กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1049: โชควาสนาลนฟา
อู่ อวี้ มั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมากกว่า ผืน
แผ่นดินที่เขาเหยียบย่ำตลอดไม่กี่วันมานี้เป็นเพียง
แค่ผืนแผ่นดินธรรมดาเท่านั้น
กระทั่งเขากล้ายืนยันอย่างหนักแน่น เนื่องจาก
เขาเองก็ใช้เนตรเพลิงมองตรวจสอบมาแล้วนับ
ครั้งไม่ถ้วน แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะ
ตัดสินใจผิดพลาด
เมื่อพวกเขาออกจากผืนแผ่นดิน แล้วก้มมอง
ลงมายังเบื้องล่างใต้ฝั่าเท้า ก็พบว่าผืนแผ่นดิน
ไม่ได้เป็นผืนแผ่นดินเช่นดังเดิมอีกต่อไป เวลานี้มัน
เกิดการสั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วง สิ่งที่ อู่ อวี้
มองเห็นในยามมีคือกระดองเต่าสีดำขนาดใหญ่
เขาคิดว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับแมงปั่องทองคำที่
อยู่ชั้นแรกเป็นแน่ กระดองเต่านี้มีลักษณะ
ค่อนข้างเรียบ บนกระดองมีปลายแหลมคมหลาย
ร้อยชิ้นปรากฏให้เห็น ระดับความเร็วที่ผุดขึ้นมา
สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จากพื้นดินอัน
ราบเรียบกลายเป็นภูเขาอันแหลมคมจำนวนนับ
ไม่ถ้วน
จากนั้นหัวของเต่าดำก็โผล่ออกมา ตามด้วย
แขนขาแล้วก็หาง นี่คือส่วนของเนื้อหนังที่ยื่นโผล่
ออกมาจากกระดอง แต่ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นก็
คือส่วนที่ควรเป็นเนื้อหนังอ่อนนุ่มของมัน แต่กลับ
เป็นก้อนศิลาสีดำสนิท สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ เข้าใจได้
ทันทีว่านี่คือสรรพเทวะวิญญาณ ซึ่งเหมือนกับมด
สีทองเข้มและแมงปั่องทองคำ
เมื่อมองลงไปในตอนนี้ จะเห็นว่านี่คือเต่าหินที่
มีภูเขาอันแหลมคมอยู่บนกระดอง ดูเหมือน
อารมณ์ของมันในตอนนี้จะค่อนข้างฉุนเฉียวเป็น
อย่างยิ่ง มันส่งเสียงคำรามฟังดูคล้ายดั่งราชสีห์อยู่
ตลอดเวลา เมื่อมันเงยหัวขึ้นแล้วเห็น อู่ อวี้ เขาก็
สัมผัสได้ถึงไอความร้อนน่าสะพรึงกลัวราวกับถูก
แผดเผา ในเวลานี้เขาได้เห็นร่างของเต่าหิน
ปรากฏโฉมสู่โลกภายนอกอย่างเต็มตัว เต่าหินตัว
เขื่องอาศัยจำศีลอยู่ใต้เพลิงลาวาอันร้อนแรง
หลังจากมันปรากฏตัวออกมา ทันใดนั้นตาปาก
จมูกและตามเส้นลายบนกระดองของมัน ก็
ปรากฏเปลวเพลิงลุกโชติช่วงขึ้น!
เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากเต่าหิน หาใช่
เป็นเปลวเพลิงธรรมดาสามัญทั่วไป ระดับความ
ร้อนแรงนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเปลวเพลิงที่ห้อม
ล้อมรอบตัวพวกเขาอยู่ในยามนี้ แทบไม่ต้อง
กล่าวถึงอุณหภูมิความร้อนที่ อู่ อวี้ ได้รับ ซึ่งอยู่
ยอดบนสุดของเปลวเพลิง ระดับความร้อนของมัน
เทียบเท่าได้กับหยาดเพลิงวิญญาณเซียน ด้วยเหตุ
นี้เขาจึงร่วงรู้ทันทีว่าอสูรเพลิงที่อยู่ตรงเบื้องหน้า
นั้นน่าประหวั่นพรั่นพรึงเพียงใด ด้วยรูปลักษณ์
และตัวของมันเป็นเสมือนถังบรรจุดินปืน ส่วน
ปากก็เป็นเสมือนดั่งกระบอกปืน ตราบที่ศัตรูอยู่
ในวิถีการโจมตี มันผู้นั้นจะต้องถูกโจมตีด้วย
กระสุนเพลิงจนแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงไป
ในพริบตา!
“ ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสรรพเทวะ
วิญญาณ จะหลบซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกเราเช่นนี้ ทั้ง ๆ
ที่มันอยู่ใต้ฝั่าเท้าเราแท้ ๆ แต่พวกเรากลับไม่รู้เนื้อ
รู้ตัวแม้แต่นิดเดียว นับว่ามันไม่ได้แตกต่างจาก
ก้อนหินธรรมดาเลยจริง ๆ! ” หนานซาน หวาง
เยว่ พูดขึ้นด้วยความตกตะลึง
ชวี่ เฟิงอวี๋ กรีดร้อง ” ข้านึกออกแล้ว! ปีศาจที่
ติดตามองค์หญิงหวงซีตัวหนึ่งมันเหยียบลงบนพื้น
พวกมันต้องรู้แน่ว่าเราอยู่บนเต่าตัวนี้ อีกทั้งยังรู้ว่า
เต่าตัวนี้มันร้ายกาจมากเพียงใด นะ นี่…มันจงใจ
ทำร้ายพวกเราชัด ๆ ”
อันที่จริง อู่ อวี้ รู้เรื่องนี้ก่อนนางเสียอีก แม้ว่า
หนานกง เหว่ย จะไม่ได้ลงมือเองก็จริง แต่นางคือ
ผู้บงการชักใยอยู่เบื้องหลัง นี่ถือว่าเป็นการกระทำ
ที่เลวร้ายสิ้นดี ยิ่งถ้าหากมีผู้ตกภายในวันนี้
บาปกรรมทั้งหมดจะต้องตกอยู่ที่นาง ต่อให้นาง
จะบอกว่านางไม่ใช่ผู้ลงมือฆ่าก็ตาม เขารู้สึกไม่
เข้าใจจริง ๆ ว่าไฉนนางถึงใจคอเหี้ยมโหดดุร้ายถึง
เพียงนี้? ก็เมื่อสักครู่ตัวเข้ากับนางยังพูดจาดี ๆ ต่อ
กันอยู่เลย อีกทั้งท่าทางของนางในตอนนี้ก็หาได้มี
ทีท่าว่ากำลังเกลียดชังแต่อย่างใด!
ตอนนี้เขารู้สึกโกรธและไม่เข้าใจว่าทำไมนาง
ถึงทำเช่นนี้ แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งซักไซ้
ถามเหตุผล โชคดีที่ อู่ อวี้ ตอบสนองได้รวดเร็ว
ทันท่วงที ส่งผลให้ในตอนนี้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
ได้ล้อมปกปั้องคนอื่น ๆ เอาไว้แล้ว อู่ อวี้ ไม่ได้พูด
อะไรทั้งสิ้น เขาเพียงสั่งให้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
หลบหนีออกไปจากที่นี่ก่อน ไปอยู่ในตำแหน่งที่
ปลอดภัย ส่วนตัวเขาตัดสินใจอยู่ที่นี่สกัดเต่าหิน
อยู่ที่นี่ชั่วคราว หากมีอะไรเกิดขึ้นการหลบหนี
เพียงตัวคนเดียวมันสะดวกง่ายดายมากกว่า
” ทุกคนไปก่อน!” อู่ อวี้ ใช้พลังทางกายเนื้อ
ทั้งหมดเตะวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ไปยังทิศทางที่
เขากำหนดไว้
ในเวลานี้เต่าหินถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล
กลางคัน มันถึงได้เดือดดาลเกรี้ยวกราดเช่นนี้
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ทำท่าทางจะหลบหนี
มันยิ่งแผดเสียงกรีดร้องคำรามก้องไปทั่วทั้งเจดีย์
กล่าวได้ว่าเสียงนี้ทำให้สุรเสียงอื่น ๆ ต้องเงียบ
สงัดลงไปในบัดดล ฉับพลันเต่าหินก็หันปากมายัง
ทิศทางที่พวกเขาอยู่ ในระหว่างที่เขากำลังเตะวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์ให้ออกห่างจากบริเวณนี้
ทันใดนั้นก็มีเสาเพลิงสีแดงฉานเปียมล้นไปด้วย
พลังอำนาจระดมยิงพุ่งเข้ากลืนกิน อู่ อวี้ ทันที!
สายเกินไปที่จะหลบหนี อู่ อวี้ ทำได้เพียงยก
พลองฟั้าเพลิงผลาญในมือ แล้วใช้วงเวทเก้า
ตำหนักไม่สั่นคลอนปั้องกันการโจมตีนี้ทันที แม้ว่า
เขาจะใช้วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอนปั้องกันการ
โจมตี แต่มันก็ยังไม่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เมื่อ
เปลวเพลิงสีแดงฉานกระทบเข้าใส่วงเวท มันก็
พวยพุ่งเล็ดลอดช่องว่างระหว่างเก้าตำหนัก ลุก
กระพือกวาดผ่านเข้าใส่เลือดเนื้อของ อู่ อวี้ แล้ว
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าเลือดเนื้อของเขาถูกแผดเผา
หลอมเหลว ภายใต้การโจมตีจากเปลวเพลิงสีแดง
ฉานนี้ กายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์
ไม่ดับสูญ ถูกบดขยี้ทำลายไปหนึ่งพิภพในฉับพลัน
ซึ่งมันเทียบเท่าได้กับ อู่ อวี้ ตายไปแล้ว หนึ่งครั้ง!
ช่างน่าสะพรึงกลัวอะไรเยี่ยงนี้!
อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟั้าที่ขั้นสอง หลบหนีออก
จากสถานการณ์วิกฤตตรงหน้าทันที เขารู้ว่าเปลว
ไฟของเต่าหินจะต้องมีสะเก็ดลูกหลงกระเด็นไป
โดนวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ทั้ง
ยังรู้อีกว่าถ้าวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์โดนโจมตีเช่นนี้
อีกประมาณสองสามครั้ง มันจะพังทลายลง และ
โอรสเล่อกับผู้ติดตามจะต้องตกตายอย่างแน่นอน
ส่วนหนานซาน หวางเยว่ อาจจะบาดเจ็บสาหัส
หรืออาจถึงแก่ชีวิต
“หนานกง เหว่ย!” สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกรำคาญ
ใจอยู่ไม่น้อย เขาตระหนักว่า ยามนี้ตนเองไม่มี
อะไรเกี่ยวข้องกับนางแล้ว ดังนั้นจึงรู้สึกเกียจ
คร้านเกินกว่าจะมาข้องแวะกับนาง แต่ไม่คาดคิด
ว่านางจะเข้ามาถามคำถามกับตนเอง ทั้งยังทิ้ง
อันตรายไว้ให้แก่เขาก่อนจากไปอีกด้วย หากไม่มี
นาง เต่าหินตนนี้ก็จะไม่ตื่นขึ้นมา บางทีนาง
อาจจะรู้นานแล้วว่าสิ่งนี้ยากจะจัดการได้ ถึงปลุก
มันขึ้นมาเช่นนี้
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะถูกเปลวเพลิงสีแดงฉานกลืน
กิน เขาจึงใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดดหลบหนีออกมา
จากวงล้อมทันที แต่แล้วเมื่อกระโดดออกมาได้
เพียงไม่นาน เขาก็แลเห็นว่าเต่าหินกำลังพุ่ง
ทะยานฝั่าเปลวเพลิง ไล่ล่าติดตามวงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์มาด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว หาก อู่
อวี้ ไม่หยุดมันไว้ วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์คงถูกบด
ขยี้ทำลายอย่างแน่นอน
“ อู่ อวี้ มันกำลังไล่ตามมาแล้ว!” หนานซาน
หวางเยว่ ก็รู้สึกวิตกกังวลเช่นกัน
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ตีลังกาม้วนตลบมาปรากฏ
กายเบื้องหลังเต่าหินอีกครั้ง เขารู้สึกว่าเต่าหินดู
น่าสะพรึงกลัวเล็กน้อย แต่เขาก็ใช้ออกด้วยเทียม
ฟั้าจรดดิน และแปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างจำแลง
เซียนวานรยกระดับความแข็งแกร่งทางกายเนื้อ
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย อู่ อวี้ ใช้ความเร็วที่สูงกว่า
เต่าหินไล่ติดตามไปทันที พลองฟั้าเพลิงผลาญใน
มือถูกตวัดฟาดลงไป จนบังเกิดเสียงดังสะเทือน
เลื่อนลั่น ตำแหน่งที่พลองฟาดอัดกระแทกลงไปก็
คือขาด้านหลังที่โผล่ออกมาจากกระดองของมัน
ซึ่งดูเสมือนดั่งภูผาขนาดใหญ่ อู่ อวี้ ไม่คิดว่าการ
โจมตีนี้จะส่งผลกระทบใด ๆ กับมัน
ความจริงแล้วเขาอยากจะเรียกร่างกลืนสวรรค์
ออกมาโจมตีด้วยตนเอง แต่เมื่อลองคิด ๆ ดูแล้ว
ก็รู้สึกว่าไม่เอาดีกว่า เนื่องจากร่างกลืนสวรรค์ไม่
อาจหลบเลี่ยงเปลวเพลิงจากอีกฝั่ายหนึ่งได้ หาก
ร่างกลืนสวรรค์ถูกเปลวเพลิงโจมตีเข้าใส่ คาดว่า
ร่างของเขาคงถูกบดขยี้ทำลายจนกลับคืนสู่
รูปแบบ ‘ทารก’ โดยตรง…
เต่าหินที่กำลังไล่ล่าโจมตีด้วยความเร็วสูงล้ำ
ดังนั้นหลังจากมันถูก อู่ อวี้ โจมตีเข้าใส่ขาหลัง
มันจึงรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย จนเริ่มเบี่ยงเบน
ทิศทาง และชะลอความเร็วลง อู่ อวี้ พยายาม
ควบคุมให้วงเวทดาราพิทักษ์พุ่งทะยานสูงขึ้นไป
ด้านบนเท่าที่จะทำได้ ในช่วงเวลาแห่งความบ้า
คลั่งนี้ อู่ อวี้ ใช้เก้าทัณฑ์ผลาญฟั้าทลายอเวจี
มุ่งเน้นการโจมตีเข้าใส่ขาหลังของเต่าหิน
โดยเฉพาะ ด้วยการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ขา
หลังด้านซ้ายของเต่าหินเริ่มถูกทำลายไปเล็กน้อย
นี่แสดงให้เห็นว่าผิวของเต่าหินมีความทนทาน
น้อยยิ่งกว่าแมงปั่องทองคำ
อย่างไรก็ตามด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่องนี้ ทำ
ให้โทสะของอสูรร้ายพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ทันใด
นั้นเองเขาไม่คาดคิดว่ามันจะหันหลังกลับมาใน
ฉับพลัน จากนั้นก็หัน ‘ปากขนาดใหญ่’ มาทาง อู่
อวี้ แล้วพ่นเสาเพลิงสีแดงอันร้อนแรงออกมาทันที
เป็นการโจมตี ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
อู่ อวี้ เตรียมพร้อมรอไว้นานแล้ว เมื่อการ
โจมตีเข้ามาถึง เขาก็พลิกตลบตีลังกาถอยไป
ด้านหลัง ขณะที่เสาเพลิงพวยพุ่งเข้ามา เขาก็หาย
ตัวไปปรากฏขึ้นอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ในตำแหน่ง
ระหว่างเต่าหิน กับ วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
ช่วงเวลานี้เองเต่าหินคงคิดว่า อู่ อวี้ ถูกเปลว
เพลิงกลืนกินจนหายไปแล้ว มันจึงหันกลับมาไล่
ล่าวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ต่อ ด้วยความโกรธเกรี้ยว
อย่างสุดแสน เห็นได้ชัดว่าหากมันไม่บดขยี้ทำลาย
วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ให้สิ้นซาก มันจะไม่ยอม
หยุดเด็ดขาด แต่เมื่อเต่าหินเตรียมพร้อมไล่ล่า อู่
อวี้ ก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้ามันอีกครั้ง พร้อมกับ
ตวัดฟาดพลองเข้าใส่มันทันที!
ตูม!
พลองฟั้าเพลิงผลาญถูกตวัดฟาดขึ้นมาจาก
ด้านล่าง อัดกระแทกเข้าใส่ปลายคางของเต่าหิน
ตามมาด้วยเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น จนหัวเชิด
ขึ้นสู่ฟากฟั้า ชั่วอึดใจนั้นเองเมื่อมันหันหลังกลับ
มาแล้วเห็น อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้น มันจึงคิดจะพ่น
ไฟเข้าใส่เขาอีกครั้ง แต่เมื่อถูกฟาดเข้าใส่จนคาง
เหลือง เปลวเพลิงที่เตรียมไว้ก็พุ่งขึ้นสู่ฟากฟั้า จน
ดูเสมือนดั่งพิรุณอัคคีร่วงหล่นโปรยปรายไปทั่วทุก
แห่ง ดูแล้วช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
หลังจากที่ อู่ อวี้ โจมตีซ้ำอีกครั้ง เต่าหินก็ยิ่ง
เดือดดาลมากขึ้นกว่าเก่า เขาไม่ต่างจากยุงที่ตอม
อยู่รอบ ๆ ตัวมัน ถึงแม้จะไม่ถึงกับตาย แต่ในทุก
ๆ ครั้งก็จะทำให้มันเลือดตกยางออก ที่สำคัญยิ่ง
ไปกว่านั้นคือเขาไม่ยอมสู้ต่อ การกระทำเช่นนี้ยิ่ง
ทำให้เต๋าหินทวีความเดือดดาลมากยิ่งขึ้น สามารถ
แลเห็นได้ว่าเป็นเพลิงที่อยู่บนร่างของมันรุนแรงยิ่ง
กว่าเก่า จนดูเสมือนดั่งสามารถปะทุได้ตลอดเวลา
“โฮกโฮกโฮก!”
เมื่อเต่าหินปลดปล่อยเปลวเพลิงออกไป ใน
เวลานี้ อู่ อวี้ ก็กระทำได้เพียงหลบเลี่ยงมันเท่านั้น
อู่ อวี้ โจมตีอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของมันถึง 2
ครั้ง 2 ครา จนเต่าหินโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ซึ่งแต่
ละครั้งก็นับว่าเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง หากคิดโจมตีเข้า
ใส่เป็นครั้งที่ 3 แล้วก็ รอบนี้เขาคงได้ตกตายไป
จริง ๆ แน่
อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ของ อู่ อวี้ เกือบจะ
สัมฤทธิผล เพราะตอนนี้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์อยู่
ในระยะที่ค่อนข้างไกลจากที่นี่ จนมองไม่เห็น
อย่างสมบูรณ์ ซึ่งยากที่มันจะไล่ตามได้
“ ข้าจะจัดให้เจ้าอีกดอกหนึ่ง! ”
ในทันนั้น อู่ อวี้ โจมตีเข้าใส่เต่าหิน เขาไม่
อยากจะเชื่อว่าขนาดเขากระหน่ำโจมตีเข้าใส่อีก
ฝั่ายซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่หลายครั้ง แต่อีกฝั่ายก็ไม่เป็น
อะไรแม้แต่น้อย ครั้งนี้เขาจึงใช้เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่งฟาดลงไปที่คางของมันอย่างสุดแรงเกิด ปัง
งง!!!! กร๊อบบบ!!!! การฟาดครั้งนี้ทำให้คางของเต่า
หินแตกร้าว จากนั้นเพลิงลาวาจำนวนมากก็พุ่ง
ทะลักออกมาจากปากแทนที่จะเป็นโลหิต จน
เกือบจะร่วงหล่นใส่ อู่ อวี้ ด้วยการโจมตีอย่าง
รุนแรง ส่งให้ร่างกายท่อนบนของเต่าหินเชิดสูงขึ้น
สู่ฟากฟั้า จนเผยเห็นส่วนท้องของมัน!
“นั่นอะไร!” อู่ อวี้ มองลงไปที่ท้องของเต่าหิน
อย่างไม่ตั้งใจ ทันใดนั้นเขาก็เห็นเม็ดทองคำส่อง
แสงประกายวาววับฝังอยู่ตรงกลางท้องของมัน
นั่นต้องเป็นไข่มุกทองคำเหยียนหวงอย่างแน่นอน!
อู่ อวี้ ไม่คิดว่าตนเองจะได้เห็นไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงอีกครั้ง!
มันจะโชคดีเกินไปหรือเปล่า ?
อู่ อวี้ ก็ไม่แน่ใจเช่น แต่เขารู้สึกตงิด ๆ อยู่ใน
ใจว่าทั้งหมดนี้ต้องเป็นฝีมือของจักรพรรดิโบราณ!
ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่โชคดีได้พบไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงอีกครั้ง แต่เขาจะไปหยิบมันมา
จากท้องของเต่าหินได้อย่างไร นี่แหละปัญหา
ใหญ่?
ในระหว่างที่เขากำลังปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่
นั้น ไม่คิดว่า หนานซาน หวางเยว่ จะติดต่อมาว่า
บัดนี้ปีศาจสมุทรกำลังปิดล้อม วงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์ พวกมันกำลังจะจับตัวโอรสเล่อ ส่วน
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็กำลังสู้กับปีศาจ
สมุทรที่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 4 พวกเขาทั้งสองแยกกันรับมือ สถานการณ์
ในตอนนี้จัดว่าอันตรายอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ ต้องรีบไปช่วยให้เร็วที่สุด!