กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1044: หางของอสูรยักษ
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล มียอดฝีมือผู้
แข็งแกร่งอยู่มากมาย อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองต้อง
ยกระดับความแข็งแกร่งให้สูงมากกว่านี้ หากไม่มี
กลวิธีโจมตีเพิ่มขึ้น เมื่อต้องมาอยู่ในโลกอัน
หฤโหดที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ ความใฝั่ฝันว่าจะได้
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงคงเป็นไปไม่ได้
เลย
บอกตามตรงว่าต่อให้ยอดฝีมือระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 หรืออาจจะสูงกว่านั้น ก็ยัง
ไม่อาจยืนยันแน่ใจได้ว่าจะสามารถครอบครอง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ด้วยเพราะจำนวนของ
คู่แข่งที่มากเกินไป อีกทั้งสภาพแวดล้อมภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลยังเต็มไปด้วยความลึกลับ
ซับซ้อน ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าจักรพรรดิโบราณ
เตรียมการสิ่งใดไว้บ้าง
แต่เพราะสมบัติจำนวนมหาศาลที่อยู่ภายใน
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง มากเพียงพอที่จะทำให้
ผู้คนยอมเสี่ยงชีวิตเข้ามาแย่งชิงสมบัติอย่างไม่
ลังเล
แทบไม่ต้องพูดถึงเหล่าโอรสพระธิดา หากพวก
เขาครอบครองไข่มุกได้สำเร็จจะได้ขึ้นเป็น
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงคนต่อไป กลายเป็น
เทพเซียนคนต่อไป ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เหล่า
โอรสพระธิดาค้นหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงกัน
อย่างบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อ จำเป็นต้องปรึกษาหารือ
ว่าจะขึ้นไปหรือไม่ ในช่วงนี้มีหลายคนพยายามขึ้น
ไป นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จแล้วบางคน
ยังตกตายอีกด้วย
ด้วยการค้นหาเปั้าหมายที่ไม่ทราบตำแหน่ง
เช่นนี้ ทำให้ผู้คนหมดความอดทน ดังนั้นพวกมัน
จึงตัดสินใจทะยานเข้าสู่กระแสวังวนสีทองที่อยู่
ด้านบน
ตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังขบคิดว่าตนเองควรลองขึ้น
ไปก่อนดีหรือไม่ หรือจะแบกพวกเขาทั้งหมดที่อยู่
ภายในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์แล้วขึ้นไปพร้อมกัน
เลย
แต่ถ้าถามความรู้สึกของเขา เขาคิดว่าหากยัง
วนไปวนมาอยู่ภายในพายุทรายแห่งนี้ต่อไปก็เปล่า
ประโยชน์
ท้ายที่สุด อู่ อวี้ ตัดสินใจลองขึ้นไปดู อย่าง
น้อยเขาก็จะได้รู้ว่าพลังอำนาจของสายอสนีบาต
นั้นคืออะไรกันแน่ หากเขาไม่สามารถต้านทาน
พลังอำนาจของมันได้ เขาก็จะรีบกระโดดหลบ
ออกมาด้วยเมฆาตลบฟั้า
ปัจจุบันนี้โอรสเล่อและพรรคพวกเชื่อฟัง
ปฏิบัติตามคำแนะนำของ อู่ อวี้ อย่างว่านอนสอน
ง่าย หากไม่ได้ อู่ อวี้ พวกเขาทั้งหมดคงไม่อาจอยู่
รอดอยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล และยากที่
จะขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายไปไหนได้
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ค่อย ๆ ควบคุมวงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์พุ่งทะยานสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ยิ่งสูง
พายุทรายก้อนกรวดก็ยิ่งพัดโหมกระหน่ำรุนแรง
มากขึ้น เขาต้องหลบเลี่ยงอุปสรรคเหล่านี้อย่าง
ต่อเนื่อง ถ้าหากไม่ระวังให้ดีจนพลั้งเผลอโดนมัน
อัดกระแทกเข้าใส่อย่างจัง ๆ แม้จะไม่ตายแต่ก็คง
คางเหลือง หรือต่อให้เขามีกายาเพชรอมตะก็คง
ได้รับความเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย
จากจุดนี้ดูเหมือนว่าอสนีบาตที่อยู่ภายใน
กระแสวังวนวารีสีทองจะเบาบางลง อู่ อวี้ จึงใช้
เทียมฟั้าจรดดินย่อหดร่างกายให้เล็กลง กล่าวตาม
ตรงหากไม่ติดโอรสเล่อและผู้ติดตามมาด้วย
ปั่านนี้เขาคงขึ้นไปชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 นานแล้ว
อย่างไรก็ตามที่นี่คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ซึ่งอยู่ในนครเทวะของเหยียนหวง ดังนั้นไม่ว่าจะ
เกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่สามารถโยนโอรสเล่อทิ้งไว้
กลางทางได้ ด้วยเพราะโอรสเป็นจุดสนใจของผู้
เข้าแข่งขันเพื่อชิงบัลลังก์ในอนาคต
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าคันฉ่องด้านนอกจะจับภาพมาที่
พวกเขาเมื่อไหร่?
“รอหม่อมฉันสักครู่” เมื่อเขาย่อขนาดร่างกาย
ให้เล็กที่สุดแล้ว ก็พร้อมที่จะขึ้นไป
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เอง ไม่คาดคิดว่าจะมีการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น อู่ อวี้ ได้ยินเสียงดัง
อึกกระทึกครึกโครมมาจากด้านหลัง ตามมาด้วย
เสียงการต่อสู้อย่างรุนแรง เสียงการใช้เคล็ดวิชา
เต๋าและพลังอิทธิฤทธิ์ หรือแม้กระทั่งเสียงการ
ปะทะกันระหว่างศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
กับศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ทันใดนั้นก็บังเกิดการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่มา
จากผืนดินด้านล่าง อู่ อวี้ เห็นแรงสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรงภายในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ดู
เหมือนว่าจะมีสัตว์ร้ายยักษ์โผล่ขึ้นมาจากผืน
ทราย แล้วเมื่อเขามองย้อนกลับไปด้านหลังไกล ๆ
ก็พบว่ามีควันก้อนมหึมาพุ่งทะยานลอยขึ้นปก
คลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า!
แน่นอนว่ากลุ่มควันเหล่านี้เกิดขึ้นจากก้อน
กรวดขนาดมหึมาที่อัดกระแทกลงสู่พื้นทราย จน
ปรากฏดังภาพที่เห็น
“ นั่นมันอะไรกัน? ” อู่ อวี้ รีบใช้เนตรเพลิง
มองไปยังบริเวณดังกล่าว เขาก็พบเห็นสิ่งที่ซุก
ซ่อนอยู่ในผืนทราย โดยเฉพาะร่างกายของมันถูก
กลบบังด้วยเม็ดทราย จึงทำให้มองเห็นขนาดที่
แท้จริงของมันได้ไม่ชัดเจนว่าจะมีขนาดใหญ่โต
มากสักเพียงใด แม้ว่าร่างกายซุกซ่อนอยู่ในผืน
ทรายแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับมัน เพราะ
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันนั้นเกินขีดจำกัด
ของ อู่ อวี้ เสียด้วยซ้ำ สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ทำให้เขา
รู้สึกว่าน่าประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อยเลยทีเดียว
” นี่มันปีศาจ? ปีศาจสมุทร? หรือสรรพเทวะ
วิญญาณ ? ”
ในระหว่างที่เขากำลังงงงวยอยู่นั้น ดูเหมือน
หางขนาดใหญ่ยักษ์ของมันก็เปิดเผยออกมาให้
เห็น ถ้าหางนี้ไม่โค้งงอแล้วล่ะก็ มันคงดูเหมือนเสา
ทองคำขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านสูงขึ้นไปบน
ฟากฟั้า โดยเฉพาะตรงส่วนยอดปลายแหลมของ
มันนั้นแหลมคมเป็นยิ่งนัก อีกทั้งยังดูขรุขระหยาบ
กระด้างเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเพ่งพินิจมองดูอย่าง
ใกล้ชิดดูเหมือนว่ามันจะเป็นหางของแมลงบาง
ชนิด
หลังจาก อู่ อวี้ เห็นหางของมัน มันก็ทำให้เขา
ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ด้วยคาดว่าสิ่งนี้จะต้อง
สรรพเทวะวิญญาณนี่ถือกำเนิดขึ้นในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลอย่างแน่แท้ แต่ขนาดตัวของ
มันใหญ่กว่ามดสีทองเข้มตัวใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเจอ
ถึงสิบเท่า
ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งก็คือ ร่างกายของ
มันเป็นทองคำบริสุทธิ์ดูมีระดับ สูงส่งมากกว่าตัว
ก่อนหน้านี้มากนัก เนื่องจากขนาดตัวอันใหญ่ยักษ์
ของมัน เท่ากับว่าจำนวนเศษซากร่างกายหลังถูก
กำจัดจะต้องมีมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน
แต่ทำไมสรรพเทวะถึงต้องหลบหนี? อู่ อวี้
สงสัยเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าเขาก็เข้าใจอย่างชัดเจน
นั่นเป็นเพราะเบื้องหลังของสรรพเทวะ มียอดฝีมือ
ผู้แข็งแกร่งนับร้อยกำลังไล่ติดตามอยู่! เมื่อกวาด
สายตามองดูแล้ว ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นนอกจาก
ชาวเหยียนหวง ยังมีผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ผู้ฝึกตนนอก
รีต ปีศาจ และปีศาจสมุทรอีกด้วย พวกมัน
ทั้งหมดยื้อแย่งแย่งแหวกฝั่ากันขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
บางคนแม้กระทั่งลงมือใส่กันเอง จนถูกทิ้งไว้
เบื้องหลัง
อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปคร่าว ๆ แลพบว่า
ผู้คนนับร้อยที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในสถานที่แห่งนี้
มิได้อ่อนแอไปกว่าเขาเลย กล่าวได้ว่าทุกคนในที่
แห่งนี้ฝึกฝนบำเพ็ญตนมานานกว่า 300 ปี
ทั้งหมดล้วนเป็นชายวัยกลางคน ที่มีประสบการณ์
บำเพ็ญตน และพลังรบสูงล้ำยิ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้ว
พวกมันถือเป็นเสาหลักของแต่ละอาณาจักรและ
กองกำลังต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเป็นผู้นำของ
อาณาจักรเล็ก ๆ บางแห่ง
ในบรรดาคนเหล่านั้นมีชาวเหยียนหวงอยู่เยอะ
พอสมควร อีกทั้งในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังรู้จักโอรส
พระธิดาแทบทั้งหมดแล้วด้วย ซึ่งในจำนวนนั้นก็มี
โอรสอยู่ประมาณสามคน และในสองคนนั้นมิได้
เอื้อนเอ่ยวาจาใด แต่ดวงตาของมันกลับดุดัน
ร้อนแรงเป็นอย่างยิ่ง ทุ่มเทจิตวิญญาณไปกับการ
ไล่ล่า ทั้งยังเป็นการเตือนให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบจง
ระวังตัวไว้ให้ดี
” เจ้านั่นมันอะไรกัน เหตุใดจึงทำให้ยอดฝีมือ
มากมายบางคลั่งได้ถึงเพียงนี้?” นับตั้งแต่ครั้งแรก
ที่แลเห็นสัตว์ร้ายตนนั้น อู่ อวี้ ก็ตัดสินใจจะไล่
ติดตามมัน เพื่อนำมาเป็นของตนเองเช่นกัน อันที่
จริงแล้วเขาไม่ได้อยู่ในเส้นทางการปรากฏตัวของ
สัตว์ร้าย แต่เพราะตัวของมันและกลุ่มคนที่กำลัง
ไล่ล่าอยู่นั้นวิ่งผ่านตำแหน่งของ อู่ อวี้ จึงทำให้เขา
เกิดสนใจขึ้นมา จนล้มเลิกความคิดที่จะทะยานขึ้น
ไปบนวังวนสีทอง แน่นอนว่านี่ถือเป็นเรื่อง
ธรรมดายิ่ง การเคลื่อนไหวใหญ่โตเช่นนี้ เขาย่อม
อยากรู้ว่า สิ่งใดกัน ที่ทำให้ผู้คนมากมายไล่ติดตาม
อย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ได้
แล้วทันใดนั้นสายตาของเขาก็เคลื่อนไปที่
ตำแหน่งหางของสัตว์ร้าย ส่วนหางสีทองของมัน
เป็นเสมือนดั่งโซ่เหล็ก ตรงปลายหางมีส่วนแหลม
คมที่ดูเสมือนหนึ่งปลายหอก และตรงส่วนแหลม
คมที่สุดนั้น มีรูปลักษณ์เสมือนดั่งกรวยที่เรียวยาว
นอกจากนี้ยังโปร่งใส แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ
ภายในส่วนปลายแหลมนั้นมีจุดเล็ก ๆ สีทองอยู่
ภายใน
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นมัน เขาก็รู้สึกว่าสิ่งนั้นดูคุ้นเคย
น้อย แล้วมันก็ทำให้ จิตใจของเขาสั่นไหวอย่าง
รุนแรง ความตึงเครียดแล่นผ่านจากศีรษะไป
จนถึงปลายเท้า รู้สึกกระสับกระส่ายราวกับวานร
ที่กำลังร้อนรน
“นั่นมัน ไข่มุกทองคำเหยียนหวง!” อู่ อวี้ เชื่อ
ในสายตาของตนเอง เขาคุ้นเคยกับจุดแสงสีทองที่
ส่องประกายออกมาจากภายในปลายหาง นั่นคือ
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในมือ
ของจักรพรรดิโบราณ
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง เป็นเปั้าหมายสูงสุด
ของทุกคนที่เข้ามาใน เจดีย์วิญญาณบรรพกาล
แล้วในที่สุด อู่ อวี้ ก็ตระหนักอย่างชัดเจน ว่า
เหตุใดผู้คนถึงแสดงออกอย่างบ้าคลั่งเช่นนั้น ไม่ว่า
ผู้ใดที่แลเห็น ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ปรากฏขึ้น
ในชั้นแรก มันพูดนั้นก็คงต้องการครอบครอง
ไข่มุก แน่นอนเพราะเขาก็เช่นกัน
ด้วยความสงสัยว่าเหตุใด ไข่มุกทองคำเหยียน
หวง ถึงปรากฏขึ้นที่หางของสรรพเทวะวิญญาณ
ตนนี้ได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟั้า
ไล่ติดตามไปทันที และในตอนนี้สิ่งที่ผู้คนกำลัง
มุ่งมั่นทุ่มเทไล่ติดตามด้วยชีวิตของตนเอง คือ
สมบัติทั้งหมดจากทั่วทั้งจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปที่
อยู่ภายในนั้น รวมถึงตำแหน่งของจักรพรรดิใน
อนาคต แม้ว่า อู่ อวี้ จะต่อสู้เพื่อโอรสเล่อ แต่ถ้า
เกิดชนะขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยก็สามารถ
แบ่งสันปันส่วนสมบัติที่อยู่ภายในได้
“ รออยู่ที่นี่อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด เดี๋ยวข้า
กลับมา ”
ด้วยช่วงเวลาอันคับขัน เขาจึงไม่มีเวลามานั่ง
อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับโอรสเล่อฟัง
ดังนั้นจึงบอกให้พวกเขารออยู่ที่นี่ แล้วตนเองก็ขี่
เมฆาตลบฟั้าไล่ติดตามอสูรไปทันที ด้วยข้อ
ได้เปรียบด้านความเร็ว เขาจึงมั่นใจว่าตนจะไปถึง
ก่อนทุกคนได้อย่างแน่นอน
” แล้วจะกลับมาเมื่อระ … ” หนานซาน หวาง
เย่ว ยังพูดไม่ทันจบ อู่ อวี้ ก็ขี่เมฆาตลบฟั้าหายไป
จากสายตามันทันที เนื่องจากว่าเขามิได้อธิบาย
อย่างชัดเจน หนานซาน หวางเย่วจึงรู้สึกสงสัยอยู่
ไม่น้อย เหตุผลที่ อู่ อวี้ ไม่พาเขาไปด้วย เป็น
เพราะความเร็วของ หนานซาน หวางเย่ว ไม่อาจ
ไล่ตามเขาทันได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไล่ล่า
ติดตามไปเพียงลำพัง
“ การที่เขาบอกให้รออยู่ที่นี่ ย่อมมีเหตุผล
อย่างแน่นอน” โอรสเล่อกล่าว
หลังจากบอกให้พวกเขารออยู่ที่นี่ อู่ อวี้ ก็ได้ใช้
ออกด้วยเมฆาตลบฟั้ากระโดดม้วนตลบออกมายัง
ที่ห่างไกล โดยมีเปั้าหมายอยู่ที่การสกัดกั้น
ขัดขวางเบื้องหน้าของอสูรยักษ์ การโจมตีจากทาง
ด้านหน้า ย่อมดีกว่ากลุ่มคนที่ไล่ล่าติดตามอยู่
เบื้องหลังอย่างบ้าคลั่งอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสีย
อสูรยักษ์ก็มีความเร็วส่งล้ำยิ่ง จนดูเฉกเช่นดั่ง
มัจฉาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ภายในทะเลทรายก็มิ
ปาน
อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟั้ามาถึงตำแหน่งที่คาดว่า
อีกฝั่ายจะเคลื่อนผ่าน เมื่อมองไปเบื้องหลัง
สามารถแลเห็นกลุ่มควันที่ระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากการคาดเดาของเขา อีกประมาณ 10 ลม
หายใจ อสูรยักษ์จะมาถึงตำแหน่งของตนเอง
แน่นอนว่าในเวลานี้เขาไม่ได้สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น อู่
อวี้ ใช้ออกด้วยเทียบฟั้าจรดดิน ขยายร่างกายจน
ใหญ่โตถึงขีดสุด จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นร่าง
จำแลงเซียนวานร ถือจับพลองฟั้าเพลิงผลาญอยู่
ในมือ ปลดปล่อยสภาวะการต่อสู้แข็งแกร่งที่สุด
ของตนเอง นอกจากนี้เขายังต้องการให้ร่างกลืน
สวรรค์ลงมือโจมตีด้วยเช่นกัน แต่เมื่อนึกถึงกลุ่ม
ยอดฝีมือที่อยู่เบื้องหลังอสูรยักษ์แล้ว หากตนเอง
ถูกปิดล้อมก็ยังพอสามารถหลบหนีได้ แต่มันจะ
ยุ่งยากขึ้นถ้าร่างกลืนสวรรค์ตกเป็นฝั่ายถูกปิด
ล้อม
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจลงมือโจมตีด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ เขาจึงใช้
ออกเคล็ดระเบิดพลังคลั่งทันที ยกระดับพลัง
อำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของกายเนื้อขึ้นอีก 2 เท่า
จนกระทั่งบัดนี้แขนของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นจนดู
ราวกับลิงกอริลลายักษ์ก็มิปาน วานรทองคำพ่น
เปลวเพลิงออกมาจากจมูก พร้อมกับเปลวเพลิงที่
ลุกโหมกระหน่ำอยู่บนดวงเนตรทั้งสองข้าง ยามนี้
อู่ อวี้ ได้เตรียม ‘เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์’ ไว้พร้อม
รอคู่ต่อสู้แล้ว แน่นอนว่ามีเปั้าหมายอยู่ที่การ
ก่อกวนคู่ต่อสู้
แล้วทันใดนั้นเองท่ามกลางวิสัยทัศน์การ
มองเห็นของเขา ภายในกลุ่มหมอกควันที่ฟุั้ง
กระจายไปทั่วทุกแห่งหน ก็ปรากฏหางยกตั้งสูง
ขึ้นมา ซึ่งภายในนั้นก็มีไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่
เบื้องหลังติดตามมาด้วยยอดฝีมือนับร้อย พวกมัน
ทั้งหมดพุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา
ก็ปรากฏกายขึ้นหน้าของเขา
สายตาของ อู่ อวี้ สาดประกายเจิดจ้า ทันใด
นั้นอสูรยักษ์ตัวเขื่องก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเขา
พร้อมกับหินทรายจำนวนนับไม่ถ้วน!