กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1057: ราชาเงาทมิฬ
หลังจากหลิงอี้ตกตายไป กลุ่มของพวกมันก็
ยืนนิ่งอึ้งตะลึงงันเป็นอัมพาตอย่างสมบูรณ์
หยวนจูจวิน , หลิงฮั่น , เหลยเปั้า และยอด
ฝีมือคนอื่น ๆ ทั้งหมดล้วนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 และ 6 ความแข็งแกร่ง
ของพวกมันสามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้
ในความเป็นจริงพอพวกมันออกจากเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล พวกมันจะต้องได้รับ
บทลงโทษอย่างหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะสระ
อัสนีพิโรธ พวกมันไม่เหมือนกับหลิงฮั่นที่เป็น
น้องชายของมหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน
แต่ด้วยเพราะร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ค่อนข้างลึกลับยากที่จะเข้าใจ จึงทำให้ฝั่ายตรง
ข้ามอย่างพวกมันค่อนข้างขยาดหวาดกลัว อู่
อวี้
” บอกตามตรงในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
แห่งนี้ ข้ายังไม่เคยเห็นผู้ใดโง่เขลาดักดาน
เสมือนเจ้าอีกแล้ว โอรสเล่อเป็นผู้ถูกเลือกจาก
จักรพรรดิโบราณ เขาจะขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ
องค์ใหม่ในอนาคต เจ้าช่างมีตาหามีแววไม่ คิด
จะจัดการโอรสเล่อเหมือนกับโอรสเฉินงั้นรึ? หึ!
ช่างน่าขัน เจ้าเห็นหลิงอี้หรือไม่ มันกล้าทำให้
โอรสเล่อต้องขุ่นเคืองใจ ข้าจึงส่งมันไปสำนึกผิด
ที่ปรโลกก่อนเพื่อน พวกเจ้าจะกระทำเช่นนั้น
ต่อไปก็ได้ แต่มาดูกัน ว่าสุดท้ายจะมีชีวิตเหลือ
รอดกันสักกี่คน ถ้ารู้สึกเคลือบแคลง ไม่เห็นโลง
ศพก็ไม่หลั่งน้ำตา เช่นนั้นก็มาลองดูกันสักตั้ง! ”
อู่ อวี้ หยิบยกเรื่องโอรสเล่อเป็นผู้ถูกเลือก
ของจักรพรรดิโบราณขึ้นมากล่าว จึงยิ่งทำให้
พวกมันหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก อันที่จริงพวก
มันเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้มาบ้างแล้ว ดังนั้น
เมื่อเห็นว่าโอรสเล่อมาติดกับดัก พวกมันถึงได้
ตื่นเต้นดีใจกันนักหนา ด้วยเพราะโอรสเล่อ
สามารถทำให้พวกมันมีชื่อเสียงโด่งดังมากยิ่งขึ้น
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเหลยเสวี่ยเฟิง
กับหลิงอี้ดันมาตกตายต่อหน้าต่อตาของพวกมัน
เรื่องนี้จึงช่วยยืนยันคำพูดของ อู่ อวี้ เข้าไปอีก
“ผายลมสิ้นดี! ถ้าเช่นนั้นก็มาตัดสินกันให้รู้
แล้วรู้รอด ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลกันเนี่ย
แหละ!”
หลิงฮั่นสกัดร่างกลืนของ อู่ อวี้ ไว้ ดู
เหมือนว่ามันคงต้องการที่จะลองดูสักตั้ง
ส่วนทางด้านของเหลยเปั้าใจคอของมันเริ่ม
ฝั่อไปหมดแล้ว พวกมันคิดว่าบทลงโทษที่ตน
ต้องเผชิญคงมีเพียงความตายสถานเดียวเพียง
เท่านั้น หลังจากออกไปพวกมันจะมีหน้าไปแจ้ง
เจ้าอาณาเขตสระบูรพาเดียวดาย ว่านายน้อย
เหลยเสวี่ยเฟิงตกตายไปแล้วได้อย่างไร
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” เพื่อการสืบทอด
บัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ใหม่ จักต้องสร้าง
ความเชื่อมั่น ด้วยพิธีอันยิ่งใหญ่จนผู้คนทั่วทั้ง
ใต้หล้ารับทราบโดยทั่วกัน มิฉะนั้นแล้วเจ้าคิดว่า
จักรพรรดิโบราณจะยอมส่งมอบเครื่อง
บรรณาการจากจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป คืน
ให้แก่พวกเจ้าจริง ๆ งั้นหรือ? เจ้านี่มันช่างไร้
เดียงสาเหลือเกิน ”
หลิงฮั่นโต้แย้งกลับว่า ” อู่ อวี้ เจ้ากล้านำ
จักรพรรดิโบราณมาแอบอ้างตามอำเภอใจเยี่ยง
นี้ ความผิดนี้เทียบเท่ากับการปลอมแปลงราช
โองการ! วาจาที่ลั่นไปแล้วไม่อาจคืนคำ เจ้าไม่
กลัวว่าจักรพรรดิโบราณจะมาจัดการเจ้าหรือ
อย่างไร?”
อู่ อวี้ ยิ้มอีกครั้งแล้วพูดว่า ” ก็นี่ไง…ข้าถึงได้
กล้าพูดออกมาเต็มปากเต็มคำ มีมูลไม่มีมูล
หรือไม่ก็ลองคิดเอาเอง? ถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าได้
พูดจาเหลวไหล ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการฉีกหน้า
พวกเราเช่นนั้นหรือ? เอาสิ อย่างไรเสียในวันนี้
ชีวิตของพวกเจ้าก็อาจจะหาไม่กันอยู่แล้ว จะมัว
มาหวาดกลัวเป็นเต่าหดหัวอยู่ทำไม? ”
ระหว่างโต้คารมปะทะฝีปาก อู่ อวี้ จับ
จังหวะจะโคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ คำพูดของ
เขาช่างฟังดูกล้าหาญชาญชัยจนโอรสเล่อรู้สึก
ละอายใจเลยทีเดียว แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ อู่ อวี้
กล่าวออกไปก็แค่ต้องการถ่วงเวลาเท่านั้นเอง
ดีกว่าปล่อยให้พวกมันลงมือต่อ ยามนี้คนอื่น ๆ
ในกลุ่มของพวกมันกำลังหวาดกลัวจากคำพูด
หลอกล่อของเขา เช่นเซวี๋ยนซิงกับเซวี๋ยนเฉิน
เมื่อพวกนางเห็นคนทั้งสองตกตายไปเยี่ยงนี้
พวกนางก็ไม่กล้าลงต่ออีก ส่วนหยวนจูจวินผู้ยืม
มือคนอื่นไม่ยอมลงมือด้วยตนเอง ยิ่งไม่ยอม
ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว แต่พยายามออกห่างจาก
กลุ่มคนของมหาสมุทรแห่งความตายกับสระ
อัสนีพิโรธ
สระอัสนีพิโรธกับพรรคพวกคนอื่น ๆ กำลัง
อยู่ในสภาพหดหู่ใจอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่าอย่างนี้
พวกมันกำลังอับจนหนทาง ไม่รู้ว่าจะนำเรื่อง
การตายของนายน้อยจะไปกราบทูลกับเจ้า
อาณาเขตสระบูรพาเดียวดายเช่นไร แน่นอนว่า
ความอัปยศในครั้งนี้พวกมันไม่มีทางชดใช้ได้
อย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่ามันจะสังหาร อู่ อวี้
เสีย แต่สำหรับชาวเหยียนหวงแล้ว อู่ อวี้ คือ
บุคคลผู้เจิดจรัสอย่างถึงที่สุด หากมันตัดสินใจที่
จะสังหารเขาจนตกตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป ไม่
มีทางที่ชาวเหยียนหวงจะปล่อยพวกมันไปแน่ ๆ
ด้วยเหตุดังกล่าวพวกมันจึงไม่อยากเข้าไปมี
เอี่ยวกับเรื่องนี้ ดูเหมือนคำว่าความอัปยศอดสู
สำหรับพวกมันจะไร้ความหมายไปนานแล้ว คน
ตายไปแล้วจะมาห่วงเรื่องหน้าตาความอับอาย
อะไรกันอีกเล่า?
เช่นเดียวกับหลิงฮั่น ที่เสมือนดั่งเอาคอพาด
เขียงอยู่ในตอนนี้
อู่ อวี้ เหี้ยมเกรียมกว่าพวกมันมาก เขาลง
มือสังหารเด็ดขาดไร้ความปรานี หากพวกมัน
ต้องการหาข้อแก้ต่างให้ตนเอง ก็ต้องสังหาร
พวกเขา แต่พวกมันไม่กล้าสังหารชาวเหยียน
หวงจริง ๆ
สมองของหลิงฮั่นทำงานอย่างหนัก เมื่อข่ม
ความกลัวได้แล้วมันก็กล่าวขึ้นว่า ” ไม่ว่าจะ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ฆ่าคนก็ต้องชดใช้ ชีวิตต้อง
แลกด้วยชีวิต! นายน้อยทั้งสองถูกเจ้าสังหาร
อย่างไร้ปรานี จริงอยู่ถึงพวกข้าจะไม่กล้าสังหาร
โอรสเล่อ แต่ในเมื่อนี่คือร่างแยกของเจ้า ถ้า
เช่นนั้นข้าจะส่งร่างแยกของเจ้าไปยังแดน
ปรโลกก่อนแล้วกัน ”
หนนี้มันตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง อย่างไรก็
ตามไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ต้องหาข้ออ้างไป
อธิบายกับมหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน อีกทั้ง
ยามนี้มันเป็นภัยคุกคามเพียงเดียวของมันก็คือ
อู่ อวี้ มันจึงตัดสินใจว่าหลังจากสังหารร่างแยก
ของเขาได้แล้ว มันค่อยตัดสินใจว่าจะลงมือ
สังหารร่างต้นอย่างเขาเพื่อล้างแค้นให้กับหลิงอี้
หรือไม่
” ใช่! จัดการร่างแยกของมันก่อน ”
“ข้าจะช่วยด้วยอีกแรง!” สระอัสนีพิโรธร้อง
สมทบมาดหมายร่วมมือต่อสู้กับหลิงฮั่น กล่าว
ได้ว่ายามนี้พวกมันมีศัตรูคนเดียวกัน
แต่เนื่องด้วยพวกมันไม่รู้ความสามารถที่
แท้จริงของร่างแยก อู่ อวี้ ดังนั้นพวกมันจึง
ระมัดระวังเป็นอย่างมาก อันที่จริงด้วยระดับ
ความสามารถของพวกมันในตอนนี้ไม่ว่าผู้ใด
หน้าไหนก็สามารถบดขยี้ร่างกลืนสวรรค์ของเขา
ได้ทั้งสิ้น
กล่าวได้ว่าเวลานี้คนทั้งสี่ตัดสินใจชัดเจน
สระอัสนีพิโรธออกปากขอร่วมมือกับหลิงฮั่น
ส่วนเซวี๋ยนซิงกับเซวี๋ยนเฉินยังอยู่ด้านหลัง ด้วย
เพราะร่างกลืนสวรรค์ของเขาดูอันตราย พวก
มันจึงคิดร่วมมือกันสังหาร ทำให้ อู่ อวี้
พยายามถ่วงเวลามาได้แค่จนถึงปัจจุบันเท่านั้น
“ข้าควรทำอย่างไรดี?” ด้วยความกังวลโอรส
เล่อจึงดูลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย
เขารู้ว่าตนเองจะไม่ตาย แต่เขาก็ห่วงกังวล
อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
ส่วนหนานซาน หวางเยว่ หรือ เย่ซีซี หาก
คนทั้งสองตกตายไป ก็คงไม่มีชาวเหยียนหวงคน
ใดซักไซ้เอาความเรื่องนี้
จักรพรรดิโบราณกล่าวมานานแล้วว่า
เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีผู้ใดตกตาย
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าโอรสเล่อกำลังวิตกกังวล
เป็นอย่างมาก เขาจึงให้ยิ้มแล้วพูดว่า ”
พระโอรสไม่จำเป็นต้องกังวล มาถึงขั้นนี้แล้วข้า
จะไม่มีวิธีแก้ปัญหาได้อย่างไร? ”
นอกจากอีกฝั่ายจะแข็งแกร่งมาก พวกมันยัง
เป็นผู้อาวุโสที่ยากจะจัดการอีกด้วย ไม่มีทางที่
อู่ อวี้ จะจัดการกับพวกมันได้ คงมีแต่สวรรค์
ประทานพรเสียแล้ว
แต่พวกมันคงลืมไปว่าภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล มียอดฝีมือเข้ามาเป็นจำนวนมาก
อย่างเช่น ‘คนจากจักรวรรดิเปั่ยหมิง’
นอกจากนี้ยังมียอดฝีมืออีกมากมายที่อุทิศชีวิต
ให้แก่จอมจักรพรรดิหมิงไห่ว่าจะปกปั้องดูแล
องค์หญิงองค์ชายอีก
ขณะที่หลิงฮั่นกำลังเข้าประชิดตัวร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจาก
ด้านหลัง
“หยุดมือเดี๋ยวนี้ ” นี่คือเสียงของชายชราที่
ฟังดูแล้วช่างเงียบสงบยิ่ง เขากล่าวออกมาแค่
เพียง 3 คำ แต่ให้ความรู้สึกราวกับว่าคนผู้นี้อยู่
ใกล้ ๆ หลิงฮั่นตกตะลึงแล้วรีบหันกลับไปมอง
ตามทิศทางของเสียง แลเห็นว่ามีกลุ่มคนชุดดำ
กำลังยืนอยู่ คนกลุ่มนี้เป็นคนของจักรวรรดิเปั่ย
หมิง ท่ามกลางคนเหล่านั้นมีผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญ
ตบะมาอย่างแก่กล้าแล้วอยู่มากมาย หนึ่งในนั้น
ก็คือ องค์หญิงโย่วเสี่ย
เมื่อองค์หญิงโย่วเสี่ยเห็นว่า อู่ อวี้ ยังสบายดี
ไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด นางก็ถอนหายใจออกมา
อย่างโล่งอก หลังจากนางก็ยิ้มให้เขา
อู่ อวี้ ได้ติดต่อสื่อสารกับองค์หญิงโย่วเสี่ย
ตั้งแต่แรกที่พวกเขาติดกับดักแล้ว
อู่ อวี้ สามารถพูดคุยกับองค์หญิงโย่วเสี่ย
ผ่านการเชื่อมต่อวงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์วิเศษ
ใด ๆ อันที่จริงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาได้ติดต่อ
กับองค์หญิงโย่วเสี่ยพูดคุยกันบางเรื่อง
นอกจากนี้เขายังรู้อีกว่านางกำลังมองหาไข่มุก
ทองคำเหยียนในชั้นที่ 2 อู่ อวี้ ไว้ใจนางอย่าง
มาก ดังนั้นเขาจึงบอกนางทันทีที่ได้เห็นไข่มุก
ทองคำเหยียน
ในขณะที่พวกเขาถูกกับดัก กลุ่มของพวก
นางอยู่ที่ไหนสักแห่งและค่อนข้างไกลจาก
บริเวณที่พวกเขาอยู่ แต่ก็ไม่ไกลถึงขนาดที่มา
หา อู่ อวี้ ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงบอกให้นางพา
ผู้ติดตามมาที่นี่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นอกจากนี้ท่ามกลางยอดฝีมือของจักรวรรดิเปั่ย
หมิงที่ห้อมล้อมนางอยู่นั้น มีอยู่ 2 คนเป็น
น้องสาวและน้องชายของจอมจักรพรรดิหมิงไห่
ซึ่งเป็นลุงกับปั้าแท้ ๆ ของนางนั่นเอง
พวกเขาคือ ‘ราชาเงาเดียวดาย’ แล้ว ‘ยอด
สตรีแห่งทิศอุดร’ พวกเขาเป็นคนสำคัญยิ่งของ
จอมจักรพรรดิหมิงไห่ ราชาเงาเดียวดายมีอายุ
อ่อนกว่าจอมจักรพรรดิหมิงไห่แค่เพียงไม่กี่ปี
เท่านั้น มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ขั้นที่ 7 ส่วนยอดสตรีแห่งทิศอุดร นางมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับสามภัยพิบัติขั้นที่ 6
การที่ราชาเงาเดียวดาย มีพลังฝีมืออยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติขั้นที่ 7 แสดงว่าเขาผ่าน
ทัณฑ์สวรรค์ครั้งที่ 2 อย่างเพลิงหยินมาแล้ว
เป็นระดับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าขั้นที่ 6
หลายเท่า ดังนั้นสำหรับราชาเงาเดียวดายแล้ว
หลิงฮั่น , หยวนจูจวิน และคนอื่น ๆ รวมถึง
กลุ่มคนจากสระอัสนีพิโรธ ไม่อาจสร้างภัย
คุกคามให้แก่เขาได้แม้แต่น้อย
ราชาเงาเดียวดายไม่รู้เรื่องวงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ เพียงแค่รู้ว่า อู่ อวี้ กับ
องค์หญิงโย่วเสี่ยสนิทชิดเชื้อต่อกัน สายสัมพันธ์
นี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเกี่ยวดองระหว่าง
จักรวรรดิเปั่ยหมิงกับอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ด้วยเหตุนี้ทันทีที่พวกเขาได้ยินว่า อู่ อวี้
กับ โอรสเล่อกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจึง
เต็มใจมาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
และด้วยเหตุนี้เอง อู่ อวี้ จึงพยายามถ่วง
เวลาไว้ตั้งแต่แรก ทั้งหมดก็เพื่อรอจนกว่าเขาจะ
เดินทางมาถึง แต่เพราะพวกมันคิดจะลงมือกับ
เย่ซีซี เขาจึงจำเป็นต้องสั่งให้ร่างกลืนสวรรค์
สังหารคนทั้งสอง เพื่อสร้างความตกตะลึงให้แก่
พวกมัน
แน่นอน อู่ อวี้ ไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย แล้ว
ในที่สุดผู้ช่วยเหลือของเขาก็มาถึง เท่ากับว่า
พวกเขาทั้งหมดปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
ผู้ที่ปรากฏได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับ หลิง
ฮั่นและพรรคพวกอย่างใหญ่หลวง
พวกมันพยายามตรวจสอบแล้วตรวจสอบ
อีก ทั้งยังวางค่ายกลกักขังทุกสรรพสิ่งไว้อย่าง
มิดชิด จนแน่ใจว่ายังไง อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางร้องขอ
ความช่วยเหลือได้ แต่พวกมันไม่เคยนึกถึงวง
เวทพันธะโลหิต ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่ทำให้พวก
มันรู้สึกตกตะลึงกว่าเดิมก็คือ ผู้ที่มาช่วยโอรส
เล่อกับพรรคพวกไม่ใช่ชาวเหยียนหวง แต่ชาว
เปั่ยหมิง …
ทั่วทั้งร่างหลิงฮั่นเปียมไปบรรยากาศมันดื้อ
รั้น มันกล่าวขึ้นว่า ” นี่คือความขัดแย้งระหว่าง
ข้ากับชาวเหยียนหวง ราชาเงาเดียวดาย ชาว
เปั่ยหมิงอย่างเจ้าเข้ามาสอดทำไม!”
ราชาเงาเดียวดายยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ไม่ว่า
สัตว์เดรัจฉานจากมหาสมุทรแห่งความตาย
อย่างพวกเจ้าคิดทำสิ่งใด ข้าก็จะหยุดมัน หาก
ภายในสิบลมหายใจ เจ้ายังไม่ไสหัวไป ก็อย่าหา
ว่าข้าไร้ปรานี หยวนจูจวิน เจ้ามาเพียงลำพัง
เช่นนี้ นับว่ากล้าหาญอยู่ไม่น้อย หรือต้องการให้
ข้าทำลายค่ายกลของเจ้าด้วยตนเองหรือไม่? ”
คำพูดท่อนแรกหมายถึงหลิงฮั่น ส่วน
ประโยคท่อนหลังต้องการบอกหยวนจูจวิน
ภายในชมพูทวีปโลกธาตุ กองกำลังอย่าง
จักรวรรดิดารานภาทมิฬ หรือ สระอัสนีพิโรธ มี
ความหยิ่งทะนงภาคภูมิใจในตนเองอย่างสูงล้ำ
ยิ่ง ซึ่งบางกองกำลังก็แสดงความเป็นศัตรูกับ
ชาวเหยียนหวงอย่างชัดเจน ส่วนความสัมพันธ์
ระหว่างชาวเปั่ยหมิงกับชาวเหยียนหวงจัดว่า
มิได้เลวร้ายเท่าใดนัก เช่นเดียวกับชาวฟั่านฮวา
ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับชาวเหยียนหวง
เนื่องจากมีผู้คนของแดนเซียนบุปผาฟั่านฮวา
มากมายเกี่ยวดองวิวาห์กับชาวเหยียนหวง
หยวนจูจวินมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด เมื่อแล
เห็นสถานการณ์ในยามนี้ มันก็ปลดค่ายกลใย
แมงมุมแย้มมังกร แล้วหันหลังจากไปโดยไม่
ร่ำลาทันที นับว่าเป็นคนที่แปลกประหลาด
พิสดารเสียจริง
เมื่อ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ได้รับอิสระ เขาก็
ตอบสนองทันที ด้วยการใช้วงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์ครอบคลุมปกปั้องทุกคนไว้ จากนั้นก็รีบ
ล่าถอยออกมา เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสชาวเปั่ย
หมิงสองคนก็เข้ามาปกปั้องพวกเขาทันที ด้วย
สถานการณ์ในยามนี้ กล่าวได้ว่าพวกเขานั้น
รอดพ้นจากอันตรายแล้ว
เมื่อคนจากราชวงศ์เปั่ยหมิงมาถึง หลิงฮั่น
กับพรรคพวกของมันก็ทำได้แค่มองดูพวกเขา
อย่างไม่อาจทำอะไรได้
สองพี่น้องเซวี๋ยนซิงเซวี๋ยนเฉินเห็น
สถานการณ์ไม่สู้ดี พวกนางทั้งสองก็เตรียมตัวจะ
จากไป แต่แล้วก็ถูก หนานซาน หวางเยว่ ดักคอ
เอาไว้ก่อนว่า ” คนสวยทั้งสองหวาดกลัวเหรอ
จ๊ะ อะไรกานนน∼ เมื่อกี้นี้เพิ่งบอกกับข้าอยู่
หยก ๆ ว่าอยากจะเล่นกับข้าไม่ใช่หรือ รู้ไหมว่า
ตอนนั้นข้ารู้สึกมีความสุขมากเหลือเกิน ”
เซวี๋ยนซิงยังไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่
สำหรับเซวี๋ยนเฉิน ถึงแม้ว่านางจะพูดเพียงไม่กี่
คำ แต่คำพูดของนางทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกรังเกียจ
เป็นอย่างมากแล้ว
ทว่า อู่ อวี้ ไม่ได้หยุดพวกนางทั้งสอง เพราะ
ถ้าหากเทียบพลังฝีมือกันแล้วพวกนางแข็งแกร่ง
กว่าเขามากนัก จริงอยู่ว่า อู่ อวี้ นั้นพึ่งพาพลัง
ของผู้อื่นเพื่อหลบหนีจากปัญหา แต่เขาไม่อยาก
ใช้พลังของผู้อื่นเพื่อได้มาซึ่งชัยชนะ
ดังนั้น หนานซาน หวางเยว่ จึงรู้สึกไม่ค่อย
เต็มใจที่จะปล่อยพวกนางไปเช่นนี้
” กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ในเมื่อตัดสินใจที่จะ
ทำก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับผลตอบกลับคืน
ไปเป็นสองเท่า” อู่ อวี้ กล่าวกับพวกนาง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกนางสองคนก็หยุดชะงัก
แล้วเร่งจากไปทันที
บัดนี้จึงเหลือแต่กลุ่มคนจากสระอัสนีพิโรธ
กับมหาสมุทรแห่งความตายเพียงเท่านั้น