กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1041: สะบั้นชีพตนเอง?
ท่ามกลางการต่อสู้ประหัตประหารระหว่าง อู่
อวี้ กับ เซินกู่เฮยเหริน ภาพฉากที่น่าตื่นตะลึง
ที่สุดก็คือ พลองฟั้าเพลิงผลาญของ อู่ อวี้ ทะลุ
ทะลวงผ่านการปั้องกันของฝั่ายตรงข้าม จน
เกือบจะบดขยี้เข้าใส่ทรวงอกของเซินกู่เฮยเหริน
แต่แล้วทันใดนั้นเองไม้พลองก็แยกกระจายออก!
ในขณะที่การโจมตีเกือบปะทะเข้าใส่ฝั่ายตรง
ข้าม ฉับพลันพลองฟั้าเพลิงผลาญก็แยกออกเป็น
เก้าส่วน แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้เซินกู่เฮยเหริน
ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่แล้วสิ่งที่ทำให้มันตื่น
ตะลึงยิ่งกว่านั้นก็บังเกิดขึ้น เมื่อชิ้นส่วนทั้งเก้าของ
ไม้พลอง จู่ ๆ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเก้ามหาเตา
หลอม จากนั้นมหาเตาหลอมก็เชื่อมโยงเข้า
ด้วยกันเป็นหนึ่ง ปิดล้อมปกคลุมมันไว้ภายใน!
“วงเวทเก้าตำหนักเตาหลอมเพลิงสงัด!”
ชั่วขณะที่ปิดล้อมอีกฝั่ายได้สำเร็จ พลองฟั้า
เพลิงผลาญก็แสดงพลังอำนาจของวงเวทออกมา
ทันที มหาสมุทรอัคคีทั้ง 9 ชนิดก่อให้เกิดพลัง
อำนาจแห่งเปลวเพลิง 9 สีอย่างไร้สิ้นสุด ทันใด
นั้นก็บังเกิดการระเบิดปะทุอยู่ภายในอย่าง
ต่อเนื่อง แน่นอนว่า อู่ อวี้ ที่เหยียบลงบนเตา
หลอม ย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน
จากภายในได้อย่างชัดเจน เพียงชั่วอึดใจก็บังเกิด
การระเบิดปะทุขึ้นหลายร้อยครั้ง ถึงแม้ อู่ อวี้ ยัง
ไม่เคยทดสอบอำนาจของวงเวทเก้าตำหนักเตา
หลอมเพลิงสงัดด้วยตนเอง แต่เขาก็รู้ว่ามันต้องน่า
สะพรึงกลัวมากอย่างแน่นอน…
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเซินกู่เฮยเหรินจะถูก
ตนเองสยบไว้อย่างสิ้นเชิง แต่อันที่จริงแล้วความ
แข็งแกร่งของฝั่ายตรงข้ามก็ถือว่าน่าทึ่งทีเดียว
เช่นในเวลานี้ ขณะที่ฝั่ายตรงข้ามถูก อู่ อวี้ โจมตี
อย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ยังสามารถต้านทานเอาไว้
ได้ ดาบมารสะบั้นหัวในมือของมันถูกตวัดฟาดฟัน
เข้าใส่พลองฟั้าเพลิงผลาญในรูปแบบมหาเตา
หลอมอย่างต่อเนื่อง จนถึงจุดที่พลองฟั้าเพลิง
ผลาญไม่อาจทนได้อีกต่อไป ทันใดนั้นฝั่ายตรงข้าม
ก็ทะยานออกมาทันที แต่สภาพของมันก็ถือว่าน่า
อเนจอนาถเป็นอย่างยิ่ง เซินกู่เฮยเหรินไม่คาดคิด
เลยว่า หลังจากตนเองหลีกหนีออกมาจากเคล็ด
เนตรเทวะเดียวดาย มันจะถูกวงเวทของพลองฟั้า
เพลิงผลาญโจมตีเข้าใส่อย่างหนักหน่วงอีกครั้ง
เช่นนี้!
หลังจากเซินกู่เฮยเหรินหลบหนีออกมาได้แล้ว
ใบหน้าซากศพอันน่าเกลียดน่ากลัวจำนวนนับไม่
ถ้วนที่อยู่บนร่างของมัน บัดนี้กำลังแสดงสีหน้าน่า
เกลียดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ส่วนทางด้านของ อู่ อวี้
มีบาดแผลอยู่บนร่างกายให้เห็นแค่เพียงไม่กี่แห่ง
เท่านั้น แต่ด้วยพลานุภาพของกายาเพชรอมตะทำ
ให้เวลานี้บาดแผลดังกล่าว ได้ฟืนคืนกลับมา
เกือบจะสมบูรณ์หมดแล้ว
สีหน้าของเซินกู่เฮยเหรินเปลี่ยนไปอย่าง
รวดเร็วเกินกว่าจะจดจำได้ แต่สิ่งที่น่าสยดสยอง
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือบริเวณตำแหน่งของร่องรอย
บาดแผล บัดนี้มีใบหน้าของมารร้ายเกิดขึ้นมาใหม่
ซ้อนทับอยู่บนใบหน้าของมัน แม้กระทั่งศีรษะที่
ห้อยอยู่ตรงด้ามของดาบมารสะบั้น ก็ส่งเสียงกรีด
ร้องออกมาอย่างโหยหวนว่า “ตัดหัว! ตัดหัว!”
” อู่ อวี้ เจ้าบีบบังคับข้าเองนะ ไปลงนรกซะ!”
ในเวลานี้เซินกู่เฮยเหรินตกอยู่ในสถานการณ์สิ้น
หวัง บ่อยครั้งที่ผู้ฝึกตนนอกรีตตกอยู่ใน
สถานการณ์นี้แล้วไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ทันใด
นั้นมันก็ยกดาบมารสะบั้นหัวขึ้นมา รอบ ๆ ดาบ
มารสะบั้นหัวปกคลุมไปด้วยหมอกทมิฬ หลังจาก
มันแผดเสียงกรีดร้องมันก็ตวัดดาบมารสะบั้นไปที่
ศีรษะของตัวมันเอง
“ใช้ วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน เร็วเข้า!!”
ก่อนหน้านี้หมิงซวงได้เตือน อู่ อวี้ เอาไว้
ทันท่วงที ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อีกฝั่าย
ถึงต้องตัดศีรษะตนเองเช่นนี้ แต่เขาก็เตรียมพร้อม
รับมือด้วยวงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน
บอกตามตรง ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมอีกฝั่าย
ถึงตัดศีรษะตนเอง แต่ในเวลานี้ เขารู้สึกได้ถึง
วิกฤตอันตรายที่ประทังขึ้นมาในฉับพลัน
เมื่อดาบมารสะบั้นหัวตัดลงไปบนศีรษะของ
มัน อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ถึงผลกระทบจากการโจมตี
อย่างมหาศาล วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน
ฉับพลันระเบิดกระจาย แม้กระทั่งพลองฟั้าเพลิง
ผลาญก็ถูกบดขยี้ทำลาย ชั่วพริบตานั้นเอง อู่ อวี้
ก็สัมผัสได้ว่า มีดาบที่มองไม่เห็นตวัดฟันฉับลง
มาบนคอของตน
“ เมฆาตลบฟั้า ! ”
ในช่วงวิกฤตแห่งความเป็นความตาย อู่ อวี้ ก็
ใช้เมฆาตลบฟั้าหายไปจากสายตาของเซินกู่เฮยเห
รินอย่างฉับพลัน หลังจากเขากระโดดข้ามมิติ
ออกมาก็ทำให้เขาหลุดพ้นจากวิกฤตอันตราย
ความเป็นตายโดยทันที อีกทั้งเมื่อเขายกระดับ
เมฆาตลบฟั้าขึ้นสู่ขั้นที่ 2 ทำให้กำหนดจุดออกได้
อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งครั้งนี้เขากระโดดหลบ
ออกมาในระยะไม่ไกลนัก
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดด
กลับมายังตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว พอกลับมาถึง
เขาก็เห็นว่าเซินกู่เฮยเหรินศีรษะขาดกระเด็นไป
เป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่รู้ว่ามีศีรษะของมันกระเด็น
ตกหายไปที่ใด จากที่คาดเดาน่าจะร่วงจมลงไปพื้น
ทรายด้านล่าง แม้จะสิ้นชีพไปแล้ว แต่มือของมันก็
ยังคงถือจับดาบมารสะบั้นหัวเอาไว้แน่น สิ่งที่ อู่
อวี้ รู้สึกก็คือซากศพนี้ไร้ซึ่งสุรเสียงใด ๆ อีก
เซินกู่เฮยเหรินสิ้นชีพแล้ว!
อู่ อวี้ จ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความงงงวย ว่า
เหตุฉไนฝั่ายตรงข้ามถึงตัดศีรษะตนเอง จากนั้น
เขาก็สัมผัสได้ถึงวิกฤตที่บังเกิดขึ้นในฉับพลัน?
แม้กระทั่งวงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอนก็ยังถูก
ทำลายจนสิ้น
แต่ที่น่าสงสัยก็คือ หลังจากที่เขากระโดด
หลบหนีข้ามมิติออกไปแล้ว ไฉนฝั่ายตรงข้ามถึง
ต้องตัดศีรษะตนเอง? แล้วตอนนี้มันตายไปแล้ว
อย่างนั้นหรือ?
“ นี่คือพลังอำนาจของดาบมารสะบั้นหัว มันมี
วงเวทโจมตีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น วงเวทนี้มีชื่อ
เรียกว่า ‘เวทหนึ่งดาบสะบั้นหัว’ นี่คือวงเวทจาก
ยุคบรรพกาลที่มีความลึกลับซับซ้อน พิสดารยิ่ง
ยากที่จะทำความเข้าใจรูปแบบหรือความสามารถ
ของมันได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามจากสิ่งที่
เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า หลังจากมันสะบั้นศีรษะ
ของตนเอง ศีรษะของเจ้าก็จะถูกสะบั้นไปด้วย
เว้นเสียแต่ว่าจะสามารถขัดขวางการตัดศีรษะ
หรือสามารถปั้องกันได้ ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ออกมา
ก็คงมีแต่ตายสถานเดียว หากเจ้าใช้เมฆาตลบฟั้า
หลบหนีออกมาได้ไม่ทัน เกรงว่าปั่านนี้คงจะต้อง
ตกอยู่ในสภาพเดียวกันเป็นแน่ แต่เมื่อเจ้าหลบหนี
มาได้ เท่ากับว่าการลงมือของมันไม่ประสบ
ความสำเร็จ ทำให้มันต้องแบกรับผลกระทบด้วย
ตนเอง เลยกลายเป็นมันสะบั้นศีรษะของตนเองไป
ซะงั้น ดังนั้นวงเวทนี้จึงค่อนข้างเสี่ยงมากทีเดียว”
” ช่างซับซ้อนอะไรเยี่ยงนี้? แต่ก็ช่างเถอะ…ไม่
เห็นเกี่ยวอะไรกับเรา ก็ในเมื่อเจ้านั่นฆ่าตัวตายเอง
นี่ แต่มันก็บ้าบิ่นมากทีเดียว เพียงแค่อยากจะ
สังหารข้า ถึงได้กล้าลงทุนขนาดนี้ ”
หลังจากได้รู้เหตุผลแล้ว อู่ อวี้ ก็รีบเคลื่อนไหว
อย่างรวดเร็ว เขามิได้สนใจซากศพของคนผู้นี้
แม้แต่น้อย ทว่าสิ่งที่เขาสนใจก็คือดาบมารสะบั้น
หัว แม้ว่ามันจะเป็นศาสตราเต๋าวิธีแท้ของผู้ฝึกตน
นอกรีต แต่เมื่อดูจากวิธีการใช้ และ วงเวทขั้นสูง
ในระดับสุดยอดแล้ว นี่ถือเป็นผลงานสร้างสรรค์
ชิ้นเอกเลยก็ว่าได้ ซึ่งไม่ได้จำกัดว่ามันจะต้องเป็น
ศาสตราวิถีแท้ของผู้ฝึกตนนอกรีตเท่านั้น
” เจ้ากล้าเก็บมันงั้นหรือ? มันตายเพราะเจ้า
ไม่กลัวว่าหลังจากออกไป ‘จ้าวมารดำ’ จะสร้าง
ปัญหาให้แก่เจ้าเช่นนั้นหรือ? ” หมิงซวงถามอย่าง
ประหลาดใจ
” เหลวไหล ข้าดูกลัวงั้นรึ ที่นี่คืออาณาจักร
โบราณเหยียนหวง พวกมันจะทำอันใด? ” อู่ อวี้
ตระหนักอย่างชัดเจนว่า ฝั่ายตรงข้ามนั้นตกตาย
ไปแล้ว ดังนั้นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเล่มนี้
จึงถือว่าไม่มีเจ้าของอีกต่อไป อีกทั้งเขาก็มิใช่คน
ลงมือสังหาร เพราะอีกฝั่ายเลือกที่จะตัดศีรษะ
ของตนเอง จนต้องตกตายไป ดังนั้นจึงไม่มีอะไร
ให้เขาต้องรับผิดชอบหรือหวาดกลัวอันใด เพราะ
บางสิ่งบางอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ
เขา และเพราะบางสิ่งที่ตนเองหาใช่ผู้กระทำ
เนื่องจากไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ ร่างไร้ศีรษะ
ของเซินกู่เฮยเหริน ก็ร่วงหล่นลงไปยังทะเลทราย
เบื้องล่าง ไม่อาจทราบได้ว่า ซากศพของมันถูก
ทะเลทรายกลบฝังไว้แห่งหนใด
เนื่องจากการตายของเซินกู่เฮยเหริน ส่งผลให้
การต่อสู้ยุติลงทันที ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ยังคงตรึง จินฉงฮวน เอาไว้ แน่นอนว่าหากให้
กล่าวถึงวงเวท ‘กระบี่สยบโลหิต’ ความสามารถ
ของมันก็คือการควบคุมโลหิตในร่างกาย นำมาซึ่ง
ผลกระทบอย่างใหญ่หลวงจากภายในร่างกายของ
คู่ต่อสู้ แต่ร่างกลืนสวรรค์ไม่มีโลหิต จึงเป็นเรื่อง
ง่ายที่จะสยบฝั่ายตรงข้าม หากมันไม่ยุติการต่อสู้
แล้วล่ะก็ คาดว่า จินฉงฮวน จะต้องปราชัยภายใต้
เงื้อมมือของ ร่างกลืนสวรรค์
ส่วนทางด้านคู่ของ หนานซาน หวางเยว่ กับ
เย่ซีซียังอยู่ในสภาพต่อสู้กันชุลมุน พวกเขายากจะ
จัดการกับฝั่ายตรงข้ามทั้ง 4 ได้ และมีหนึ่งในนั้น
ไล่ล่าวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ตามติด ถึงอย่างนั้นวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์ก็มิได้รับผลกระทบหรือ
สั่นคลอนแต่อย่างใด ส่งผลให้บัดนี้เสี่ยวหลินโย่วที่
ไม่อาจทำอันใดได้ กระทำได้เพียงจับจ้องไปยัง ชวี่
เฟิงอวี๋ ด้วยสีหน้าซีดเผือดเพียงเท่านั้น
” เจ้าฆ่าเซินกู่เฮยเหริน!! ” จินฉงฮวนกรีดร้อง
ทำให้การต่อสู้ทั้งหมดหยุดลง หลังจากนั้นอีกห้า
คนที่เหลือก็รีบพุ่งเข้ามา แต่ก็ไม่สามารถหาร่าง
ของเซินกู่เฮยเหรินภายในมหาสมุทรแห่งพายุ
ทรายได้
” ก็เห็น ๆ อยู่ ว่ามันคิดสังหารข้าด้วย ‘ดาบ
มารสะบั้นหัว’ ถึงได้ลงทุนฆ่าตัวตายเช่นนี้ อย่าคิด
ว่าข้าไม่รู้เรื่องดาบมารสะบั้นหัว คนผู้นี้ต้องการ
สังหารข้า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าข้าเป็นราชอารักษ์เล่อ นี่ถือ
เป็นโทษมหันต์ที่ไม่อาจให้อภัยได้ ใช่หรือไม่
พระโอรส? ”
อู่ อวี้ จับดาบมารสะบั้นหัวไว้ในมือ แล้วก็ยิ้ม
พร้อมหันไปพูดกับโอรสเล่อ
ในเวลานี้โอรสเล่อสงบจิตใจลง จากนั้นก็พยัก
หน้าแล้วพูดว่า ” ข้าเห็นอย่างชัดเจน เซินกู่เฮยเห
รินเจตนาสังหาร อู่ อวี้ ก่อน หลังจากนั้นเขาก็บั่น
ศีรษะตนเอง อย่าคิดว่าพอออกไปด้านนอกแล้วจะ
ตีโพยตีพายโทษว่าเราเป็นผู้ลงมือสังหาร ข้าได้
เก็บภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นเอาไว้หมดแล้ว เมื่อไหร่
ที่ออกไปด้านนอกทุกคนจะได้เห็นทุกอย่างที่
เกิดขึ้น เซินกู่เฮยเหรินมันสมควรตายแล้ว เพราะ
มันต้องการสังหารราชอารักษ์เล่อถึงได้มีจุดจบ
เช่นนี้ ”
นับว่าโอรสเล่อฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างมาก
แม้เขาจะไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือในการ
ต่อสู้ได้ แต่เขาก็ได้ใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณที่คล้ายคลึงกับ ‘ เครื่องกำเนิดภาพ’
บันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้
จินฉงฮวนไม่คิดว่า เวทหนึ่งดาบสะบั้นหัวจะ
ล้มเหลว ทั้งยังคิดไม่ถึงว่า อู่ อวี้ จะเข้าใจ
ความสามารถของ เวทหนึ่งดาบสะบั้นหัวตั้งแต่
การต่อสู้ครั้งแรก แล้วสิ่งที่เกินความคาดหมาย
ของพวกมันมากที่สุดก็คือ โอรสเล่อ ได้บันทึกภาพ
เหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ในตอน
แรกพวกมันต้องการให้อีกฝั่ายได้รับความอัปยศ
อดสูอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ผลลัพธ์
ที่ออกมามันกลับตาลปัตรไม่เพียงแต่จะไม่บรรลุ
เปั้าหมาย หนำซ้ำพวกของพวกมันยังตกตายไปอีก
หนึ่ง นอกจากนี้กลับกลายเป็นว่าพวกมันเองที่จะ
เสื่อมเสียเกียรติได้รับความอัปยศซะเอง
เห็นได้ชัดว่ายามนี้ความโกรธแค้นฝังอัดแน่น
อยู่ในอกอย่างสุดจะบรรยาย ดวงตาของจินฉง
ฮวนแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดใจอย่างที่สุด
ในตอนนี้พวกมันจะเหมือนตายทั้งเป็น ทั้งหมดทั้ง
มวลเป็นเพราะฝั่ายตรงข้ามมีหลักฐานมัดตัวเอา
ผิดพวกมันอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง หลังจากออกไป
ด้านนอกการตายของเซินกู่เฮยเหรินจะกลายเป็น
เรื่องที่สมควรยิ่ง แล้วพวกมันทั้งเจ็ดจะต้องถูก
เยาะเย้ยถากถางเป็นแน่ เมื่อนั้นคงเป็นความรู้สึก
ที่ไม่จากตายทั้งเป็นเลยทีเดียว
” จ้าวมารดำ จะต้องทวงคืนดาบมารสะบั้นหัว
ชิ้นนี้กลับมา!” หลังจากถูกดักไว้ทุกทาง พวกมันก็
รู้สึกอับอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน
แล้ว เป็นความรู้สึกเจ็บแปล๊บอยู่ในใจเสมือนดั่ง
ถูกฝูงมดกัดต่อยอยู่ก็มิปาน ด้วยเพราะถูกสังหาร
ไปหนึ่ง ทำให้พวกมันตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบ ส่งผล
ให้บัดนี้พวกมันรู้สึกหวาดกลัว อู่ อวี้ เป็นยิ่งนัก
เรียกได้ว่าตอนนี้พวกมันพ่ายแพ้ให้แก่เขาอย่าง
ราบคาบ จนมีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นคือนำดาบ
มารสะบั้นหัวกลับมา นี่คือสมบัติวิเศษประจำ
ตระกูลของชาวมารฟั้า แล้วตอนนี้ อู่ อวี้ ก็นำมัน
ไป โดยพวกทำได้แค่มองตาปริบ ๆ เท่านั้น
” ถ้าอยากได้ก็มาแย่งชิงกลับไป ” อู่ อวี้ เป็น
คนตรงกว่าที่พวกมันคิดไว้นัก เขาผายมือออกมา
เป็นการเชื้อเชิญจ้องมองพวกมันด้วยสายตาเมิน
เฉยอย่างที่สุด
” เจ้า! อู่ อวี้ เจ้ากล้าฉกชิงสมบัติล้ำค่าของชาว
มารฟั้าไปเยี่ยงนี้ จ้าวมารดำกับบิดาของข้าจ้าว
มารขาวจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่! รีบส่งดาบมาร
สะบั้นหัวมาให้ข้าซะดี ๆ มิฉะนั้นเจ้าจะต้อง
เสียใจ! ” จินฉงฮวนกัดฟันพูด
หนานซาน หวางเยว่ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ”
หลานชาย ข้ายังจำคำพูดของเจ้าได้อยู่นะว่า… จะ
ให้พวกเราเรียกเจ้าว่าท่านปูั่ 100 ครั้ง เพื่อความ
ยุติธรรม ถ้าเจ้าอยากได้ศาสตราวุธชิ้นนี้ ก็จงอ้อน
วอนร้องขอความเมตตาแล้วเรียกพวกเราว่าท่านปูั่
10,000 ครั้ง จากนั้นข้ายินดีส่งสมบัติชิ้นนี้คืน
ให้กับเจ้า ฮ่า ฮ่า … ”
ในเวลานี้ จินฉงฮวน, ฉวนไท่เยวี่ย, เสี่ยว
หลินโย่วจี, โซ่วเหยียเจี้ยนยวี ฯลฯ จ้องมองไปที่
พวกเขาทั้งสามด้วยดวงตาดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง หาก
ไม่ใช่เพราะจินจงฮวนถูกฝั่ายตรงข้ามดักไว้ในทุก
ทางจนได้รับความอัปยศ ปั่านนี้คงได้ต่อสู้กันอีก
ครั้งเป็นแน่
” อย่าได้กังวลไป ดาบมารสะบั้นหัวหาใช่ของ
พวกมัน ในไม่ช้าพวกมันจะต้องชดใช้กับความโลภ
ในครั้งนี้อย่างสาสม” จินฉงฮวนและคนอื่น ๆ สงบ
จิตใจลงพยายามสะกดข่มไม่ให้อารมณ์ของตนเอง
คล้อยตามไปกับโทสะจนหน้ามืดตามัว ในเวลานี้
พวกมันทั้งหมดพร้อมที่จะจากไปแล้ว
แม้คนอื่น ๆ จะโกรธแค้นขุ่นเคืองใจมาก
เพียงใด แต่พวกมันก็รู้ดีว่าวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็
คือออกห่างจากพวกเขาแล้วจากไปอย่างสงบ
เพราะอันตรายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดได้อยู่ที่นี่แล้ว
ฝีมือความสามารถของ อู่ อวี้ ร้ายกาจเกินกว่าที่
พวกมันคิดเอาไว้มาก
” ช้าก่อน! ใครอนุญาตให้เจ้าไปมิทราบ? ” ชวี่
เฟิงอวี๋ เพิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอกไปเมื่อสักครู่
แต่แล้ว อู่ อวี้ ก็เอ่ยปากขึ้นมาทำให้นางรู้สึกตึง
เครียดอีกครั้ง
” เจ้าต้องการทำอะไร? ” จินฉงฮวน หันหลัง
กลับแล้วจ้องมองมาที่ อู่ อวี้
อู่ อวี้ เจ้ามองมันแล้วพูดว่า ” เจ้าไปแต่ตัวได้
แต่กระบี่สยบโลหิตจะต้องทิ้งไว้ที่นี่ ”
ไม่ว่าจะเป็นดาบมารสะบั้นหัว หรือ กระบี่สยบ
โลหิต ร่างกลืนสวรรค์สามารถใช้ได้ทั้งสิ้น แม้ว่าวง
เวทที่ประทับอยู่บนศาสตราจะไม่มากมายเท่ากับ
พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง แต่ก็มีมากถึง 400,000
วง ที่สำคัญด้วยเอกลักษณ์ที่เด่นชัดของศาสตรา
ทั้งสามชิ้นนี้ ร่างกลืนสวรรค์ย่อมสามารถใช้งาน
มันได้อย่างไรปัญหา