กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1045: อาณาเขตทําลายลาง
“เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์!”
อู่ อวี้ เตรียมพลังอิทธิฤทธิ์นี้ไว้เป็นเวลานาน
บางทีสาเหตุของการอาละวาดในครั้งนี้ อาจเป็น
เพราะมันกำลังถูกไล่ล่าจากยอดฝีมือที่มาดหมาย
ชีวิตของมัน แต่ดูเหมือนมันไม่คิดจะหลบหนีแต่
อย่างใด กลับวิ่งอาละวาดเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่ง
เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ปะทุขึ้นกลาง
ทะเลทรายในบัดดล เปลวเพลิงอัคคีทองคำแผ่
ขยายปกคลุมหุ้มล้อมรอบทะเลทราย ดวงเนตร
ปฐพีปรากฏขึ้นภายใต้ผืนทราย และดวงเนตร
สวรรค์ปรากฏขึ้นเหนืออยู่เหนือผืนทราย แล้ว
ทันใดนั้นเองดวงเนตรทั้งสองก็ปลดปล่อยเปลว
เพลิงมาอย่างพร้อมเพรียง เสาเพลิงลุกโหม
กระหน่ำโชติช่วงกลืนกลินร่างของอสูรร้ายเข้าไป
ในพริบตา!
ช่วงเวลาเดียวกัน เปลวเพลิงร้อนแรงของเขต
แดนอัคคีตัดสวรรค์ ได้หลอมละลายศิลาก้อน
กรวดที่โดยรอบหมดจนเกลี้ยง ทำให้เขาสามารถ
มองเห็นลักษณะที่แท้จริงของสัตว์ประหลาดยักษ์
ตัวนี้ เมื่อเห็นรูปร่างแลขนาดที่แท้จริงของมัน อู่
อวี้ ถึงได้รู้ว่ามันมีขนาดใหญ่กว่ามดสีทองเข้มตัว
ใหญ่ที่สุดที่เขาเคยพบเห็นมาถึง 20 เท่า ทั้งเจ้าตัว
นี้หาใช่มดไม่ แต่มันคือแมงปั่องทองคำ ด้วย
เพราะเป็นทองคำบริสุทธิ์ ร่างของมันจึงสุกสกาว
สว่างเจิดจ้าเป็นอย่างยิ่ง แมงปั่องทองคำเปล่ง
ประกายภายในทะเลทราย!
บ่งบอกว่าหางงองุ้มอันแหลมคมที่ปรากฏให้
เห็นยังด้านนอก มันคือหางของแมงปั่อง บอกตาม
ตรงว่ารูปลักษณ์ของมันคล้ายคลึงกับมดเป็นอย่าง
มาก แต่เจ้าแมงปั่องตัวนี้ดุร้ายกว่ามดหลายเท่าตัว
นัก และยามนี้ อู่ อวี้ มองเห็นไม่ค่อยชัดเจนนัก
นั่นเป็นเพราะว่าเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ของเขา
กำลังกลืนกินฝั่ายตรงข้ามอยู่
“เก้าทัณฑ์ผลาญฟั้าทลายอเวจี!”
ตามด้วยเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ที่เตรียมรอ
โจมตีอยู่นานแล้ว เปั้าหมายคือเม็ดทองคำที่อยู่
ตรงส่วนหางของมัน เขาวางแผนไว้ว่าจะโจมตีไปที่
ส่วนหาง เพื่อให้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงกระเด็น
ออกมา เมื่อไข่มุกทองคำเหยียนหวงตกอยู่ในมือ
ของเขาแล้วก็ไม่น่ามีอะไรปัญหา พอถึงตอนนั้น
เขาจะใช้เมฆาตลบฟั้าหลบหนีออกไปทันที
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงรวดเร็วถึงเพียงนี้ ภายในหัว
ของเขายังคงว่างเปล่าโล่งสนิท เพราะสิ่งเดียวที่
เขาจำได้ก็คือความสิ้นหวัง ถึงกระนั้นเขาก็จะทำ
ให้ดีที่สุด วงเวทโจมตีพลองฟั้าเพลิงผลาญ
สามารถบดขยี้ทำลายของแข็งได้อย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงมั่นใจว่าสามารถจัดการกับ
ส่วนหางของมันได้แน่ ถ้าหากให้กล่าวถึง
ความสามารถในการทำลายวงเวทเก้าทัณฑ์ผลาญ
ฟั้าทลายอเวจี นับว่าเหนือกว่าพิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิงมาก ผนวกกอำนาจแห่งกายเนื้อ ทำให้
การโจมตีแรงเพิ่มขึ้นกว่าหลายเท่าตัว
สำหรับเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ อู่ อวี้ รู้ดีว่า
ความรุนแรงของมันยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับ
แมงปั่องตัวนี้ จุดประสงค์ที่แท้จริงเพราะต้องการ
เบี่ยงความสนใจของมันเท่านั้น ทำให้มันเจ็บปวด
จนลืมระวังส่วนหางของตนเอง หากทุกอย่าง
เป็นไปตามแผนที่คิดไว้โอกาสสำเร็จก็ค่อนข้างสูง
แผนการของ อู่ อวี้ เรียกว่าสมบูรณ์แบบเลยก็
ว่าได้!
ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพลองฟั้าเพลิงผลาญ
ในมือของเขา!
ระหว่างเพลิงกำลังเผาผลาญฝั่ายตรงข้าม อู่
อวี้ ยังคงซุ่มเงียบรอจังหวะโจมตี พลองฟั้าเพลิง
ผลาญในมือของเขายามนี้ ถือว่าเล็กกว่าหางของ
มันมาก แล้วทันใดนั้นเอง ระหว่างที่สาวเพลิง
กำลังลุกโหมกระหน่ำ พลองฟั้าเพลิงผลาญก็ตวัด
ฟาดพุ่งเข้าโจมตีไปที่หางของแมงปั่องด้วยพลัง
ทำลายล้างรุนแรง
ตูม!!!
บังเกิดเสียงดังสนั่น มือที่ถือจับพลองด้านชา
จากแรงปะทะ พลองฟั้าเพลิงผลาญแทบจะหลุด
กระเด็นออกจากมือเขา ด้วยแรงกระแทกทำให้
ร่างของ อู่ อวี้ ก็กระเด็นออกมาเช่นกัน แต่เขาก็
มั่นใจว่าการโจมตีเมื่อสักครู่โดนเปั้าหมายอย่าง
แน่นอน อู่ อวี้ พยายามฝืนเปิดตาขึ้นมอง แลเห็น
ว่าบริเวณส่วนหางของมัน กลายเป็นหลุมขนาด
ใหญ่ยุบลงไป นอกจากนี้ยังปรากฏรอยแตกร้าว
ขึ้นบางส่วน อย่างไรก็ตามหากคิดจะทำลายห่าง
ทั้งหมดของมัน เขาคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10
ลมหายใจ!
เมื่อเห็นรอยแตกอันตื้นเขิน สีหน้าของ อู่ อวี้
ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่ การโจมตีเมื่อสักครู่
เขาได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดลงไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะ
ถูกหางของมันตวัดขวางเสียก่อน นอกจากนั้นมัน
ยังสามารถหลบหนีออกมาจากเขตแดนอัคคีตัด
สวรรค์ อู่ อวี้ ตะลึงงันใจหายหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม
เมื่อเขาหันกลับไปมองก็พบว่ามันไม่ได้มุ่งหน้ามาที่
ตนเอง แต่กลับหลบหนีต่อไป!
เห็นได้ชัดว่ามันหวาดกลัวกลุ่มคนที่กำลังไล่ล่า
มันอยู่มากกว่าเขา
สรุปว่าแผนครั้งนี้ของ อู่ อวี้ ล้มเหลว!
อันที่จริงผู้คนที่อยู่ด้านหลังหลายคนเห็นเขาลง
มือตั้งแต่แรก แล้ว เรื่องนี้ทำให้ผู้คนวิตกกังวลกัน
อย่างมาก แต่โชคดีที่แผนครั้งนี้ของ อู่ อวี้ ไม่
ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ยามนี้ผู้คนมากมาย
รีบพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าเต็มไปด้วย
เจตนาสังหาร อู่ อวี้ คิดว่าถ้าตนเองยังขวางทาง
อยู่ คงได้ถูกรุมประชาทัณฑ์บดขยี้สังหารเป็นแน่
ทันใดนั้นเขาก็ใช้เมฆาตลบฟั้าตีลังกาหลบหนี
ออกมาทันที เพียงชั่วอึดใจ อู่ อวี้ ก็มาปรากฏกาย
อยู่ในตำแหน่งด้านหลังของฝูงชน
ตำแหน่งที่เขาอยู่นับว่าปลอดภัยดีแล้ว
“ หางของแมงปั่องทองคำแข็งมากจริง ๆ ดู
เหมือนว่าข้าคงไม่สามารถทำลายมันได้ด้วยตัวคน
เดียว แม้แต่ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งก็ยังทำอะไร
มันไม่ได้เลย แต่การโจมตีเมื่อสักครู่ ทำให้แมงปั่อง
ชะลอความเร็วลง เป็นไปได้ว่าผู้คนอาจฉวย
โอกาสนี้ไล่ติดตามมาจนทัน คงต้องรอดูว่าข้าจะ
ฉวยโอกาสจับปลาในน้ำขุ่น หาผลประโยชน์อะไร
จากจังหวะนี้ได้บ้าง?”
แม้ในครั้งแรก อู่ อวี้ ล้มเหลว แต่เขาไม่มีเวลา
ให้เสียใจมากนัก แล้วในขณะนี้เขาจะใช้เทียมฟั้า
จรดดินย่อขนาดร่างกายให้เล็กที่สุด ทำให้มีแค่
ไม่กี่คนเท่านั้นที่สนใจเขา เพราะในอีกไม่ช้าอาจ
เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หวัง
อะไรมากนะ แต่เขาก็คิดว่าควรที่จะลอง ด้วยเหตุ
นี้เขาจึงไล่ล่ามันอีกครั้ง อันที่จริงเขาสังเกตเห็นว่า
ในที่สุดคนกลุ่มนี้ก็สกัดแมงปั่องทองคำไว้ได้
หลังจากเข้าประชิดตัวอสูรร้ายได้สำเร็จ ผู้คน
มากมายก็ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋าเข้าใส่ศัตรูทันที
ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์หลากหลายชนิดทำให้ร่างของ
แมงปั่องปรากฏกายออกมาจากทะเลทราย
จากนั้นทุกคนก็ล้อมรอบมันไว้ เพื่อไม่ให้หลบหนี
ไปไหนได้อีก แล้วในชั่วอึดใจนี้เอง ผู้คนทั้งหมดก็
รุมโจมตีเข้าใส่หางแมงปั่องโดยมิได้เอื้อนเอ่ยวาจา
ใดแม้แต่น้อย แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าทุกคน
ร่วมมือกันเพื่อสังหารแมงปั่อง แต่เป็นการโจมตี
ประหัตประหารเข้าใส่กันเอง!
แมงปั่องทองคำนั้นทรงพลังมากจริง ๆ ภายใต้
การปิดล้อมจากผู้คนมากมาย อู่ อวี้ กระทำได้
เพียงหยุดมือเท่านั้น ถึงแม้ผู้คนจะห้ำหั่น
ประหัตประหารเข้าใส่ แต่ก็มีการโจมตีมากมาย
อัดกระแทกเข้าใส่ร่างของมันโดยตรง ส่งผลให้
บัดนี้แมงปั่องทองคำกระทำได้เพียงขดตัวและหาง
ของมันเข้าไปด้านในเท่านั้น ฉับพลันแมงปั่องก็ส่ง
เสียงกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน จนทั่วทั้งร่าง
ของมันปกคลุมไปด้วยรูพรุนมากมาย ทำให้ยามนี้
ยังไม่มีผู้ใดได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง ไม่ว่าผู้ใด
ก็ตามที่ต้องการฉกชิงไข่มุก ก็จะถูกผู้ฝึกตนคนอื่น
รุกไล่กดดันบีบบังคับจนต้องถอยร่นออกไป
การต่อสู้ครั้งนี้ อู่ อวี้ พูดได้เพียงว่ามันช่างน่า
ตื่นตาตื่นใจเป็นยิ่งนัก ยามนี้เขาพึ่งพากายาเพชร
อมตะและเมฆาตลบฟั้าซ่อนเร้นอำพรางกาย อยู่
ภายในพื้นที่หลักของการต่อสู้ กล่าวได้ว่าอาณา
เขตบริเวณใกล้เคียงแมงปั่องทองคำถือเป็นพื้นที่
ต้องห้ามสำหรับสิ่งมีชีวิตเลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะมี
เคล็ดวิชาเต๋าและพลังอิทธิฤทธิ์มากหลากหลาย
ชนิดอัดโจมตีเข้าใส่บริเวณนั้น หากพลาดพลั้งชีวิต
ก็อาจจบลงได้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่
น้อย
แน่นอนว่าการแสวงหาโชควาสนาย่อมมีความ
เสี่ยง ท่ามกลางภยันตรายสุดแสน กลับมีขุมสมบัติ
อันหนักหน่วงที่อยู่เหนือล้ำยิ่งกว่าความคาดหมาย
ของทุกผู้คนรออยู่ ตอนนี้ อู่ อวี้ แลเห็นว่าทุกคน
ต่างทุ่มเทความแข็งแกร่งเกินกว่าร้อยยี่สิบส่วน
ของตนเอง ดวงตาแดงก่ำ ปลดปล่อยพลังออกไป
อย่างบ้าคลั่ง จนเวลาล่วงเลยมาถึงยามนี้ อู่ อวี้
รู้สึกว่าน่าจะมียอดฝีมืออย่างน้อย 50 คนที่ถูก
สังหารตกตายไป พวกมันเหล่านั้นอาจเป็นชาวเห
ยียนหวง เจ้าแคว้น เป็นผู้คนในกองทัพอย่าง
ขุนพลมังกรฟั้า หรือแม้กระทั่งขุนนางชั้นผู้ใหญ่
ภายในจักรวรรดิผู้ฝึกตน แม้กระทั่งเจ้าอาณาจักร
เล็ก ๆ หรือราชาปีศาจสมุทร
ภายในขอบเขตของพลังอิทธิฤทธิ์และเคล็ด
วิชาเต๋า อู่ อวี้ เคลื่อนตัวหลบเลี่ยงอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากภายในสมรภูมิสับสนโกลาหลมากเกินไป
จึงทำให้พลังอิทธิฤทธิ์และเคล็ดวิชาเต๋ามากมาย
ซ้อนทับกัน ก่อให้เกิดเป็นพลังอำนาจอันน่า
สะพรึงกลัว ซึ่งดู ๆ แล้ว อู่ อวี้ คิดว่าแมงปั่อง
ทองคำจะถูกสังหารในอีกไม่ช้า การขดตัวเองโดย
ไม่อาจเคลื่อนไหวไปไหนได้ เป็นเสมือนดั่งการส่ง
ตนเองไปลงนรก
เพื่อปั้องกันไม่ให้ผู้ใดแย่งชิงไข่มุกไป อาณาเขต
บริเวณโดยรอบจึงเต็มไปด้วยพลังอิทธิฤทธิ์และ
เคล็ดวิชาเต๋ามากมาย ก่อตัวเป็นวงกลมแห่งการ
ทำลายล้าง ผู้ใดที่ทะยานเข้าไปก็จะถูกบดขยี้
ทำลายจนสิ้นซากไม่มีเหลือ เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้คน
กำลังกังวลอยู่ หากตนเองไม่อาจได้รับมัน คนอื่นก็
อย่าหวังว่าจะฉกชิงไปได้!
“มันเป็นของข้า! มันเป็นของข้า!”
“ใครแย่งของ ๆ ข้ามันต้องตาย!”
” ผู้ใดแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง มากันดู
ว่ามันผู้นั้นจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน! ”
“ไสหัวไปซะ!”
” สัตว์เดรัจฉานอย่างเจ้า ยังกล้ามาแย่งชิง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงกับผู้ฝึกตนเช่นข้าอีกงั้นรึ!
”
เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นอีกครั้ง อู่ อวี้ กวาด
สายตามองไปรอบ ๆ เวลานี้สายตาของผู้คนจ้อง
มองกันด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด ราวกับว่า
เกลียดชังกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน ปีศาจจำนวน
มากกลับสู่ร่างเดิมโรมรันห้ำหั่นชุลมุนอยู่ใน
สงครามการต่อสู้ ก้อนศิลาขนาดใหญ่ร่วงตก
กระแทกพื้นบดขยี้ผู้ที่อยู่ด้านล่างจนแหลกเหลว
ไม่ว่าผู้ใดที่เข้าใกล้แมงปั่องทองคำ คนผู้คน
เหล่านั้นล้วนตกตายไปจนหมดสิ้น
ช่วงเวลานั้นแสงประกายวิบวับไปทั่ว อันเกิด
จากศาสตราเต๋าวิถีแท้สารพัดชนิดปลิวว่อนไปทุก
แห่งหน มีแม้กระทั่ง ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา’
ถึงแม้ว่าตอนนี้ร่างกายของ อู่ อวี้ จะมีขนาดเล็ก
แต่เขาก็รู้ว่าหากเข้าไปใกล้ เขาจะต้องถูกทำลาย
จนไม่เหลือซากเป็นแน่
” วิธีใด จะใช้วิธีใดดี! ” เวลานี้หยาดเหงื่อเต็ม
หน้า อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีเจาะทะลวงเข้าไป
ด้านใน
อันที่จริงทุกคนมิได้โง่เขลา ระหว่างขัดขวาง
กันและกัน แต่ภายในหัวก็ครุ่นคิดถึงวิธีฝั่าทะลวง
เข้าไปด้วย
เนื่องจากพื้นแคบเกินไป ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่
สามารถใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดดเข้าไปได้
นอกจากนี้เขายังครุ่นคิดถึงมหาพลังอิทธิฤทธิ์ 4
วิถี ไม่ว่าจะเป็นพลังอิทธิฤทธิ์วิถีใดก็ไม่สามารถใช้
งานได้ แน่นอนว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้ก็เช่นกัน เขา
รู้สึกว่าเจดีย์ล่องกำเนิดอาจจะฝั่าเข้าไปได้ แต่
ทันทีที่เข้าไปก็จะถูกผลักดันออกมา ดังนั้นจึง
เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านเข้าไปในขอบเขตการทำลาย
ล้างนี้
หากยามนี้ใช้พลองฟั้าเพลิงผลาญ หรือ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นอื่น ๆ คาดว่า
มันคงต้องถูกทำลายอย่างแน่แท้ เป็นไปได้ว่าผู้คน
ที่ถือครอง ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา’ คงไม่กล้า
นำอาวุธของตนเองเข้าไปเช่นกัน ต่อให้เป็นตัวตน
ระดับมหาอุปราช หากเหยียบย่างเข้าไปภายใน
วงกลมทำลายล้างที่เกิดจากยอดฝีมือนับร้อย ก็คง
จะไม่เหลือซากเช่นเดียวกัน
ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่อย่างสิ้นเชิง ด้วย
เพราะอับจนไร้สิ้นหนทางไม่รู้ว่าตนเองจะใช้
วิธีการใด กระทำได้เพียงรอให้การต่อสู้อย่าง
รุนแรงของคนกลุ่มใหญ่นี้ บังเกิดการเปลี่ยนแปลง
บางอย่างขึ้น ดังนั้นเขาจึงเฝั้าลอยคอยโอกาสอยู่
ที่นี่ โดยพึ่งพาความแข็งแกร่งของกายาเพชร
อมตะ และตรวจสอบให้แน่ใจว่า ตนเองจะไม่
พลั้งเผลอจนตกตาย
เพียงเพิ่งจะตัดสินใจได้ แต่ทันใดนั้นเองแสงสี
ทองเจิดจ้าก็เปล่งประกายออกมาจากตัวของแมง
ปั่อง ฉับพลันแสงสีทองก็พุ่งทะยานฟั้าออกจาก
วงกลมแห่งการทำลายล้าง ด้วยความเร็วอันน่า
สะพรึงกลัว เมื่อ อู่ อวี้ เห็นเช่นนั้น เขาก็รีบ
ทะยานออกจากกลุ่มยอดฝีมือทันที!
“ไข่มุกทองคำเหยียนหวง!” เมื่อเห็นว่าสิ่งที่บิน
ขึ้นไปบนท้องเวหา คือไข่มุกทองคำเหยียนหวง
อย่างแน่นอน เหล่ายอดฝีมือมากมายที่กำลังต่อสู้
ห้ำหั่นกันอยู่ ก็รีบทะยานไล่ติดตามขึ้นไปทันที
แน่นอนว่ามีหลายคนที่รู้สึกกังวลว่าผู้อื่นจะฉกชิง
สมบัติไปก่อนตน ดังนั้นจึงคิดกำจัดตัวเกะกะ
ขวางทางให้สิ้นซาก ส่งผลให้สถานการณ์ตกเข้าสู่
ความขัดสนโกลาหลอีกครั้ง แต่ก็ยังอีกมีกว่า 50
คนที่บินทะยานหลบเลี่ยงขึ้นไปบนท้องเวหาได้
สำเร็จ
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะ
เคลื่อนไหวได้ แต่เมื่อลองพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วน
แล้ว ก็นับว่าสมเหตุสมผลเช่นกัน จักรพรรดิ
โบราณคงไม่ยอมให้ผู้ใดได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงไปโดยง่ายอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าไข่มุกจะมีความ
คล่องตัวหรือรวดเร็วมากเพียง แต่รูปแบบการ
เคลื่อนไหวของมันจะอยู่ภายใต้การคาดเดาของ อู่
อวี้
ส่งผลให้บัดนี้ อู่ อวี้ ปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่มี ใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟั้า ไปปรากฏกายอยู่
ภายใต้วังวนสีทอง ในตำแหน่งนี้ลมพายุพัดพา
ค่อนข้างดุเดือดรุนแรง ส่งผลให้มีก้อนกรวดศิลา
ขนาดใหญ่มากมายอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของเขา
อู่ อวี้ ฝืนทนต่อต้านมองลงไปเบื้องล่างอย่าง
ยากลำบาก แล้วในช่วงเวลานั้นเองแสงสีทองส่อง
สว่างเจิดจ้าก็พุ่งทะยานมายังทิศทางของเขา!