กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1052: ตําหนักเตาจักรพรรดิโบราณ
จริง ๆ แล้วโอรสยวี่ต้องการให้ตนไปพบโอรส
เล่อ …
จุดประสงค์ของโอรสยวี่คืออะไรกันแน่?
ถึงขนาดต้องใช้ปราณกระบี่ล้อมดัก อู่ อวี้ ไว้
เมื่อ อู่ อวี้ ติดอยู่ในวงล้อมเช่นนี้สิ่งเดียวที่เขา
ทำได้ก็คือปฏิบัติตามคำสั่ง
แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ อู่ อวี้ กังวลมากที่สุดใน
ยามนี้
นั่นคือ ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
เมื่อคิดถึงมันก็ทำให้เขารู้สึกลังเลเล็กน้อย
ตอนนี้ไม่รู้ว่าโอรสยวี่ได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงไปแล้วหรือยัง หรือเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงอยู่ที่ไหน
ถ้าหากโอรสยวี่ได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง
มาแล้วจริง ๆ ปั่านนี้การแข่งขันภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลก็น่าจะจบสิ้นลงแล้ว
เพราะถ้าหากผู้ใดได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวง และกระทำตามข้อกำหนดบททดสอบของ
จักรพรรดิโบราณอย่างลุล่วงสมบูรณ์ ทุกคนย่อม
ถูกขับออกจากเจดีย์วิญญาณบรรพกาลโดย
ปริยาย
แต่ปัจจุบันตัวเขายังอยู่ที่นี่ ส่วนเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น
นี่แสดงให้เห็นว่าการคาดคะเนอย่างหลังมี
โอกาสเป็นไปได้มากที่สุด ถึงโอรสยวี่จะฆ่าเต่าหิน
ไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ทราบเลยว่าบริเวณท้องของมัน
มีไข่มุกทองคำเหยียนหวงฝังอยู่
เท่ากับโอรสยวี่ไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังปล่อยมือ
จากไข่มุกทองคำเหยียนหวงโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เมื่อได้ข้อสรุปว่าโอรสยวี่ไม่ได้รับไข่มุกทองคำ
เหยียนหวง อู่ อวี้ ก็รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย
ถ้าเช่นนั้นก็เหลือแต่หาทางรับมือกับปัญหา
ตรงหน้า
การที่เขาใช้เขตแดนปราณกระบี่เช่นนี้ เห็นได้
ชัดว่าโอรสยวี่ต้องการข่มขู่เขานั่นเอง
เมื่อเห็นว่าอีกฝั่ายไม่ได้มีเจตนาสังหาร อู่ อวี้
จึงตอบกลับไปว่า ” หม่อมฉันบังเอิญพลัดหลงกับ
โอรสเล่อ ตอนนี้หม่อมฉันก็กำลังตามหาพระองค์
อยู่เช่นกัน ไม่ทราบว่าโอรสยวี่ต้องการตามหา
โอรสเล่อด้วยเหตุผลอันใด? ”
สายตาของโอรสยวี่ยังคงเย็นชา ไม่อาจรู้ได้ว่า
เขารู้สึกเช่นไร หลังจากนั้นเขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
แล้วพูดว่า ” อย่ามาเล่นลูกไม้กับข้าดีกว่า ข้า
ทราบว่าเจ้ารู้ อีกทั้งสหายทั้งสองของเจ้าก็อยู่กับ
เขาด้วย ”
เขากำลังพูดถึงหนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี
จากคำพูดนี้แสดงให้เห็นว่าโอรสยวี่รู้จัก อู่ อวี้
เป็นอย่างดี จริงอยู่ที่คนนอกจะรู้ว่าหนานซาน
หวางเยว่เป็นสหายของ อู่ อวี้ แต่ตัวตนของเย่ซีซี
คือผู้ฝึกตนนอกรีตที่ติดตามอยู่ภายใต้การบังคับ
บัญชาของโอรสเล่อ ดังนั้นผู้คนจึงไม่ทราบสัมพันธ์
ส่วนตัวระหว่างเขากับเย่ซีซี
” ถ้าเช่นนั้นข้าอยากจะถามโอรสยวี่มีธุระอันใด
กับโอรสเล่อ? พระองค์ก็คงทราบในฐานะที่ข้าเป็น
ราชอารักษ์เล่อ ก็ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของ
พระโอรส เป็นไปได้ว่าพระองค์อาจคิดข่มเหง
รังแกโอรสเล่อ ฉะนั้นถ้าหากโอรสยวี่ไม่พูดถึง
เจตนาที่ชัดเจน ข้าคงไม่อาจให้พวกท่านทั้งสอง
พบเจอกันอย่างแน่นอน ”
อู่ อวี้ พูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
เขามั่นใจว่าโอรสยวี่ไม่สามารถจับตัวเขาได้แน่
แต่แล้วเขาก็ไม่คิดว่าโอรสยวี่จะพูดอย่าง
ตรงไปตรงมาว่า “เสี่ยวเล่อเป็นน้องเล็กของข้า แต่
เขาก็เป็นคู่แข่งของข้าด้วยเช่นกัน แม้ยามนี้ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงจะยังไม่ปรากฏ ดังนั้นข้าเลย
คิดว่าควรไปกับเขา เพราะน่าจะมีโอกาสเจอไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงมากกว่า ”
สรุปกคือโอรสยวี่ต้องการร่วมค้นหาไข่มุกไป
พร้อมกับโอรสเล่อ
คาดว่าเขาอาจจะได้ยินเรื่องที่ อู่ อวี้ เกือบจะ
ได้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงตั้งแต่ครั้ง
แรกที่ปรากฏ เมื่อนำมาผนวกกับข่าวลือเรื่องของ
โอรสเล่อก่อนหน้านี้ บางทีโอรสยวี่อาจกำลังสงสัย
ว่าจักรพรรดิโบราณให้ความสนใจในตัวโอรสเล่อ
เป็นพิเศษ หากเขาติดตามโอรสเล่อก็มีโอกาสได้
เจอไข่มุกทองคำเหยียนหวงมากขึ้น
คงต้องบอกว่าเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมากทีเดียว
อู่ อวี้ หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” โอรสยวี่เชื่อว่า
โอรสเล่อจะโชคดีถึงเพียงนั้นเลยหรือ? คิดว่าไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงจะปรากฏใกล้ ๆ พระองค์ใช่
หรือไม่? ”
โอรสยวี่พยักหน้าแล้วตอบกลับไปว่า ” ข่าว
ลือย่อมมีมูล ข้าไปถึงชั้นที่ 4 ของเจดีย์มาแล้ว แต่
ก็ไม่พบเจอสิ่งใดเลย ดังนั้นข้าจึงรู้ทันทีว่าตนเอง
ควรอยู่ที่ใด แล้วใช้วิธีใดรับมือกับสถานการณ์นี้ ”
อู่ อวี้ รู้ดีว่าโอรสยวี่กล่าวอย่างแน่วแน่เช่นนี้
แท้จริงแล้วเขาต้องการอยู่ใกล้ ๆ กับ อู่ อวี้
ต่างหาก
บางทีการมีโอรสยวี่อยู่ข้าง ๆ ก็อาจจะ
ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม แต่เขาหมดสิทธิ์ที่จะ
ครอบครองสมบัติหรือสิ่งอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
โดยเฉพาะไข่มุกทองคำเหยียนหวง ด้วยอายุใน
การฝึกฝนบำเพ็ญตน กล่าวได้ว่าปูั่ทวดของ อู่ อวี้
ยังเทียบเคียงไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นการจะคว้าบางสิ่ง
บางอย่างจากเขาคงเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น
เดิมทีไข่มุกทองคำเหยียนหวงเป็นเสมือนดั่งฝัน
หวานของเขา แต่ถ้ามีโอรสยวี่คอยห้อยสอย
ติดตามเช่นนี้ เขาก็หมดสิทธิ์ฝันหวานอย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ พบเจอไข่มุกทองคำเหยียนหวงถึงสอง
ครั้งสองครา โอรสยวี่จึงมั่นใจว่า ถ้าติดตามอยู่ข้าง
กายโอรสเล่อ เขาจะมีโอกาสได้รับไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงง่ายกว่ามาก
นี่นับเป็นข่าวร้ายของพวกเขา เป็นธรรมดาที่
อู่ อวี้ ย่อมปฏิเสธ ไม่เช่นนั้นข้อได้เปรียบเพียง
อย่างเดียวของพวกเขาจะหายไป หากมีโอรสยวี่
คอยตามประกบอยู่ คงเป็นเรื่องยากที่จักรพรรดิ
โบราณจะคอยให้ความช่วยเหลือโอรสเล่อ
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงส่ายหัวแล้วพูดว่า ” คงไม่ได้พ่ะ
ย่ะค่ะ โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันคงไม่
อาจตกปากรับคำคำขอของพระองค์ได้ ยามนี้ไม่
ว่าจะเป็นเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ราชบัลลังก์
หรือไข่มุกทองคำเหยียนหวง สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้
ผู้คนคลุ้มคลั่ง กระหม่อมทราบดีว่าโอรสยวี่จริงจัง
ทุ่มเทกับการแข่งขันครั้งนี้มาก แต่ถ้าหม่อมฉันพา
พระองค์ไปหาโอรสเล่อ พระองค์อาจข่มเหงโอรส
เล่อได้ อีกทั้งตัวหม่อมฉันเองก็จะผิดต่อโอรสเล่อ
พระโอรสดีต่อหม่อมฉันมาก หม่อมฉันจึงไม่
สามารถทำร้ายพระองค์ได้ ”
เขาใช้เหตุผลดังกล่าวปฏิเสธฝั่ายตรงข้าม
ไม่นานนักแววตาของโอรสยวี่ก็ดูดุร้ายมาก
ยิ่งขึ้น
” ด้วยฝีมือความสามารถของเจ้าในตอนนี้ ไม่มี
สิทธิ์ขัดขืนหรือปฏิเสธข้าได้ อู่ อวี้! ” เสียงของ
โอรสยวี่เป็นเสมือนคมกระบี่ที่ปักแทงทะลุร่างกาย
ของเขา
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” โอรสยวี่กล่าวเช่นนี้
แสดงว่าพระองค์ต้องการลงโทษหรือสั่งสอน
กระหม่อมใช่หรือไม่? ถ้าหม่อมฉันไม่ยอมโอนอ่อน
ผ่อนตามแต่โดยดี พระองค์ก็จะบังคับข้าให้ไปตา
มหาโอรสเล่อ? ไฉนโอรสยวี่ไม่ไปตามหาโอรสเล่อ
เสียเองเล่า ในเมื่อข้าอยู่ที่นี่ก็แสดงว่าโอรสเล่อก็
ต้องอยู่ใกล้ ๆ ข้ามิใช่หรือ? ”
ดูเหมือนเขาจะรับมือเรื่องนี้ได้อย่างผ่อนคลาย
ไร้กังวล แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่ไม่
ธรรมดาของเขา
ที่เขากล้าท้าทายเช่นนี้ก็เพราะว่าที่นี่คือ เจดีย์
วิญญาณบรรพกาล ดังนั้นทุกสรรพสิ่งย่อมอยู่ใน
สายตาของจักรพรรดิโบราณทุกฝีก้าว อู่ อวี้ คาด
ว่าหากเขาตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายรุนแรง
ฝั่ายตรงข้ามจะไม่ทำอะไรผลีผลามเป็นแน่
อันที่จริง อู่ อวี้ ได้ผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า
เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ดังนั้นเขตแดนปราณกระบี่
ย่อมไม่สามารถกักขังเขาไว้ภายในได้ แต่ถ้าถูก
โจมตีอย่างกะทันหันก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะ
หลบหนีได้
ตอนแรกเขาคิดว่า การกล่าวเช่นนี้ออกไปจะ
ทำให้โอรสยวี่ขุ่นเคืองใจ จนโอรสยวี่ลงมือโจมตี
หรือไม่ก็บีบบังคับให้ตนเองยอมจำนนแต่โดยดี
แต่เขาไม่คิดว่าท่าทีของโอรสยวี่จะผ่อนคลายลง
อย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเขาลืมเรื่องทั้งหมด
ไป หลังจากนั้นโอรสยวี่ก็กล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ เรา
มาทำข้อตกลงกันดีกว่า เลิกเสแสร้งได้แล้ว ข้ารู้ว่า
เจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับโอรสเล่อ ในเมื่อเจ้าไม่
เห็นด้วยก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะบีบบังคับเจ้าใช่
หรือมั้ย? ”
ทำข้อตกลงเช่นนั้นหรือ?
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าฝั่ายตรงข้ามต้องการจะทำการ
ข้อตกลงอันใด
โอรสยวี่เป็นคนลึกลับไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใด
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่ค่อยรู้จักนิสัยใจคอของโอรสยวี่
มากนัก
” ข้อตกลงของข้าก็คือ ถ้าเจ้ายอมพาข้า
เดินทางไปกับโอรสเล่อ ข้าจะพาเขาสำรวจชั้นต่าง
ๆ ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ส่วนเจ้า
อยากจะทำอะไรก็ทำไป ” โอรสยวี่พูดตรงประเด็น
ไม่อ้อมค้อม
อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ด้วยเพราะรู้สึกว่า
โอรสยวี่ผู้นี้ช่างเป็นคนเจ้าความคิดฉลาดหลัก
แหลมเสียจริง ๆ การที่เขาคิดแผนนี้ขึ้นมาได้
เพียงแต่จะสามารถควบคุมโอรสเล่อได้อย่างอยู่
หมัด แต่ยังสามารถกำจัดตัวอุปสรรคอย่าง อู่ อวี้
ออกไปให้พ้นทางได้ด้วย
ถึงกระนั้นเขาก็แอบว่า ไฉนโอรสยวี่ถึงได้มั่น
อกมั่นใจมากมายถึงเพียงนี้?
อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป แต่อีกฝั่าย
ก็พูดอย่างต่อเนื่องขึ้นว่า ” ข้ารู้ว่าเจ้ามี
ความสามารถต่อสู้กับผู้อยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าได้ ทั้งหมดนี้ก็ได้อานิสงส์จากกายเนื้อ
และพลังอิทธิฤทธิ์ ถึงแม้พื้นฐานฝึกตนของเจ้าจะ
อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะและสามารถ
ต่อสู้กับผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ได้ก็จริง แต่พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเจ้าหาก
เปรียบเทียบกับผู้อื่นแล้วก็ยังอ่อนด้อยอยู่มาก
แล้วข้าก็มีวิธีที่จะทำให้พลังของเจ้ายกระดับ
เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างต่ำเจ้าจะสามารถอยู่ในขั้น
สูงสุดของก่อร่างกำเนิดจิตเทวะได้อย่างไร้ปัญหา ”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่า ข้อเสนอของโอรสยวี่
ค่อนข้างดึงดูดความสนใจเขามากทีเดียว แต่
เสียดายที่ข้อเสนออันแสนจูงใจเหล่านี้หลุดออกมา
จากปากของโอรสยวี่ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงค่อนข้าง
เคลือบแคลงสงสัย ประการหนึ่งก็คือถ้าเขารับ
ข้อเสนอก็เท่ากับว่าตัวเขาจะไม่ได้ฝึกฝนร่วมกับ
โอรสเล่อ ซึ่งถือว่าไม่ยุติธรรมต่อพระองค์อย่างยิ่ง
ถึงยังไงแล้วเขาก็ยังเป็นโอรสเล่อที่มีหน้าที่คอย
อารักษ์ขา
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของ
อู่ อวี้ คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเรื่องนี้มันเป็นจุดอ่อน
ของเขาจริง ๆ เช่นดั่งที่โอรสยวี่กล่าว ด้วยพลัง
กายเนื้อและพลังอิทธิฤทธิ์ในปัจจุบัน ทำให้เขา
สามารถรับมือกับยอดฝีมือในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 ได้อย่างสบาย ๆ แต่ถ้าให้
กล่าวถึงพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงก็ยังถือว่าน้อย
กว่ามาก
เมื่อโอรสยวี่เห็นว่าเขาเริ่มลังเล เขาก็รีบเกลี้ย
กล่อม อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่องว่า ” เจ้าเคยได้ยินเรื่อง
‘ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ’ หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ยังไม่รีบร้อนหลบหนี เพราะเขาสนใจ
เรื่องการยกระดับพลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เขา
ก็รู้ว่าสิ่งนี้ต้องไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ
เขาส่ายศีรษะ
โอรสยวี่คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ เขายิ้มแล้ว
กล่าวต่อไปว่า ” ภายใน ‘ตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณ’ มีสิ่งที่เรียกว่า ‘จักรพรรดิโบราณเทศนา
เต๋า’ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่โอรสพระธิดาที่บำเพ็ญ
เพียรมานานอย่างพวกเรา เสี่ยวเล่อย่อมไม่รู้เรื่อง
นี้อย่างแน่นอน ตอนที่ยังเยาว์…พวกเรามีโอกาส
ได้พบเห็นพระพักตร์ของพระบิดาสองสามครั้ง
ท่านเล่าให้พวกเราฟังว่า ท่านฝึกฝนบำเพ็ญตนอยู่
ภายใน ‘ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ’ ซึ่งบางครั้ง
ก็จะบอกเล่าประสบการณ์ภายในให้แก่พวกเราฟัง
ซึ่งการเทศน์เหล่านั้นก็มาจากตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ ที่ดังก้องกังวานอยู่วันแล้ววัน
เล่า ปีแล้วปีเล่าอย่างไม่เคยสงบเงียบ แน่นอนว่า
เสียงเทศน์เหล่านั้นคือมหาวิถีเต๋าที่แท้จริง เป็นสิ่ง
ที่ถูกกลั่นกรองบอกเล่าประสบการณ์ออกมาจาก
ปากของเทพเซียน แต่ละประโยคแต่ละถ้อยคำ
สามารถทำให้ผู้คนเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความรู้แจ้ง
หากได้รับฟังเพียง 1 วัน จักช่วยฝั่าฝืนลิขิตสวรรค์
เสริมสร้างความก้าวหน้าในอาณาจักรฝึกตนอย่าง
ใหญ่หลวง นับว่ามีประโยชน์ยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ใน
อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ เนื่องจากสิ่งที่
สะท้อนก้องอยู่ภายในตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณ คือความเข้าใจสูงสุดของจักรพรรดิโบราณ
ในอาณาจักรจิตเทวะ”
” ตอนที่พวกเรายังอ่อนเยาว์ สิ่งที่เป็นความ
ใฝั่ฝันและปรารถนาของเราก็คือตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ ผู้อาวุโสบอกเราว่า หากโอรส
พระธิดาองค์ใดปรีชาสามารถมากที่สุด บางที
อาจจะถูกเสด็จพ่อพาไปที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณ ได้มีโอกาสฝึกฝนร่วมกับเสด็จพ่อ หรือ
แม้แต่ผู้ใดที่สร้างคุณงามใหญ่หลวง ก็เป็นไปได้ว่า
จะมีโอกาสได้ฟังเทศนาในตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณ แต่…ช่างน่าเสียดายแม้เวลาจะล่วงเลย
ผ่านไปหลายไป ก็ยังไม่มีโอรสพระธิดาองค์ใดเข้า
ตาจักรพรรดิโบราณ ข้าพยายามอย่างหนัก แต่ก็
ยังไม่ผ่านเกณฑ์ของพระบิดาอยู่ดี ก่อนที่จะเข้ามา
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ข้าคิดว่าตำหนัก
เต๋าจักรพรรดิโบราณไม่มีอยู่จริง ทว่าไม่คาดคิดว่า
มันจะปรากฏขึ้น แต่ปัญหาก็คือข้าผ่านระดับก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะมาแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่มี
ประโยชน์สำหรับข้า ”
ก่อนหน้านี้คำพูดของเขายังดูคลุมเครือไม่
น่าเชื่อถือ แต่ตอนนี้กลับชัดเจนอย่างมาก
เจดีย์วิญญาณบรรพกาล มีสถานที่ที่ถูก
เรียกว่า ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ ซึ่งมัน
สามารถช่วยทำให้พื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้
ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด
” ข้ารู้ที่ตั้งของตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ ข้า
สามารถพาเจ้าไปที่นั่นได้ แน่นอนว่ามันอยู่ภายใต้
ข้อตกลงที่ว่าเจ้าจะพาข้าไปหาโอรสเล่อ ด้วยสิ่งนี้
มากพอที่จะทำให้เจ้ายอมสละโอรสเล่อหรือไม่?
ข้าขอกล่าวตามตรงเลยแล้วกัน ไม่ว่าจะในแง่มุม
ใดเจ้าเหนือกว่าเขาทุกทาง เจ้าไม่จำเป็นต้องคอย
รับใช้เขา ถ้าโอรสเล่อไม่มีเจ้า ก็ไม่ต่างอะไรจาก
ขยะไร้ค่าดี ๆ นี่เอง ”
โอรสยวี่หยิบยกเรื่องนี้มากล่อม นับว่าฉลาดไม่
น้อยเลยทีเดียว