กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1046: ฝุนควัน
พอมีวิธีใดบ้างที่สามารถควบคุมไข่มุกทองคำ
เหยียนหวง?
นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมจักรพรรดิโบราณถึง
กล่าวว่า ผู้ใดที่สามารถครอบครองไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงได้อย่าง ‘แท้จริง’ ?
ในช่วงเวลาแค่เสี้ยวอึดใจ แม้เขาจะอยู่ในจุดนี้
แต่ภายในหัวของเขากลับว่างเปล่า
แม้ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาจะรวดเร็ว แต่ก็
ยังมีช่วงเวลาที่เขาลังเล เขารีบเปลี่ยนพลองฟั้า
เพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอมให้กลายเป็นมหา
เตาหลอมขนาดใหญ่ มาดักสกัดอยู่ในเส้นทางที่
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงกำลังพุ่งทะยานเข้ามา
ทันที
จากประกายความคิดของ อู่ อวี้ ที่บังเกิดขึ้น
ในใจชั่วอึดใจนี้ เขาคิดว่าขณะที่ไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงเข้ามาในมหาเตาหลอม เขาจะรีบนำ
พลองฟั้าเพลิงผลาญเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด
ทันที ลำดับแรกเขาจะต้องใช้มหาเตาหลอมของ
พลองฟั้าเพลิงผลาญสกัดไข่มุกทองคำเหยียนหวง
แล้วให้ร่างกลืนสวรรค์คอยควบคุมอยู่ภายใน
เล็กน้อย แล้วใช้เจดีย์ล่องกำเนิดปิดล้อมอยู่ภายใน
เป็นด่านที่ 2 เขาคิดว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงไม่
สามารถทำลายเจดีย์ล่องกำเนิดได้แน่ ดังนั้น
โอกาสไปได้จึงค่อนข้างสูงมาก
เมื่อเขานำพลองฟั้าเพลิงผลาญเข้ามาไว้ภายใน
เจดีย์ ร่างต้นของเขาก็สามารถหลบหนีได้ทันที ซึ่ง
ในระหว่างกระบวนการนี้จะใช้เวลาแค่ไม่กี่ลม
หายใจเท่านั้น คาดว่ากลุ่มคนที่ติดตามไล่ล่าคงไม่
อาจไล่ติดตามได้ทันท่วงที ส่วน อู่ อวี้ ที่ได้รับ
ไข่มุกไป ก็จะใช้เมฆาตลบฟั้า กระโดดหลบหนี
ออกออกมาทันที!
ด้วยวิธีนี้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะตกอยู่ใน
มือของเขาอย่างไม่คาดคิด …
ทั้งหมดนี้เป็นแผนของ อู่ อวี้ ที่คิดขึ้นมาในชั่ว
เวลาหินปรากฎประกายไฟเท่านั้น
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงที่ จะต้องมาติดกับดักมหาเตา
หลอมของพลองฟั้าเพลิงผลาญ ในเวลานี้ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงตรงดิ่งมายังทิศทางของมหาเตา
หลอม เพียงชั่วพริบตาเขาก็ได้เห็นแสงสีทองอัน
ตระการตากำลังพุ่งเข้ามาหาเขาแล้ว!
จะสำเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับช่วงเวลานี้!
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงจับจ้องเพ่งดูวิถีของไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง แล้วในเวลานี้อันตรายกำลัง
เข้ามาใกล้ทุกขณะ
ฟิวววว!
แล้วในชั่วอึดใจนั้นเอง แสงสีทองที่พุ่งตรงมา
จากด้านหน้าก็หายวับไปในพริบตา ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
กระทำได้เพียงหัวเราะอย่างข่มขืน เพราะในขณะ
นั้นเองไข่มุกทองคำก็เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต มัน
ไม่ได้พุ่งตรงมายังด้านหน้า ซึ่งมีมหาเตาหลอมของ
อู่ อวี้ ดักรออยู่ แต่กลับเปลี่ยนเส้นทางอย่าง
กะทันหัน แล้วพุ่งทะยานผ่าน อู่ อวี้ ไปทันที แม้
เขาจะใช้เมฆาตลบฟั้าไล่ตาม ก็คงไม่ทันแล้ว
ล้มเหลว …
“นั่นมัน อู่ อวี้ !”
“ไล่ตามไปเร็ว!”
แม้แผนการจะล้มเหลว แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่มีเวลา
มานั่งทอดถอนใจ เพราะเวลานี้ผู้คนหลายร้อย
กำลังต่อสู้ห้ำหั่นกันและกัน ไล่ติดตามมาทันแล้ว
แล้วตำแหน่งของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ก็กำลังขวางทาง
พวกมัน นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่เขาปรากฏกาย
ขึ้นสองครั้งสองครา แต่เขาก็ฉิวเฉียดเกือบจะได้
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงมาไว้ในกำมือไปเสียทุก
ครั้ง ทำให้หลายคนจดจำวีรกรรมของเขาได้อย่าง
ขึ้นใจ ส่งผลให้บัดนี้สารพัดการโจมตีล้วนสาด
ประเคนมาที่เขาแต่เพียงผู้เดียว หากไม่ได้
ระยะทางความห่างช่วยเอาไว้ มีหวัง อู่ อวี้ คงได้
กลายเป็นผุยผงไปแล้ว
อู่ อวี้ รู้ว่าตนเองไม่อาจยืนโอ้เอ้อยู่ตรงนี้ได้อีก
ต่อไป ดังนั้นเขาจึงใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟั้าที่
ผสานร่างเตรียมเอาไว้ ก่อนที่เหล่าผู้ฝึกตนจะ
มาถึงตัว เขาก็กระโดดม้วนตลบตีลังกาหนีออกไป
ทันที เนื่องจากเปั้าหมายของพวกมันก็คือไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงรู้สึกเกียจ
คร้านเกินกว่าจะมานั่งไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ ต่อ
อู่ อวี้ หนีตั้งหลักออกมาไกลพอสมควร ทันใด
นั้นเองไข่มุกทองคำเหยียนหวงก็ทะยานพุ่งเข้าสู่วัง
วนสีทอง ในชั่วพริบตานั้นดูเหมือนว่าคนหลาย
ร้อยจะมิได้สนใจอะไรแม้แต่น้อย พวกมันพากัน
ทะยานเข้าสู่กระแสวังวนสีทองจากทั่วทุกสารทิศ
ตลอดเวลาแห่งการไล่ล่า อู่ อวี้ เห็นว่ายิ่งคน
เหล่านี้เข้าใกล้กระแสวังวนสีทองมากเท่าไหร่ สาย
อัสนีบาตสีดำก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
จากนั้นก็พุ่งโจมตีเขาใส่พวกมันทันที ผ่านไปเพียง
ชั่วอึดใจเสียงคำรามของอัสนีก็ดังกึกก้องกัมปนาท
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟั้าดิน ยามนี้เหล่าผู้ฝึกตนไม่
ว่าศาสตร์แขนงใดกำลังติดตามไล่ล่าไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงอย่างบ้าคลั่ง ไม่เกรงกลัวมหันตภัยที่
อยู่รอบตัวแม้แต่น้อย
ก่อนที่พวกมันจะทันฉุกคิดว่าไม่จำเป็นต้องขึ้น
ไป ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถหลบเลี่ยง
สายอัสนีสีดำไปได้ แต่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงก็
ล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้าของพวกมันเช่นนี้ แล้วผู้ใด
จะสามารถหักห้ามใจได้เล่า แม้แต่ผู้มีฝีมือแค่ใน
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะยังลนลานรีบขึ้นไป
อย่างไม่ห่วงกังวลว่าชีวิตของตนเองอาจจะหาไม่
ฉะนั้นยามนี้นับเป็นโอกาสที่ดีของ อู่ อวี้ พวก
มันยังไม่ได้แตะต้องไข่มุกทองคำเหยียนหวง ด้วย
เหตุนี้เขาจึงไม่ได้รู้สึกกังวลอันใดมากนัก เพราะ
เขาเชื่อว่าไม่มีทางที่พวกมันจะได้ครอบครองไข่มุก
กันได้ง่าย ๆ ต่อให้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงปรากฏ
อยู่ต่อหน้าต่อตาพวกมัน แต่การที่จะได้
ครอบครองมันอย่าง ‘แท้จริง’ อู่ อวี้ เชื่อว่าต้องใช้
วิธีพิเศษบางอย่าง
เขาค่อย ๆ สงบจิตใจลง แล้วไตร่ตรอง
สถานการณ์ของวันนี้
อย่างไรก็ตามเวลานี้ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ได้ขึ้นไปสู่ชั้นที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าทุก
คนจะต้องติดตามไล่ตามขึ้นไป อู่ อวี้ เองก็รู้สึกว่า
เขาไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่ในชั้นแรกอีกต่อไปเช่นกัน
สิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่รู้ก็คือภาพการต่อสู้ของเขา ได้
ปรากฏอยู่บนคันฉ่องด้านนอกถึง 2 ครั้ง 2 ครา
อย่างชัดเจนมาก
” อู่ อวี้ ผู้นี้นับเป็นชนรุ่นหลังผู้มากไปด้วย
ความสามารถอย่างแท้จริง ทั้งยังมีเคล็ดวิชาอันน่า
ตื่นตะลึงมากมาย โดยเฉพาะความสามารถในการ
หลบหนี เรียกได้ว่าผู้ที่มีโอกาสได้รับไข่มุกทองคำ
มากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ก็คือตัวเขานั่นเอง
ทว่าด้วยความเยาว์วัย ทำให้ความแข็งแกร่งของ
เขายังนับว่าอ่อนด้อยเล็กน้อย ” จอมจักรพรรดิห
มิงไห่ลูบคางของตนเอง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา
“ กลับกันถึงแม้ อู่ อวี้ ก็ทำให้ชาวเหยียนหวง
เชิดหน้าชูตาอยู่ไม่น้อย แต่การปะทะกันในครั้งนี้
ดูเหมือนจะมีผู้ที่ตกตายไปพอสมควร ”
” คนตายเพราะทรัพย์เป็นเหตุ วิหคตายเพราะ
เหยื่อ จักรพรรดิโบราณกล่าวเรื่องนี้อย่างชัดเจน
มานานแล้ว ถ้าหวาดกลัวก็ถอนตัวออกไปซะสิ ไม่
ต้องพูดพร่ำให้มากความ ”
” ดูเหมือนว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะขึ้นไป
ถึงชั้นที่ 2 ถึงได้มีผู้คนมากมายทะยานขึ้นไป
ด้านบน แต่พวกที่อยู่บนชั้น 2 ก่อนแล้ว อาจจะ
พยายามขัดขวางไม่ให้คนด้านล่างขึ้นมาได้ ”
เมื่อภาพของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้นบนคันฉ่อง ลั่ว
ผินก็จับจ้องมองไปที่เขาอย่างใจจดใจจ่อ อันที่จริง
แล้วนางไม่แน่ใจว่า อู่ อวี้ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับใด แต่ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาให้
เห็น ได้ดึงดูดความสนใจของนางอย่างมาก จน
ต้องยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนโยนยิ่ง
“ พลังอิทธิฤทธิ์นั้นน่าสนใจมาก แต่มันยังอ่อน
ด้อยเกินไป ไม่เช่นนั้นแล้วคงสนุกแน่ ข้าอยากรู้
จริง ๆ ว่า ถ้าเขาได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง
บัลลังก์จะไม่ตกเป็นของเขา แต่สมบัติทั้งหมดใน
จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะตกเป็นของเขาใช่
หรือไม่? ” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์หันไปกล่าว
กับลั่วผินนี้อยู่เบื้องหลังด้วยสีหน้าราบเรียบ
” เขาเป็นราชอารักษ์ อีกทั้งจักรพรรดิโบราณ
ยังมิได้บอกกล่าวอย่างชัดเจน ถ้าราชอารักษ์ได้รับ
ไข่มุกทองคำ แล้วมอบมันให้โอรสเล่อ เขาจะถือ
เป็นจักรพรรดิ เป็นไปได้ว่ามหาอุปราชอาจจะ
ทราบเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ส่วนเรื่องไข่มุกทองคำ
ถ้าดูจากพระประสงค์ของจักรพรรดิโบราณ การที่
อู่ อวี้ ได้รับมัน มันก็ควรจะเป็นของเขา แต่
แน่นอนว่าโอรสเล่อคงไม่ปล่อยให้เขาเก็บเกี่ยวสิ่ง
ใดได้มากนัก ”
มังกรเทวะตนอื่น ๆ พูดคุยหารือกัน
“ ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องพูดคุยเรื่องนี้
จนดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตอันใด ทั้ง ๆ ที่ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงอยู่ต่อหน้าต่อตาแล้วแท้ ๆ แต่
เขากลับไม่อาจคว้ามันเอาไว้ได้ โอกาสดี ๆ เช่นนี้
จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต รับรองเลยว่ามันจะไม่
เกิดขึ้นอีกแน่” ‘มังกรซวิ่นเมเปิล’ เอ่ยขึ้น
ท่ามกลางหมู่มังกรเทวะ
หลังจากมันพูดจบ คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
ต่อ
สามารถแลเห็นได้ว่ายามนี้ กระจกบานที่ 3 ซึ่ง
อยู่เหนือขึ้นไปกำลังส่องสว่างอยู่ อย่างไรก็ตามคน
แรกที่ขึ้นไปถึงชั้นที่ 3 คงจะคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงที่น่าจะอยู่ในเจดีย์ชั้นที่ 9
จะปรากฏขึ้นตั้งแต่ชั้นแรกเช่นนี้
เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิองค์ใหม่ของชาวเหยียน
หวง ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นภายในการ
แข่งขัน ชาวเหยียนหวงจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ดังนั้นช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ส่งผลให้ทุกผู้คนต่างลุ้น
ระทึกจนหัวใจแทบหยุดเต้นเลยทีเดียว
มหาอุปราช และพี่น้องชายหญิงหลายสิบคน
ของจักรพรรดิโบราณ รวมถึงเจ้าแคว้นกับขุนนาง
ชั้นผู้ใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วน ล้วนกลั้นลมหายใจ
ด้วยความลุ้นระทึก กับสิ่งที่บังขึ้นเกิดขึ้นเบื้องหน้า
กล่าวได้ว่าในชั่วอึดใจนั้น ผู้คนทั่วทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุ ต่างพากันกลั้นลมหายใจ จนแทบหัวใจ
หยุดเต้นเลยทีเดียว
แน่นอนว่าภาพในกระจกไม่ได้ปรากฏร่องรอย
ของ อู่ อวี้มานานแล้ว มีเพียงแค่ช่วงเวลาสำคัญ
เท่านั้น ถึงจะปรากฏภาพของเขาขึ้น
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังพูดคุยกับโอรสเล่อ ว่าถึง
เวลาแล้วที่จะขึ้นไปบนเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 2
“ ถึงแม้จะเสี่ยง แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงขึ้นไปด้านบนแล้ว พวก
เราก็สมควรขึ้นไปด้วยเช่นกัน ” อู่ อวี้ จับจ้องไป
ยังทิศทางที่ไข่มุกหายไป ซึ่งในเวลานี้มีสายอัสนี
ทมิฬฟาดผ่าแล่นแปร๊บ ๆ อยู่ทั่วทุกแห่งหน จน
บางคนรู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น บ้างก็ถูกสาย
อัสนีทมิฬฟาดผ่าจนร่วงหล่นลงมา
“ ตอนนี้ทุกคนต่างทราบข่าวคราวนี้กัน
หมดแล้ว ดังนั้นจึงรีบทะยานขึ้นไปสู่ชั้นที่ 2 แม้ว่า
จะมีความเสี่ยงแต่นี่ก็คือการผจญภัย ดังนั้นพวก
เราต้องขึ้นไปด้านบนอย่างแน่นอน ” โอรสเล่อ
ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“รับทราบ” อู่ อวี้ ต้องพึ่งพาเต่าทองปีกเหล็ก
เจ็ดดารา เพื่อพาพวกเขาขึ้นไปด้านบน
แน่นอนว่าเขาเลือกจะอยู่ข้าง ๆ วงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ ไม่ได้เข้าไปหลบอยู่ภายในวงเวทด้วย
จากนั้นเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราก็ทะยานสูงขึ้น
ไปบนฟั้า
“ ตำแหน่งที่มีสายอัสนีฟาดผ่าเป็นหนาแน่น
มากที่สุด เป็นไปได้ว่ามันอาจเกิดจากการดึงดูดซึ่ง
กันและกัน แต่เราจะค้นหาบริเวณที่มีสายอัสนี
ฟาดฟั้าผ่าอยู่น้อยที่สุด จากนั้นก็อาศัยจังหวะชั่ว
พริบตาทะยานฝั่าขึ้นไป ”
อู่ อวี้ กวาดตามองพอสังเขป ขณะที่ขยับเข้า
ไปใกล้กระแสวังวนสีทองทีละน้อย กระแสน้ำวนที่
มีขนาดใหญ่มาก เสมือนดั่งก่อนเมฆาที่ปกคลุมกัน
อยู่อย่างหนาแน่นก็มิปาน ส่วนสายอัสนีทมิฬก็ดู
เสมือนดั่งกลุ่มก้อนอสรพิษฟาดผ่าปกคลุมไปทั่ว
ทุกแห่งหน ซึ่ง อู่ อวี้ อยู่ภายใต้กลุ่มก่อนอสรพิษ
ทมิฬเหล่านี้ อาจจะถูกกลืนกินเข้าไปได้ทุกเมื่อ
“ย่า!” พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงปรากฏขึ้นใน
มือของเขา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรูปแบบแส้ยาว
แล้วตวัดพันล้อมรอบวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์เอาไว้
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์มีระดับความเร็วที่ค่อนข้าง
ตายตัว แต่ถ้ามันถูก อู่ อวี้ ดึงกระชากขึ้นไปแล้ว
ล่ะก็ ความเร็วของมันย่อมสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะเคลื่อนที่ได้ช้าลง แต่นั่นก็มิใช่
ปัญหา เพราะเขาต้องพาโอรสเล่อขึ้นไปให้ได้
” อู่ อวี้… ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ” โอรส
เล่อกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
” ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด คนอื่น ๆ ก็กำลัง
ขึ้นมาเช่นกัน ”
อู่ อวี้ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการต้องมาแบก
รับภาระอะไรเช่นนี้ เนื่องจากที่แห่งนี้มียอดฝีมือ
ผู้แข็งแกร่งกว่าเขามากมายนัก หากผู้คนมากมาย
ทะยานขึ้นไป ตัวเขาที่รอจังหวะอยู่ก็คงจะขึ้นไป
ได้ไม่ยากนัก
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เขาก็พุ่งทะยานขึ้นไป
ด้วยความเร็วสูงสุดอย่างไม่ลังเล พร้อมกับใช้เนตร
เพลิงกวาดสายตามองหาตำแหน่งที่สายอัสนีทมิฬ
เบาบางสุด จากนั้นก็ทะยานเข้าสู่วังวนสีทองทันที
ภายในวังวนสีทองนี้เป็นเสมือนดั่งม่านหมอกที่ก่อ
ตัวขึ้นเป็นวังวน ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีภัยคุกคาม
ใด ๆ เป็นเสมือนดั่งฝุั่นผงจากกรวดทราย ที่ก่อตัว
เป็นกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ฟากฟั้า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
มากที่สุดคืออัสนีทมิฬที่อยู่ภายใน ดูเหมือนพวก
มันจะถูกดึงดูดไปตามตำแหน่งของสิ่งมีชีวิต
เมื่อใดที่เข้าไปใกล้เคียง อสรพิษเหล่านี้จะฉีก
กระชากฟาดผ่าเข้าใส่คนผู้นั้นทันที
“ย๊าก!!!” อู่ อวี้ ลากวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์พุ่ง
ทะยานขึ้นไปด้วยความเร็วสูงสุด ถึงแม้ว่าจะมีวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์ปกคลุมห่อหุ้มอยู่ แต่พวกเขา
ก็ยังตกเป็นเปั้าหมายการโจมตีของสายอัสนีสีดำ
ดังนั้นในเวลาจึงพึ่งพาได้เพียงโชคและความ
แข็งแกร่งเท่านั้น
อู่ อวี้ รู้สึกว่าสายอัสนีทมิฬที่อยู่รอบตัว มิได้
หนาแน่นรุนแรงเท่าที่คิดไว้ ซึ่งตัวเขาก็สงสัยว่า
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ ผู้คนมากมายต่างพากัน
ทะยานขึ้นไป ทำให้กลุ่มก้อนอัสนีถูกดึงดูดไปยัง
ทิศทางนั้นจนหมด นับว่าตอนนี้ถือเป็นโอกาสดี
งามที่จะขึ้นไปเลยก็ว่าได้!