กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1055: คายกลใยแมงมุมแยมมังกร
เวลานี้คนทั้งสี่กลุ่มได้มายืนอยู่ด้านหน้า อู่
อวี้ และคนอื่น ๆ กำลังยิ้มปรบมืออย่างชอบใจมี
ความสุข ขณะที่พวกเขาถูกใยแมงมุม
พันธนาการอย่างสมบูรณ์
พลังฝีมือของ อู่ อวี้ อยู่แค่ระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 6 เพื่อจัดวางค่ายกลอัน
ทรงพลังพวกมันต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไป
มากมาย ฉะนั้นจึงเป็นการยากที่ระดับพลังฝีมือ
ในปัจจุบันของ อู่ อวี้ จะสามารถคลี่คลาย
จัดการกับค่ายกลนี้ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะอายุ
อานามการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาถือว่ายัง
อ่อนเยาว์เกินไป
เมื่อโอรสเล่อได้ยินว่า อู่ อวี้ มีแผนรับมืออยู่
ในใจแล้ว เขาจึงหาหนทางสนับสนุนด้วยการ
ถ่วงเวลาไว้ จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเฉย
ชาว่า ” เจ้าจัดวาง ‘ค่ายกลใยแมงมุมแย้มมังกร
‘ เพื่อดักจับเต่าหินเช่นนั้นหรือ? มีหลายคนที่ข้า
รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีอย่างเช่น อสูร
วิญญาณเหินหลิงอี้ , หลิงฮั่น , หยวนจูจวิน ,
เซวี๋ยนซิง , เซวี๋ยนเฉิน นอกจากนี้ยังมีนายน้อย
แห่งสระบูรพาเดียวดาย ”
จุดประสงค์แรกที่เขาต้องกล่าวเช่นนี้ออกไป
ก็เพื่อต้องการประกาศให้อีกฝั่ายทราบว่าเขา
รู้จักค่ายกลนี้ ประการที่สองการที่โอรสเล่อเอ่ย
นามพวกมันออกไป ก็เพื่อเป็นการข่มขวัญ
เพราะถ้าหากโอรสเล่อรู้จักชื่อแซ่ของพวกมัน
ถ้าหากพวกมันทำมิดีมิร้ายกับพวกเขา ชาวเห
ยียนหวงทุกผู้คนก็ต้องรู้จักพวกมันเช่นกัน
เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะถูกสังหารแล้วเก็บ
กวาดอย่างหมดจด
แต่พวกมันก็คงไม่กล้าลงมือหนักข้อขนาด
นั้นอยู่ดี
แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อฝั่ายตรง
ข้ามได้ยินสิ่งที่โอกาสกล่าวแทนที่พวกมันจะ
หวาดกลัว แต่กลับหันมายิ้มให้แก่กันอย่างไม่
ยี่หระ
อสูรวิญญาณเหินหลิงอี้พยักหน้าแล้วกล่าว
ว่า ” นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่โอรสเล่อแสนสูง
ศักดิ์รู้จักคนต่ำต้อยอย่างพวกเรา แต่… ดูเหมือน
พระองค์จะคาดเดาผิดไปนิดน้อย ค่ายกลนี้ไม่ได้
เตรียมไว้เพื่อจับสรรพเทวะวิญญาณ แต่เตรียม
ไว้สำหรับชาวเหยียนหวงโดยเฉพาะ ค่ายกลคน
ดังกล่าวถูกจัดวางไว้ที่นี่มาได้สองสามวันแล้ว
แต่ส่วนใหญ่ก็ได้แต่ปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น ไม่
คิดว่าในวันนี้จะจับได้ปลาตัวใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ ”
จากคำพูดของมันไม่ได้แสดงความเป็นมิตร
มากนัก
นอกจากนี้มันยังไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย
ทั้งยังปั่าวประกาศโทง ๆ ถึงเจตนารมณ์ที่จะตั้ง
ค่ายกลนี้ขึ้นอย่างชัดเจน ว่าพวกมันจะเตรียมไว้
เพื่อดักจับชาวเหยียนหวงโดยเฉพาะ แต่จากฟัง
สิ่งที่มันพูดแล้วดูเหมือนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่พวก
มันประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านี้จะต้องมีชาว
เหยียนหวงคนอื่น ๆ ติดกับดักค่ายกลนี้มาแล้ว
เป็นแน่
หลังจากนั้นเซวี๋ยนซิงแห่งจักรวรรดิดารา
นภาทมิฬก็กล่าวด้วยรอยยิ้มขึ้นว่า ” วันนี้นับว่า
เก็บเกี่ยวได้เหยื่อก้อนโตที่สุดเท่าที่เคยได้มา อัน
ที่จริงโอรสเล่อคงต้องอยากรู้มากแน่ ๆ ว่าไฉน
พวกเราถึงมาลงเรือลำเดียวกันได้? ไม่ต้อง
งงงวยไปพระโอรส ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเรามี
สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ : พวกเราเกลียดชัง
และเหม็นขี้หน้าชาวเหยียนหวงเต็มที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเหยียนหวงที่เป็นเชื้อ
พระวงศ์อย่างโอรสพระธิดา พวกมันชอบยกตน
ข่มท่านคิดว่าตนเองสูงส่งเหนือกว่าผู้อื่น อาาา
∼ หม่อมฉันคงต้องกล่าวขออภัยเพราะ
พระโอรสเล่อก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ”
” ถ้าพูดถึงปลาตัวใหญ่ โอรสเล่อนับว่ามี
ชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเหยียนหวง แม้ว่าพลัง
ฝีมือจะไม่เท่าโอรสพระธิดาหลาย ๆ พระองค์
แต่กลับมีชื่อเสียงขจรไกลเป็นอย่างยิ่ง หาก
กล่าวถึงปลาตัวใหญ่ โอรสเล่อถือว่าเป็นรองแค่
โอรสยวี่เพียงเท่านั้น แน่นอนว่าพวกเราไม่กล้า
ไปยุ่มย่ามกับโอรสยวี่หรอก ฮ่า ๆ ๆ ” เหลย
เสวี่ยเฟิงแห่งสระอัสนีพิโรธหัวเราะชอบใจ มัน
เปิดเผยธาตุแท้ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
เซวี๋ยนซิงแห่งจักรวรรดิดารานภาทมิฬอยู่
ใกล้ อู่ อวี้ และ โอรสเล่อ เอามาก ๆ แม้ว่านาง
จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านกระบี่ แต่รูปโฉมของ
นางกลับงดงามน่าหลงใหล ทั้งน้ำเสียงที่เอื้อน
เอ่ยออกมายังไพเราะนุ่มนวลเป็นอย่างยิ่งอีก
ด้วย นางกล่าวขึ้นว่า “เมื่อสามวันที่ผ่านมาเรา
จับได้โอรสเฉิงได้เป็นคนแรก เขาก็เหมือนท่านสี
หน้าไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายยัง
กลับมาดูถูกเหยียดหยามข้าเสียอีก แต่หลังจาก
โดนพวกเราสั่งสอนเขาก็เริ่มคุกเข่าโขกศีรษะ
อ้อนวอนร้องขอความเมตตาอย่างน่าสังเวชใจ
เป็นที่สุด เห่อ ข้าแหละอยากรู้จริง ๆ ว่า โอรสผู้
แสนสง่างามอย่างพวกท่าน ได้รับเจ็บปวดครั้ง
สุดท้ายเมื่อใดกัน? ”
โอรสเฉิงเคยมีเรื่องมีราวกับ อู่ อวี้ มาก่อน
ตัวเขาเองก็มีเรื่องฝังใจกับโอรสผู้นี้ไม่น้อย
เช่นกัน
ระหว่างเซวี๋ยนซิงกำลังพูดพร่ำอยู่นั้น
น้องสาวของนางเซวี๋ยนเฉินก็ยกคันฉ่องฉาย
ภาพเสมือนแสดงภาพประกอบไปพลางอย่าง
เข้าขากันมาก ในภาพฉายให้เห็นว่าโอรสเฉิงกับ
กลุ่มชาวเหยียนหวงกำลังถูกทุบตีอย่างหนัก
โดยเฉพาะโอรสเฉิงเวลานี้เขานั่งกองอยู่กับ
พื้นดินโขกศีรษะโค้งคำนับใต้แทบเท้าคนกลุ่ม
หนึ่งอยู่ หลังจากเวลาผ่านไปได้ประมาณสิบลม
หายใจ เกือบทุกคนก็เข้ามาตบหน้าโอรสเฉิงคน
ละฉาดสองฉาด จวบจนกระทั่งโอรสเฉิงหลบหนี
จากไป ภาพก็สิ้นสุดลง
นี่นับเป็นความอัปยศอดสูอย่างสุดจะ
พรรณนา
หลังจากโอรสเล่อเห็นภาพนี้ หน้าของเขาก็
แดงก่ำด้วยโทสะ ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ของความอาฆาตแค้นอย่างล้ำลึก แม้ว่า
ความสัมพันธ์ของโอรสเล่อกับโอรสเฉิงจะไม่
ค่อยดีนัก แต่เมื่อเห็นมันโดนทำร้ายหยามหมิ่น
ศักดิ์ศรีเช่นนี้ก็สุดจะทานทนได้ ชวี่ เฟิงอวี๋ และ
คนอื่น ๆ ก็รู้สึกโกรธแค้นและหวาดกลัวไป
พร้อม ๆ กัน หากคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
โดยไม่ให้อารมณ์โทสะเข้าครอบงำ ก็จะรู้ว่าเหตุ
ใดพวกมันถึงทำเรื่องน่าสะพรึงกลัวกับโอรสเฉิง
ได้ถึงเพียงนี้? เพราะพวกมันต้องการให้พวกเขา
หวาดกลัว ให้พวกเขาได้ลิ้มรสความโหดร้าย
และความอัปยศอดสูอย่างที่พวกมันเคยได้รับ
ทั้งยังมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่ามันจะใช้วิธีโหดร้าย
ดังกล่าวกับโอรสเล่อเช่นกัน
หลังจาก อู่ อวี้ เห็นเช่นนั้น เขาก็รู้สึกไม่
เข้าใจจริง ๆ ว่าคนกลุ่มนี้เสียสติฟันเฟือนไป
แล้วหรืออย่างไร?
เวลานี้พวกเขาทุกคนกำลังมองดูพวกมัน
หัวเราะเย้ยหยันอย่างบ้าคลั่ง เมื่อดูจากกลยุทธ์
และ สถานการณ์โดยรวม ดูเหมือนพวกมันจะ
เสียสติกันไปหมดแล้ว
โอรสเล่อกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองว่า
” พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร!? ถึงได้กล้า
ทำให้โอรสเฉิงได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้ อย่า
ลืมนะว่าที่นี่คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล คนที่
พวกเจ้ากำลังสร้างความอัปยศให้อยู่นั้นคือ บุตร
ของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง! สิ่งที่พวกเจ้า
ลงมือกระทำไป ไม่ต่างอะไรจากการนำพา
ตนเองไปสู่ความตาย! ”
เผ่าปีศาจแห่งความตายหลิงอี้ยิ้มอย่างเย็น
ชา มันเดินเข้าไปใกล้โอรสเล่อโดยทิ้งระยะห่าง
ไว้แค่เพียงหนึ่งจั้ง พร้อมกับจ้องมองเข้าไป
นัยน์ตาของเขาแล้วกล่าวว่า ” พวกเราจะไม่ได้
อะไรเลยเช่นนั้นรึ ผิดแล้ว… ทันทีที่พวกเรา
ออกไปด้านนอก แล้วแสดงภาพที่เกิดขึ้นให้ทุก
คนเห็น ชื่อเสียงของพวกเราจะขจรขจายดัง
กึกก้องไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ เพราะผลงาน
ที่เราทำในวันนี้ หลังจากนั้นเกียรติยศศักดิ์ศรี
ของชาวเหยียนหวงในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
จะถูกบดขยี้ทำลายจนไม่มีเหลือ! โอรสผู้แสนสูง
ศักดิ์ต้องมาคุกเข่าโขกศีรษะอ้อนวอนร้องขอ
ความเมตตา อาาา∼ หลังจากที่ข้าได้ตบหน้า
มัน ช่างเป็นความรู้สึกที่แสนวิเศษเหลือเกิน ก็
นะ…เจ้าเองก็เป็นโอรสเหมือนกันคงไม่เข้าใจ
ความรู้สึกนี้ แต่ไม่ต้องกลัวเจ้าเองจะเป็นราย
ต่อไปที่ได้ลิ้มรสการคุกเข่าอ้อนวอน ร้องขอ
ความเมตตาว่ามันรู้สึกเช่นไร…หึหึ ”
เห็นได้ชัดว่าพวกมันเกลียดชังพวกเขามาก
จริง ๆ
ในเวลานั้นนายน้อยแห่งสระบูรพาเดียวดาย
ก็ตะคอกขึ้นว่า ” หลายปีมานี้พวกเราชาวเหล
ยยวนลำบากยากแค้นมากแค่ไหนรู้หรือไม่ ใน
ทุก ๆ ครั้งที่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลจัดขึ้นพวก
เราต้องขวนขวายหาสมบัตินำเครื่องบรรณาการ
มาถวาย แล้วข้าก็ต้องมาส่งเครื่องบรรณาการนี้
ด้วยตนเอง นอกจากนี้จักรพรรดิโบราณยังไม่
เปิดโอกาสให้พวกเราได้แข่งขันอย่างเป็นธรรม
กับพวกเจ้า แต่ในครั้งนี้แตกต่างออกไป
จักรพรรดิโบราณได้ทำการทดสอบโอรสอย่าง
พวกเจ้า ฉะนั้นพวกเราก็มีหน้าที่ทดสอบพวก
เจ้าเช่นกัน ลองคิดดูสิผู้ที่จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ
องค์ใหม่ แต่กลับถูกกระทำเสื่อมเสียเกียรติได้รับ
ความอัปยศจนแทรกแผ่นดินหนี คนเช่นนี้จะมี
คุณสมบัติได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงคนใหม่ได้อย่างไร? ฮ่าฮ่า! ”
มันกล้าแสดงความเกลียดชังไม่พอใจต่อชาว
เหยียนหวงอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ เป็นเพราะความ
อัดอั้นคับข้องใจที่สั่งสมมาอย่างช้านาน อู่ อวี้ รู้
ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เหล่าราชทูตหมื่น
ทวีปส่วนใหญ่มีความไม่พอใจอัดแน่นคับอก
การแข่งขันครั้งนี้เหมือนกับจักรพรรดิโบราณ
อนุญาตให้มันระบายแค้นได้เต็มที่ ยอมให้ทุกคน
มีสิทธิ์เข้าแข่งขันอย่างเท่าเทียม แล้วพวกมันจะ
เป็นครูที่คอยสอนบทเรียนอันใหญ่หลวงให้กับ
ลูก ๆ ของจักรพรรดิโบราณ บางชนเผ่าบางเชื้อ
ชาติไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญกับชาวเหยียนหวง
ดังนั้นพวกมันจึงร่วมมือกันวางกับดักค่ายกล
เพื่อจัดการกับชาวเหยียนหวง
เพราะพวกมันต่างรู้ดีว่าไข่มุกทองคำเหยียน
หวง ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับพวกมัน มันจะดีกว่า
ถ้าได้รับสิ่งอื่น ๆ จากที่นี่ เช่นการระบายความ
เกลียดชัง หรือชื่อเสียงเกียรติยศ
โอรสเล่อรู้จุดประสงค์ของพวกมันอย่างแจ่ม
แจ้งชัดเจน แต่เขาก็พูดจาติดตลกอยู่ดีว่า ” เจ้า
นี่ช่างไร้เดียงสาเหลือเกินนะ เสด็จพ่อของข้า
มิได้ใจดีถึงเพียงนั้น เจ้าคิดว่าเสด็จพ่อของข้าจะ
เปิดโอกาสให้พวกเจ้ากระทำเรื่องบัดซบเช่นนี้
ระหว่างการแข่งขันที่เป็นธรรมเช่นนั้นหรือ ข้า
กล้าพูดเลยว่าพวกเจ้าทุกตัวตนอย่าลืมว่า
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ กว้าง
ใหญ่ไพศาลและลึกลับมากเพียงใด คนข้างนอก
จะไม่มีวันได้เห็นพวกเจ้า ไม่รู้ว่าพวกเจ้าตกตาย
ไปด้วยเหตุผลกลใด พวกเจ้าจะต้องตกตายไป
อย่างลึกลับไร้ร่องรอย ไม่มีผู้ใดได้พบเห็น
ซากศพของเจ้า! แม้แต่คนที่เจ้ารักก็ไม่อาจ
ทักท้วงร้องขอความเป็นธรรมกับการตายของ
พวกเจ้าได้! สรรพเทวะวิญญาณทุกตัวที่อยู่ที่นี่
จะคึกคักรื่นรมย์กับการส่งวิญญาณของพวกเจ้า
ไปยังปรโลก! ”
แม้ว่าโอรสเล่อจะไม่ได้พูดตรง ๆ แต่ทุกคน
ได้ยินและเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ
เขารู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ไร้เดียงสาเกินไปทั้งยังกะทำ
เรื่องเหลวไหลไร้ประโยชน์ ทั้ง ๆ น่าจะรู้อยู่แล้ว
ที่นี่คือศาสตราเซียนของจักรพรรดิโบราณ แล้ว
จะมีอะไรเล็ดลอดไปจากสายตาของเขาได้กัน
เล่า? ดังนั้นการที่พวกมันทำให้บุตรชายของ
จักรพรรดิโบราณต้องได้รับความอัปยศน่าอดสู
เยี่ยงนี้ คิดว่าผลตอบแทนที่พวกมันจะได้รับควร
จะเป็นสิ่งใดกันเล่าถ้าไม่ใช่ความตาย คำพูดนี้ได้
ช่วยเคาะขี้เลื่อยในหัวสมองของพวกมันอย่าง
ชะงักดีนักแล พวกมันถึงกับพูดไม่ออกเงียบสนิท
ราวอยู่ในปั่าช้า หากมองจากเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป จักรพรรดิโบราณหาใช่
นักบุญ และ ไม่ใช่คนเที่ยงธรรมแต่อย่างใด …
เมื่อได้ยินดังนั้นพวกมันก็เริ่มหวาดกลัว
บางทีคำพูดของโอรสเล่อ อาจจะช่วยให้คน
อื่น ๆ รอดพ้นวิกฤตอันตรายอันน่าสะพรึงกลัวนี้
ไปได้ แต่ปัญหาสำหรับพวกมันก็คือพวกมันได้
ลงมือทำให้โอรสได้อับอายขายหน้าไปแล้ว
ดังนั้นพวกมันจึงมิอาจย้อนเหตุการณ์ทั้งหมด
กลับคืนมาได้
หลังจากคำพูดของโอรสเล่อได้พรั่งพรู
ออกมา พวกมันก็หันหน้าเข้าหากันเพื่อหารือ
แล้วก็เริ่มโต้เถียงกันยกใหญ่
แต่ท้ายที่สุดพวกมันก็ยังไม่เปลี่ยนความคิด
หนำซ้ำยิ่งลงมือหนักข้อมากกว่าเดิมเสียอีก
เนื่องจากพวกมันตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว จะ
ทำเพิ่มอีกสักอย่างสองอย่างก็คงไม่มีปัญหาอะไร
จากนั้นเซวี๋ยนซิงก็ยิ้มแล้วกล่าวที่ว่า ” ฟังจาก
เจ้าพูดแล้ว… ดูเหมือนเจ้ายังไม่รู้จักจักรพรรดิ
โบราณดีพอ จักรพรรดิโบราณมีบุตรธิดามาก
จนเกินไปจึงต้องคิดบททดสอบนี้ขึ้นมา ดังนั้น
การทดสอบเลือกผู้สืบทอด แน่นอนว่าต้องมี
อุปสรรคขวางกั้นเป็นธรรมดา นับตั้งแต่
จักรพรรดิโบราณประกาศว่าจะมีการทดสอบ
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ องค์
จักรพรรดิก็ได้รับรองความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่าง
หนักแน่น โอรสพระธิดาบางคนหากไม่สามารถ
แบกรับความอับอายนี้ได้ก็แสดงว่าไร้ซึ่ง
ความสามารถและความอดทน ไร้ซึ่งคุณสมบัติที่
จะแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง หากเจ้าไม่
เชื่อสิ่งที่ข้าพูดเช่นนั้นก็ลองไตร่ตรองดูว่าตั้งแต่
เล็กจนโต เจ้าได้พบหน้าจักรพรรดิโบราณสัก
ครั้งบ้างหรือยัง ? ”
คำถามนี้มันช่างจี้ใจดำโอรสเล่อเสีย
เหลือเกิน
“ ที่สำคัญภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ไม่ได้มีแค่กลุ่มของพวกเราที่ต้องการไล่ล่าจับตัว
ชาวเหยียนหวงเสียหน่อย ? บางทีคนเหล่านั้น
อาจจะใช้วิธีชั่วร้ายโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าเรา
เสียอีก เจ้าน่ะหยิ่งทะนงสำคัญตัวเองผิดมาก
เกินไป ในเมื่อจักรพรรดิโบราณเปิดโอกาสให้
พวกเราสั่งสอนพวกเจ้า แล้วมีเหตุผลกลใดที่เรา
จะไม่ช่วยลงมือสั่งสอนกันเล่า? ต่อให้วันนี้เจ้า
อาจไม่ได้ตกอยู่ในมือของเรา แต่วันพรุ่งนี้เจ้า
ต้องไปตกอยู่ในมือของผู้อื่นอยู่ดี ถ้าให้ดีก็อย่า
ยั่วโทสะของพวกเราดีกว่า! ”
โอรสเล่อคาดการณ์ผิดไปมากจริง ๆ แต่เรื่อง
ที่อีกฝั่ายกล่าวก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันเป็นเรื่อง
จริง ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
เมื่อถึงกำหนดครบรอบเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์
หมื่นทวีปที่ต้องมาส่งมอบเครื่องบรรณาการ
พวกมันก็ใจจดใจจ่อที่จะเอาคืนชาวเหยียนหวง
หรือแม้แต่เหล่าราชวงศ์อย่างโอรสพระธิดา
พวกมันไม่สามารถเสนอหน้าช่วยบุตรหลานของ
ตนเองเวลาโดนรังแกหรือเกิดความไม่เป็นธรรม
ได้ เวลาแข่งขันบุตรหลานของพวกมันทำได้แค่
ช่วยเหลือตัวเองเพียงเท่านั้น นอกจากนี้ตาม
สถิติหลายปีที่ผ่านมาจักรพรรดิโบราณจะไม่ยื่น
มือเข้ายุ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเล็ก ๆ
น้อย ๆ เลยสักครั้ง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่าน
มาสิ่งที่จักรพรรดิโบราณกระทำ มันน่าตื่น
ตระหนกตกใจเสียยิ่งกว่าพวกมันลงมือเป็นไหน
ๆ
ด้วยเพราะข้อพิพาทระหว่างมนุษย์ เป็น
เพียงเรื่องเล็กน้อยมากเกินไปสำหรับเขา
อู่ อวี้ รู้มานานแล้วว่าไม่มีทางที่โอรสเล่อจะ
เปลี่ยนใจของพวกมันได้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี
เพราะ อู่ อวี้ ต้องการให้เขาช่วยยื้อเวลาให้นาน
ที่สุดเท่าที่จะทำได้
ยิ่งโอรสเล่อต่อปากต่อคำโต้แย้งกับพวกมัน
มากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้พวกมันบ้าคลั่งมากขึ้น
เท่านั้น อีกทั้งไม่มีช่องว่างให้ อู่ อวี้ พูด
สอดแทรกได้เลยแม้แต่น้อย ไม่นานนักหลิงฮั่นก็
กล่าวขึ้นอย่างหมดความอดทนว่า ” เลิกเพ้อ
เจ้อเสียที ข้าได้ลงมือทำไปครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับ
ครั้งที่สองข้าสัญญาเลยว่าจะยิ่งหฤหรรษ์
เพลิดเพลินไปกับการระบายความโกรธแค้นนี้!
คนหนุ่มสาวอย่างเจ้าเก็บกดความไม่พอใจมา
นานแล้ว นี่ไม่ใช่โอกาสที่ดีหรอกหรือที่พวกเจ้า
จะได้ระบาย? ”
แน่นอนว่าพวกมันจะไม่หนักมือจนถึงขนาด
พลาดพลั้งสังหารอย่างแน่นอน แต่พวกมัน
ต้องการทำให้ชาวเหยียนหวงอับอายจนไม่อยาก
อยู่บนโลกใบนี้ต่อไป กล่าวได้ว่าวิธีทำร้ายทาง
จิตใจเช่นนี้มันโหดร้ายเสียยิ่งกว่าฆ่าแกงกันซะ
อีก โดยเฉพาะพวกพ้องผู้ติดตามของโอรสเล่อ
พวกมันเป็นเพียงแค่ผู้รับใช้ติดตาม ไฉนพวกมัน
ต้องโดนลูกหลงไปด้วยเช่นนี้?
“เช่นนั้นเอาเป็นสตรีมอบให้ข้าก็แล้วกัน!”
เหลยเสวี่ยเฟิงแห่งสระอัสนีพิโรธเลียริมฝีปาก
แผล่บ ๆ เย้ยหยันจ้องมองไปทาง ชวี่ เฟิงอวี๋
กับ เย่ซีซี