กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1051: โอรสผูใชกระบี่
ยามนี้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ที่กำลังกระจัด
กระจายแยกตัวหลบหนี เกือบจะถูกเต่าหินบดขยี้
ทำลายอย่างสิ้นเชิงแล้ว
โชคดีที่ตำแหน่งปัจจุบันของ อู่ อวี้ มองผ่าน
เนตรเพลิงแล้วเห็นว่าตรงสุดเส้นปลายขอบฟั้า มี
ระเบิดเพลิงลุกท่วมอยู่ทุกแห่งหนสร้างความ
ปันปั่วนโกลาหลไม่น้อย แล้วเขาก็เห็นว่ามีบางสิ่ง
บางอย่างอยู่ตรงพื้นดินนั่นก็คือเต่าหิน
” ไข่มุกทองคำเหยียนหวง!” อู่ อวี้ หัวใจเต้น
แรงระทึก เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงนั้นอยู่ที่ใด ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบผสานร่าง
กับเมฆาตลบฟั้ามุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง
โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจ
ว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะเต่าหิน แต่เขา
สามารถใช้ข้อได้เปรียบทางด้านความยืดหยุ่น
คล่องตัวของร่างกาย หลบหลีกและแย่งชิงไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงได้ในที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องใช้
กำลังเอาชนะคู่ต่อสู้
ถ้าให้กล่าวถึงความรู้สึกตามสัตย์จริงยามนี้ อู่
อวี้ รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียว เพราะครั้งนี้เขาเจอ
มันด้วยตนเองแล้วโอกาสความสำเร็จยังอยู่ใน
ระดับค่อนข้างสูงอีกด้วย
หากประสบความสำเร็จจริง ๆ ก็นับว่า
ประเสริฐยิ่ง …
สมบัติที่อยู่ภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวง
จักรวรรดิเปั่ยหมิง และอาณาจักรผู้ฝึกตนอื่น ๆ
จากทั่วชมพูทวีปโลกธาตุ เก็บรวบรวมมาอย่าง
ยากลำบาก เพื่อนำมาถวายในเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ต่อจากนี้หากเขาหลบหนีไป
อยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล เขาก็ยังมีสมบัติ
มหาศาลที่อยู่ภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวงเป็น
ทุนรอนติดตัว
” อย่าคิดอะไรให้มากความ ลองทำให้ดีที่สุด
เดี๋ยวก็รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร! ” เขาสลัดความ
ตื่นเต้นของตนเองออกไป พยายามสะกดข่มจิตใจ
ให้เย็นลง ตอนนี้เขาเลือกใช้เทียมฟั้าจรดดินย่อ
ขนาดตัวให้เล็กที่สุด เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วและทำ
ให้เต่าหินหาตัวเขาได้ยากขึ้น แล้วหลังจากนั้นเขา
ก็จะแอบย่องไปเก็บไข่มุกทองคำเหยียนหวง ถือ
เป็นการรบโดยไม่เสียเลือดเสียเนื้อเลยก็ว่าได้
เขาเห็นเต่าหินอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง มัน
ยังคงมีโทสะเกรี้ยวกราดเป็นฟืนเป็นไฟ หลังจาก
มันบดขยี้ร่างอวตารทั้งหมดจนเกลี้ยงแล้ว มัน
อาจจะรู้ว่าทั้งหมดนี้มิใช่ตัวจริง ดังนั้นจึงไม่อาจ
ดับไฟโทสะที่มีอยู่ในใจของมันได้ ส่งผลให้เวลานี้
มันจึงคลุ้มคลั่งชนิดที่ว่าพลิกสวรรค์พลิกปฐพีเลยก็
ว่าได้
ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ใกล้ ๆ มันล้วนถูกบด
ขยี้ทำลายจนสิ้น ตอนนี้รอบตัวของมันอาบท่วมไป
ด้วยทะเลเพลิงที่พลุ่งพล่านปันปั่วนถึงขีดสุด
อุณหภูมิความร้อนของทะเลเพลิงในยานเทียบได้
กับครึ่งหนึ่งของหยาดเพลิงวิญญาณเซียนเลย
ทีเดียว ระหว่างที่คนอื่น ๆ กำลังหวาดกลัวกับการ
อาละวาดของเต่าหินอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็กำลังซุ่มซ่อน
รอจังหวะเผด็จศึก เขาสามารถทนทานฝั่าความ
ร้อนของทะเลเพลิงลาวาตรงหน้าได้ เพื่อไปเอา
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงที่ฝังอยู่บริเวณใต้ท้องของ
เต่าหินยักษ์ตัวนี้
คนเขยิบเข้ามาใกล้เต่าหินมากขึ้น ทะเลลาวาที่
ห้อมล้อมโดยรอบยังคงเดือดพล่านปุด ๆ ความ
ร้อนแผดเผากัดเซาะร่างกายของ อู่ อวี้ ซ้ำแล้วซ้ำ
อย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็ยังอดทนกัดฟันสู้กับความ
ปวดแล้วมุ่งหน้าต่อไปยังจุดหมายปลายทาง
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มาอยู่ในจุดที่วุ่นวาย
มากที่สุด เพลิงลาวาในตำแหน่งที่เขาอยู่ยามนี้
เป็นเสมือนดั่งคลื่นสมุทรที่พัดพากวาดผ่านไปทั่ว
ทุกแห่งหน คลื่นทะเลเพลิงปันปั่วนยากที่จะยืน
หยัดพยุงตัวได้ แต่เรื่องนี้ก็หาได้สำคัญไม่ เพราะ
เวลานี้ อู่ อวี้ ได้ใช้เนตรเพลิงมองผ่านทะเลลาวา
ไปยังใต้ท้องของเต่าหิน!
ท่ามกลางความเลือนราง ตรงบริเวณกลางท้อง
ของมันสามารถแลไข่มุกทองคำเหยียนหวง!
หลังจากเห็นเปั้าหมาย เขาก็เชื่อว่าตนเองไม่ได้
คาดการณ์ผิด แลพบว่าเต่าหินเริ่มสงบลงเล็กน้อย
อู่ อวี้ ในร่างเล็กจิ๋วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็
พุ่งเข้าไปใต้ลาวาอันเหนียวหนืด แหวกว่ายไปยัง
ตำแหน่งของไข่มุกทองคำเหยียนหวงอย่างรวดเร็ว
เขาวางแผนไว้ว่าหลังจากได้รับไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง เขาจะรีบเผ่นเข้าเจดีย์ล่องกำเนิดทันที
แล้วก็หลบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดพร้อมกับ
เจดีย์ล่องกำเนิด แผนการของเขาดูน่าตื่นเต้น
ระทึกใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งนี่อาจเป็นโอกาส
สุดท้ายภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล หากพลาด
พลั้งคงยากจะมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้ได้อีก!
“ย่า!”
บางทีนี่อาจจะเป็นรุ่งอรุณแห่งชัยชนะ อู่ อวี้
รู้สึกว่าช่วงเวลานี้มันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน
อู่ อวี้ ค่อย ๆ เข้าใกล้เต่าหิน ซึ่งเวลานี้มัน
กำลังอยู่ในห้วงภวังค์แห่งนิทรา ไม่ทันสังเกตเห็น
ว่าเขากำลังเข้ามาใกล้มัน ถือว่านี่เป็นโอกาสดี
สำหรับ อู่ อวี้ มาก
ในมุมมองของเขาตอนนี้เริ่มมองเห็นไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ชัด
ขนาดที่ว่า อู่ อวี้ สามารถเห็นสัญลักษณ์ของ
จักรพรรดิโบราณได้อย่างชัดเจน แสดงว่าสิ่งนี้
จะต้องเป็นไข่มุกทองคำเหยียนหวงอย่างไม่
ผิดเพี้ยนเป็นแน่!
ตอนนี้มันยังอยู่แค่ในชั้นที่ 2 ของเจดีย์ เขาคิด
ว่าบางทีมันอาจขึ้นไปสู่ชั้นที่สูงขึ้นก็เป็นได้หาก
พลาดพลั้ง
“ลงมือ!” เขาพุ่งตรงไปเหมือนดั่งลูกศร
แต่ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอัน
ร้ายแรงยิ่ง เต่าหินนั้นร้ายกาจกว่าที่คิด ระหว่างที่
เขากำลังเคลื่อนตัวมุ่งสู่เปั้าหมาย แต่แล้วอยู่ ๆ
เต่าหินก็ตื่นขึ้น ฉับพลันนั้นเกิดการสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง คลื่นลาวากระเพื่อมสาดกระเซ็นไป
ทั่วทุกแห่งหน แล้วในเวลานั้นเขาก็รู้สึกว่าเต่าหิน
เจอตัวของเขาแล้ว
โฮกกก โฮกกกกกก!
ในเวลานี้เต่าหินส่งเสียงคำรามด้วยโทสะอัน
โกรธเกรี้ยว ปลดปล่อยเพลิงลาวาออกมาอย่าง
มหาศาล สาดกระเซ็นกระจัดกระจายไปหลาย
ร้อยลี้ ด้วยการเคลื่อนไหวอันใหญ่โต อู่ อวี้ รู้ทันที
ว่าเจ้าเต่าหินเจอตัวเขาแล้ว แม้ว่าเขาจะเคลื่อนตัว
เข้าหาเปั้าหมายอย่างแผ่วเบา แต่การกระทำของ
เขาก็นำมาซึ่งสถานการณ์อันเลวร้าย ซึ่งรุนแรง
พอจะสร้างควายคุกคามให้แก่ชีวิตของตนเองได้
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงวิกฤตอันตรายร้ายแรง เขารู้
ทันทีว่ากำลังมีใครบางคนมาที่นี่ นอกจากนี้ยังเป็น
ยอดฝีมือแก่กล้าที่บำเพ็ญเพียรมาแล้วหลายร้อยปี
มิฉะนั้นคงไม่น่าจะเกิดการเคลื่อนไหวดังกล่าวขึ้น
ยามนี้ อู่ อวี้ ไม่รีบร้อน ด้วยเพราะอีกฝั่ายยัง
ไม่น่าจะรู้ว่ามีไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ที่นี่
ท่ามกลางความปันปั่วนโกลาหลเขาค่อย ๆ ย่อง
เข้ามาอย่างเงียบ ๆ เมื่อมองผ่านเพลิงลาวา เขาก็
แลเห็นว่าเหนือศีรษะของเต่าหินได้ปรากฏเงาร่าง
ของคนผู้หนึ่งขึ้น คนผู้นั้นถือจับกระบี่อยู่ในมือ
เจ้าของกระบี่มีเส้นเกศาสีขาว ดูประดุจดังเทพ
เซียนก็มีปาน สวมใส่ชุดคลุมเรียบง่าย รูปลักษณ์ดู
อบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง ในแววตาไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เห็นเต่าหิน
อยู่ที่นี่
“โอรสยวี?” อู่ อวี้ ไม่คิดว่าจะได้พบโอรสยวีที่นี่
เขาคนนี้คือโอรสองค์โต ทั้งยังมีฝีมือแก่กล้ามาก
ที่สุด คราแรก อู่ อวี้ คิดว่าโอรสยวีน่าจะรีบขึ้นไป
ชั้นที่ 4 หรือ 5 เนื่องจากตัวตนที่อยู่ในระดับ
เดียวกับพวกเขา ล้วนเร่งรีบขึ้นไปด้านบนกัน
หมดแล้ว
” จะบอกว่าแค่ผ่านมา แล้วบังเอิญเจอเข้ากับ
สรรพเทวะวิญญาณเช่นนั้นหรือ? แต่ถ้าเขา
ต้องการที่จะฆ่าสรรพเทวะวิญญาณตัวนี้จริง ๆ
แล้วเอาร่างของมันไป ถ้าเช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร
ดี? ไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะตกอยู่ในมือของเขา
หรือไม่? ”
อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ นึกถึงครั้งแรกที่
พบเจอไข่มุก การคว้าจับหรือครอบครองไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พอนึกถึง
เรื่องนี้ก็ทำให้เขาวิตกกังวลน้อยลง หากทั้งสองมี
การเผชิญหน้ากันเขาจะต้องหลบซ่อนตัวให้มิดชิด
ที่สุด
เป็นดั่งที่คาดไว้ โอรสยวี ที่อยู่เบื้องหน้าเต่าหิน
ซึ่งตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง ทะยานเข้า
ประหัตประหารกับเต่าหินโดยไร้ซึ่งความอดทน
อดกลั้นใด ๆ ล่ำลือกันว่าศาสตราวุธในมือของ
โอรสยวีเป็น ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา’ ซึ่งมี
อำนาจทำลายล้างและความร้ายกาจอยู่ในระนาบ
บนสุดเลยก็ว่าได้ ระหว่างที่พวกมันกำลังต่อสู้กัน
อยู่นั้น อู่ อวี้ ก็กระทำได้เพียงหลบซ่อนตัวอยู่
ภายในส่วนลึก เพื่อไม่ให้โอรสยวีพบเจอเขา
ถึงแม้จะไม่อาจแลเห็นการต่อสู้ด้วยตาของ
ตนเอง แต่เขาสัมผัสได้ว่านี่คือการต่อสู้ของยอด
ฝีมือผู้แข็งแกร่งสูงสุดอย่างแน่นอน ราวกับราชา
ปีศาจสองตนซึ่งเปียมไปด้วยความแข็งแกร่งอย่าง
ไร้เปรียบกำลังห้ำหั่นประหัตประหารกัน ถึงแม้ อู่
อวี้ จะซ่อนตัวอยู่ลึกมากเพียงใด แต่เขาก็ยังได้รับ
ผลกระทบจากการโจมตีอยู่ดี โดยเฉพาะปราณ
กระบี่ทองคำที่พุ่งทะยานปักแทงเข้าไปในส่วนลึก
ของลาวา มันเกือบจะพรากชีวิตของ อู่ อวี้ ดังนั้น
เขาจึงรีบซ่อนตัวเร็วที่สุด
เหนือท้องเวหาดังก้องกังวานไปด้วยเสียง
คำรามของสัตว์ร้าย อีกทั้งยังมีเพลิงลาวาที่พวยพุ่ง
ขึ้นอย่างรุนแรงไปทั่วทุกแห่งหนเพราะโอรส
ภายใต้ความปันปั่วนโกลาหล อู่ อวี้ กระทำได้
เพียงรักษาความมั่นคงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป
ได้ แต่เขาก็กังวลว่าท่ามกลางการต่อสู้อันแสน
ปันปั่วน โอรสยวี จะพบไข่มุกทองคำเหยียนหวง
เข้า
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเต่ากรีดร้อง จากนั้นก็
ตามมาด้วยเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น ส่งผลให้
เพลิงลาวาที่กำลังลุกโหมกระหน่ำปันปั่วนสงบลง
อีกทั้งผลกระทบจากการต่อสู้ก็หยุดลงอย่างสิ้นเชิง
” คาดว่าโอรสยวีคงสังหารสรรพเทวะวิญญาณ
แล้ว ไม่คาดคิดว่าโอรสยวีจะทรงพลังถึงเพียงนี้ ”
หลังจากการต่อสู้จบลงแล้ว โอรสยวีคง
ตัดสินใจจากไปทันที หรือเป็นไปได้ว่าเขาจะนำ
ซากศพของเต่าหินออกไปด้วย อู่ อวี้ ไม่แน่ใจว่า
เขาจะรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของไข่มุกทองคำเหยียน
หวงหรือไม่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น
การแสวงหาโชควาสนาย่อมมาพร้อมกับความ
เสี่ยงเสมอ หากโอรสยวีประสบพบเจอกับตนเอง
มันคงไม่ไร้เหตุผลถึงขนาดสังหารเขาหรอกกระมั้ง
แต่เพื่อความปลอดภัย เขาจึงตัดสินใจซ่อนตัว
ต่อไป หลังจากรออยู่ชั่วครู่ ก็ยังไม่มีเสียงการ
เคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้น ทั้งยังสามารถแลเห็นเงา
ร่างของเต่ายักษ์ได้อย่างชัดเจน อู่ อวี้ เดาว่า
โอรสยวีคงจากไปแล้ว
เขาอดทนรออยู่ชั่วครู่ ถึงจะกล้าขึ้นไปด้านบน
ซากศพของเต่าหินเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ อู่ อวี้
จ้องมองไปยังส่วนท้องของมันด้วยความหวัง แต่
เมื่อเข้าไปใกล้ดูเหมือนว่าแสงสีทองตรงตำแหน่ง
ใจกลางร่างของเต่าทองจะมืดสลัวลง แล้วมันก็
หายไปอย่างสิ้นเชิง
” ไข่มุกทองคำเหยียนหวง หายไปแล้ว! ” อู่ อวี้
อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ แล้วที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือเป็นไป
ได้ว่าโอรสยวี รู้ถึงการดำรงอยู่ของไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง ดังนั้นจึงลงมือสังหารเต่าหิน แล้วนำ
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงไป? หรือการทดสอบของ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลจะสิ้นสุดลงแล้ว!
เขาหยุดอยู่ใต้ท้องของเต่าหิน จากนั้นก็
พยายามให้เพ่งพินิจมองดูอย่างใกล้ชิด แลเห็นว่า
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงหายไปแล้วจริง ๆ
” ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก … ” ตอนแรกเขาคิดว่า
โอกาสของตนเองมาถึงแล้ว ไม่คาดคิดว่าโอรสยวี
จะชิงลงมือตัดหน้าเขาเช่นนี้
อู่ อวี้ ถอนหายใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงของคนผู้
หนึ่งดันขึ้นข้างหูของเขาว่า ” เจ้ามาทำอะไรอยู่
ข้างล่างนี่งั้นหรือ? ราชอารักษ์เล่อ ”
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
เหงื่อเม็ดโตอันเย็นเยียบผุดขึ้น นี่คือเสียงของ
โอรสยวี เขารีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วแล้ว
พบว่า โอรสยวียืนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งจั้ง ใน
มือถือจับกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ บนใบเส้นมีเส้น
ทองคำลากยาวไปจนถึงสุดปลายกระบี่ ดวงตา
ของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า แย้มรอยยิ้ม พร้อม
จับจ้องมายัง อู่ อวี้
” ก่อนโอรสยวีจะสังหารเต่าหิน หม่อมฉัน
กำลังพยายามหลบหนีจากมัน ตอนนี้ก็เลยมาดูว่า
มันจะตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่ ” อู่ อวี้ สงบจิตใจลง
แล้วรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นเขาก็
สังเกตฝั่ายตรงข้าม ภายในใจมีคำถามว่าโอรสยวี
ได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวงหรือไม่?
หากไข่มุกทองคำเหยียนหวงบินทะยานออกไป
โอรสยวีจะต้องไล่ล่าติดตามอย่างแน่นอน ทว่า
หากเขาปรากฏตัวที่นี่ ก็มีความเป็นไปได้อยู่สอง
ประการเท่านั้น
ประการแรกก็คือเขาได้ไข่มุกทองคำเหยียน
หวงมาแล้ว
ประการที่สองเขายังไม่ได้มันไป ไม่รู้ว่ามัน
หายไปไหน หรือไม่บางทีอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามี
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่
ถ้าเป็นอย่างประการที่สอง อู่ อวี้ ก็มีโอกาส
” เช่นนั้นหรือ? ” โอรสยวีค่อย ๆ โบกสะบัด
กระบี่ ทันใดนั้นทะเลลาวาก็แยกจากกันอย่าง
สิ้นเชิง จากนั้นก็ก่อตัวเป็นโลกแห่งกระบี่ปิดล้อม
อู่ อวี้ กับโอรสยวีไว้ภายใน
และแล้วเขาก็เอ่ยขึ้นว่า ” ข้าอยากจะเจอเสี่ยว
เล่อสักครั้ง พาข้าไปเจอเขาหน่อย “