กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1048: อสูรรายกับกระดองยักษ
อู่ อวี้ พบว่าหลังจากขึ้นมาได้สองสามวันนี้ ไม่
น่าจะมีผู้ใดอยู่ในชั้นที่ 2 มากมายนัก
เนื่องตลอดสองสามวันที่ผ่านมาเขายังไม่พบ
เห็นคนอื่นเลย
จนเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราเกือบฟืนฟู
กลับมาเป็นปกติสมบูรณ์ แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะได้
พบเจอกับ หนานกง เหว่ย ในเวลาเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่านางแค่ผ่านมาแล้วเจอกับ อู่ อวี้
โดยบังเอิญเท่านั้น
กลุ่มของพวกนางมากันหลายคน นับตั้งแต่หวง
จุนขึ้นมาเป็นผู้ปกครองจักรวรรดิทายาททักษิณ
พวกปีศาจก็ยอมศิโรราบให้กับแก่นางอย่าง
สมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ผู้ติดตามของนางจึงมีแต่เหล่า
ราชาปีศาจเกือบทั้งหมด อีกทั้งบางส่วนยังเป็น
ปีศาจเก่าแก่ พวกมันทั้งหมดมาเพื่อปกปั้อง
หนานกง เหว่ย
กล่าวได้ว่ากลุ่มของจักรวรรดิทายาททักษิณ
ล้วนเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าที่มารวมตัวกันอยู่
ที่นี่ ปีศาจหลายสิบตัวมารวมกันเช่นนี้ เรียกได้ว่า
ทรงพลังอย่างไร้ที่เปรียบ ผู้ใดพบเห็นเป็นต้องรีบ
หลบซ่อนด้วยความหวาดกลัว
ในบรรดากลุ่มราชาปีศาจเหล่านี้ พลังฝีมือ
สูงสุดน่าจะอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
6 หรือ 7
ทันทีที่ได้เห็นคนกลุ่มนี้ อู่ อวี้ ก็รู้ทันทีว่าหาก
พวกมันหาเรื่องกับตนในยามนี้ เกรงว่าเขาคงต้อง
ยอมแพ้เรื่อง โอรสเล่อ แล้วหนีในทันที
ราชินีมุก, ราชาปีศาจกระทิงแปดตา, พญา
อินทรีปีกอำไพ ฯลฯ อู่ อวี้ กับราชาปีศาจเหล่านี้
เคยประสบพบกันมาก่อนแล้วที่คฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ราชาปีศาจที่ทรงพลังฝีมือ
แข็งแกร่งอย่างที่สุดมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ กำลังราย
ล้อม หนานกง เหว่ย เฉกเช่นดั่งดาวล้อมเดือน
ยามนี้สายตาของนางทอดลงมาบนร่างของ อู่
อวี้ อย่างสิ้นเชิง สีหน้าเต็มไปด้วยความเฉยเมย
ไม่ได้บอกถึงความโกรธแค้นใด ๆ อู่ อวี้ แอบ
ประหวั่นอยู่เล็ก ๆ แต่เมื่อลองคิดทบทวนดูให้ดี ๆ
เกี่ยวกับนาง รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน
คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ เขาไม่รู้ว่านาง
ได้รับสิ่งใดจากที่นั่นหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ภาพความ
ทรงจำของนางไม่มีทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งอยู่เลย
อีกทั้งก่อนหน้านี้ตัวเขาเองก็ไม่ได้ไปเกาะแกะหรือ
รบกวนนางให้รำคาญใจ ถ้าหากนางแค่บังเอิญ
ผ่านทางมาเฉย ๆ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับ
เขา
ดังนั้นต่อให้ต้องพบเจอฝั่ายตรงข้ามที่มีฝีมือ
ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวเพียงใดในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลแห่งนี้ แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงสงบสุขุมไม่หวั่น
เกรงแต่อย่างใด
” ที่แท้ก็องค์หญิงหวงซี ที่ผู้คนต่างร่ำลือกันว่า
มีรูปโฉมงดงามน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง จนผู้คน
ทั้งใต้หล้าต้องยอมก้มหัวศิโรราบ ” ในใจของโอรส
เล่อรู้สึกประหวั่นอยู่ไม่น้อยหวาดกลัวผลลัพธ์ที่จะ
ตามมา ถึงกระนั้นเขาก็ยังทักทายปราศรัยอย่างมี
มารยาท
เมื่อนางอยู่ท่ามกลางวงห้อมล้อมของปีศาจ
เก่าแก่ เห็นได้ชัดว่า หนานกง เหว่ย มีความมั่นอก
มั่นใจขึ้นมาก พอได้ยินสิ่งที่โอรสกล่าว นางทำแค่
เพียงเหลือบหางตามองโอรสเท่านั้น การกระทำ
ของนางบ่งบอกว่าหาได้สนใจในคำเยินยอของเขา
แต่อย่างใดไม่ หลังจากนั้นนางก็หันมามอง อู่ อวี้
ต่อโดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใด แววตาของนาง
เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้คนไม่อาจ
เข้าใจได้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
” ไม่กี่วันก่อนหน้านี้… ข้าได้ยินว่าเจ้าเกือบได้
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ? ” ในที่สุดนางก็เอ่ยปาก
พูด แต่น้ำเสียงก็ยังคงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนงไม่
แยแส อู่ อวี้ ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่
งอก อย่างน้อยนางก็ไม่ได้มาหาเรื่องพวกเขา
เหมือนเช่นดัง เจ็ดนายน้อยแห่งนครมาร
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอย่างรอบคอบ ถ้านางไม่สนใจที่
จะจดจำทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งหรือเรื่องราวใน
อดีตก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องบีบบังคับนาง
ให้จดจำ ตอนนี้ อู่ อวี้ คิดในมุมกลับ ถ้าตอนอยู่
บันไดขั้นที่ 5 นางเป็นตัวจริง โอกาสดี ๆ เช่นนี้
นางน่าจะฉีกกระชากเขาเป็นจริง ๆ แล้ว
ดังนั้นเขาจึงระงับสติอารมณ์ลงแล้วพูดว่า ”
อันที่จริงก็ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
อะไรขนาดนั้น เพราะไข่มุกมันปั้องกันตัวเองได้
ทั้งยังอยู่ไม่เป็นที่หลบหนีสะเปะสะปะไปทั่ว ตอน
นั้นข้าแค่บังเอิญยืนอยู่ในตำแหน่งพอเหมาะพอ
เจาะเท่านั้นเอง แต่การเคลื่อนตัวของมันเร็วมาก
จนข้าติดตามไม่ทัน เลยทำให้ข้าเห็นมันไม่ค่อย
ถนัดนัก กล่าวตามตรงไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ยากที่จะรับมือจริง ๆ ”
หนานกง เหว่ย แสดงสีหน้าเย็นชากล่าวด้วย
น้ำเสียงไม่แยแสว่า ” เจ้ากำลังจะบอกว่าไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงมันเคลื่อนตัวได้รวดเร็วมาก
แล้วก็ไม่แน่ว่ามันจะไปอยู่ในชั้นใดของเจดีย์ทั้ง 9
ชั้นใช่หรือไม่ ? แล้วถ้าเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่ง
สูงส่งกว่าเจ้า คิดว่ามีโอกาสครอบครองไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงหรือไม่ ? ”
หลังจากพิจารณาจากสิ่งที่ดังกล่าว อู่ อวี้ คิด
ว่าข่าวนี้คงแพร่กระจายไปทั่วแล้ว จึงไม่มี
ความลับใด ๆ ให้ต้องเก็บซ่อน ดังนั้นเขาพยักหน้า
บอกนางว่าไม่น่าจะมีปัญหา
หนานกง เหว่ย ยิ้มแล้วพูดว่า ” ช่างน่าสนุก
จริง ๆ บรรดายอดฝีมืออันดับต้น ๆ ทั้งหลาย
ติดตามไล่ล่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงกันอย่างบ้า
คลั่ง แล้วตอนนี้ก็กระจายตัวอยู่ทั่วไปหมด จน
ตอนนี้พากันขึ้นไปถึงชั้น 4 แล้วกระมั้ง ผู้ใดจะไป
คิดว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะปรากฏอยู่ในชั้น
แรก หากเป็นเช่นเจ้าว่า คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วใช่
หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ข้าเองก็ไม่รู้…
มีโอกาสสูงว่า ไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะขึ้นไปชั้น
บนเรื่อย ๆ แต่ปัญหาที่ต้องพบเจอก็มีมากเช่นกัน
เนื่องจากเป็นไปได้ว่ามันจะปรากฏขึ้นชั้นใดก็ได้ใน
บรรดาทั้ง 9 ชั้น คิดว่าเป็นเรื่องยากง่ายแค่ไหนที่
จะได้รับมัน? ”
อันที่จริง อู่ อวี้ คาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นเอาไว้
หมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้ หนานกง เหว่ย
ถามคำถามของนาง และเขาก็รีบ ๆ ตอบไป นาง
กับพรรคพวกจะได้ไปจากที่นี่เสียที หากนาง
อารมณ์คุ้มดีคุ้มร้ายไม่พอใจตนเองขึ้นมา จน
ลุกลามบานปลายสร้างปัญหาให้กับโอรสเล่อเอา
ได้
บัดนี้ โอรสเล่อ ได้ถูก หนานกง เหว่ย มองข้าม
อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขารู้สึกอัปยศเล็กน้อย
แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อเขาเองที่ไม่
เตรียมพร้อม มิฉะนั้นก่อนเข้ามา เขาคงจะว่าจ้าง
เหล่ายอดฝีมือมากมายให้ติดตามเข้ามาด้วย
ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินทองมากนักก็ตาม
“ ข้าได้ยินว่า ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ปรากฏ
ขึ้นในชั้นแรก แล้วตอนนี้ก็ขึ้นมาชั้นที่ 2 หลังจาก
ผู้คนที่อยู่บนชั้น 3 ได้ยินข่าว ก็รีบพากันลงมาชั้น
ที่ 2 อย่างบ้าคลั่ง ” หนานกง เหว่ย กล่าว
” บางทีตอนนี้มันอาจอยู่ในชั้นที่ 2 ก็ได้ ” อู่ อวี้
กล่าว
“ ระหว่างที่เจ้าขึ้นมา เจ้ารู้ตำแหน่งและ
ทิศทางที่ไข่มุกพุ่งไปใช่หรือไม่? ” หนานกง เหว่ย
จ้องเขม็งมายังเขา
อู่ อวี้ กล่าวตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมาว่า
” หลังจากขึ้นมา ข้าก็ไม่อาจระบุตำแหน่งหรือ
ทิศทางได้ชัดเจนนัก เนื่องจากพอขึ้นมาแล้วก็
ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหน เป็นไปได้ว่า
อาจอยู่ในตำแหน่งประมาณ 1,300 จั้งจากจุดที่ข้า
อยู่ หากเจ้าอยากค้นหา ก็ใช้ตำแหน่งที่ข้าอยู่เป็น
จุดศูนย์กลาง จากนั้นก็ขยายขอบเขตการค้นหา
ออกไปแล้วกัน แต่ข้าคิดว่าด้วยความสามารถใน
การเคลื่อนไหวของไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ในช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้ เป็นไปได้ว่ามันอาจจะขึ้น
ไปถึงชั้น 5 ชั้น 6 แล้ว ”
ความจริงแล้วเขารู้สึกว่า จักรพรรดิโบราณคง
ไม่ยอมให้ใครได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวงไปง่าย
ๆ เขาสงสัยว่าจักรพรรดิโบราณคงต้องมีแผนการ
อื่น ๆ เตรียมไว้ ดังนั้นจึงมิได้รู้สึกกังวลว่าคน
เหล่านี้จะคว้าไข่มุกไปครองได้ก่อนตนเอง
สิ่งที่ อู่ อวี้ ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว ถ้า หนาน
กง เหว่ย มาเพื่อถามแค่นี้ นางก็ควรจะไปได้แล้ว
นางทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยถาม
อู่ อวี้ ว่า ” เจ้าสนใจร่วมมือกับเราหรือไม่ เรา
สามารถปกปั้องเจ้าได้ ”
อู่ อวี้ รู้ว่านางคงได้ยินข่าวลือเรื่องโอรสเล่อจะ
กลายเป็นจักรพรรดิในอนาคต ซึ่งเป็นไปได้ว่าบาง
ทีจักรพรรดิโบราณอาจจะเตรียมแผนการพิเศษ
บางอย่างรอไว้ และนางก็คงจะคิดว่า หากมี อู่ อวี้
อยู่ข้างกาย อาจมีแนวโน้มที่จะพบไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงมากขึ้น จากนั้นเมื่อไข่มุกปรากฏออกมา
นางก็จะฉวยโอกาสจังหวะนั้นฉกชิงมันไป
“ ขอบพระคุณที่องค์หญิงเมตตา แต่เรา
ต้องการความคล่องตัวและไม่อยากรบกวนใคร
อีกทั้งตอนนี้พวกเรายังไม่คิดจะเคลื่อนตัวไปไหน
ด้วย ” อู่ อวี้ ปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาด ถึงแม้อยู่
กับพวกนางจะปลอดภัยกว่า เพราะกลุ่มของพวก
มันมีราชาปีศาจและปีศาจอาวุโสอยู่มากมาย ทว่า
อู่ อวี้ ไม่ต้องการร่วมมือกับพวกมัน หากโอรสเล่อ
ถูกพาตัว มันก็จะกลายเป็นข้อจำกัดผูกมัดพวก
เขามากยิ่งขึ้น
” ไม่ใช่เจ้าหรือไงที่พูดว่า หากพบเจอกับข้าอีก
ครั้งเมื่อไหร่ก็จะพาขาออกจากจักรวรรดิทายาท
ทักษิณ? แล้วเหตุไฉนเจ้าถึงกลับคำซะแล้วเล่า ไม่
คิดจะอยู่กับข้าแล้วหรือไร? ” หนานกง เหว่ย
แสยะยิ้มพร้อมกับเจ้ามองไปยัง อู่ อวี้
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วพูดว่า ” องค์หญิงกล่าวยก
ยอเกินไป ข้าคงต้องขออภัยด้วย ท่านคงจำคนผิด
แล้ว ”
เมื่อเห็น หนานกง เหว่ย ในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ว่ามันไม่สำคัญอีกต่อไป นางมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หากเขายังคิดพูดเรื่องในอดีตกับนาง อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ว่าตนเป็นคนใจแคบ แล้วไม่เปิดใจให้กว้าง
” เพ้ย ถ้าเจ้าไม่อยากมาก็ช่างปะไร ” หนานกง
เหว่ย ค่อนข้างมีอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อหมดความ
อดทน นางก็กล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจ จากนั้น
นางก็หยุดอยู่ชั่วคราว แล้วเหลือบมองไปยังชาย
ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง ราชาปีศาจกระทิงแปด
ตารู้ว่าตนควรทำอะไรบางอย่าง ดังนั้นมันจึงยก
เท้าขึ้นแล้วเหยียบลงไปบนพื้นแผ่นดินสีดำ จน
เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
กล่าวได้ว่าพื้นแผ่นดินตรงบริเวณที่เขาอยู่
ค่อนข้างปลอดภัยสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่มีเปลว
เพลิงพวยพุ่งขึ้น แต่ถ้าถูกเหยียบด้วยแรงกระแทก
ขนาดนั้นแล้วละก็ อู่ อวี้ กังวลว่าหน้าดินบริเวณนี้
จะพังทลายลง หลังจากนั้นพวกเขาก็จะไม่มี
สถานที่ไหนให้หลบเลี่ยงอีกต่อไป แต่ยังนับว่าโชค
ดี ที่ผืนปฐพีบริเวณนี้ยังมั่นคงอยู่ แสดงให้เห็นว่า
ราชาปีศาจกระทิงแปดตา มิได้คิดจะทำลาย
สถานที่แห่งนี้จริง ๆ
“ไป”
หนานกง เหว่ย ออกคำสั่ง จากนั้นกลุ่มปีศาจ
อาวุโสที่รายล้อมอยู่รอบกายนาง ก็พานางออกไป
ราวกับคนรับใช้อันซื่อสัตย์ ด้วยความแข็งแกร่ง
ของปีศาจกลุ่มนี้ ทำให้พวกมันสามารถเคลื่อนตัว
ในโลกแห่งเปลวเพลิงได้อย่างอิสระ เพียงชั่วอึดใจ
พวกมันก็หายลับไปจากสายตาของ อู่ อวี้ ดู
เหมือนพวกมันจะมิได้ออกค้นหาบริเวณตำแหน่ง
ของ อู่ อวี้ แต่เลือกจะค้นหาไข่มุกทองคำเหยียน
หวงในอาณาเขต 1,300 จั้งแทน
” องค์หญิงหวงซีผู้นี้ช่างหยิ่งผยองยิ่งนัก นาง
ไม่เหลือบแลข้าอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ” โอรส
เล่อกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” นั่นก็ไม่ถูกซะทีเดียว
ใครใช้ให้นางเป็นบุตรธิดาหัวแก้วหัวแหวนคน
เดียวของหวงจุนล่ะ พระโอรสมีพี่น้องอยู่หลายคน
หากปรารถนาให้นางเคารพ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ”
” ถึงแม้คำพูดของเจ้าจะทำให้ข้ารู้สึกไม่ดี แต่
มันก็เป็นความจริง มีพี่น้องมากเกินไปเช่นนี้ ไม่ใช่
เรื่องดีเลย ” โอรสเล่อยิ้มอย่างขมขื่น เขาทราบดี
ว่า ตนเองควรยืนอยู่ในตำแหน่งไหน
อย่างไรก็ตามจริง ๆ อู่ อวี้ ทราบดีว่าภายใน
จิตใจของเขายามนี้ กำลังขุ่นเคืองร้อนรนเป็น
อย่างยิ่ง เช่นเดียวกับพระโอรสพระธิดาคนอื่น ๆ
ความปรารถนาในไข่มุกทองคำเหยียนหวงของเขา
นับว่าแรงกล้ายิ่ง เนื่องจากว่ามันเกี่ยวข้องกับการ
เปลี่ยนแปลงและการพิสูจน์ตนเองของเขา ทั้งยัง
เกี่ยวพันถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีด้วย เขาไม่อาจทำให้
หนานกง เหว่ย เคารพตนเองได้ เว้นเสียแต่ว่า
โอรสเล่อจะกลายเป็นจักรพรรดิเหยียนหวงคน
ใหม่
ความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในใจตลอด
หลายปีที่ผ่านมา แท้จริงแล้วมันถูกปิดซ่อนอยู่
ภายในใจของเขาอย่างมิดชิด เนื่องจาก
สถานการณ์ในตอนนั้น เรียกได้ว่าสิ้นหวังจนตัว
เขาไม่อาจกระทำอันใดได้ แต่เมื่อไม่นานมานี้ อยู่
ดี ๆ เขาก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้ความอัด
อั้นภายในจิตใจ เริ่มถูกปลดปล่อยออกมาบ้างแล้ว
อู่ อวี้ ไม่คิดจะปลอบโยนเขา เพราะมันไร้
ประโยชน์ ซึ่งมันคือสิ่งที่คนในราชวงศ์อย่างเขา
ต้องพบเจอ
แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงการ
สั่นสะเทือนจากพื้นปฐพีเบื้องล่าง แล้วมันก็ค่อย ๆ
ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
“ จะพังทลายแล้วงั้นหรือ ?”
ตอนแรกผืนแผ่นดินนี้ยังดูมั่นคงอยู่เลย ไม่
คาดคิดว่าหลังจากพวกมันจากไป จะบังเกิดการ
สั่นไหวอีกครั้ง
เพื่อปั้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากการทรุดตัว
ของพื้นปฐพีในฉับพลัน แม้ว่าเต่าทองปีกเหล็กเจ็ด
ดาราจะยังมิได้ซ่อมแซมฟืนฟูจนสมบูรณ์ แต่ อู่
อวี้ ก็ต้องอัญเชิญมันออกมา จากนั้นก็แปร
เปลี่ยนเป็นวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ ปกปั้องพวกเขา
ไว้ภายใน
ในช่วงวิกฤตนั้นเอง การสั่นสะเทือนก็จะทวี
ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทว่าพื้นปฐพีที่อยู่เบื้องล่าง
เขากลับมิได้แตกกระจายออก แต่กลับยกตัวสูงขึ้น
ไปยังมหาสมุทรเปลวเพลิงที่อยู่ด้านบน จากนั้นก็
ตามมาด้วยเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ที่ดังก้อง
กังวานไปทั่วทุกสารทิศ อู่ อวี้ กับ วงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์เร่งรีบกระโดดพุ่งทะยานขึ้นทันที เมื่อแล
มองลงไปเบื้องล่างแล้ว สถานที่ที่พวกเขาเคยยืน
อยู่ แท้จริงแล้วกลับกลายเป็นกระดองของอสูร
ยักษ์ …