กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1053: ความภาคภูมิใจในตนเอง
” พระองค์หมายความว่าอย่างไร จะบอกว่า
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณอยู่ในชั้นที่ 2 ของ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาล เช่นนั้นน่ะหรือ? ” อู่ อวี้
ไม่ได้ตกตะลึงเพราะคำพูดหว่านล้อมของอีกฝั่าย
เมื่อโอรสยวี่ได้ยินคำถามนี้ ก็รู้ทันทีว่า อู่ อวี้
เริ่มสนใจแล้ว เขาจึงพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างเบิก
บานว่า ” ก็ใช่น่ะสิ… เจ้าไม่ต้องไปที่อื่นให้วุ่นวาย ”
อู่ อวี้ แสดงให้เห็นว่าเขาสนใจมากขึ้น ด้วย
การไต่ถามเพิ่มเติมว่า ” ถ้าได้ไปที่ตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ แล้วได้ฟังเทศนาเต๋าจาก
จักรพรรดิโบราณจะทำให้หม่อมชั้นไปถึงจุดสูงสุด
ของอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะได้งั้นหรือ? ”
ขนาดเขาอยู่แค่ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 6 ยังมีพลังแกร่งกล้าถึงเพียงนี้ แล้วถ้าเขา
สามารถขึ้นสู่ระดับสูงสุดของก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะ พลังของเขาจะมากมายเพียงใด
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ หากเขา
ไม่มีอำนาจมากพอ แล้วจะก้าวไปข้างหน้าอย่าง
มั่นคงได้อย่างไร
“ ข้าเพิ่งจะออกมาจากที่นั่นเมื่อวานนี้เอง ข้าก็
ไปฟังเทศนามาได้พักหนึ่ง ถึงแม้พื้นฐานฝึกตนของ
ข้าจะอยู่ในระดับนี้แล้ว แต่ก็นับว่ามีประโยชน์มาก
สำหรับข้า แทบไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้าจะมีประโยชน์
แค่ไหน เจ้ารู้หรือไม่สิ่งที่ข้ารู้สึกเสียใจมากที่สุด
ตอนนี้คืออันใด? ถ้าข้าไปที่นั่นเร็วกว่านี้สัก 300 ปี
ก่อน ข้าคงประหยัดเวลาไปได้อย่างน้อยหนึ่งร้อย
ปี ” โอรสยวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่
เขายินดีที่จะพา อู่ อวี้ ไปที่นั่น เพียงเพื่อ
ต้องการมาควบคุมโอรสเล่อแทน อู่ อวี้
บอกตามตรงถ้ามีสถานที่ดังกล่าวจริง ๆ ความ
น่าดึงดูดใจของมัน ไม่ได้น้อยไปกว่าไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงเลยทีเดียว
ยิ่งเรื่องนี้น่าดึงดูดใจมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่ง
อันตรายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น สำหรับเขาแล้วคำพูด
ของโอรสยวี่มิได้น่าเชื่อถือเอาเสียเลย โอรสยวี่
อาจจะเป็นคนกุเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ถ้าเขาติดตาม
โอรสไปยังสถานที่ดังกล่าว กลัวว่าพอไปแล้วจะไม่
มีโอกาสได้กลับออกมาอีก ประการที่ 2 กลัวว่า
หากไปนั่งฟังจักรพรรดิโบราณเทศนาเต๋าลำพัง
อาจจะมีปัญหาอะไรเกิดในนั้นก็ได้
ดังนั้นมหกรรมแห่งการหว่านล้อมครั้งใหญ่นี้
เป็นอะไรที่อันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งการบีบบังคับ
ให้เขาทรยศหักหลังสลัดทิ้งซึ่งคุณธรรม เขาย่อม
ไม่อาจทำได้อย่างแน่นอน แต่การที่ได้ยินเรื่อง
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ ก็นับเป็นเรื่องที่ดี
สำหรับเขา
ตอนนี้สิ่งที่ อู่ อวี้ สนใจใคร่รู้ก็ไต่ถามจน
เกือบจะรู้แจ้งหมดแล้ว
อู่ อวี้ แสร้งทำเป็นอึดอัดใจ แล้วไต่ถามว่า ”
พระองค์กล้าสาบานต่อสวรรค์หรือไม่ ว่าไม่ได้
หลอกลวงโปั้ปดข้า ?”
ท่าทีการแสดงออกของเขาบ่งบอกว่ากำลัง
ตื่นเต้นอย่างชัดเจน แต่ก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
กับอะไรบางอย่าง ด้วยการเสแสร้งเช่นนี้ หากคน
นอกมองดู ก็คงรู้สึกว่ามีความหวังที่จะหว่านล้อม
อยู่บ้าง
โอรสยวี่ยิ้มอย่างมีลับลมคมใน ก่อนหน้านี้เขา
มองว่า อู่ อวี้ เป็นเสมือนปั้อมปราการขนาดใหญ่
ขัดขวางเขาอยู่ เมื่อเห็นท่าทีการแสดงออกของ อู่
อวี้ หัวใจเขาก็เต้นแรงด้วยความตื่นเต้นดีใจ
หลังจากนั้นก็พยายามสะกดจิตใจ แล้วตอบเขา
ด้วยท่าทีผ่อนคลายพร้อมกับยิ้มจาง ๆ ว่า ” ข้าขอ
สาบานต่อสวรรค์ เรื่องที่ข้าเล่าให้แก่ อู่ อวี้ ฟังหา
ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด อันที่จริงข้าสามารถพา
เจ้าไปที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณได้เลยด้วยซ้ำ
เพื่อให้เจ้าได้เห็นกับตาของตนเอง ข้าคิดว่าเจ้า …
”
โอรสยวี่ยังกล่าวไม่ทันจะจบ
ในระหว่างที่เขาคิดว่ากำลังเกลี้ยกล่อม อู่ อวี้
ได้สำเร็จ แน่นอนว่าช่วงเวลานี้จิตใจของเขา
จะต้องผ่อนคลายเปียมล้นไปด้วยความสุขอย่าง
ที่สุด แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในระหว่างที่
เขากล่าวไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียว อู่ อวี้ ก็หันหลัง
กลับแล้วหายวับไปในพริบตาต่อหน้าต่อตาของ
เขา
ใช่ อู่ อวี้ หลบหนีไปแล้ว
ช่วงจังหวะที่ถูกปิดล้อมด้วยเขตแดนปราณ
กระบี่ หาก อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดดออกไป
ทันที ช่วงเวลาของการหลบหนีเขาอาจจะถูกอีก
ฝั่ายโจมตีอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าการ
หลบหนีนั้นอาจจะล้มเหลว ด้วยเหตุนี้เขาจึงจำใจ
อดทนอดกลั้นรอโอกาสเหมาะ ๆ หลบหนี เพราะ
ในท้ายสุดแล้ว ขอบเขตของปราณกระบี่ถือว่า
แคบเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากชวนอีกฝั่ายพูดคุยจนผ่อนคลาย รอ
จังหวะให้อีกฝั่ายพลั้งเผลอไม่คิดว่าตนเองจะ
หลบหนี แล้วเขาได้หลบหนีจากไปอย่างไม่คาดคิด
ช่วงจังหวะที่โอรสยวี่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาไป
ที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ มันย่อมไม่ทันตั้ง
ตัวอย่างแน่นอน …
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าหลังจากที่ตนเองหลบหนีออกมา
โอรสยวี่จะมีโทสะขุ่นเคืองมากเพียงใด จะอารมณ์
เสีย จะยิ้มแบบขมขื่น หรือเกลียดชังจนอยากจะ
ฉีกร่างเขาเป็นชิ้น ๆ ฯลฯ แต่ไม่ว่าอย่างไร มันหา
ได้สำคัญไม่ ด้วยเพราะเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
นั้นกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ
มาไล่ต้อนตามจับเขาอีกครั้ง
เขาใช้เมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 2 หลบหนีจาก
สถานการณ์วิกฤตมาได้ถึงสองครั้งสองครา
ติดต่อกัน เขากระโดดหลบหนีออกมาไกลหลาย
ร้อยลี้ ด้วยเฉพาะร่างกลืนสวรรค์รออยู่ที่นั่นแล้ว
จึงเป็นเรื่องง่ายที่ อู่ อวี้ จะค้นหาตำแหน่งของ
ตัวเอง
ในระหว่างที่โอรสยวี่กำลังหว่านล้อมตะล่อมให้
อู่ อวี้ พาไปหาโอรสเล่อ เขาได้ทิ้งร่างกลืนสวรรค์
ให้ล่วงหน้าเดินทางไปพร้อมกับโอรสเล่อและ
พรรคพวกทั้งหมดได้สักพักหนึ่งแล้ว เวลานี้ อู่ อวี้
ร่างต้นจึงย้อนกลับมาสมทบกับคนอื่น ๆ
ไม่นานนักก็มาถึงวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ อู่ อวี้
สั่งให้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ลดระดับการบินลง
ขณะที่หลบเลี่ยงเปลวเพลิงซึ่งพวยพุ่งขึ้นมาจาก
พื้นดิน พร้อมกับกลุ่มของพวกเขาก็ทะยานไป
เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
“เป็นอย่างไรบ้าง?” โอรสเล่อ ไต่ถามถึง
สถานการณ์เกี่ยวกับเต่าหิน เนื่องจากเขารู้แล้วว่า
อู่ อวี้ พบไข่มุกทองคำเหยียนหวงฝังอยู่ใต้ท้องของ
เต่าหิน
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเล่า
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเขากับโอรสยวี่
เขายืนอยู่ตรงกลางระหว่างโอรสทั้งสอง แล้วใน
ที่สุดเขาก็เลือกยืนอยู่ฝังโอรสเล่อ
เขาเล่าเรียงลำดับเหตุการณ์หลังจากที่ผละตัว
ออกจากกลุ่ม จนเจอกับเต่าหินอีกครั้ง อีกทั้งก่อน
นี้เขากำลังเล่นสงครามประสาทอยู่กับโอรสยวี่
ดังนั้นร่างกลืนสวรรค์จึงนิ่งเงียบไม่ได้เอื้อนเอ่ยอัน
ใด
” เสด็จพี่ต้องการร่วมมือกับข้าเช่นนั้นหรือ?
เป็นเพราะ ไข่มุกทองคำเหยียนหวงชอบปรากฏ
ใกล้ ๆ ข้าใช่หรือไม่? โดยปกติข้าไม่ค่อยได้ประสบ
พบเจอกับโอรสยวี่สักเท่าไหร่นัก เป็นเพราะเสด็จ
พี่เป็นคนปลีกวิเวกจนผู้คนต่างหลงลืม ข้าไม่เคย
คิดเลยว่าเขาจะมีใจคอเช่นนี้ … ” เมื่อได้ยิน
เรื่องราวทั้งหมดโอรสเล่อก็รู้สึกถึงวิกฤติอย่างยิ่ง
ด้วยเพราะตนคงไม่มีความแข็งแกร่งหรืออำนาจ
พอที่จะเผชิญหน้ากับโอรสยวี่ได้
“ ข้ารู้ว่า ต่อให้ข้าไม่รีบร้อนแล้วรอรวบรวม
พลอยู่ด้านนอก จนมีกำลังพลแข็งแกร่งมาก
เพียงพอแล้วค่อยเข้ามา แม้ว่าบางคนอาจจะมี
ฝีมือสูงส่งจนคุ้มครองข้าได้ แต่ก็คงไม่มีผู้ใดฝีมือ
แก่กล้าเทียมเทียบได้กับโอรสยวี่ ” โอรสเล่อกล่าว
ด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ ไม่เพียงแค่นั้น โอรสยวี่ยังต้องการทำ
ข้อตกลงกับหม่อมฉัน โดยหม่อมฉันต้องปล่อยให้
พระองค์อยู่กับเขาเพียงลำพัง ” อู่ อวี้ กล่าว
” หืม…เขาต้องการทำข้อแลกเปลี่ยนกับเจ้า
ด้วยเช่นนั้นเหรอ? เขามีข้อแลกเปลี่ยนอะไร?”
โอรสเล่อถามด้วยอารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหว
อู่ อวี้ จึงเริ่มเล่าอีกครั้ง
” ห๊า! ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ ฟังเทศนา
เต๋าจากจักรพรรดิโบราณ! ” โอรสเล่อกล่าวด้วย
ความตื่นตกใจมากยิ่งขึ้น
” พระองค์ก็รู้เรื่องจักรพรรดิโบราณเทศนาเต๋า
เช่นกันหรือ? โอรสยวี่ยังบอกอีกว่าพระองค์ยังเด็ก
เกินไป จึงไม่น่ารู้เรื่องนี้ ” อู่ อวี้ กล่าว
โอรสเล่อรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ” อันที่จริงข้า
ไม่ได้ยินคนพูดถึงตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณมา
นานมากแล้ว ข้าได้ยินมาว่าหากโอรสพระธิดา
องค์ใดสร้างคุณงามให้แก่ชาวเหยียนหวงอย่าง
ใหญ่หลวง จะได้รับรางวัลจากจักรพรรดิโบราณ
โดยไปนั่งฟังเทศนาเต๋าที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณ หลังจากที่ทุกคนได้รู้เรื่องนี้ต่างก็
พากเพียรฝึกฝนอย่างหนัก แต่ไม่มีผู้ใดได้ไปที่นั่น
จริง ๆ สักคนเลย ด้วยเหตุนี้ตำนานของตำหนัก
เต๋าจักรพรรดิโบราณจึงถูกลืมเลือนหายไปในที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้ว…ดูเหมือนว่าต่อให้พวกเราฝน
กันอย่างหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ยังไม่ถูกพระทัย
เสด็จพ่อ ยังไม่ถึงมาตรฐานที่พระองค์ได้วางไว้ แต่
โอรสยวี่บอกว่าตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณอยู่ที่นี่
แถมตัวเขาเองก็ยังเข้าไปด้านในด้วยใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ พยักศีรษะ เพราะโอรสยวี่กล่าวเช่นนั้น
โอรสเล่อกล่าวว่า ” ดูเหมือนระหว่างที่เรา
ตามหาไข่มุกทองคำเหยียนหวง เรายังสามารถ
สอดส่องหาตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณได้อีกด้วย
ถ้าหากพวกเราค่อย ๆ หาแล้วเจอกันเอง ก็ไม่ต้อง
กังวลเรื่องกับดักของโอรสเล่อยวี่ แล้วถ้าเป็นอย่าง
ที่เขาพูดจริงว่า ที่นั่นช่วยยกระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะขึ้นอย่างใหญ่หลวง และส่งผลกับระดับ
ค้นหาเต๋าสักเล็กน้อย นับว่าคำพูดของเขา
สมเหตุสมผลแล้ว ข้าได้ยินมาว่าตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ สะท้อนก้องไปด้วยวิถีเต๋าของ
อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะมากมาย ”
ก็เป็นอย่างที่โอรสเล่อกล่าว หากโอรสยวี่เป็นผู้
นำพาพวกเขาไปก็มีความเป็นไปได้ว่านั่นอาจจะ
เป็นหลุมพรางกับดัก แต่ถ้าพวกเขาไปพบเจอ
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณด้วยตนเอง เชื่อว่าสิ่ง
ที่เขาเห็นจะต้องเป็นเรื่องจริง
” พระโอรสคิดว่าเราสมควรไปที่ตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณหรือไม่?” อู่ อวี้ คิดว่านี่จะต้อง
เป็นกับดักของจักรพรรดิโบราณอย่างแน่นอน
” แล้วมีเหตุผลกลใดล่ะ ที่ทำให้เจ้าถึงไม่อยาก
ไป? ทั้งเจ้าและข้ารวมถึงคนอื่น ๆ ต่างมีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ถ้าพวก
เราสามารถไปถึงจุดสูงสุดของระดับนี้ได้ด้วยเวลา
อันสั้น หรือต่อให้ก้าวหน้าขึ้นมาอีกสักเล็กน้อยก็
เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ กลุ่มของพวกเราจะได้ไม่ต้อง
ตกอยู่ในสภาพดิ้นรนกระเสือกกระสนอย่างน่า
สังเวชอยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลเช่นนี้ อย่าง
น้อย ๆ หากพวกเราทั้ง 4 โดนรังแก ก็ยังพอมีพลัง
ปกปั้องตัวเองได้สักหน่อยก็ยังดี ไม่ใช่ให้เจ้าต้อง
แบกรับภาระพวกเราเสียทุกอย่างเช่นนี้ อีกทั้ง
พวกเจ้าทั้ง 3 ยังสามารถเอาชนะยอดฝีมือที่
แข็งแกร่งกว่าตนเองหลายเท่า ต่อให้คนเหล่านั้น
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาห้าร้อยปีแล้วก็ตาม ใช่
หรือไม่? มันจะทำให้เรามีโอกาสครอบครองไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงในการแข่งขันครั้งนี้มากยิ่งขึ้น!
”
โอรสเล่อกล่าวอย่างตื่นเต้นมีความหวัง
เมื่อได้ยินว่าโอรสเล่อนั้นรู้สึกผิดมาก ที่ตนเอง
รีบเร่งเข้ามาในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลมาก
เกินไป ถึงแม้ อู่ อวี้ จะไม่พูดอะไร แต่โอรสก็แอบ
คิดอยู่ในใจว่า การต้องแบกรับภาระพวกเขาทั้ง 4
ไปตลอดการแข่งขันตั้งแต่ต้นจนจบ คงสร้างความ
รำคาญและยากลำบากยิ่ง ฟังจากที่โอรสเล่อกล่าว
คนอื่น ๆ เองก็รู้สึกไม่ดีเช่นกันที่ต้องให้ อู่ อวี้ ต้อง
มาแบกรับภาระพวกเขาทั้ง 4 เช่นนี้
สิ่งที่โอรสเล่อต้องการ ก็แค่มีพลังมากพอที่จะ
สามารถปกปั้องตนเองได้ก็ยังดี
แทนที่จะทำให้ อู่ อวี้ ห่วงหน้าพะวงหลัง
เพราะต้องคอยปกปั้องพวกเขาด้วยวงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ คงดีกว่ามิใช่หรือถ้าทำให้ อู่ อวี้
ปล่อยวางเรื่องความวิตกกังวลและความปลอดภัย
ของโอรสเล่อกับผู้ติดตาม แล้วสามารถต่อสู้
แข่งขันได้อย่างสบายใจไร้กังวล
สำหรับโอรสเล่อนี่ถือเป็นความภาคภูมิใจเล็ก
ๆ น้อย ๆของเขา
อู่ อวี้ ย่อมเข้าใจความรู้สึกของเขาดี
“ พระบิดา ลูกไม่ได้ข้อมากไปใช่หรือไม่? ”
โอรสเล่อทอดสายตามองออกไปไกลด้วยแรง
ปรารถนา
อู่ อวี้ ย่อมเข้าใจ
มันก็จริงมีเพียงแค่กลุ่มของพวกเขาเท่านั้น ที่มี
ฝีมืออยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ หากพวก
เขาได้รับโชควาสนาจนสามารถก้าวอาณาจักรก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นสูงสุด ความแข็งแกร่งของ
พวกเขาก็จะเพิ่มขึ้น แล้วพวกเขาก็ยังสามารถ
ปกปั้องตนเองได้อีกด้วย
เย่ซีซีก็อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่
10 ถ้าโชคดีมีโอกาสนางอาจจะทะลวงขึ้นสู่
อาณาจักรสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าก็เป็นได้ ด้วย
ความแข็งแกร่งของนาง กำลังรบย่อมเพิ่มขึ้นอย่าง
ไม่ต้องสงสัย รวมถึงกายาวัฏจักรแดนอเวจีและ
สมบัติปฐพีเทพมารทศจักรสูตรคงจะก้าวหน้าขึ้น
อย่างใหญ่หลวง ความก้าวหน้านี้เรียกว่าเพียงหนึ่ง
ทิวาก้าวหน้าหลายพันลี้
ส่วนผู้ที่จะก้าวหน้ามากที่สุดก็คงจะเป็น อู่ อวี้
กับ หนานซาน หวางเยว่ พวกเขาล้วนเป็นคนที่ได้
สืบทอดมรดกเซียนอมตะระนาบบนสุด โดยที่พวก
เขามีจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวก็คือระดับพื้นฐานฝึก
ตน หากจุดอ่อนของพวกเขาถูกเติมเต็ม
สถานการณ์ปัจจุบันจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณจักต้องอยู่ในชั้นที่ 2 อย่างแน่นอน
อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นไข่มุกทองคำเหยียน
หวงหรือตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ หาได้มี
เบาะแสใด ๆ ให้เขาติดตามไม่ พวกเขาก็เหมือน
ดั่งคนตาบอดที่กำลังงมเข็มในมหาสมุทรก็ไม่ปาน
อาศัยแค่ความเชื่อมั่นในโชคชะตาเพียงอย่างเดียว
เท่านั้น ดังนั้นต่อให้ตามหาหนึ่งหรือสองอย่างก็คง
ไม่แตกต่างกัน
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ คนที่ขึ้นมา
อยู่ชั้นที่ 2 ของเจดีย์มีจำนวนค่อนข้างน้อยมาก
อัสนีสีดำที่คอยฟาดผ่าอยู่บริเวณวังวนสีทองนั้น
ทรงอำนาจมากเพียงพอ ที่จะสกัดกั้นผู้คนจำนวน
มากไม่ให้ขึ้นมา
อย่างไรก็ตามเสาเพลิงที่พวยพุ่งออกมาจาก
พื้นดินด้านล่างของชั้นนี้ มันอันตรายยิ่งเสียกว่า
พายุกรวดหินที่อยู่ชั้นแรกเสียอีก ทั้งยังเร็วกว่า
มาก ส่งผลให้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ไม่อาจหลีก
หนีจากการโจมตีของเปลวเพลิงได้ ดังนั้นสภาพ
ของวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ที่อยู่ภายในโลกแห่ง
เพลิงลาวาจึงค่อนข้างพิกลพิการไม่สมประกอบ
อีกทั้งไม่มีที่ใดให้เขาได้หยุดพักผ่อน
เมื่อได้เห็นผืนแผ่นดินสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งดู
มั่นคงปลอดภัย อู่ อวี้ ก็รู้ว่านั่นคือเต่าหินที่กำลัง
นอนจำศีลอย่างสบายใจ เพราะยังไม่มีผู้ใดมา
รบกวน ทว่าเมื่อถูกรบกวนมหันตภัยอันยิ่งใหญ่จะ
บังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หลังจากเผชิญหน้ากับมหา
ภยันตรายครั้งล่าสุด พอได้เจอกับผืนแผ่นดินสีดำ
ขนาดใหญ่อีกครั้ง อู่ อวี้ ก็ยังคงทะลวงแหวกฝั่าใต้
ลาวาต่อไป กวาดสายตามองหาไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงที่อยู่ด้านล่าง ปรากฏว่าโชคดีไม่ได้พุ่งเข้า
มาหาเขาบ่อย ๆ ถูกต้องแล้วเขาหามันไม่เจอ อีก
ทั้งนับตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เห็นไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงปรากฏออกมาอีกเลย
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องเตร็ดเตร่อยู่ที่ชั้น 2
ของเจดีย์ แต่ก็มีบ้างที่พบเจอกับใครบางคน ทว่า
อู่ อวี้ ก็พยายามอยู่ห่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวเหยียน
หวงหรือใครก็ตาม เพราะหลายคนที่อยู่ที่นี่มีฝีมือ
แข็งแรงกันมากทีเดียว ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับ
โอรสเล่อแสนอ่อนแอ พวกมันย่อมต้องการฉีก
หน้าเขาเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขัน
ระหว่างโอรสพระธิดาก็ดุเดือดเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง