กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 105 : กับดักมรณะ
“ท่านอาวุโส! ข้า..ข้าได้ตามเจ้าเด็กนั่นไปแล้ว แต่
ว่ามันเร็วเกินไป ทำให้ข้าคลาดกับมันไปแล้ว!”
ปีศาจหมีทมิฬ ได้ย้อนกลับมา หลังจากที่เห็นบุรุษ
รูปงามแล้ว ถึงแม้ในใจมันจะเกิดความหวาดหวั่น
ยิ่ง แต่มันก็ยังใจดีสู้เสือกล่าวออกไปอย่าง
ระมัดระวังตน
ในตอนนี้บุรุษรูปงามได้กำลังเลียนิ้วอันเรียวขาว
ของตนเองที่เปรอะเปือนไปด้วยเลือดอยู่
บนพื้นนั้นมีเศษชุดกระโปรงยาวสีแดงตกอยู่
“ทะ..ท่านอาวุโส หรือว่าศิษย์ของนิกายกระบี่
สวรรค์….” ชุดกระโปรงยาวสีแดงนั้น มันสะดุดตา
อย่างยิ่ง จนทำให้ ปีศาจหมีทมิฬ จำได้ดีว่าผู้สวม
ใส่มันคือหญิงสาวที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง
“ข้ากินไปแล้ว” บุรุษรูปงามได้กล่าวพรางยิ้ม
ขึ้นมาอย่างน่าขนลุก
“แข็งแกร่งยิ่ง”
ในใจของ ปีศาจหมีทมิฬ ราวกับถูกอัสนีฟาดใส่
ข้อห้ามสูงสุดของเหล่าผู้ฝึกตนที่กำชับเอาไว้คือ
การห้ามไม่ให้ปีศาจกินมนุษย์ แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะ
ได้เข้ามายังส่วนลึกของ หุบเขาโชคชะตาเซียน
แล้วกินผู้ฝึกตนไปเสียอย่างนั้น มันจึงทำให้ ปีศาจ
หมีทมิฬ ทั้งอิจฉาและชื่นชมไปในเวลาเดียวกัน
“ตามข้ามาสิ หากจับได้อีก ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มลอง
รสชาติ” บุรุษรูปงามได้โบกสะบัดแขนเสื้อแล้วเดิน
เข้าสู่กลุ่มหมอกหนา
“ขอรับ ท่านอาวุโส!” ปีศาจหมีทมิฬ รีบติดตามไป
อย่างสัตว์แสนเชื่อง
ฟูั้วว!
ขณะนั้น ได้มีแสงไฟล่อยลอยออกมาจากในทิศทาง
ที่พวกมันได้เดินจากไป ต่อมาเศษชุดกระโปรงยาว
สีแดงที่ตกอยู่บนพื้นนั้นได้ถูกเผาไหม้ไปอย่าง
รวดเร็วจนไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ตรวจสอบ
ส่วน ศาตราเต๋า วิญญาณเซียน ยันต์ต่างๆ ของผู้
ฝึกตนที่ได้สังหารไปทั้งหมดนั้น ล้วนแต่ตกอยู่ในมือ
ของบุรุษรูปงามผู้นี้ทั้งสิ้น
“ท่านอาวุโส ท่านไม่ไล่ตามเจ้าเด็กที่ถือพลองไป
แล้วหรือ?” ปีศาจหมีทมิฬ ได้เอ่ยถามขึ้น
“ข้าได้ครุ่นคิดดูแล้ว และก็ได้มั่นใจแล้วว่าเด็กคน
นั้นไม่ใช่ปีศาจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด หาก
เจอกันครั้งหน้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ลิ้มลองรสชาติ
ของมันก็แล้วกัน เพราะข้าไม่ชอบกินผู้ชายนัก
เพราะเนื้อมันแข็งเกินไป”
“ขอบคุณท่านอาวุโสเป็นอย่างยิ่ง” ปีศาจหมีทมิฬ
ดีอกดีใจเป็นอย่างมาก ตัวมันที่ทำแผนการไม่
สำเร็จ จึงได้คิดไปว่า จะต้องโดนดุด่าหรือโดนอะไร
สักอย่างเป็นแน่ แต่นี่กลับไม่มีเลยแม้แต่นิด
“รอให้ข้าเก็บกวาดเหล่าศิษย์ทั้งหลายให้หมด
เสียก่อน แล้วข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่ ข้าได้ยิน
มาว่ายังมีอีก 2 ตน เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกนั้นอยู่ที่
ใด?” บุรุษรูปงามได้เอ่ยถามขึ้น
“รู้ขอรับ พวกเราต่างถูกผนึกอยู่ในเจดีย์ผนึกปีศาจ
มานานหลายปี ทำให้พวกเรากลายเป็นสหายร่วม
เป็นร่วมตาย”
“เจดีย์ผนึกปีศาจ ยังมีปีศาจที่ถูกกักขังไว้อีก
เท่าไหร่?”
“หากนับรวมพวกข้าทั้ง 3 ก็จะมี 172 ตน ด้วยกัน
และปีศาจมีที่มีดวงธาตุทั้งหมด 43 ตน”
“หึ นิกายกระบี่สวรรค์ หาญกล้าที่จะกักขังพี่น้อง
ปีศาจของข้าเอาไว้ 172 ตน ฉะนั้นข้าจะสังหาร
ศิษย์ของมัน 172 คน เพื่อที่จะสามารถระบาย
โทสะของเหล่าพี่น้องทั้ง 172 ตน ได้” บุรุษรูปงาม
ได้มองไปยังทิศทางของ เทือกเขาคราม และยิ้ม
ออกมาอย่างชั่วร้าย
“ท่านอาวุโส นิกายกระบี่สวรรค์ มีความแข็งแกร่ง
ยิ่ง พวกมันมียอดฝีมือขั้น สร้างแกนนภา ถึง 2 คน
ด้วยกัน” ปีศาจหมีทมิฬ กล่าวออกมาด้วยความ
ตื่นตระหนก
“ก็แล้วยังไง ถึงยังไงอายุขัยของพวกมันก็มาถึงใน
เร็ววันอยู่ดี”
บุรุษรูปงามได้ยิ้มขึ้นบางๆ จากนั้นก็พา ปีศาจหมี
ทมิฬ หายเข้าสู่กลีบเมฆหมอก
“หงอี้!”
“ศิษย์พี่หนี่!”
สุ่ย หลานเยว่ และศิษย์อีกสองคนที่อยู่ในขั้นหลอม
รวมลมปราณระดับที่ 5 ได้มารวมตัวกัน แต่
กระนั้น ผ่านไปค่อนวัน พวกเขากลับหาตัว หนี่ หง
อี้ ไม่พบเสียอย่างนั้น
“ตอนนั้นข้าได้เห็น ปีศาจหมีทมิฬ ไล่ตามนางอยู่
ดังนั้นข้าจึงคิดว่านางน่าจะทำลาย ยันต์เพลิงแดง
ทะยานฟั้า แล้วออกจาก หุบเขาโชคชะตาเซียน ไป
แล้วก็เป็นได้” ศิษย์ชุดเขียวกล่าว
“ใช่ว่าพวกเราจากไปไกลซะที่ไหน หากมีคน
ทำลาย ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า พวกเราก็ต้อง
เห็นแล้วสิ?” ศิษย์ชุดน้ำเงินเกิดข้อสงสัยขึ้น
“นางน่าจะหนีไปไกลแล้วจากนั้นคงถูกสถานการณ์
บังคับให้ใช้ยันต์กระมั้ง หรือไม่แน่บางทีนางอาจจะ
ยังอยู่ภายใน หุบเขาโชคชะตาเซียน เราน่าจะรอ
นางอยู่ที่สระมรกตอีกสักพัก”
ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจทั้งหมดก็ยังคงขึ้นอยู่กับ
หลาน สุ่ยเยว่
สีหน้าของนางบึ้งตึง แสดงออกถึงความไม่พอใจ
อย่างชัดเจน ในตอนนี้นางได้ส่ายหัวขึ้นและกล่าว
ว่า “นางสมควรที่จะออกไปแล้ว ไม่เช่นนั้นนางคง
มาถึงสระมรกตก่อนพวกเราเสียอีก พวกเราไปหา
รากฐานเซียน กันต่อเถอะ หากขืนชักช้าอาจจะถูก
คนอื่นแย่งชิงตัดหน้าไปเสียก่อน”
“ตกลง”
จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็ได้เดินทางโดยใช้เส้นทาง
ที่มีภูมิประเทศอันซับซ้อน เพราะเกรงว่าอาจจะ
พบกับ ปีศาจหมีทมิฬ อีก จึงต้องระวังรอบคอบให้
มาก
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงบางอย่าง ซึ่ง
สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดการต่อสู้ขึ้น
“ไป!”
เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีคนเจอกับปีศาจเข้าเป็นแน่
ถึงได้เกิดการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้ขึ้น
ทั้งสามได้มุ่งหน้าไปจนเข้าใกล้สถานที่ที่เกิดการ
ปะทะขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นเบื้องหน้าของพวกเขาก็
ปรากฎลำธารที่มีความลึกหลายฟุต ซึ่งน้ำในแม่น้ำ
นี้ก็ไหลเชี่ยวเป็นอย่างมาก
“ไปยังต้นลำธาร!”
ทั้งสามยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่อง
ที่จริงพวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า อู่ อวี้ ที่ได้ยิน
เสียงเช่นเดียวกับพวกเขา จึงได้เดินทางเพื่อไปยัง
บริเวณตำแหน่งของต้นลำธารเช่นกัน
หลังจากที่หลบหนี ปีศาจหมีทมิฬ มาจนถึงตอนนี้
ผ่านมาครึ่งค่อนวันแล้วแต่เขากลับยังหาปีศาจ
จิ้งจอกไม่เจอ แน่นอนว่าหากหานางไม่เจอ ก็
เท่ากับว่าหา รากฐานเซียน ไม่เจอเช่นกัน เนื่อง
ด้วยจนถึงตอนนี้เขายังไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่นิด
ทำให้เกิดความกังวลขึ้นมาในจิตใจเป็นอย่างมาก
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขาปรารถนาที่จะได้ รากฐาน
เซียน ไม่น้อยกว่าคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่เลยแม้แต่น้อย
รากฐานเซียน คือสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับการปูทางสู่
อนาคตที่สดใส
ซูววววว ซูววววว!
ในที่สุด พวกเขาทั้ง 4 ก็ได้มายืนอยู่บนบริเวณจุด
ต้นลำธาร
หลังจากที่พวกเขาได้มาถึง การต่อสู้ก็ได้จบลง
อย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงแค่ร่องรอยของการต่อสู้
ผืนดินที่เป็นหลุมเป็นบ่อ คลื่นน้ำที่ถูกซัดกระเซ็น
เข้าฝังจนดินเปียกชุ่ม
ในลำธารนี้ปรากฎให้เห็นปลาที่มีความยาวหลาย
จั้ง และ ขนาดตัวของมันใหญ่ยักษ์เป็นอย่างมาก
ครีบหลังของมันแข็งแกร่งดุจดาบใหญ่ ปากของ
ใหญ่โตมโหฬาร ฟันแถวล่างของมันแต่ละซี่แหลม
คมจนน่ากลัว บนหัวของมันมีลูกตา 2 ดวงใหญ่ 2
ดวงเล็ก ซึ่งรวมกันแล้วมีถึง 4 ดวงด้วยกัน ทำให้
รูปลักษณ์ของมันดูน่ากลัวอย่างที่สุด
ซึ่งปลาตัวนี้ น่าจะเป็นปีศาจปลาฉลามอย่าง
แน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้บนร่างกายของมันเต็มไป
ด้วยเลือดและบาดแผลจากวิชาเต๋ามากมาย ศิษย์
สาวกทั้ง 6 คน กำลังล้อมตัวมันไว้อยู่ พวกเขาได้
ใช้ศาตราเต๋าผนวกกับวิชาเต๋าฟาดฟันเข้าใส่ปีศาจ
ปลาฉลามอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ปีศาจปลาฉลามได้
แปลงกลายสู่ร่างมนุษย์ จากนั้นต่อมาได้มีศาตรา
เต๋าชนิดหนึ่งที่มีความสามารถคล้ายกับ ลำนำ
สายรุ้ง ได้เข้าพันธนาการ ปีศาจปลาฉลามตนนี้
เอาไว้
พวกเขาสามารถจับปีศาจได้สำเร็จ!
ทั้ง อู่ อวี้ หลาน สุ่ยเยว่ และพรรคพวก ที่ก่อนหน้า
นี้ได้กระจายอยู่รอบ หุบเขาโชคชะตาเซียน ขณะนี้
พวกเขาต่างมารวมกันอยู่ในที่แห่งนี้ โดยการหลบ
ซ่อนตัวเอาไว้
“พาพวกเราไปยังที่ตั้งของ รากฐานเซียน แล้ว
พวกเราจะไว้ชีวิตเจ้า”
การที่เหล่าศิษย์ที่ยืนล้อมตัวมันเช่นนี้ ทำให้ปีศาจ
ปลาฉลามไม่อาจแข็งขืนได้ ที่จริงมันได้เคยเจอ
เหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้งแล้ว ทำให้มันจึงยอมและ
รีบพยักหน้าอย่างโดยเร็ว จากนั้นก็กล่าวออกไปว่า
“ปีศาจน้อยผู้นี้จะนำทางพวกท่านไปเอง”
เมื่อหลังจากที่พาพวกเขาไปถึงที่หมายแล้ว
เพื่อที่จะได้รับ รากฐานเซียน มาไว้ในครอบครอง
จะต้องเกิดการต่อสู้แย่งชิงขึ้นเป็นแน่
เพราะยังไงแล้วการที่เหล่าศิษย์แห่งนิกายกระบี่
สวรรค์ได้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อเข้าจัดการ
ปีศาจปลาฉลาม เช่นนี้ ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพราะ
รากฐานเซียน ซึ่งเมื่อถึงเวลาแล้ว พวกเขา
เหล่านั้นจะต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อแย่งชิงมัน
มาโดยไม่สนว่าจะเป็นมิตรสหายหรือไม่
จากนั้น ปีศาจปลาฉลาม ก็ได้นำทางพาเหล่าศิษย์
ทั้งหลายไปยังสถานที่ตั้ง รากฐานเซียน ชิ้นแรก!
“ตามพวกมันไป เมื่อถึงเวลาก็ให้ลงมือชิงมาซะ
ใครที่สามารถนำ รากฐานเซียน มามอบให้แก่ข้าได้
หลังจากที่ออกไปแล้ว ข้าจะตอบแทนรางวัลให้จน
พอใจ” หลาน สุ่ยเยว่ กล่าว
“ไม่มีปัญหา”
เพื่อของกำนัลของ หลาน สุ่ยเยว่ แล้ว การที่พวก
เขายอมกลับเข้ามาเพื่อค้นหา รากฐานเซียน ในปี
หน้าก็ย่อมไม่มีปัญหา ถึงยังไง ด้วยความสามารถ
และขอบเขตลำดับขั้นที่พวกเขาอยู่ในปัจจุบันนั้น
จะรออีกสัก 10 ปี ก็ยังไม่สาย
อู่ อวี้ ที่หลบซ่อนอยู่นั้น ได้ครุ่นคิดอยู่สักพัก
จากนั้นก็ติดตามไป
รากฐานเซียน ไม่มีกฎกำหนดตายตัวว่าจะต้องตก
เป็นของใคร แน่นอนว่าหากใครสามารถคว้ามาได้
ก็ย่อมตกเป็นของคนคนนั้น
ขณะนี้การเดินทางจะแบ่งเป็นสามกลุ่มด้วยกัน
โดยมีทั้งหมด 10 คน ศิษย์ทั้ง 6 ได้เดินตามหลัง
ปีศาจปลาฉลาม อย่างกระชั้นชิด ส่วน อู่ อวี้ และ
หลาน สุ่ยเยว่กับพรรคพวกนั้น ได้แอบลักลอบตาม
ไปอย่างเงียบๆ
เพียงแต่ ไม่มีใครได้ล่วงรู้เลยว่ายังมีกลุ่มที่ 4 อยู่
ด้วย ซึ่งกลุ่มที่ 4 นี้ได้กำลังสังเกตการณ์อยู่ในที่
ห่างไกล เพราะยังไงแล้วหากเกิดการต่อสู้ขึ้น ก็คง
จะต้องกลายเป็นการต่อสู้ตะลุมบอนที่รุนแรงและ
ขยายเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน
ท่ามกลางสายหมอกอันหนาแน่น ได้มีเงาทั้ง 3 ยืน
อยู่บนหน้าผาอันสูงชัน
ทางด้านซ้ายคือ ปีศาจหมีทมิฬ ผู้โง่งม
ทางด้านขวาคือ ปีศาจจิ้งจอก ผู้งดงามและเต็มไป
ด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล ไม่น่าแปลกใจเลยที่ อู่
อวี้ ไม่สามารถหานางพบ เพราะว่าพวกเขา ได้พบ
ตัวนางก่อนแล้วนั่นเอง
แน่นอนว่าผู้ที่อยู่ตรงกลางคือบุรุษรูปงาม และเขา
เป็นเพียงผู้เดียวที่ไม่มี เส้นด้ายจากคันเบ็ดอสูร
คอยพันธนาการเอาไว้อยู่
ที่จริงแล้ว ด้วยคันเบ็ดอสูรของ อาวุโสเซินถู นั้น
เขาสามารถระบุตำแหน่งของเหล่าปีศาจได้อย่าง
ชัดเจน แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องที่ว่าเขาไม่สามารถ
ล่วงรู้ได้เลยว่าเหล่าปีศาจได้ทำอันใดไปบ้าง ซึ่ง
การที่ปีศาจ 2 ตน จะได้มารวมตัวอยู่ด้วยกันเช่นนี้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“ข้ามีอยู่วิธีหนึ่งที่สามารถจับพวกมันได้ทั้งหมด
แต่กระนั้นก็จำเป็นที่จะต้องใช้สถานที่ปกปิดซ่อน
เร้นอย่างเช่นถ้ำที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย” ทันใดนั้น
บุรุษรูปงามก็ได้เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งรอยยิ้มบนใบหน้า
“ท่านอาวุโส ข้ารู้จักสถานที่เช่นนั้นอยู่ที่หนึ่ง ที่
แห่งนั้นไม่เลวเลย เหมาะสำหรับการปิดซ่อนเร้น”
ปีศาจจิ้งจอกได้กล่าวด้วยท่าทางอันเย้ายวนที่
เปียมไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลยิ่ง
“แล้วปีศาจปลาฉลามล่ะ รู้จักสถานที่แห่งนั้น
หรือไม่?” บุรุษรูปงามได้เอ่ยถามขึ้น
“แน่นอนย่อมรู้จัก พวกเราเคยไปยังสถานที่แห่ง
นั้นมามากกว่าหลายสิบรอบ พวกเราจึงคุ้นเคย
สถานที่แห่งนั้นเป็นอย่างดี” ปีศาจจิ้งจอกกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี หมีทมิฬ ข้ามีงานให้เจ้าไปทำ จงไป
ปันปั่วนกลุ่มทั้ง 6 คนนั่นซะ และจงแอบส่งข้อ
ความลับถึงที่ซ่อนนั้นให้แก่ ปีศาจปลาฉลาม
จากนั้นก็ให้มันพาพวกคนเหล่านั้นไปยังที่แห่งนั้น
เพราะข้าจะวางกับดักเอาไว้เพื่อรอการมาถึงของ
พวกมันทั้งหมด” บุรุษรูปงามเอ่ยขึ้นด้วยความ
มั่นใจอย่างเต็มเปียม
ปีศาจหมีทมิฬ เกิดความ ปิติยินดียิ่ง
“ท่านอาวุโส จะล่อให้พวกมันไปยังสถานที่แห่งนั้น
แล้วทำการสังหารหมู่ใช่หรือไม่?”
“แผนของข้า เจ้ายังไม่เชื่ออีกงั้นหรือ? พวกเจ้า
แน่ใจได้เลยว่าจะไม่มีใครสามารถใช้ ยันต์เพลิง
แดงทะยานฟั้า และหนีออกไปได้แม้แต่คนเดียว ”
“ขอรับ ข้าจะไปบัดเดี๋ยวนี้!”
ปีศาจหมีทมิฬ เกิดความสุขขึ้นจนเก็บอาการไม่อยู่
ตัวมันเพียงแค่ต้องไปส่งข้อความลับซึ่งเป็นการนัด
หมายสถานที่ให้แก่ ปีศาจปลาฉลาม และหลังจาก
นั้น ปีศาจหมีทมิฬ ก็จะได้รับอิสรภาพที่ตัวมันเฝั้า
รอมานาน!
หลังจากที่ ปีศาจหมีทมิฬ จากไป ทั้งบุรุษรูปงาม
และ ปีศาจจิ้งจอก ต่างก็ทอดมองไกลออกไป
“ท่านอาวุโส ท่านวางแผนจะทำกับดักเช่นไรอย่าง
นั้นหรือ?”
“ข้าจะใช้พลังจากเวทย์ปีศาจของข้าในการทำกับ
ดักนี้ขึ้น ตราบใดที่พอมีเวลาให้เตรียมการ ก็ไม่
จำเป็นที่จะต้องเข้าปะทะต่อสู้กันโดยตรง แต่หาก
มันสำเร็จ เหล่าศิษย์ทั้งหลายก็จะไม่สามารถหนีไป
ไหนได้แม้แต่คนเดียว”
“ท่านอาวุโส ท่านจะต้องมอบชายหนุ่มคนนั้น
ให้แก่ข้านะ”
“ย่อมได้”
“ข้าต้องการเขาเพียงแค่คนเดียว” ปีศาจจิ้งจอก
ได้กรีดกรายนิ้วและชี้ไปยัง อู่ อวี้ ที่แอบลอบตาม
กลุ่มศิษย์ทั้ง 6
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ