กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1043: เจดียวิญญาณชั้นที่ 2
” องค์หญิงหวงซีช่างเก่งกาจยิ่งนัก สามารถ
จัดการกับ ‘มดสีทองเข้ม’ ลงได้เพียงลำพังคนเดียว
ถึงแม้มดสีทองเข้มตัวนั้นจะมีขนาดค่อนข้างเล็กก็
ตาม ”
” ว่ากันว่าองค์หญิงหวงซียังอ่อนยังนัก นาง
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาไม่ถึง 50 ปีด้วยซ้ำ … ”
” จริงหรือ! ถ้าเป็นอย่างท่านว่าในภายภาค
หน้านางคงได้กลายเป็นหวงจุนคนใหม่อย่าง
แน่นอน อีกทั้งยังมีโอกาสรุ่งโรจน์โชติช่วงยิ่งเสีย
กว่าหวงจุนคนปัจจุบัน เท่ากับว่านางมีโอกาสสูง
มากที่จะกลายเป็นเซียนอมตะ นอกจากนี้นางยัง
เป็นสัตว์สวรรค์อีกด้วย ”
เวลานี้จำนวนผู้คนที่อยู่ภายในลานเมฆา
สวรรค์เพลิงวายุ ร่อยหรอลงไปอย่างมาก อีกทั้ง
คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนมีพลังฝีมือต่ำกว่าจิตเท
วะแทบทั้งสิ้น หรือไม่ก็มีอายุขัยที่แก่กว่าโอรสยวี่
ในอดีตคนกลุ่มนี้เคยเป็นคนหนุ่มสาวที่มีฝีมือ
แข็งแกร่งที่สุดในชมพูทวีปโลก
หวงจุน , เจ้ามังกรสี่คาบสมุทร , ชาวเหยียน
หวงและเหล่าราชวงศ์เหยียนหวง , จักรพรรดิของ
อาณาจักรผู้ฝึกตนขนาดใหญ่ เช่น จอม
จักรพรรดิหมิงไห่ จักรพรรดิกระบี่ดาราสวรรค์
ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกตนชั้นสูง แลประมุข
พรรคนิกายต่าง ๆ จำนวนมากที่มีพลังฝีมือตั้งแต่
ระดับค้นหาเต๋า ขั้นที่ 5 ขึ้นไป
ในเวลานี้จักรพรรดิโบราณไม่ได้อยู่ในลานพิธี
แล้ว ดังนั้นผู้คนจึงผ่อนคลายมากขึ้น สามารถ
พูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่กับภาพ
เหตุการณ์ที่พวกเขาเห็นผ่านบนคันฉ่อง
บทสนทนาพูดคุยของพวกเขาจะเปลี่ยนไปใน
ทุก ๆ 20 ลมหายใจ แล้วพวกเขาก็จะเปลี่ยนไปดู
ภาพฉากที่อยู่ในคันฉ่องบานอื่นต่อ ภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลปัจจุบันมีคนอยู่เกือบมีเกือบ
50,000 คน แล้วภาพของพวกเขาทั้งหมดก็
ปรากฏอยู่บนคันฉ่องทั้งเก้าบาน ดังนั้นจึงไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าความสนอกสนใจของทุกคนกำลังมุ่ง
เปั้าไปที่ใด เพราะจักรพรรดิโบราณต้องการให้
พวกเขาเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด
ตัวอย่างเช่นโอรสผู้หนึ่งที่บำเพ็ญเพียรมาสอง
สามร้อยปี นอกจากนี้ยังมียอดฝีมือจากทั่วทุกมุม
โลกนับหมื่นอาณาจักร ทันทีที่พวกมันเข้ามาอยู่
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ภาพของพวกมัน
ก็จะปรากฏขึ้นบนคันฉ่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพการ
ต่อสู้ด้วยกันเองหรือต่อสู้กับสรรพเทวะวิญญาณ
ผู้รับชมอย่างจอมจักรพรรดิหมิงไห่ ไม่ค่อย
พูดคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากนัก แต่เขา
ติดตามองภาพเหตุการณ์อย่างจริงจัง บางทีอาจ
เป็นเพราะเขาสังเกตเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาร่วม
การแข่งขันด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะสมบัติที่อยู่
ภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวงมันดึงดูดยั่วยวนใจ
ของผู้คนเสียเหลือเกิน ผู้คนนับหมื่นเข้าไปภายใน
สถานที่ที่ไม่อาจควบคุมได้อย่างเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล แล้วในที่สุดมันจะต้องเกิดเรื่องสำคัญ
ขึ้นอย่างแน่นอน
ทว่ายามยามนี้มีเพียงคันฉ่องบานเดียวเท่านั้น
ที่ฉายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน ซึ่งมันแสดง
ให้เห็นว่าเจดีย์วิญญาณเซียนมีค่ายกลวงเวท
ซับซ้อนมากเพียงใด
แต่ในภาพเห็นแค่เพียงองค์หญิงหวงซี กับ
เหล่าราชาปีศาจผู้ติดตามจากจักรวรรดิทายาท
ทักษิณ กำลังต่อสู้กับมดสีทองเข้ม และ
สภาพแวดล้อมภายใน ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าองค์
หญิงหวงซีลงมือจัดการกับมดสีทองเข้มด้วย
ตนเองเพียงลำพัง ทุกคนต่างคิดว่านางนั้นกล้า
หาญชาญชัยเสียเหลือเกิน ทั้งยังประหลาดใจว่า
การที่นางมีฝีมือถึงเพียงนี้ ไฉนจึงไร้ซึ่งชื่อเสียง
อย่างสิ้นเชิง
แต่ยังไม่ทันได้รู้ผลแพ้ชนะภาพก็เปลี่ยนไปอีก
ครั้ง แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจ
กันยกใหญ่ เมื่อรู้ว่าองค์หญิงหวงซีเป็นอัจฉริยะ
อายุน้อยอนาคตไกล อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งคน
ที่ผู้คนให้ความสนใจ
“ ไฉนถึงไม่มีภาพของ อู่ อวี้? ชายที่อยู่กับ
โอรสเล่อ คนผู้นี้น่าสนใจมาก ตั้งแต่ต้นจนจบมี
ผู้คนมากมายอยากดูเขา แต่กลับไม่มีภาพปรากฏ
ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ”
” ไม่รู้สิ มันคงยังไม่มีอะไรโดดเด่นกระมัง ผู้ที่
เข้าไปในนั้นส่วนใหญ่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 หรือแม้กระทั่ง 7 8 คน
กลุ่มนี้เก่งจะตายชัก การที่พวกเขาเป็นตัวเอกก็ถือ
เป็นเรื่องปกติ ”
เหล่าคนหนุ่มสาวกำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก
เวลานี้คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ที่อยู่ภายในชมพูทวีป
โลกธาตุ กำลังให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่
เกิดขึ้นภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล กล่าวได้ว่า
ทุก ๆ ครั้งที่ภาพบนคันฉ่องเปลี่ยนแปลงไป ข่าว
เหตุการณ์ภายในก็จะถูกแพร่กระจายไปทั่วชมพู
ทวีปโลกธาตุ
โดยเฉพาะยอดฝีมืออยู่ในอันดับต้น ๆ
ทั้งหลาย พวกเขาดูจริงจังเป็นพิเศษ บางครั้งพวก
เขาก็พูดคุยกันเองแบบลับเฉพาะ โดยไม่ให้คน
นอกมีสิทธิ์ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน
เมื่อได้ยินคนอื่นกำลังพูดคุยเรื่องของ อู่ อวี้ ลั่ว
ผินก็ดูให้ความสนอกสนใจอยู่ไม่น้อย นางขยับมา
นั่งรวมกับมังกรเทวะตนอื่น ๆ อันที่จริงเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลหาได้เกี่ยวข้องกับพวกนาง
แม้แต่น้อย แต่ที่ยังเฝั้ารอดูเป็นเพราะนางห่วงใย
ในตัว อู่ อวี้
บางทีนางอาจอยากรู้ว่าจะมีเรื่องราว
เหตุการณ์อะไรขึ้นเกิดกับ อู่ อวี้ บ้าง ความเป็น
จริงภาพของเขาควรปรากฏได้แล้ว แต่การที่ภาพ
ของเขาไม่ได้ปรากฏบนคันฉ่องมาสักพักหนึ่งแล้ว
อาจเป็นเพราะเขายังไม่ได้ต่อสู้ก็ได้
” เจ้าไม่มั่นใจในตัวเขาเช่นนั้นหรือ? ” มังกร
ปีศาจเทวะพิสุทธิ์ที่มีอายุอานามใกล้เคียงกับลั่ว
ผินมากที่สุด เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ หามิได้… ข้าแค่กังวลเล็กน้อย ข้าอยากให้
เขากลับออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็น
เพราะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เจตนาที่แท้จริงของจักรพรรดิ
โบราณ ”
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “
คำพูดของข้าต่อจากนั้นอาจทำให้เจ้าขุ่นเคืองใจ
แต่ข้าคิดว่าจำเป็นต้องตักเตือนเจ้าเสียหน่อย ถ้า
เกิดจักรพรรดิโบราณเห็นความสำคัญของมรดกที่
อยู่ภายในตัวเขาจริง ๆ เราคงไม่อาจทำอันใดได้
เจ้าก็รู้ว่าในโลกนี้คนที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือ
จักรพรรดิโบราณ เป็นเพราะเราได้รับความ
เสียหายจากบรรพชนมารกลืนสวรรค์ ตอนนี้เรา
เพิ่งจะฟืนคืนขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่มีปัญญาไป
ต่อต้านหรือขัดขืนจักรพรรดิโบราณหรอก ”
หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์
กล่าว ลั่วผินก็มิได้เอื้อนเอ่ยอะไรมากนัก นางเพียง
แค่หันไปมองมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ เมื่อมังกร
ปีศาจเทวะพิสุทธิ์เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวอย่าง
อ่อนใจแล้วก็ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ ไม่ว่าลั่วผินจะ
ฟังคำตักเตือนหรือไม่ก็ตาม แต่มังกรปีศาจเทวะ
พิสุทธิ์ก็ล่วงรู้อย่างแน่ชัดว่าเหตุผลที่นางมาที่นี่ก็
เพราะ อู่ อวี้ แล้วสิ่งที่เขาทำได้ก็คือพยายามยับยั้ง
ไม่ให้นางทำอะไรหุนหันพลันแล่น ก่อนมามีผู้คน
มากมายห้ามนาง ทว่านางก็ยังดึงดันที่จะมาที่นี่ให้
ได้
แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์ที่
ผ่านมาครั้งล่าสุด
เขาไม่แน่ใจว่าชายผู้นี้ได้ช่วยชีวิตนางไว้จริง
หรือเป็นเพราะฝีมือของผู้อื่นกันแน่ ในข้อนี้ยังไม่
ค่อยชัดเจนนัก
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้
ยิน ทุกคนเงยศีรษะขึ้นก็สังเกตเห็นว่าภาพบนคัน
ฉ่องบานที่ 2 ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป
” นั่นมันอะไร? ไฉนถึงมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่
ทุกที่? เปลวไฟหลากสีสว่างไสวเจิดจ้า ดูน่ากลัว
เสียยิ่งกว่าทรายสีเหลืองในคันฉ่องบานแรกซะอีก
”
ผู้คนที่เฝั้าจับตามองในยามนี้ พบว่าภายใน
ทะเลเพลิงมีเงาร่างของใครบางคนปรากฏอยู่ ภาพ
บนคันฉ่องค่อย ๆ ขยายขึ้นจนทุกคนได้รู้ในที่สุด
ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร
” การที่คันฉ่องบานที่ 2 ส่องสว่างจ้าขึ้นเยี่ยงนี้
แสดงว่ามีผู้ที่ขึ้นไปบนเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้น
ที่ 2 ได้เป็นคนแรกแล้วใช่หรือไม่? ”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”
“แล้วคน ๆ นั้นเป็นใคร มองเห็นไม่ค่อยถนัด
เลย”
” ข้าเห็นแล้ว ตรงหว่างคิ้วของคนผู้นี้มีอักษร
คำว่า ‘ยวี่’ คนผู้นี้คือโอรสยวี่ผู้มีอายุมากที่สุด! ”
บนคันฉ่องปรากฏภาพของโอรสยวี่ ที่กำลัง
เคลื่อนผ่านทะเลเปลวเพลิงอันเดือดระอุด้วย
ความเร็วสูง
” ข้าไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ที่ขึ้นมาชั้นที่ 2 ของ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลได้เป็นคนแรกจะเป็น
โอรสยวี่ ถ้าดูจากความเร็วแล้วเป็นไปได้หรือไม่ที่
โอรสยวี่จะสามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 9 ได้เป็นคนแรก
อันที่จริงเขาก็เป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือ
มากที่สุด อีกทั้งยังเป็นโอรสคนโต เห็นว่าเขา
มุ่งมั่นฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างแน่วแน่ ถึงแม้ว่าอายุ
อานามจะค่อนข้างมาก แต่ถ้าโอรสผู้นี้กลายเป็นผู้
สืบทอดบัลลังก์คนใหม่ คงมีการเปลี่ยนแปลงครั้ง
ใหญ่เกิดขึ้น ”
” จริง ๆ แล้วหลายคนคิดว่าเขาแก่เกินไป แต่
เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่นัก เราคง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือหนึ่งในผู้ที่มีฝีมือแข็งแกร่ง
ที่สุดในจำนวนคนหลายหมื่น ด้วยความแน่วแน่ทำ
ให้เขาขึ้นมาถึงชั้น 2 ได้เป็นคนแรก นี่ก็ไม่ใช่เรื่อง
น่าแปลกใจอันใด แต่ทำไมราชวงศ์มู่ซวีของเราเข้า
ไปด้านในตั้งหลายคน ไฉนถึงไม่ปรากฏภาพพวก
เขาบนคันฉ่องบ้าง? ”
” อันที่จริงเท่าที่ข้าดูคนของเรามีฝีมือ
เหนือกว่าโอรสยวี่เสียด้วยซ้ำ เพียงแค่ว่าตอนนี้
โอรสยวี่ขึ้นมาบนชั้น 2 ก่อนเพื่อนเท่านั้น นั่นเป็น
เพราะคนเหยียนหวงเข้าร่วมการแข่งขันมาก
เกินไป ถึงสามารถขึ้นมาชั้น 2 ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
จนสามารถแซงหน้าอาณาจักรผู้ฝึกตนอื่น ๆ เยี่ยง
นี้ไงเล่า ”
ในความเป็นจริง ถ้าเทียบความสามารถ
โดยรวมของชาวเหยียนหวง กับผู้เข้าร่วมการ
แข่งขันหลายหมื่นคนนี้ ต้องบอกว่าความสามารถ
ของชาวเหยียนหวงไม่ได้สูงส่งมากนัก แต่ถึง
อย่างไรชาวเหยียนหวงก็ยังสามารถขึ้นสู่ชั้นที่ 2
ได้เป็นคนแรก สิ่งนี้บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ด้อยกว่า
ยอดฝีมือที่อยู่ในระดับหัวตาราง
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ข่าวเรื่องโอรสยวี่ก็
แพร่กระจายไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ
มรสุมแห่งความวุ่นวายดูเหมือนจะน่าตื่นเต้น
มากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ทุกคนจะ
หันมามองคันฉ่องทั้ง 9 บานด้วยใจจดจ่อ ทั้งยัง
อดคิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ว่า คนแรกที่สามารถ
ทำให้คันฉ่องส่องสว่างขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ทว่า
คนผู้นั้นย่อมมีโอกาสได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงมากที่สุด
………………………………
ระหว่างเส้นทาง อู่ อวี้ พบมดสีทองเข้มเป็น
จำนวนมาก แล้วพวกเขาก็ไล่ล่าจัดการพวกมัน
ตามระเบียบ มดสีทองเข้มที่ยิ่งตัวใหญ่มาก
เท่าไหร่พวกมันก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้
จะเป็นมดสีทองเข้มขนาดเล็ก แต่ความแข็งแกร่ง
ของพวกมันก็มากเพียงพอที่จะจัดการโอรสเล่อกับ
พรรคพวกจนสิ้นชีพได้
แต่โชคดีที่พวกเขาไม่ได้รับอันตรายใด ๆ
บางครั้งเขาก็เจอพวกมันอยู่กันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ
สองสามตัว แล้วมากสุดที่เขาพบก็มีอยู่ประมาณ
3 กลุ่ม แต่เพราะตัวมันค่อนข้างเล็กจึงไม่เป็น
อันตรายอะไรมาก หลังจากเจ้ามดเหล่านี้ปราชัย
ให้แก่เขา อู่ อวี้ ก็เก็บรวบรวมซากร่างของพวกมัน
ใส่ถุงจักรวาล เพราะนับเป็นวัสดุชั้นเลิศนำไป
สรรค์สร้างสิ่งต่าง ๆ
ในส่วนของโอรสเล่อกับเหล่าพรรคพวก ถ้า
พวกเขาลงมือสังหารตัวไหนได้ ซากของพวกมันก็
จะตกเป็นของพวกเขา
ระหว่างการเดินทางก็ได้พบเจอกับชาวเหยียน
หวงบ้าง พวกมันทั้งหมดล้วนอยู่ในสภาพอิดโรย
เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะต้องต่อสู้กับสรรพ
เทวะวิญญาณ บางครั้งก็ต้องต่อสู้กับราชทูตหมื่น
ทวีปจากอาณาจักรต่าง ๆ ที่ต้องการระบาย
ความแค้นในจิตใจ ดังนั้นจึงเลือกที่จะรวมกลุ่มอยู่
ร่วมกัน ส่วนเรื่องขึ้นไปด้านบน มีบางคนบอกว่า
เคยขึ้นไปบ้างเช่นกัน ทว่าด้านบนนั้นน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง บางคนไปไม่ถึงวังวันสี
ทอง ซึ่งถูกลมพายุพัดพาลงมาก่อน บ้างก็ขึ้นไปถึง
แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเผชิญหน้ากับอัสนีบาตทมิฬ
จนต้องถอยหนีออกมา
ในขณะที่ อู่ อวี้ สำรวจไปรอบ ๆ ภารกิจหลัก
ของร่างกลืนสวรรค์ก็คือการทำพันธสัญญากับ
ศาสตราวิถีแท้ทั้งสอง
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดมีเวลาเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า
หลังจากด้านนอกผ่านไปเพียงแค่ 1 วัน ก็เท่ากับ
เขาอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด 5 วัน เมื่อเวลาผ่าน
ไป 3 วัน เท่ากับว่าเวลาในเจดีย์ล่องกำเนิดผ่านไป
ครึ่งเดือน ในที่สุดเขาก็ทำพันธสัญญากับศาสตรา
ทั้ง 2 ชิ้นได้สำเร็จ ส่วนเวลาที่เหลือเขาก็แค่ทำ
ความคุ้นเคยกับวงเวทที่ประทับบนศาสตรา ด้วย
เพราะวงเวทนั้นซับซ้อนและแตกต่างกันมาก จึง
ทำให้เขาต้องใช้เวลาในการไตร่ตรองไปมากโข
ทีเดียว
แต่ อู่ อวี้ ไม่ได้รีบร้อนอะไร
ในความเป็นจริงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขารู้สึกว่า
ตนเองได้รับของดี ๆ มามากทีเดียว นอกจากนี้ใน
ระหว่างทางเขายังได้พบเจอผู้คนมากมาย แต่ส่วน
ใหญ่แล้วก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้ดู
เหมือนว่าทุกคนกำลังเดินทางอยู่ในโลกอันไร้
สิ้นสุด โดยที่กระทำได้เพียงอาศัยโชควาสนาของ
ตนเองเท่านั้น แต่ยังไม่มีผู้ใดได้พบเห็นไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงเลยแม้แต่คนเดียว ไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงเม็ดเล็กหลบซ่อนอยู่ในสถานที่กว้าง
ใหญ่ไพศาลเช่นนี้ หากผู้ใดหาเจอก็เสมือนกับว่า
คนผู้นั้นได้รับการประทานพรจากสวรรค์เลยก็ว่า
ได้
หรือจะกล่าวว่า จักรพรรดิโบราณเป็นผู้มอบ
มันให้แก่บุคคลนั้นด้วยตนเอง
จากสิ่งที่ประเมินมาทั้งหมด อู่ อวี้ รู้สึกว่า
โอกาสที่จะพบเจอมันช่างน้อยมากจริง ๆ
หลังจาก 7 วันผ่านไปก็ได้ยินข่าวลือว่ามียอดฝีมือ
บางคนขึ้นไปบนวังวนสีทอง แล้วก็ดูเหมือนจะไม่
กลับลงมาอีกด้วย นี่แสดงให้เห็นว่ามีใครบางคน
ค้นพบด่านต่อไปแล้ว
เมื่อได้ยินข่าวนี้โอรสเล่อก็เริ่มกังวลเล็กน้อย
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันจะนำพาอันตรายอันใหญ่
หลวงมาให้ก็ตาม เนื่องจากการจะผ่านไปได้
หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนาด้วย
อู่ อวี้ คุ้นเคยกับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณทั้งสองชิ้นแล้ว ในความเป็นจริงเขาใช้
เวลานานนับเดือน เนื่องจากดาบมารสะบั้นหัวที่
เคยนำภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงมาแก่ตัว อู่ อวี้
ช่วยให้เขาสามารถทำความเข้าใจมันได้มากขึ้นอีก
เล็กน้อย ด้วยเพราะดาบมารสะบั้นหัวมีวงเวท
โจมตีที่ไม่เหมือนใคร มันคือ ‘เวทหนึ่งดาบสะบั้น
หัว’ อู่ อวี้ เคยเจอฤทธิ์เดชของเวทย์นี้มาแล้วกับ
ตัว แต่ถ้าเวทนี้ไม่สามารถสะบั้นศีรษะผู้โดนโจมตี
ได้ มันก็จะย้อนกลับไปสะบั้นศีรษะของผู้ใช้เวทนี้
โจมตีมาแทน
กระบี่สยบโลหิตก็มีลักษณะที่คล้ายกันมาก
แถมยังมีเวทโจมตีเพียงหนึ่งเดียวอีกด้วย มันมีชื่อ
ว่า ‘เวทมารคลั่งสยบโลหิต’ เป็นเวทที่มีความ
ลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งความสามารถของ
มันที่ซ่อนอยู่ก็นับว่าทรงพลังเป็นยิ่งนัก ในระหว่าง
ที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เมื่อกระบี่ถูกตวัดฟาดฟันจะ
ปลดปล่อยพลังอำนาจแห่งวงเวท กระบี่นี้จะ
สามารถควบคุมโลหิตภายในกายของคู่ต่อสู้ ไม่ว่า
จะเป็นการหยุดนิ่ง หรือสร้างความสับสนปันปั่วน
ทำให้คนผู้นั้นตกเข้าสู่สภาวะแห่งความบ้าคลั่ง
โดยที่สามารถปรับเปลี่ยนสลับกันไปมาระหว่าง
หยุดนิ่งกับบ้าคลั่ง มีความสามารถนี้ ถือว่าไม่ได้
ด้อยไปกว่าการสะบั้นศีรษะเลยก็ว่าได้
อู่ อวี้ รู้สึกว่าเขาควบคุมศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณชิ้นนี้ได้คล่องมือดั่งใจคิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากเวลาผ่านไปได้ 1 เดือน เขาก็สามารถใช้
อาวุธทั้ง 2 ชิ้นนี้ได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีปัญหา
อะไร หลังจากร่างกลืนสวรรค์ครอบครองศาสตรา
ชั้นสูงทั้งสามชิ้นได้เป็นผลสำเร็จ รูปแบบการต่อสู้
ของเขาก็หลากหลายขึ้นมาก
รวมถึงพลังรบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย