตามการเคลื่อนไหวจนมา
เข้าสู่สนามรบได้นี่เอง จึงทำให้ ปีศาจหมีทมิฬต้อง
ถอยร่นออกไป
มีศิษย์บางคนที่ไม่รู้ถึงความขัดแย้งของพวกเขา
จึงได้หัวเราะและกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีว่า
“ขอบคุณพวกท่านมากที่มา ไม่เช่นนั้นแล้วพวก
เราคงได้พ่ายแพ้ให้แก่ ปีศาจหมีทมิฬเป็นแน่แท้”
หลังจากที่เขากล่าวออกมาเช่นนี้แล้ว ก็ได้ปรากฏ
ความเงียบอย่างฉับพลันขึ้นมาในกลุ่มสนทนา
เพราะคนอื่นๆต่างรู้ดีว่า หลาน สุ่ยเยว่ และพรรค
พวก มายังที่นี่เพื่อดักรอ อู่ อวี้
ขณะนั้น ศิษย์ชุดน้ำเงิน ก็ได้ปลดปล่อยจิตสังหาร
อันรุนแรงออกมา ส่วน หลาน สุ่ยเยว่ ได้ปรากฎ
ใบหน้าเยือกเย็น อีกทั้งแววตาของนางยังเย็นชา
ราวกับมหาสมุทรน้ำแข็ง ด้วยการแสดงออกเช่นนี้
เห็นได้ชัดเลยว่า พวกเขานั้นกำลังมีความขัดแย้ง
กับ อู่ อวี้ อยู่
“ทุกคนเป็นอะไรไป ?” ท่ามกลางความเงียบสงัด
ก็มีศิษย์คนหนึ่งที่มีพู่กระบี่อันสวยงามได้เอ่ยถาม
ขึ้น
ในตอนนี้ เหล่าศิษย์ทั้งหลาย ต่างรับรู้ได้ถึง
สถานการณ์อันกดดันที่สูงขึ้นกว่าก่อนหน้าอย่าง
เทียบไม่ติด
“อย่ามายุ่ง ไสหัวไปซะ”
หลาน สุ่ยเยว่ ได้ถลึงตาใส่ศิษย์คนนั้น จากนั้นแวว
ตาอันเย็นยะเยือกของนางก็เลื่อนมาจับจ้องบนร่าง
ของ อู่ อวี้ พร้อมทั้งกล่าวไปยัง 3 คนที่อยู่ด้านข้าง
ด้วยโทนเสียงต่ำว่า “พวกเจ้าจงช่วยข้ากำจัดมัน
วางใจได้ หากเกิดเรื่องภายหลัง ข้าจะจัดการ
รับผิดชอบให้เอง”
จากคำพูดเมื่อครู่ พวกเขาก็ได้ทราบทันทีว่าใน
ขณะนี้ หลาน สุ่ยเยว่ นั้นเต็มไปด้วยเจตนาที่จะ
สังหารฆ่าฟัน อู่ อวี้ ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าการ
สังหารผู้คนใน หุบเขาโชคชะตาเซียน จะต้องได้รับ
โทษทัณฑ์ก็ตามที
ทั้งนางและ อู่ อวี้ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีสถานะ
สูงส่ง ฉะนั้นด้วยศักดิ์ศรีของทั้งคู่ที่ค้ำคออยู่ จึงยาก
ที่จะมีใครยอมลดหย่อนอ่อนข้อให้กันได้ ทำให้
ตอนนี้ การพรากชีวิตของ อู่ อวี้ คือหนทางเดียวที่
จะทำให้โทสะของ หลาน สุ่ยเยว่ บรรเทาลงได้
“ตกลง”
เมื่อ หลาน สุ่ยเยว่ กล่าวมาเช่นนี้ ทั้ง 3 จึง
ค่อนข้างเบาใจ จากนั้นนัยน์ตาของพวกมันก็ได้
ปรากฏจิตสังหารขึ้น พร้อมทั้งนำศาสตราแห่งเต๋า
ออกมากันอย่างพร้อมเพรียง
หนทางแห่งเซียนช่างโหดร้าย การที่สามารถเดิน
มาถึงจุดนี้ได้ ย่อมไม่มีทางที่จะหันหลังกลับหรือ
เมตตาได้อีก
อู่ อวี้ ไม่กลัวพวกมันเหล่านั้นแต่อย่างใด เขาเพียง
แค่จมลงสู่ห้วงความคิดว่าจะใช้วิธีใดในการรับมือ
กับพวกมันทั้ง 4
แต่ขณะนั้น เหล่าศิษย์ทั้ง 5 ที่ไม่เกี่ยวข้องต่างมอง
หน้ากัน จากนั้นพวกเขาก็มายืนอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
และกล่าวว่า “หลาน สุ่ยเยว่ ข้าไม่รู้ว่าระหว่าง
พวกเจ้ามีเรื่องอันใดกัน แต่ พวกเราล้วนเป็นศิษย์
ร่วมนิกาย การที่พวกเจ้าจะสังหารเหล่าพี่น้องต่อ
หน้าเช่นนี้ พวกเราย่อมไม่มีทางอยู่เฉยเป็นแน่”
คนเหล่านี้ถือว่ามีจิตใจที่กล้าหาญและยึดมั่นใจ
คุณธรรมยิ่ง อู่ อวี้ จึงกล่าวออกไปด้วยความ
ซาบซึ้งใจว่า “ขอบคุณทุกท่าน”
“ไม่จำเป็น”
พวกเขาถือว่ามีคติที่ชัดเจนยิ่ง อีกทั้งพวกเขายัง
เล็งเห็นศักยภาพของ อู่ อวี้ ที่ก้าวล้ำยิ่งเสียกว่า
หลาน สุ่ยเยว่ ฉะนั้นพวกเขาจึงรู้ว่า หากได้
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในยามลำบาก ย่อมเป็นเรื่องดีต่อ
ตัวพวกเขาเองในอนาคตอย่างแน่นอน
“พวกเจ้าริอาจหาญกล้าเช่นนี้รึ!”
แม้ว่า หลาน สุ่ยเยว่ จะอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณ ระดับที่ 4 แต่สถานะของนางนั้นสูงล้ำ
กว่าคนอื่น ทำให้นางจึงกล้าตะโกนออกไปเช่นนี้
และด้วยคำขู่ของนาง แม้จะทำให้เหล่าศิษย์ที่
พร้อมจะยืนเคียงข้าง อู่ อวี้ เกิดความสั่นคลอน
ขึ้นมาบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาเปลี่ยน
ความคิดแต่อย่างใด
อู่ อวี้ ยิ้มและเอ่ยขึ้นว่า “น่าแปลกจริง เจ้าคิดจะ
ทำลายกฎ แถมยังขัดขวางไม่ให้คนอื่นแสดงความ
ยุติธรรมออกมาอีก พวกเจ้านี่ทำเหมือนกับนิกาย
กระบี่สวรรค์ไม่ใช่บ้านพวกเจ้าเองเลยนะ ? หลาน
สุ่ยเยว่ เจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ”
“ใกล้จะตายอยู่แล้ว เลิกพูดมากเสียที!”
หนี่ หงอี้ ที่อยู่ด้านข้าง ระเบิดความโกรธเกรี้ยว
ออกมารุนแรงพร้อมทั้งชี้กระบี่ไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
เสียงอันน่าสะพรึง นางนั้นถือได้ว่าเป็นหญิงสาวที่
มีเสน่ห์อย่างมาก แต่บัดนี้นางกลับกลายเป็นดั่ง
ปีศาจที่หิวกระหาย
ส่วนแววตาของ หลาน สุ่ยเยว่ พลันมืดมัวลงอย่าง
ถึงที่สุด แน่นอนว่านางไม่คิดที่จะห้าม หนี่ หงอี้ แต่
อย่างใด เพราะในใจของนางตอนนี้เองก็ยังเต็มไป
ด้วยเพลิงโทสะที่ยากจะดับได้
“อู่ อวี้ เจ้าเป็นผู้ชายซะเปล่า จะมัวหลบอยู่ใน
กระดองเป็นเต่าหัวหดอยู่ใย ไม่เห็นเหมือนตอน
ก่อนหน้านี้ยังทำตัวโอหังเลยนิ?” หนี่ หงอี้ กล่าว
เย้ยหยันออกมา
อู่ อวี้ ที่เห็นนางเอะอะโวยวาย จึงกล่าวออกไปว่า
“หากว่าอีกฝั่ายมีแค่เจ้าคนเดียว ข้ากะว่าจะสั่ง
สอนให้เจ้าได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าเสียหน่อย
แต่น่าเสียดายที่พวกเจ้าดันมีเยอะเกินไป ช่างน่า
เบื่อเสียจริง”
“ความหมายของเจ้าคือต้องการที่จะท้าสู้กับข้าตัว
ต่อตัวเช่นนั้นรึ?” แววตาของ หนี่ หงอี้ พลันเบิก
กว้าง ในตอนนี้นางราวกับวิญญาณชั่วร้ายที่หิว
กระหายจนแทบบ้าคลั่ง
นางและ หลาน สุ่ยเยว่ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
อย่างมาก จึงคิดอยากจะแก้แค้นแทนให้ใจแทบ
ขาด
“เจ้ากล้าหรือไม่ล่ะ?” อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น
และเอ่ยถามออกไป
กล่าวตามตรง 4 คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้ มี
ความสามารถไม่เท่ากับ ปีศาจหมีทมิฬ เลยสักคน
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ซู หยานหลี่ เลย
ซึ่งหากเขาสามารถจัดการ หนี่ หงอี้ ที่แข็งแกร่ง
ที่สุดในกลุ่มได้ เขาก็รู้สึกว่า หลาน สุ่ยเยว่ น่าจะ
เข้าใจดีว่าตนเองนั้นยังอ่อนด้อยกว่าเขา และนาง
จะต้องวางมือแลถอยกลับไปตั้งหลักอย่างแน่นอน
“ไร้สาระ! วันนี้ข้า หนี่ หงอี้ จะทำให้เจ้าได้ตายจม
กองน้ำลายของตัวเอง!”
แววตาของ หนี่ หงอี้ เหี้ยนกระหายราวกับจะกิน
เหยื่อ
“อู่ อวี้ หนี่ หงอี้ เป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดใน หุบ
เขาโชคชะตาเซียน แห่งนี้แล้ว เจ้ามั่นใจหรือว่า…”
ศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านข้างได้เอื้อนเอ่ยถาม อู่ อวี้ ด้วย
ความกังวลใจ
“ลองดูเดี๋ยวก็รู้เอง”
อู่ อวี้ ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับพวกมันทั้ง 4 เลยแม้แต่
นิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาได้รับ กายา
เพชรอมตะขั้นที่ 2 มาไว้ในครอบครองแล้ว
“ตกลง งั้นพวกข้าจะคอยจับตาดู หลาน สุ่ยเยว่
และพรรคพวกไม่ให้สอดมือเข้ามายุ่ง”
“ขอบคุณศิษย์พี่มาก”
จากนั้น หลาน สุ่ยเยว่ ก็กล่าวกับ หนี่ หงอี้ ว่า
“จำไว้ อย่าได้สังหารมัน เพราะข้าจะเป็นคนปิด
บัญชีกับมันด้วยตัวเอง”
“ไม่มีปัญหา”
หลังจากที่กล่าวจบ หลาน สุ่ยเยว่ และศิษย์ที่
ติดตามมาอีก 2 คน ก็ได้ถอยห่างออกไป ส่วนศิษย์
สาวกคนอื่นๆที่อยู่ด้านข้างเขาก็ได้กระจายตัวกัน
ออกไป เพื่อเปิดทางให้แก่ อู่ อวี้ และหนี่ หงอี้
ในตอนนี้ นางได้บ้าคลั่งราวกับวิญญาณร้าย แต่ก็
ยังคงความเสน่ห์เอาไว้ เฉกเช่นดอกกุหลาบที่
งดงามแต่เต็มไปด้วยหนามอันแหลมคม
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อู่ อวี้ จำต้องดึงสติของ
อีกฝั่ายกลับมาให้ได้ ซึ่งเขานั้นไม่อยากสังหารใคร
ถ้าไม่ใช่ตัวเลือกสุดท้ายจริงๆ
“หนี่ หงอี้…….”
อู่ อวี้ จ้องมองไปยังฝั่ายตรงข้ามของเขา
บางทีทุกคนที่อยู่ที่นี่อาจจะคิดว่าตนนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของนาง ในตอนนี้ ในหมู่ของผู้ไม่มีรากฐานเซียน
นางคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายกระบี่สวรรค์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้แบบตัวต่อตัวเช่นนี้
“หากว่า อู่ อวี้ เกิดพลาดท่าขึ้น พวกเราจะต้องยื่น
มือเข้าไปช่วยหรือไม่…”
“หากมองในแง่ดี ถ้า อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้ ยันต์เพลิงแดง
ทะยานฟั้า พวกเราค่อยเข้าไปช่วยเหลือ เพราะถ้า
เขาตกตายลงไปแล้วละก็ จะต้องเกิดความ
เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงแน่นอน”
“ด้วยพรสวรรค์ของเขานั้น ภายภาคหน้าสมควรที่
จะเป็นใหญ่ในใต้หล้า นำพานิกายกระบี่สวรรค์
ของพวกเราให้แข็งแกร่งจนทะยานไปสู่จุดสูงสุด”
ขณะที่พวกเขากำลังกระซิบกระซาบกันนั้น หนี่ หง
อี้ ที่ราวกับเป็นวิญญาณร้ายได้นำกระบี่สีแดงฉาน
ออกมา แต่ว่านางกลับใช้ศาสตราแห่งเต๋า ‘ลำนำ
สายรุ้ง’ ออกมาก่อน!
ลำนำสายรุ้ง นี้คือศาสตราแห่งเต๋าที่เคย
พันธนาการ อู่ อวี้ เมื่อครั้งก่อน บัดนี้มันได้
กลายเป็นอสรพิษคดเคี้ยวไปมาอยู่บนอากาศเหนือ
ศีรษะของ อู่ อวี้ เขาจึงต้องถอยร่นออกมาหลาย
สิบก้าวเพื่อหลบหลีก แต่กระนั้นลำนำสายรุ้งก็
ยังคงเลื้อยอยู่บนอากาศอย่างรวดเร็วจนถึงตัวของ
อู่ อวี้ และจากนั้นสายอสรพิษจำนวนมากก็ได้เข้า
โอบล้อมตัวของเขาในทันที
ขณะนี้ ลำนำสายรุ้งที่เป็นอสรพิษเหล็กกล้า ได้เข้า
ม้วนรัดพันธนาการร่างกายของ อู่ อวี้ เอาไว้จนไม่
สามารถขยับไปไหนได้
“สำเร็จ!”
หลาน สุ่ยเยว่ อดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มเผยอขึ้น
เพราะนางรู้ดีว่า ลำนำสายรุ้ง แข็งแกร่งเพียงใด
ตราบใดที่อีกฝั่ายถูกมันเข้ารัดพันธนาการ และอีก
ฝั่ายมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ด้อยกว่า หนี่ หงอี้ ยังไงอีก
ฝั่ายก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้อย่างแน่นอน
ฟิววว!
กระบี่โลหิตของ หนี่ หงอี้ ได้พุ่งทะยานหมายจะ
แทงเข้าไปยังนัยน์ตาของ อู่ อวี้
ภายใต้การพันธนาการของ ลำนำสายรุ้ง อู่ อวี้ ทำ
ได้เพียงแค่นั่งรอความตายเท่านั้น!
การต่อสู้นี้จบได้รวดเร็วยิ่ง!
อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้ใช้แม้แต่เคล็ดวิชาเต๋าสักวิชา
เดียว แต่กลับถูก หนี่ หงอี้ พันธนาการเอาไว้เสีย
แล้ว เห็นได้ชัดว่าด้วย เจตนาฆ่าฟันของ หนี่ หงอี้
นั้น ภายใต้คมกระบี่โลหิตที่แทงออกไป ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ จะต้องกลายเป็นรูพรุนอย่างแน่นอน
เหล่าศิษย์ที่กำลังมองดูนั้น รู้สึกว่าตนจำต้องเข้าไป
หยุดเหตุการณ์นี้ให้จงได้
“พวกเจ้าหยุดเดียวนี้!”
หลาน สุ่ยเยว่ ล่วงรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์
เช่นนี้ขึ้น ดังนั้นนางและพรรคพวกอีกสองคนจึงได้
ลงมือในทันที แม้ว่าพวกนางจะสู้กับศิษย์ทั้ง 5
ไม่ได้ แต่ขอแค่ใช้เคล็ดวิชาเต๋าออกมาเพื่อสกัดกั้น
และถ่วงเวลาพวกเขาเอาไว้ได้สักนิดก็เพียงพอแล้ว
ปัง ปัง!!
ในตอนนี้ได้เกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งขึ้นจนขวางทาง
เหล่าศิษย์ทั้ง 5 เอาไว้ แต่ฉับพลัน กำแพงน้ำแข็ง
ก็ได้แตกกระจายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยใน
พริบตา
ขณะเดียวกัน กระบี่โลหิตของ หนี่ หงอี้ ก็ใกล้จะ
ถึงดวงตาของ อู่ อวี้ เต็มที บัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 5
จุด พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ทำให้
แม้แต่ปราณกระบี่อันดุร้ายของนางก็เพียงพอที่จะ
สามารถตัดเหล็กกล้าเป็นเสี่ยงๆได้ภายในกระบี่
เดียว
ฉากทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงพริบตาเท่านั้น!
โฮ่กกกกกกกก!
อู่ อวี้ ได้กู่ร้องคำรามขึ้น พร้อมทั้งร่างกายได้ระเบิด
ประกายแสงสีทองออกมาจนราวกับมีพระพุทธ
องค์ได้หลุดออกมาจากร่างกาย ขณะนั้น ทั้งเลือด
เนื้อ ทั้งกระดูก ได้ปลดปล่อยพลังอันน่าหวาดกลัว
จนสามารถสะเทือนไปทั้งสวรรค์ และ ปฐพี
ออกมา จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิด ตู้มมม!! ขึ้น ลำ
นำสายรุ้ง ที่พันธนาการตัวเขาอยู่ได้แตกกระจาย
ออกเป็นเสี่ยงๆจนเศษชิ้นส่วนได้ปลิวกระจาย
ออกไปทั่วสารทิศ!
ศาสตราแห่งเต๋าซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของเหล่า
ผู้ฝึกตน บัดนี้ได้ถูก อู่ อวี้ ทำลายลงแล้ว!
นี่เป็นการโต้กลับสายฟั้าแลบที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
เมื่อ ศาสตราแห่งเต๋า ถูกทำลาย ทำให้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์ของ หนี่ หงอี้ เกิดการกระทบกระเทือน
ขึ้น ส่งผลให้ กระบี่โลหิต ของนางเองก็เกิด
ปฎิกิริยาขึ้นเช่นกัน การโจมตีของนางกลับถูก อู่
อวี้ ทำลายลงเพียงครั้งเดียว ตอนนี้นางจึงต้องถอย
ร่นออกมาก่อน แต่ดูจากสีหน้าที่ซีดเซียวของนาง
แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่านางตกใจแค่ไหนกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
“อะไรกัน!”
กระทั่ง หลาน สุ่ยเยว่ เองก็ยังตกใจจนหน้าซีด
เซียว!
นางรู้ดีที่สุดว่า ลำนำสายรุ้ง นั้นแข็งแกร่งขนาด
ไหน เพราะว่า หลาน ฮั้วหยุน เป็นคนมอบศาสตรา
เต๋านี้ให้กับ หนี่ หงอี้ ด้วยตนเอง
แต่บัดนี้ ลำนำสายรุ้ง กลับถูก อู่ อวี้ ระเบิดทิ้งจน
เป็นจุล!!!
นี่ต้องใช้พลังขนาดไหนกันถึงจะทำเช่นนี้ได้?
ดังนั้นเหล่าศิษย์ทั้งหลายจึงได้หยุดมือลง เพราะ
จากที่มองคร่าวๆแล้ว พวกเขาก็ตระหนักได้ทันที
ว่า อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครยื่นมาเข้าไปช่วย
“หนี่ หงอี้!”
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็ได้นำ พลองพิชิตมาร
ออกมาพร้อมดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงอันร้อนระอุ
บัดนี้เขาได้แสยะยิ้มออกมาอย่างน่าหวาดกลัวราว
กับอสูรยักษ์ เขาได้เดินไปยังทิศที่ หนี่ หงอี้ อยู่ ซึ่ง
ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงไปบนพื้น จนทำให้
พื้นดินแตกละเอียดจนปรากฏให้เห็นรอยแตก
มากมาย การต่อสู้ที่แท้จริงพึ่งจะเริ่มขึ้น!!
“หึ!”
แม้ว่าการที่ ลำนำสายรุ้ง ถูกทำลายไป จะทำให้
นางตื่นตระหนก แต่มันก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิต
สังหารที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของนางได้
หนี่ หงอี้ ได้ใช้เคล็ดวิชาเต๋าที่ดีที่สุดของนาง
ออกมา มันมีนามว่า ‘เคล็ดวิชาคมโลหิตเริงระบำ’
ในนิกายกระบี่สวรรค์ เคล็ดวิชานี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่ง
เรื่องด้านการสังหาร ถึงแม้มันจะไม่มีท่วงท่าที่
งดงาม แต่ว่าในเรื่องการสังหาร เคล็ดวิชานี้ถือว่า
เป็นที่สุด!
ศิษย์ที่คิดจะฝึกฝนมัน จะได้รับผลกระทบทางจิตใจ
ที่แสนน่ากลัว การที่ หนี่ หงอี้ สามารถฝึกฝนมันได้
จนสำเร็จ แสดงว่าจิตใจของนางจะต้องเข้มแข็ง
อย่างมากเป็นแน่
ขณะนี้ ลำแสงสีทอง และ ลำแสงสีแดง ได้เข้า
ปะทะกันอีกครั้ง!
หนี่ หงอี้ ในชุดกระโปรงแดง มือหนึ่งถือกระบี่
โลหิต ส่วนอีกมือหนึ่งกำลังร่ายอักขระเวทย์บน
อากาศอย่างรวดเร็ว บัดนั้น ทุกท่วงท่าที่กระบี่ได้
กวัดแกว่งออกไป ราวกับมีริบบิ้นสีแดงฉานตามติด
กลายเป็นภาพติดตามอยู่ตลอด ถึงแม้จะดูอ่อน
ช้อย แต่กลับเป็นเคล็ดวิชาที่เกิดมาเพื่อสังหารผู้คน
โดยแท้
ฟูมมมม!!
คมมีดสีแดงฉานนับไม่ถ้วนนั้น ทำให้เหมือนกับ
ปีศาจที่ลงมาจุติ แต่เมื่อมองลอดไปยังริบบิ้นสีแดง
และคมมีดมากมาย ก็จะได้เห็น หนี่ หงอี้ ที่กำลัง
ร่ายรำอยู่ ท่วงท่าอันอ่อนช้อยสง่างาม หน้าอกอัน
อวบอึ๋ม ทรวดทรงช่วงเอวที่ราวกับนาฬิกาทราย
รวมไปถึงขาอันเรียวยาวที่เข้าขั้นสมบูรณ์แบบ ทำ
ให้แม้ว่าจะอยู่ในอาณาจักรมนุษย์ และถึงจะไม่มี
พลังศักดิ์สิทธิ์ แต่นางก็เพียงพอที่จะเป็นสาวงาม
ล่มเมืองจนต้องเกิดศึกแย่งชิงระหว่างฮ่องเต้ของ
แต่ละอาณาจักรเป็นแน่
แต่กระนั้น ในสายตาของ อู่ อวี้ นางกลับเป็นแค่
หมาปั่าผู้หิวกระหายตัวหนึ่งเท่านั้น
ต่อหน้าเคล็ดวิชาเต๋าเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกเร่าร้อน
ขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางคือศัตรูที่คู่ควรแก่
การทุ่มฝีมือออกมาทั้งหมด!
วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร!
จุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 3 ได้ปรากฏวังวน หยิน
หยาง อันเป็นนิรันดร์ขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ
“สี่มังกรพันเสา!”
ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็
เพียงพอแล้วที่จะทำให้ เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา
เข้าสู่ขอบเขตขั้นสูงแล้ว ทำให้ในตอนนี้ อู่ อวี้
สามารถใช้ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
ราบรื่นกว่าเดิม
จริงๆแล้ว ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ สามารถเข้าสู่ขอบเขต
นี้ได้แล้ว แต่ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาไม่เพียง
พอที่จะสามารถสำแดงพลังออกมาได้
เหนือ พลองพิชิตมาร เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ
อย่างรุนแรงได้ก่อกำเนิดกลายเป็นเทพมังกร 4 ตัว
จากนั้นมังกรทั้ง 4 ได้ลดเลี้ยวเกี่ยวพัน พลอง
พิชิตมาร พร้อมทั้งกู่ร้องออกมาจนสั่นสะเทือนไป
ทั้ง สวรรค์ และ ปฐพี
พลังของ เคล็ดเก้ามังกรพันเสา ในครั้งนี้ เหนือล้ำ
ไปกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ติด!
หลาน สุ่ยเยว่ ที่มองดูฉากการต่อสู้นี้อยู่นั้น ก็ถึงกับ
ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ลึกๆในใจของนางในตอนนี้
ได้ตระหนักแล้วว่าตนเองได้ประมาทและดูถูกระดับ
พลังของ อู่ อวี้ เกินไป
ปัง!!
อู่ อวี้ ฟาดพลองออกไปอย่างรวดเร็ว มังกรทั้ง 4 ที่
กู่ร้อง ได้ฉีกกระชากพิรุณคมมีดโลหิตนับไม่ถ้วนไป
อย่างง่ายดาย แต่พลองพิชิตมารยังไม่หยุดเพียง
เท่านั้น มันยังคงฝั่าไป กระบี่ยาวของ หนี่ หงอี้ ที่
เข้าปะทะด้วยนั้นได้กระเด็นหลุดลอยไปไกล พร้อม
ทั้งพลองพิชิตมารได้เข้ากระแทกกับหน้าอกของ
หนี่ หงอี้ อย่างจัง จนทำให้นางพุ่งลอยออกไปไกล
และได้ลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นดินอย่างสิ้นท่า
ผลการตัดสินได้ออกมาแล้ว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ