กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1036: อสูรยักษใตผืนทราย
ถึงแม้ภายในขอบเขตของวังวนสีดำจะมีหลายคนหวั่น
วิตกกังวลอยู่ แต่โอรสเล่อก็หาได้ลังเลแม้แต่น้อย
เปั้าหมายของเขาชัดเจนมาก นั่นก็คือการได้ครอบครอง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ
ที่มีอายุการบำเพ็ญเพียรเหนือกว่าเขา 4 ถึง 5 เท่าก็ตาม
แม้ว่าโอรสเล่อจะถือเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งเช่นกัน แต่เมื่อ
เอามาเปรียบเทียบกับผู้ฝึกตนในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์
ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มของโอรสยวี่ที่อยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า ขั้นที่ 8
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำได้คงต้องพิชิตชัยด้วยกลเม็ดที่
แยบยลเท่านั้น อีกอย่าง อู่ อวี้ คิดว่าที่นี่คือเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล หากเขาใช้สภาพแวดล้อมของที่นี่ให้เป็นประโยชน์
ทุกอย่างก็อาจจะเป็นไปได้
อย่างเช่นสภาพแวดล้อมในตอนนี้ที่ค่อนข้างสับสน
วุ่นวาย ด้วยสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัด อารมณ์ของทุก
คนตอนนี้ย่อมหงุดหงิดไม่มั่นคงอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อ
ออกจากขอบเขตของวังวนสีดำ อู่ อวี้ คาดว่าคงไม่อาจควาน
หาเส้นทางได้อย่างถูกต้องแน่นอน
หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าสู่โลกพายุทรายอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ บอกให้โอรสเล่อรอสักครู่ เขาขอครุ่นคิดเรื่องนี้อีก
สักหน่อย เขารู้สึกว่าหากกลุ่มคนทั้ง 4 ของโอรสเล่อ ก้าวเข้า
สู่สภาพแวดล้อมเช่นนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา อาจ
ส่งผลกระทบต่อความเร็วโดยรวมก็เป็นได้ ซึ่ง อู่ อวี้ อาจต้อง
คอยมาสนใจดูแลพวกเขาทั้งสี่ เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว พวก
เขาเป็นเหมือนภาระที่คอยให้ อู่ อวี้ ต้องแบกรับทุกสิ่งทุก
อย่าง นี่คือความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ถ้า ชวี่ เฟิงอวี ยังมัวอ้อยอิ่งอีกล่ะก็ อู่ อวี้ จะปล่อยให้
นางต้องทนทุกข์ทรมานอีกแน่นอน
อู่ อวี้ ตัดสินใจอัญเชิญเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราออกมา
จากเจดีย์ล่องกำเนิด เพราะหุ่นเชิดตัวนี้มีวงเวทปั้องกันที่
ค่อนข้างยอดเยี่ยม นั่นก็คือวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ หลังจาก
นั้นเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราได้ใช้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ตาม
คำสั่งของ อู่ อวี้ ร่างกายของมันได้แต่เปลี่ยนเป็นเกราะทรง
กลมโปร่งใสครอบคลุมร่างคนทั้งเจ็ดเอาไว้ กล่าวได้ว่าวันนี้
พวกเขาไม่รับการปั้องกันปกปั้องอย่างสมบูรณ์ ยามเมื่อแสง
ตกกระทบลงมาบนเกราะจะสามารถมองเห็นวงเวทที่มั่นคง
แลเสถียรมากยิ่งขึ้น มันช่างเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
ตราบใดที่เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราไม่ถูกทำลาย ก็จะไม่มี
อันตรายใด ๆ เกิดขึ้นกับเขา
” พลังความสามารถของเจ้าหุ่นเชิดตัวนี้ ช่างเก่งกาจ
ยอดเยี่ยมเสียจริง ๆ อู่ อวี้ ข้าขอบอกตามตรงว่าการแข่งขัน
ครั้งนี้ พวกเราทั้งสี่ไม่มีความมั่นใจเลยจริง ๆ ต่อจากนี้คง
ต้องลำบากพวกเจ้าทั้งสามแล้ว ” โอรสเล่อรู้ว่าสถานการณ์
ของตนเองเป็นเช่นไร ดังนั้นจึงกล่าวกับ อู่ อวี้ ด้วยความ
สุภาพยิ่ง
ส่วน ชวี่ ห้าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไปั๋หลี่ จุยหุน รู้
ความห่างชั้นของตนเองกับพวกเขาทั้งสาม จึงได้แต่ก้มหน้า
ไม่พูดไม่จาอะไร
อู่ อวี้ กล่าว ” อย่าท้อใจไปเลยพระโอรส การทดสอบที่
จักรพรรดิโบราณเตรียมไว้ให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ ของพระองค์
สุดท้ายแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระองค์ หม่อมฉันเชื่อว่า
จักรพรรดิโบราณจะต้องให้การทดสอบที่ยุติธรรมต่อพระองค์
เพราะท่านบำเพ็ญเพียรยังไม่ถึง 400 ปีด้วยซ้ำ หากท่านกับ
พี่น้องต้องใช้กำลังต่อสู้กันมันย่อมไม่ยุติธรรมกับท่านอย่าง
แน่นอน อนาคตจักรพรรดิเหยียนหวงคนใหม่จะต้องเป็น
บุคคลอันดับ 1 ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ขอกล่าวตามตรง
ข้ารู้สึกว่าโอรสองค์อื่น ๆ ได้มาถึงจุดสูงสุดของเขาแล้ว ต่อ
จากนี้ในชีวิตของเขาไม่น่าจะมีความก้าวหน้ามากไปกว่านี้อีก
”
เขาเป็นคนฉลาด ดังนั้นในเวลานี้จึงไม่คิดจะดึงความ
สนใจของโอรสเล่อ
เมื่อได้ยิน อู่ อวี้ พูดเช่นนี้โอรสเล่อก็มีความมั่นใจมาก
ขึ้น
” ข้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ หากเปรียบเทียบในแง่กำลังรบ
ย่อมไม่ยุติธรรมกับพระโอรสเล่ออย่างแน่นอน ในอนาคต
โอรสเล่อต้องประสบความสำเร็จมากกว่าโอรสพระธิดาองค์
อื่น ๆ กระหม่อมเชื่อว่าก่อนการแข่งขันจะสิ้นสุดลง ย่อมไม่
อาจสรุปได้ว่าผู้ใดจะเหนือกว่ากัน จักรพรรดิโบราณให้ความ
สนใจกับโอรสเล่อมาก ดังนั้นพระองค์จึงมีโอกาสมากที่สุด ”
ไปั๋หลี่ จุยหุน กล่าว
โอรสเล่อพยักหน้าแล้วพูดว่า ” ข้าก็หวังเช่นนั้น แต่
ก่อนที่จะถึงนาทีสุดท้าย ข้ายังต้องการความช่วยเหลือจาก
เจ้าและคนอื่น ๆ ตอนนี้เราต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อสร้าง
อนาคตที่ยอดเยี่ยมให้จงได้! ”
หลังจากนั้นทุกคนก็เอื้อมมือมาทาบกัน
ในช่วงเวลานี้ไม่เกี่ยวว่าจะจริงใจหรือไม่ แต่ อู่ อวี้ ต้อง
ร่วมมือกับพวกเขา ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าการปรับตัวให้เข้ากับ
กลุ่มคนเหล่านี้จึงไม่ใช่ปัญหาอันใด
ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดอยู่ในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
เนื่องจากคนที่เข้ามาในนี้มีมากเกินไป รวมถึงพายุทรายที่
รุนแรงยิ่ง เลยทำให้กลุ่มของพวกเขาดูไม่โดดเด่น ส่วนคนอื่น
ๆ เมื่อเข้าสู่พายุทะเลทรายผู้ฝึกตนคนอื่นต่างก็สรรหาสารพัด
วิธีมาปั้องกัน เพื่อไม่ให้ตนเองลอยกระเด็นออกไปจากการถูก
ก้อนกรวดอัดกระแทกเข้าใส่
บางคนก็ใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้มาปั้องกัน บางคนก็ใช้
พลังอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนแปลงกายเนื้อ บ้างก็ปลดปล่อยเคล็ด
วิชาเต๋าปกคลุมห่อหุ้มร่างกายไว้ กล่าวได้ว่าตอนนี้ทุก ๆ คน
ราวกับเป็น แปดเซียนข้ามสมุทร พากันปลดปล่อยสำแดง
อิทธิฤทธิ์อภินิหารของตนเองออกมาอย่างเต็มกำลัง
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกันแล้ววงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์ของ อู่ อวี้ นับว่ามั่นคงแข็งแรงมากที่สุด
หลังออกจากขอบเขตของวังวนทมิฬ ภายใต้การปกปั้อง
พิทักษ์ของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา อู่ อวี้ ยังรู้สึกได้ถึงลม
พายุกรรโชก ที่พัดพาอัดกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรง ด้วย
ระดับความรุนแรงนี้เรียกได้ว่าเทียบเคียงกับเคล็ดวิชาเต๋าเลย
ทีเดียว อู่ อวี้ จำเป็นต้องใช้ความพยายามพอสมควรเพื่อ
รักษาเสถียรภาพไว้ ไม่ให้พวกเขาถูกพายุทรายนี้บดขยี้ทำ
ร้าย
ก้อนกรวดพายุทรายที่บินกวาดผ่านไปทั่วทั้งท้องเวหา
ยังมีบางช่วงบางเวลาที่ปรากฏช่องว่างขึ้น ด้วยขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ถึงหนึ่งจั้งของวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
ดังนั้นการหลบเลี่ยง ก้อนกรวดพายุทรายที่พุ่งตรงเข้ามาด้วย
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวจากทั่วทุกสารทิศ จึงถือเป็นเรื่อง
ง่ายดายยิ่ง
ภายในโลกแห่งพายุทรายนี้ แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วน
แรกก็คือทะเลทรายที่อยู่เบื้องล่าง ถึงแม้ว่าลมพายุจะเบาบาง
กว่า รวมถึงความเร็วของหินที่ช้ากว่า แต่ด้วยจำนวนอัน
มากมายมหาศาล การหลบเลี่ยงจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้นหากถูกพายุทรายเหล่านี้อัดกระแทกเข้าใส่ คงยากจาก
หลีกหนีหลบเลี่ยงออกจากกลุ่มก้อนกรวดทรายได้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเลือกที่จะทะยานสูงขึ้น แต่ลมพายุนั้น
รุนแรงมากเกินไป จึงทำให้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ไม่ค่อย
เสถียร สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าลมพายุลูกใหญ่ ก็คือหินกรวดที่
กำลังบินว่อนพุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วสูง หลังจากเดินทาง
ออกมาได้ไม่นาน อู่ อวี้ เห็นว่าบางคนถูกโจมตีจนร่างถูกลม
พัดปลิวกระเด็นกลิ้งม้วนกลับไปยังวังวนสีดำ
เมื่อเห็นภาพนี้โอรสเล่อก็ได้แต่ทอดถอนหายใจ แล้ว
กล่าวว่า ” อู่ อวี้ ถ้าไม่มีเจ้าพวกเราคงไม่มีปัญญามาถึงนี่ได้
ข้าควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนแล้วค่อยเข้ามา ถ้าข้าไม่ใจร้อน
ก็ยังพอหาผู้ช่วยที่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 5 หรือมากกว่านั้น จัดตั้งกลุ่มผู้แข็งแกร่งขึ้นคอยช่วย
ปกปั้องพิทักษ์ เฮ้อ ข้าไม่คิดเลยว่าทดสอบภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลจะเป็นเช่นนี้ ”
” คนอื่น ๆ ก็คงไม่คาดคิดเช่นเดียวกันว่าจะเจอแบบนี้ ”
ความสนใจของ อู่ อวี้ ยามนี้กำลังจดจ่ออยู่ที่สถานการณ์
โดยรอบ ตอนนี้พวกเขาเข้าสู่พายุทรายอย่างเต็มรูปแบบ
ภายใต้พายุทรายอันแสนโหดร้าย ไม่สามารถบอกได้เลยว่า
ทิศทางใดเป็นด้านหน้าด้านหลัง นอกจากนี้ด้วยลมที่แรงสุด
จะต้านทำให้เส้นทางถูกเบี่ยงเบนไปโดยปริยาย แม้ว่าใน
จุดเริ่มต้นจะแลเห็นผู้คนมากมายกว่า 20,000 คนที่อยู่
โดยรอบ แต่ปัจจุบันจำนวนของผู้คนเหล่านี้เริ่มลดทอนลง
เรื่อย ๆ แล้วในไม่ช้ารอบ ๆ กายพวกเขาก็ไม่เห็นผู้อื่นอีก
ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ในท่ามกลางความมึนงงอย่างสมบูรณ์
ด้วยเพราะรอบตัวเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เนื่องจาก
ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนดูเหมือนกันหมด ยกเว้นพื้นดินและ
ท้องฟั้าเท่านั้นที่ดูแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ถึงกระนั้นเขาก็
ยังไม่แน่ใจว่าด้านใดเป็นพื้นดินด้านใดเป็นท้องฟั้ากันแน่
” จะเอายังไง? เราจะดุ่ม ๆ ไปโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้เช่นนี้น่ะ
หรือเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่เพียงใด? แล้วเรา
จะไปหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงลูกเล็กกระจิ๋วหลิวขนาดนั้น
ได้ที่ไหน? ” หนานซาน หวางเยว่ เดินงุ่นง่านบ่นอุบอิบอยู่
รอบ ๆ ตัว อู่ อวี้
” ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง ” อู่ อวี้ ตอบแล้วขึ้นไปบนท้อง
เวหายังจุดที่สูงที่สุดนั่นก็คือก้อนเมฆาสีทอง
” มันก็ยังพอมีหนทางที่จะทำให้เราขึ้นไปชั้นที่ 2 ได้
พวกเราจะต้องขึ้นไปให้เหนือลมพายุเหล่านี้ แต่ข้าไม่รู้ว่าวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์จะต้านไปจนถึงจุดนั้นได้หรือไม่
นอกจากนี้ตรงก้อนเมฆสีทองยังมีสายอัสนีสีดำฟาดผ่าอยู่
ภายในอีก ดูแล้วช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงเป็นยิ่งนัก ข้าไม่
เห็นผู้ใดมาสักพักหนึ่งแล้ว อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ตอนนี้ข้าเดาว่า
คงไม่มีผู้ใดรู้ว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ที่ใดกันแน่ บางที
ทุกคนอาจจะคิดว่ามันอยู่ชั้นที่ 9 ก็เป็นได้ แต่ข้าไม่ได้คิด
เช่นนั้น… แม้มันจะมีโอกาสเป็นไปได้ แต่มันก็ไม่ได้อยู่ใน
ตำแหน่งที่แน่นอนหรือชัดเจน ”
ท้ายสุดแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าจักรพรรดิโบราณเตรียมบท
ทดสอบแบบใดไว้?
โอรสเล่อที่อยู่ด้านหลังกล่าวขึ้น ” ฟังดูเข้าท่า ข้าเองก็
คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ไข่มุกทองคำเหยียนหวงมีโอกาสที่จะอยู่
ทุกแห่งหน หากเราตามหาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างไม่มีจุดหมาย
ก็ดูไร้ประโยชน์ ”
อู่ อวี้ กวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
” เรื่องค้นหาเราจะต้องค้นหากันอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องคำนึงถึง
ภยันตรายด้วย เราต้องมาวิเคราะห์ถึงอันตรายที่อาจจะต้อง
เผชิญ ประการแรกคนเหล่านั้นเป็นถึงราชทูตหมื่นทวีป ซึ่ง
พวกเขาล้วนเป็นคู่แข่งโดยตรงของชาวเหยียนหวง แล้วที่นี่
คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล จักรพรรดิโบราณไม่ได้มีกฎข้อ
ห้ามไม่ให้ฆ่ากัน แล้วก็ไม่ได้ห้ามเรื่องรุมโจมตี ความโกรธ
แค้นที่ถูกสั่งสอนมาอย่างยาวนานพวกเขาจะต้องพยายามฉีก
หน้าพวกเราให้ปั่นปีแน่ ๆ ถ้าหากพวกมันบังเอิญพบกันเอง
อย่างน้อยก็อาจจะแค่หยอกเย้า แต่ถ้าพวกนั้นเจอกับ
พระโอรสก็อาจจะมีอะไรมากกว่านั้น”
อู่ อวี้ คิดว่าหากบริเวณนั้นมีคนอยู่มากมาย คงจะไม่มี
ใครกล้าทำอะไรโอรสเล่อก็เป็นได้ แม้จะรู้สึกอัปยศอดสูอยู่
บ้าง แต่อย่างไรก็ต้องมีคนเช่นนี้อยู่แน่ ๆ เพราะพวกมันเห็น
ชาวเหยียนหวงอยู่ดีมีความสุขมาเนิ่นนานแล้ว ดังนั้นพวกมัน
ต้องคิดลงมืออย่างแน่นอน โดยเฉพาะหลังจากที่จักรพรรดิ
โบราณเปิดโอกาสให้พวกมันลงมือ ก่อนหน้านี้ยังไม่มีเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล พวกมันก็ยังคิดค้นหาสารพัดวิธีมาท้า
ทายพระโอรสมาได้
ยิ่งไปกว่านั้น ด้านนอกมีกระจกเพียงบานเดียว แต่
ภายในนี้กลับมีผู้คนอยู่นับหมื่น หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริง ๆ
คาดว่าด้านนอกไม่น่าจะเห็น ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่เห็น
อะไรเลย แต่จะต้องมีการต่อสู้แย่งชิงเกิดขึ้นอยู่แน่ ๆ
“ประการที่สอง การต่อสู้ภายในระหว่างชาวเหยียนหวง
ด้วยกันเอง คนส่วนใหญ่ย่อมไม่กล้าลงมือโจมตีเด็ดขาด เว้น
แต่จะมียศถาบรรดาศักดิ์ชัดเจน หรืออยู่ภายใต้การควบคุม
ของโอรสพระธิดา หากพบเจอโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ เข้า
ถึงแม้จะไม่พูดว่าสังหารออกมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่เขาจะต้อง
หาวิธีลดทอนกำลังของเราลง สถานการณ์ในยามนี้บีบบังคับ
ให้เราต้องหลบซ่อนตัว ถึงแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤต เราก็ไม่มี
หนทางอื่น นอกจากหลบซ่อนตัวเท่านั้น ”
ในกรณีประการที่ 2 นี้ อู่ อวี้ ดูเหมือนจะพิจารณาเป็น
พิเศษเขาคิดว่าโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ คงกำลังเริ่มลงมือ
แล้ว คาดว่าสถานการณ์ในยามนี้คงจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ
ทุกคนที่เข้ามาล้วนเป็นคู่แข่งด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องจากกฎ
กติกาของจักรพรรดิโบราณ ที่บอกว่าใครก็ได้ตามที่สามารถ
ถือครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงก็จะเป็นผู้ชนะ ซึ่งเป็นกฎ
กติกาที่ค่อนข้างอหังการมากทีเดียว เพราะผู้ชนะไม่เพียงแต่
จะได้รับทรัพย์สมบัติจากจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปทั้งหมดใน
ครั้งนี้ไป แต่ยังได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงองค์
ใหม่อีกด้วย
” มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งสองเหตุผล ” ชวี่ เฟิงอวี๋ กล่าว
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วพูดขึ้นว่า ” ยังมีประการที่ 3 อีก
นั่นก็คืออันตรายจากเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ซึ่งเป็นสิ่งที่
อันตรายมากที่สุด เช่นก้อนกรวดและพายุทราย รวมถึงสาย
อัสนีสีดำที่อยู่ภายในเมฆเมฆาสีทอง บางทีมันอาจสังหาร
พวกเราได้โดยตรง นอกจากนี้ด้วยขนาดใหญ่โตมโหฬารของ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาล อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่อีกก็ได้
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าภายในโลกแห่งนี้ นอกจากพายุทรายอัน
น่าสะพรึงกลัว อาจจะมีภยันตรายอื่น ๆ อยู่อีกก็ได้ ”
ระหว่างที่กำลังพูดคุยอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็ใช้เนตรเพลิงกวาด
สายตามองไปรอบ ๆ แน่นอนว่าหากมองผ่านสายลมแล้วละ
ก็ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าล้วนชัดเจนยิ่ง แต่ทรายที่อยู่เบื้อง
ล่าง สามารถแลเห็นก่อนศิลาขนาดใหญ่ ส่งเสียงคำราม
เกลือกกลิ้งอยู่โดยรอบ ลึกลงไปภายในพื้นทราย อู่ อวี้ รู้สึกได้
ว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังซ่อนเร้นอยู่
” นะ น่ากลัวจังเลย เลิกทำให้ตกใจสักที ” ชวี่ เฟิงอวี๋
มองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็พุ่งถลาเข้าไป
หา ไปั๋หลี่ จุยหุน เพื่อให้เขาปลอบประโลมนาง
เมื่อเสียงของนางเงียบลง อู่ อวี้ ก็สังเกตเห็นว่าภายใน
ผืนทะเลทรายเบื้องล่างบังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่าง
ฉับพลัน จนพายุทรายที่อยู่เบื้องล่างกระเด็นกระดอนเกลือก
กลิ้งอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีอสูรตัวมหึมากำลังคลานออกมา
จากภายใน …