กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1054: อสูรวิญญาณเหิน
เพียงชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปกว่าสิบวัน
อู่ อวี้ ประเมินว่าหากเขารีบเร่งขึ้นไปชั้นบน
ๆ ของเจดีย์ คาดว่าปั่านนี้เขาน่าจะอยู่ที่
ประมาณชั้นที่ 6 หรือไม่ก็ 7 แล้ว
แต่จนปั่านนี้เขายังวนเวียนอยู่ชั้นที่ 2 อยู่เลย
ด้วยเพราะสอดส่องสายตามองหาไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงที่ปรากฏให้เห็นในชั้นที่ 2 เมื่อ 10
วันก่อน ส่วนทางฝังของโอรสเล่อสอดส่อง
สายตามองหาตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
เขารู้สึกว่าไม่ช้าเร็วไข่มุกทองคำเหยียนหวง
จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง ยิ่งพบเจอมันบ่อยมากขึ้น
เท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เข้าใจรูปแบบของมันมาก
ขึ้น จักรพรรดิโบราณเองก็คงจะต้องการดึงเวลา
การแข่งขันให้มันยืดยาวเล่น คาดว่าผู้ชนะรอบ
สุดท้ายน่าจะกินเวลานานกว่าครึ่งปี
ดังนั้นยามนี้เขาคงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่อง
เหตุฉุกเฉินอันใด
จุดมุ่งหมายของพวกเขาในตอนนี้ก็คือ
พยายามทำให้ตนเองแข็งแกร่งมากขึ้นเมื่อมี
โอกาส ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์คงซ้ำรอยเดิม
เหมือนครั้งแรก ที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่
ตรงหน้าแท้ ๆ แต่ อู่ อวี้ กลับไม่สามารถคว้าจับ
ครอบครองมันได้
หรือในครั้งที่ 2 ตัวเขาสามารถคว้ามันไว้ได้
อย่างแน่นอนแล้ว แต่ผลปรากฏว่าโอรสยวี่ดัน
ปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน ทำให้เขาได้แต่หลบ
ซ่อนตัวเท่านั้น
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ก็เห็นด้วยกับมุมมอง
ของพระโอรส เรื่องความแข็งแกร่งถือเป็น
กุญแจสำคัญ
ส่วนโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ กำลังอยู่ในห้วง
แห่งความวิตกกังวล พวกเขาต่างเร่งรีบ
พยายามไต่เต้าขึ้นไปให้ถึงชั้นที่ 9 แต่โอรสเล่อ
กลับสามารถระงับแรงกระตุ้น โดยลดเปั้าหมาย
ของตนเองลงให้อยู่แค่เจดีย์ชั้นที่ 2 นับว่าการ
กระทำนี้น่ายกย่องอย่างแท้จริง
สำหรับตอนนี้ผู้คนที่อยู่ในชั้นที่ 2 ของเจดีย์
ถือว่าบางตาพอสมควรอาจด้วยเพราะผู้มีฝีมือ
อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะไม่สามารถ
ขึ้นมาบนชั้นนี้ได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือยิ่งชั้นสูงมาก
ขึ้นเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งในการผ่านด่านข้าม
ชั้นก็จะหนักหนาสาหัสมากขึ้นเท่านั้น
บุรุษเพศจำนวนมากที่มาเข้าร่วมการแข่งขัน
ครั้งนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือผู้เก่งกล้าสามารถ
ด้วยกันทั้งนั้น ส่วนระดับฝีมือของ อู่ อวี้ จะจัด
อยู่ในอันดับล่าง ๆ เพียงเท่านั้น
อู่ อวี้ ค่อนข้างคิดต่างจากโอรสเล่อ พูดตาม
ตรงเขาไม่เชื่อว่าตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณอยู่
ที่นี่จริง ๆ นอกจากนี้ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องที่
พวกเขาพูดถึงว่าเป็นเรื่องจริงอีกด้วย
เมื่ออยู่ต่อหน้าโลกแห่งมหาสมุทรเปลวเพลิง
อันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดของเจดีย์ชั้นที่ 2 ทุกสรรพ
สิ่งล้วนดูเหมือนกันหมด ดังนั้นไม่ว่าจะหันมอง
ไปทางใดก็เสมือนดั่งกำลังเดินวนอยู่ที่เดิม
การค้นหาแบบไร้จุดหมายเช่นนี้ เป็นเรื่อง
ง่ายที่จะทำให้คนตามหาหมดความอดทน
แม้แต่ ชวี่ เฟิงอวี๋ กับพวกพ้องของนางก็ยังรู้สึก
มันช่างไร้ความหมาย
อันที่จริงแล้ว ความคิดนี้ก็ไม่ต่างจากผู้คน
ส่วนใหญ่ พวกมันทั้งหมดต่างรู้สึกว่า ภายใน
โลกแห่งเจดีย์แต่ละชั้นล้วนกว้างใหญ่ใดสิ้นสุด
กลับต้องตามหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงเม็ดเล็ก
กระจิริดแค่เม็ดเดียว มันไม่ต่างอะไรไปจากฝัน
ลม ๆ แล้ง ๆ …
” ว่างเปล่า ไร้ประโยชน์ ไม่มีอะไรเลย ไฉน
จักรพรรดิโบราณต้องให้พวกเรามาตามหาอะไร
ที่สิ้นหวังเช่นนี้ด้วย… ” ชวี่ เฟิงอวี๋ เริ่มบ่น
กระปอดกระแปดอย่างสิ้นหวัง
” นี่เป็นการทดสอบของโอรสเล่อ ฉะนั้น
พระองค์อย่ายอมแพ้ เพราะในท้ายแล้วมันต้อง
ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน พระโอรสเป็น
คนที่จักรพรรดิโบราณทรงเลือกแล้ว ไม่เช่นนั้น
พวกเราคงไม่โชคดีได้เจอกับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงสองครั้งสองคราติดต่อกัน ยังไม่มีใครพบ
เจอมันเหมือนพวกเรา ถ้า อู่ อวี้ แข็งแกร่ง
มากกว่าเดิม บางทียามนี้เราอาจจะได้
ครอบครองมันก็เป็นได้ ” ไปั๋หลี่ จุยหุน
พยายามปลอบโยน
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงกวาดตามองหลาย ๆ
แล้ว ๆ แต่แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า: ว่างเปล่า ไม่มี
อะไรเลย!
นอกจากเปลวเพลิงกับสรรพเทวะวิญญาณที่
แห่งนี้ก็ไม่มีอะไรเลย
หลายคนยังคงสาละวนงมโข่งอยู่ในชั้นที่ 2
แต่หลายคนก็หมดความอดทนแล้วขึ้นสู่ชั้น
ต่อไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ชั้นที่ 2 เวิ้งว้าง ว่างเปล่า
มากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้อง
หลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวว่าผู้อื่นจะมาหาเรื่อง
ปัจจุบันทุกคนแสดงสีหน้าและอารมณ์ที่
แตกต่างกันไป ทว่ากระนั้นก็ยังมุ่งหน้าแหวกฝั่า
ทะเลเพลิงออกไป
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงสอดส่ายสายตาอย่างไม่
หยุดพักมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้ดวงเนตรของ
เขาเริ่มเมื่อยล้าเต็มที เขาจึงหลับตาพักสายตา
ลงสักครู่ จากนั้นเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าวง
เวทเจ็ดดาราพิทักษ์กำลังบินเรียบเลาะระนาบ
ไปกับพื้นดิน
ทันใดนั้น เขาเห็นว่าพื้นดินด้านล่างมีความ
ผันผวนของวงปรากฏขึ้น ซึ่งมันดูเบาบางเป็น
อย่างมาก หากเขาไม่ใช้เนตรเพลิง คงไม่อาจ
มองเห็นมันได้
ความคิดแรกในใจของเขาคือ: เหตุใดจึงมีวง
เวทค่ายกลอยู่ตรงนี้?
ความคิดที่สองคือ: อันตราย!
ลางสังหรณ์ถึงภยันตรายแจ้งเตือนเขา
ในทันที ไวเท่าความคิดเขารีบสั่งให้เต่าทองปีก
เหล็กเจ็ดดาราบินทะยานขึ้นไปด้านบนอย่าง
รวดเร็ว!
แต่มันก็สายเกินไป เพราะเวลานี้วงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ตกเข้าสู่ขอบเขตค่ายกลแล้ว ค่าย
กลนี้ดูเหมือนกับดักที่ถูกจัดวางเอาไว้นานแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ ตอบสนองเขารู้ว่านี่ไม่ใช่วงเวทโดย
ธรรมชาติของเจดีย์วิญญาณบรรพกาล แต่มัน
ถูกจัดวางเอาไว้อย่างแนบเนียน แสดงว่าต้องมี
ใครบางคนวางค่ายกลกับดักไว้ที่นี่!
ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก เขาเพิ่งพักสายตาเพียงชั่ว
ครู่ เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเข้ามาติดอยู่ในค่าย
กลเสียแล้ว
มิฉะนั้นเขาอาจจะหลบหลีกได้ก่อนล่วงหน้า
ทันทีที่พวกเขาเหยียบเข้ามาในค่ายกล พลัง
อันลึกลับซับซ้อนก็ระเบิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ความวุ่นวายโกลาหลพลังของมัน
มากมายเกินพอที่จะสยบผู้ฝึกตนหรือปีศาจ
ถึงแม้เวลานี้ทุกคนจะมีวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
ปกปั้องอยู่ ทว่าเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราก็
เหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว ฝั่ายตรงข้ามอาศัยช่องโหว่
สร้างความปันปั่วนให้แก่วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
จนวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์กลับคืนสู่รูปแบบ
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
เฟียวเฟียวเฟียวเฟียว!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ถูกใยแมงมุมจำนวนนับไม่
ถ้วนมันตรึงร่างไว้ทันที ชั่วพริบตาก่อนที่เขาจะ
ถูกฝั่ายตรงข้ามโจมตี อู่ อวี้ สามารถแลเห็นได้
อย่างชัดเจนว่า ค่ายกลที่ตนกำลังเหยียบย่ำอยู่
นั้น แปรเปลี่ยนกลายกลุ่มก้อนใยแมงมุมขนาด
ใหญ่ ซึ่งในขณะที่วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์เริ่ม
ปันปั่วนแล้วพังทลายลงในที่สุด ใยแมงมุม
ทั้งหมดก็มัดพันร่างของพวกเขาไว้ทันที อู่ อวี้
รีบตอบสนองอย่างฉับไวด้วยการใช้เทียมฟั้า
จรดดินย่อขนาดร่างกายให้เล็กลง แต่ใยแมงมุม
เหล่านั้นก็ย่อขนาดเล็กลงตาม จนร่างของเขา
ติดตรึงอยู่บนเส้นใยแมงมุมอย่างสมบูรณ์!
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เนตรเพลิงปลดปล่อยเขต
แดนอัคคีตัดสวรรค์ แผดเผาใยแมงมุมในทันที
อย่างไรก็ตามค่ายกลนี้เหนือกว่าระดับของ อู่
อวี้ อย่างเห็นได้ชัด ต่อมาใยแมงมุมอันคมกริบก็
เจาะทะลวงเข้าไปร่างของ อู่ อวี้ หนึ่งในใยแมง
มุมเหล่านั้นดูดกลืนผสานหลอมรวมไปกับโลหิต
ของ อู่ อวี้ เสมือนดั่งพิษชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลให้
เขายากจะโคจรขับเคลื่อนพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่าง
ได้ ในเวลานี้เขาถูกใยแมงมุมควบคุมพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงไว้อย่างสมบูรณ์
แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ยังถูกจับมัดตรึงไว้อย่าง
สิ้นเชิง ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ๆ หนานซาน
หวางเยว่ ที่ไม่อาจใช้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยหลบ
เลี่ยงได้ทัน จำใจต้องถูกบีบบังคับให้เปิดเผย
ตัวตน เท่ากับตอนนี้พวกเขาทั้งเจ็ดรวมถึง
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา ล้วนติดอยู่ภายในกับ
ดักใยแมงมุมเหล่านี้อย่างสมบูรณ์
การที่เขาบังเอิญติดกับดักที่คนอื่นวางไว้
เช่นนี้ นับว่าช่างโชคร้ายจริง ๆ
ขณะที่พวกเขาถูกขังอยู่ในกับดักใยแมงมุม
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปรบมือดังขึ้นทันที
นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงหัวเราะของใครบางคน
จากสถานที่ห่างไกลอีกด้วย
” เหลาอู่ ทำอย่างไรดี? ” หนานซาน หวาง
เยว่ มองเขาแล้วถาม
สายตาของทุกคนจับจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ เป็น
ตาเดียว ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้
อย่างสิ้นเชิง ความหวังทั้งหมดถูกฝากไว้ที่ตัว
ของ อู่ อวี้ เนื่องจากว่าหลังจากเข้ามาในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล อู่ อวี้ ก็กลายเป็นเหมือน
ศูนย์รวมจิตใจของพวกเขาอย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ รู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่เขา
จำเป็นต้องให้คนอื่นมีความหวังเข้าไว้ ดังนั้นเขา
จึงพูดอย่างใจเย็นว่า ” ใจเย็น ๆ ไม่ต้องกังวล
ข้ามีวิธีรับมือ ”
เพิ่งสิ้นเสียงไปหมาด ๆ หลังจากนั้นก็มีกลุ่ม
คนเดินแห่เข้ามาหาพวกเขา สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกแปลกใจก็คือเขาไม่คิดว่ายังมีผู้คนหลง
เหลืออยู่ในชั้นที่ 2 เป็นจำนวนมากขนาดนี้ นับ
อย่างคร่าว ๆ มีร่วมกว่า 20 คน นอกจากนี้ยัง
ผสมปนเปหลายเผ่าพันธุ์เชื้อชาติ มีทั้งผู้ฝึกตน
นอกรีต ผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะ ปีศาจ คาดว่าคน
เหล่านี้น่าจะร่วมมือกันด้วยเหตุผลที่ซับซ้อน
ซ่อนอยู่ภายใน
โดยพื้นฐานพวกมันทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็น
ราชทูตหมื่นทวีป
อู่ อวี้ รู้จักคนเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะเขาได้
ศึกษาข้อมูลคนทั้งหมดมาก่อนแล้ว พวกมันล้วน
เป็นบุคคลที่ไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
แต่ถึงอย่างไรพวกมันต่างก็ล้วนเป็นบุคคลสำคัญ
ของแต่ละอาณาจักรทวีป เท่าที่จำได้เขารู้สึกว่า
คนจำพวกดังกล่าวจะมีมากกว่า 20,000 คน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรสำหรับเขา
เขากวาดตามองพวกมันอย่างรวดเร็ว
ถ้าจำไม่ผิดพวกมันแต่ละคนมาจาก
หลากหลายสถานที่
จำพวกแรกที่โดดเด่นที่สุดก็คือปีศาจ มันคือ
ปีศาจสมุทรจากมหาสมุทรแห่งความตาย
จำพวกที่สองคือผู้ฝึกตนนอกรีต ดูเหมือนว่า
มันจะเป็นชายชราที่มาจากอาณาจักรเมฆา
ทะยาน ซึ่งมีเพียงคนเดียวเท่านั้น
จำพวกที่สามเป็นผู้ฝึกตนจากอาณาจักรผู้ฝึก
ตนต่าง ๆ แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ฝึกตนจาก
อาณาจักรกระบี่ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้
กระบี่อย่างยิ่ง และมีอยู่ 2 คนที่เป็นคนจาก
จักรวรรดิดารานภาทมิฬ
จำพวกที่สี่คือ คือคนจากสระอัสนีสวรรค์ ทั้ง
ยังมีกันอยู่หลายคนอีกด้วย
จำพวกที่สี่นี้เปรียบได้กับยอดฝีมือของ
จักรวรรดิเปั่ยหมิงเลยทีเดียว นอกจากนี้
มหาสมุทรแห่งความตายยังเป็นศัตรูตัวฉกาจ
ของจักรวรรดิเปั่ยหมิงเลยก็ว่าได้ เขาไม่รู้ว่า
เพราะเหตุใดพวกมันถึงมารวมตัวกันได้เช่นนี้
อีกทั้งยังร่วมมือกันวางค่ายกลกับดักดังกล่าวอีก
ด้วย!
การที่พวกมันโผล่กันมาอย่างหน้าสลอน
เช่นนี้ ยืนยันได้ว่าพวกมันร่วมมือกันจัดวางค่าย
กลกับดักดังกล่าว
โอรสเล่อกลัวว่า อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ จะจด
จำพวกมันไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพยายามแนะนำตัว
พวกมันแต่ละคนให้ทุกคนได้รู้อย่างลับ ๆ
” นั่นมันปีศาจจากมหาสมุทรแห่งความตาย!
ส่วนคนผู้นั้นคือ ‘มหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน’
ภายในมหาสมุทรแห่งความตาย มันเป็นรอง
เพียงมหาราชาปีศาจแห่งความตายเท่านั้น ถือ
ได้ว่าเป็นตัวตนที่ทรงพลังยิ่ง ส่วนร่างจริงของ
มันก็คือ ‘อสูรวิญญาณเหิน’ มีสองตนอยู่ที่นี่ ผู้ที่
ตัวเล็กกว่านามว่า ‘หลิงอี้’ มีอาณาจักรฝึกตนอยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 มันเป็น
บุตรของมหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน ส่วนคนที่
ตัวใหญ่กว่านามว่า ‘หลิงฮั่น’ เป็นน้องชายของ
มหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน และยังมีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในระดับระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 อีกด้วย! ส่วนปีศาจอีกสองสามตนที่
เหลือเป็นลูกสมุนของ มหาราชาปีศาจวิญญาณ
เหิน มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 ขั้นที่ 5 โดยประมาณ”
ระดับความแข็งแกร่งของปีศาจจาก
มหาสมุทรแห่งความตายนั้นเหนือกว่ากลุ่มของ
อู่ อวี้ มาก
” ชายชราที่มาจากอาณาจักรเมฆาทะยาน
เป็นผู้อาวุโสเมฆาพเนจรมีนาม ‘หยวนจูจวิน’
คาดว่า ‘ค่ายกลใยแมงมุมแย้มมังกร’ จะต้องเป็น
ฝีมือของมันอย่างแน่นอน!”
อันที่จริงแล้วผู้ฝึกตนคนนอกรีตที่อยู่รอบ
นอกอาณาจักรเมฆาทะยานมันมีจำนวน
ค่อนข้างมากจริง ๆ
ส่วนที่เหลือก็คือจักรวรรดิดารานภาทมิฬ กับ
สระอัสนีพิโรธ ทั้งสองนี้อาณาจักรนี้คิดว่า
ศักดิ์ศรีของตนเองเทียมเท่ากับอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง พวกมันคิดว่าหากไม่ติดอยู่ที่
จักรพรรดิโบราณ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ก็ไม่ต่างจากพวกมันแต่อย่างใด
” นั่นคือสองพี่น้องฝาแฝดเกิดจากจักรวรรดิ
ดารานภาทมิฬ แม่นางผู้พี่มีนามว่า เซวี๋ยนซิง
และผู้น้องมีนามว่า เซวี๋ยนเฉิน ส่วนบิดาของ
พวกนางมีนามว่า ‘ จักรพรรดิกระบี่หยางเซวี๋ยน
‘ เขาคือผู้ปกครองจักรวรรดิดารานภาทมิฬทั้งมี
พลังฝีมือแข็งแกร่งติดอยู่ในอันดับหนึ่งในสาม
สองพี่น้องเองก็มีฝีมือสูงส่งไม่แพ้กันฝีมือของ
พวกเขาอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
5 ครั้งยังฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาแล้วเกือบ ๆ
สามร้อยปี ”
เซวี๋ยนซิงกับเซวี๋ยนเฉิน สองพี่น้องฝาแฝดมี
รูปโฉมคล้ายคลึงกันมาก มีรูปโฉมงดงงามยิ่ง ทั้ง
สองสวมใส่ชุดคลุมกระบี่ ถึงแม้พวกเราจะ
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมานานเกือบสามร้อยปีแล้ว
แต่หน้าตาของนางยังคงอ่อนเยาว์เสมือนสตรี
อายุวัย 20 ปีเท่านั้น สรีระอันแสนทรงเสน่ห์
เสมือนดั่งลูกพีชอยู่ภายใต้ชุดคลุมกระบี่ สอง
ปทุมถันอวบตึงคับแน่นอยู่ภายใต้อาภรณ์นูนยื่น
ออกมาด้านหน้าท้าทายสายตาของบุรุษเพศเป็น
อย่างยิ่ง รอยยิ้มอันเปียมล้นไปด้วยเสน่ห์เย้า
ยวนยิ่งทำให้เสน่ห์ของพวกนางทั้งสองทวีคูณยิ่ง
ๆ ขึ้น ระหว่างสองพี่น้องฝาแฝดดูเหมือนว่าคน
ที่จะน่าสนใจมากกว่าคือคนน้อง อาจด้วยเพราะ
ท่าทีของคนน้องนั้นดูค่อนข้างเย็นชาก็เป็นได้
แต่ถ้าถามเรื่องสรีระร่างกายของคนน้องยังดู
ร้อนแรงยั่วราคะกว่าคนพี่มากนัก
” ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นคนของสระอัสนีพิโรธ
ผู้ที่อยู่ตรงกลางก็คือนายน้อย ‘สระบูรพา
เดียวดาย’ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง
รองลงมาจากสระอัสนีพิโรธ เจ้าอาณาเขตแห่ง
สระอัสนีพิโรธเป็นตัวตน ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่
ในระดับบนสุด ส่วนคนที่เหลือก็คือ เหลยเปั้า ,
เหลยจวิน, เหลยหวัง, เหลยสิงและคนอื่น ๆ
พวกมันทั้งหมดอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเจ้า
อาณาเขตสระบูรพาเดียวดาย ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในอาณาจักรค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 !
นายน้อยแห่งสระบูรพาเดียวดายมีนามว่า เหลย
เสวี่ยเฟิง มันมีอายุอานามมากกว่าข้า 100 ปี
แต่กลับมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักรค้นหา
เต๋าขั้นที่ 1 เพียงเท่านั้น ซึ่งมันก็มิใช่อัจฉริยะผู้
มากไปด้วยพรสวรรค์อันใด ”
จากที่กล่าวมาข้างต้น อู่ อวี้ รู้จักพวกมันทั้ง
4 กลุ่มหมดแล้ว
กลุ่มคนแรกมาจากเผ่าปีศาจแห่งความตาย
ผิวพรรณของพวกมันเป็นสีเทาม่น หลิงอี้ กับ
หลิงฮั่น ล้วนเป็นอสูรวิญญาณเหิน ซึ่งเปียมไป
ด้วยอำนาจบารมี และความเย็นยะเยือกถึงขีด
สุด
คนกลุ่มที่สองคือหยวนจูจวินจากอาณาจักร
เมฆาทะยาน มันเป็นผู้กุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง
ทั้งยังเป็นผู้จัดวางค่ายกลนี้
กลุ่มที่สามเป็นสองสาวฝาแฝดจากจักรวรรดิ
ดารานภาทมิฬ ในมือของพวกนางถือกระบี่ยาว
สวมใส่ชุดคลุมกระบี่ดารา เปียมไปด้วย
บรรยากาศแพรวพราว จนหนานซานหวางเยว่
จับจ้องมองพวกนางตาเป็นมัน
กลุ่มที่สี่เป็นของสระอัสนีพิโรธ นำโดยนาย
น้อยเหลยเสวี่ยเฟิงแห่งสระบูรพาเดียวดาย เป็น
กลุ่มคนที่มีร่างกายสูงใหญ่อกผายไหล่ผึ่งเปียม
ไปด้วยกลิ่นอายอันน่าเกรงขาม ทั่วทั้งร่างแล่น
ประกายไปด้วยสายอัสนี
ตอนนี้พวกมันทั้งหมดกำลังรอพวกเขาอยู่ สี
หน้าของพวกมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มไม่อาจคาด
เดาได้ว่าพวกมันต้องการอันใด?