กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1058: พันธมิตรใหม
คนที่มีความแข็งแกร่งระดับนี้ย่อมไม่พูดเล่น
อย่างแน่นอน พวกเขาจะพูดแค่เพียงสองสาม
คำเท่านั้น
” นายน้อยของเราต้องตาย บัญชีแค้นครั้งนี้
จะต้องมาตามเก็บกับเจ้าอย่างแน่นอน อู่ อวี้! ”
” ยังมีเวลาเหลือเฟือ ต่อให้เจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลจะกว้างใหญ่มากเพียงใด แต่ข้าก็เชื่อ
ว่าจะต้องมีโอกาสได้พบพานกับเจ้าอีกครั้ง ข้า
ไม่เชื่อว่าเจ้าจะโชคดีเช่นนี้ทุกครั้งไป! ”
มันกล่าวออกมาอย่างขมขื่น จากนั้นก็
หลบหนีไปอย่างน่าสังเวช
เหลือเพียงคนจากมหาสมุทรแห่งความตาย
เท่านั้น
หลิงฮั่นกล่าวว่า ” ไฉนชาวเปั่ยหมิงอย่าง
พวกเจ้า ถึงต้องคอยหาโอกาสสังหารเราอยู่
ตลอด? ”
ราชาเงาเดียวดายยิ้มแล้วพูดว่า ” หุบปาก
ได้แล้ว เจ้าตอนนี้ไม่มีค่าพอให้ข้าเหลือบแลด้วย
ซ้ำ เมื่อใดที่เจ้ากล้ารับทัณฑ์สวรรค์ ‘เพลิงหยิน’
หรือไม่หวาดกลัวเป็นเต่าหัวหดเช่นนี้ เมื่อนั้น
เจ้าค่อยกลับมาท้าทายข้าอีกครั้งก็แล้วกัน แต่
ผู้คนในมหาสมุทรแห่งความตายอย่างพวกเจ้า
ทำสิ่งเลวร้ายมากมาย ถ้าเจ้าต้องรับทัณฑ์
สวรรค์ ‘เพลิงหยิน’ จะผ่านมันไปได้งั้นหรือ? เจ้า
ก็ลองคิดดูเอาสิ… ว่ามันจะรู้สึกเช่นไรหากถูกเผา
กลายเป็นเถ้าถ่าน ”
ระหว่างกล่าวอยู่นั้นราชาเงาเดียวดายได้โบก
มือส่งสัญญาณให้กับ อู่ อวี้ โดยมีความหมาย
เป็นนัยว่ากลุ่มของ อู่ อวี้ สามารถติดตามพวก
เขามาได้ ไม่ต้องกังวลพวกมันที่เหลือ
อันที่จริงถึงแม้ว่าราชาเงาเดียวดายจะไม่ได้
โจมตี แต่แค่เพียงคำพูดเรื่องการผ่านทัณฑ์
สวรรค์ระดับ ‘เพลิงหยิน’ ของเขาก็เสมือนกับ
การโจมตีเข้าใส่หลิงฮั่นอย่างรุนแรงแล้ว เพราะ
การที่หลิงฮั่นอยู่ในระดับนี้มานานหลายทศวรรษ
เป็นเพราะว่ามันหวาดกลัว เรียกได้ว่าเป็นความ
หวาดกลัวอันใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของมัน
ด้วยเหตุนี้คำพูดของราชาเดียวดายจึงทำให้มัน
หัวใจสลาย
อย่างไรก็ตามเวลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจความรู้สึก
ของมัน อู่ อวี้ กับพวกพ้องของเขาเดินผ่านมัน
ไปหาราชาเงาเดียวดายอย่างหน้าตาเฉย งานนี้
คงต้องขอบคุณราชาเงาเดียวดาย สิ่งที่เกิด
ขึ้นกับหลิงฮั่นและพรรคพวกของมันในยามนี้
ตรงกับคำสุภาษิตที่ว่ากรรมใดใครก่อกรรมนั้น
ย่อมตามสนอง
หลังจากที่ อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อ กล่าว
ขอบคุณ ราชาเงาเดียวดายก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า ”
ทั้งสองรู้สึกเช่นไรต่อกับดักนี้ ”
โอรสเล่อตอบกลับว่า ” เพราะข้ายังอ่อน
เยาว์ไร้ประสบการณ์จึงได้ถูกรังแกเยี่ยงนี้ เมื่อใด
ที่ข้าแข็งแกร่งขึ้นข้าถึงจะสามารถปกปั้อง
ศักดิ์ศรีของตนเองได้ ”
ราชาเงาเดียวดายพยักหน้า ” อืม ๆ การ
ปกปั้องศักดิ์ศรีถือเป็นเรื่องสำคัญและกระทำได้
ยากยิ่ง แล้ว อู่ อวี้ ล่ะ? เห็นว่าเจ้าสามารถฆ่า
นายน้อยสระบูรพาเดียวดายกับบุตรของมหา
ราชาปีศาจวิญญาณเหินได้ ”
“มีความเห็นเช่นไรงั้นหรือ?”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าคิด
ว่าบางที : ถึงแม้จะเป็นผู้เยาว์ ก็ไม่จำเป็นต้องมี
ความอ่อนด้อยเสมอไป ”
“ ด้วยอายุของพวกเจ้ายามนี้ หากแข็งแกร่ง
กว่าเราคงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนแก่อย่างพวก
เราแล้ว ” ยอดสตรีแห่งทิศอุดรกล่าวยิ้ม ๆ
อันที่จริง อู่ อวี้ กำลังคิดถึงอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ บางทีนั่นอาจเป็น
กุญแจสำคัญที่จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งได้
รวดเร็วยิ่งขึ้น มากพอที่จะทำให้พวกเขาก้าวขึ้น
ไปถึงจุดสูงสุดของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลใน
ครั้งนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังฝีมือของพวกเขา
ยามนี้ อ่อนด้อยจนทุกคนสามารถรังแกได้จริง ๆ
ดูเหมือนโอรสเล่อก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
“ พวกเจ้าจะติดตามเราไปด้วยหรือไม่? นัง
หนูน้อยโย่วเสี่ยของเราเอาแต่คิดถึงเจ้า หากให้
นางติดตามพวกเจ้าไป ข้าคงไม่ค่อยจะวางใจนัก
อีกอย่างบิดาของนางก็สั่งนักสั่งหนาให้ข้าคอย
ปกปั้องนางให้ดี ๆ ” ราชาเงาเดียวดายอยากให้
พวกเขาร่วมทางไปด้วย หากไปกับพวกเขา
คาดว่า อู่ อวี้ คงต้องล้มเลิกเรื่องไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงและตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงปฏิเสธอย่างแน่นอน ซึ่งทางด้าน
องค์หญิงโย่วเสี่ยคงรู้ดีอยู่แก่ใจว่าพวกเขาทั้ง
สองไม่เหมาะกัน
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังปฏิเสธ ทันใดนั้นโอรส
เล่อก็กล่าวขึ้นว่า ” ลำพังแค่พวกเราไม่กี่คนยาก
ที่หาตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณได้ เจ้าลองให้
พวกเขาช่วยเราอีกแรงดีไหม? หากทั้งหมดนี้
ช่วยกันค้นหาตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณจะไม่
ดีกว่าหรือ? ”
อู่ อวี้ ไม่คิดว่าโอรสเล่ออยากจะเจอตำหนัก
เต๋าจักรพรรดิโบราณ จนถึงขนาดยอมแพร่ง
พรายความลับนี้ให้ผู้อื่นได้ล่วงรู้ เขาจึงถามว่า ”
การที่เราจะยกโขยงไปที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณ หม่อมฉันว่ามันดูไม่ควรนัก ”
” สำหรับเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องห่วง ตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณมีการจัดวางค่ายกลห้ามมิให้
คนนอกเข้าไป มีเพียงสายโลหิตของโอรส
พระธิดาเท่านั้น ถึงจะสามารถเปิดค่ายกล แล้ว
พาคนนอกเข้าไปด้วยได้ ต่อให้คนนอกรู้เรื่องก็
ไม่มีทางเข้าไปได้อยู่แล้ว ส่วนโอรสพระธิดาคน
อื่น ๆ ถึงแม้จะรู้ว่าตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
ในชั้นนี้ แต่ก็ไม่อาจยืนยันได้เสมอไปว่าพวกเขา
จะหามันเจอ นอกจากนี้หากเราหากันเองคงยาก
ที่จะพบเจอได้ ฉะนั้นถ้าให้พวกเขาช่วยเหลือเรา
จึงน่าจะดีกว่า ”
อู่ อวี้ มองดูแล้วพูดว่า ” คนหนุ่มสาวของ
เปั่ยหมิงเข้ามาในนี้จำนวนมาก หากเกิดหาเจอ
ขึ้นมา พวกนั้นต้องอยากให้คนหนุ่มสาวได้เข้า
ไปในตำหนักด้วยอย่างแน่นอน”
อันที่จริงโอรสเล่อก็คิดเรื่องนี้ไว้แล้วเช่นกัน
ถ้าให้กล่าวตามตรงแม้แต่ชาวเหยียนหวงด้วย
กันเอง เขาก็ไม่อยากพาเข้าไปด้วย แต่ถ้าเรา
ต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน มันก็ต้อง
ยอมกลั้นใจตอบแทนอะไรบางอย่างให้กับคน ๆ
นั้นอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้โอรสจึงตอบกลับไปว่า ”
เอาวิธีนี้ไหมล่ะ…ก็แค่ให้องค์หญิงโย่วเสี่ยสหาย
ของเจ้าเข้าไปได้แค่คนเดียวก็พอ ส่วนคนอื่น ๆ
ไม่สามารถเข้าไปได้ หากพวกเขาไม่เห็นด้วย
ทางเราก็จนปัญญา เพราะพวกเราไม่สามารถ
พาคนนอกเข้าไปได้มากมายนัก ไม่เช่นนั้นข้าคง
ต้องถูกชาวเหยียนหวงก่นด่าสาปแช่งไม่มีวันได้
ผุดได้เกิดเป็นได้แน่ แต่ก่อนอื่นเราคงต้องหา
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณให้เจอก่อน …”
จึงสรุปได้ว่าให้องค์หญิงเสี่ยเข้าไปคนเดียว
ย่อมดีกว่า
หลังจากหารือกับโอรสเล่อเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็
กล่าวตอบราชาเงาเดียวดายไปว่า ” ผู้อาวุโส
เราต้องการร่วมเดินทางไปกับท่านด้วย เพราะ
ในระหว่างทาง มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องยืมมือผู้อาวุโส
”
ชาวเปั่ยหมิงมิได้รังเกียจเดียดฉันท์อันใด อู่
อวี้ เนื่องจากว่า อู่ อวี้ มีสายสัมพันธ์อันดีกับ
พวกเขา ดังนั้นราชาเงาเดียวดายจึงเอ่ยถามว่า
” มีสิ่งใดอยากให้ช่วยเหลือ เจ้าก็เอ่ยปากมาได้
เลยอย่าได้เกรงใจ ”
อู่ อวี้ เชื่อว่าตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
ต้องอยู่ในชั้นนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึง
พยายามค้นหาร่องรอยของตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ เมื่อสบโอกาสได้พบเจอกับ
กลุ่มของชาวเปั่ยหมิง อู่ อวี้ จึงบอกเล่าเรื่องนี้
ให้แก่ราชาเงาเดียวดายโดยตรง
เมื่อ อู่ อวี้ พูดจบ พวกเขาก็แสดงสีหน้าตก
ตะลึงระคนประหลาดใจเล็กน้อย อู่ อวี้ จับจ้อง
มองไปยังพวกเขาด้วยความสงสัย เมื่อเห็น
เช่นนั้น ราชาเงาเดียวดาย กับ ยอดหญิงแห่งทิศ
อุดร ก็หัวเราะเสียงดังลั่น จากนั้นยอดหญิงแห่ง
ทิศอุดรกล่าวว่า ” แน่นอนว่าเราเคยได้ยิน
ชื่อเสียงเลื่องลือของตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณมาบ้าง เจ้ากล่าวกับเราเช่นนี้ เพราะ
ต้องการหาคนที่จะพาไปใช่หรือไม่ ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ฝั่ายตรงข้ามกล่าว อู่ อวี้ ก็
รู้สึกมีความสุขอยู่ไม่น้อย เขารีบพูดขึ้นอย่าง
รวดเร็วว่า “ ผู้อาวุโสกล่าวเช่นนี้? เป็นไปได้
หรือไม่ว่า… ”
เขารู้สึกสับสนงงงงวยเป็นยิ่งนัก เนื่องจากว่า
หากองค์หญิงโย่วเสี่ยเก็บงำสิ่งใดไว้ในใจแล้วล่ะ
ก็ ถ้า อู่ อวี้ อยากทราบเขาก็จะทราบได้ทันที
แต่สิ่งที่อยู่ในความคิดของนางก็หาได้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณแม้แต่
น้อย ดังนั้นยามนี้องค์หญิงโย่วเสี่ยจึงรู้สึกสับสน
เช่นเดียวกัน แต่ข้อมูลที่ อู่ อวี้ รู้มาจากองค์
หญิงโย่วเสี่ย คือระหว่างที่พวกเขากำลังค้นหา
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ยอดสตรีแห่งทิศอุดร
ได้ออกคนไปค้นหาสถานที่อันตรายที่อยู่รอบตัว
ของพวกเขา หลังจากกลับมานางก็จะมาหารือ
กับราชาเงาเดียวดาย ดังนั้นหากทั้งคู่พบสิ่งใด
องค์หญิงโย่วเสี่ยย่อมไม่มีทางทราบได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ตั้งอกตั้งใจฟังสิ่งที่
ยอดสตรีแห่งทิศอุดรกล่าว ” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน
มา ข้าได้ลองเข้าไปตรวจสอบภายในทะเลเพลิง
ของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นสอง ดู
เหมือนว่าจะมีตำหนักสีทองอร่ามอยู่ภายในส่วน
ลึกของทะเลเพลิง แต่ค่ายกลวงเวทที่อยู่
โดยรอบจำกัดไม่ให้ข้าเข้าไป ข้าลองงัดวิธี
มากมายมาใช้ แต่ก็ไม่อาจฝั่าเข้าไปได้ แต่มัน
น่าจะเป็นตำหนักแห่งเดียวที่ข้าพบเห็นในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลนี้ เป็นไปได้ว่ามันอาจเป็น
ที่ตั้งของตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ ” ยอด
หญิงแห่งทิศอุดรกล่าว
” นั่นต้องเป็นตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
อย่างแน่นอน! ” โอรสเล่อกล่าวอย่างตื่นเต้น อัน
ที่จริง อู่ อวี้ แค่ลองถามดูว่าพวกเขาพอจะ
ช่วยเหลืออะไรได้หรือไม่ ไม่คาดคิดว่าผู้อาวุโส
ทั้งสองจะรู้ถึงการดำรงอยู่ของเต๋าจักรพรรดิ
โบราณจริง ๆ!
“ เรื่องที่เจ้าพูดดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ตำหนัก
เต๋าจักรพรรดิโบราณคือสถานที่ที่จักรพรรดิ
โบราณเทศนาเต๋าของตนเอง แล้วมันจะมีผลต่อ
การบำเพ็ญเพียรอย่างใหญ่หลวงของผู้ฝึกตนที่
อยู่ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะใช่หรือไม่?
แต่ปัญหาก็คือถึงแม้ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่นั่น
แต่ก็มีค่ายกลมากมายถูกจัดวางกั้นขวางเอาไว้
ดังนั้นเราจึงไม่อาจเข้าไปได้ ” ราชาเงา
เดียวดายกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โอรสเล่อก็ดูเหมือนจะคิด
อะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขากล่าวขึ้นว่า ” เท่าที่
ข้าทราบ เสด็จพ่อได้ตั้งข้อจำกัดเอาไว้ มีเพียง
ข้ากับผู้ติดตามเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ราชาเงาเดียวดายกับ
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ช่าง
ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ถึงแม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์กับผู้
เฒ่าอย่างเรา ๆ แต่ถ้ากลุ่มผู้เยาว์มีโอกาสได้รับ
ฟังเทศนาเต๋าจากจักรพรรดิโบราณ คงจะมี
ประโยชน์อยู่ไม่น้อย ถ้าเช่นนั้นอย่ามัวรีรออยู่
เลย ไปกันได้แล้ว!”
เรื่องบังเอิญอันแสนน่าประหลาด ล้วนเข้ามา
ตอนที่เรายังไม่ทันตั้งตัวเสมอ
เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด อู่ อวี้ จึง
จำเป็นต้องกล่าวขึ้นว่า ” ผู้อาวุโส โอรสเล่อไม่
อาจนำคนเข้าไปมากมายได้ขนาดนั้น
โดยเฉพาะคนนอก คนผู้นั้นจำเป็นต้องเป็นคนที่
ชาวเหยียนหวงรู้จัก และมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ
พระโอรส ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงสามารถพาองค์
หญิงโย่วเสี่ยเข้าไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
สำหรับองค์หญิงองค์ชายท่านอื่นข้าคงต้องขอ
อภัยด้วย … ”
แน่นอนองค์หญิงองค์ชายทั้งหมดซึ่งอยู่ในที่
แห่งนี้ อู่ อวี้ ย่อมรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เนื่องจากว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยแข่งขันชิงชัย
กับ อู่ อวี้
เดิมทีพวกมันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อ
ได้ยินสิ่งที่เขากล่าว องค์หญิงองค์ชายทั้งหมดก็
นิ่งอึ้งไปทันที หลังจากนั้นองค์หญิงโย่วเซวียนก็
กล่าวขึ้นว่า ” มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ตำแหน่งของ
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ แล้วทำไมเจ้าถึง
พาพวกเราเข้าไปได้แค่คนเดียว! ทั้ง ๆ ที่มาช่วย
แท้ ๆ แต่ไม่สำนึกบุญคุณบ้างเลยหรือไง? ”
องค์หญิงองค์ชายมากมายต่างรู้สึกไม่ยินยอม
เนื่องจากพวกมันคิดว่าหากองค์หญิงโย่วเสี่ย
ได้รับโชควาสนาครั้งใหญ่นี้ จนนางยกระดับ
ฝีมือแซงหน้าพวกมัน ตำแหน่งจักรพรรดิของ
พวกมันในอนาคตจะสั่นคลอนเอาได้
โอรสเล่อ โค้งคำนับให้พวกมัน ” ทุกท่าน ๆ
ข้ารู้สึกเสียอย่างสุดซึ้ง แต่ข้าจำเป็นต้องคำนึงถึง
มุมมองของชาวเหยียนหวงด้วย จักรพรรดิ
โบราณเทศนาเต๋าถือว่ามีความสำคัญต่อเรายิ่ง
นอกจากนี้ท่านยังเป็นชาวเปั่ยหมิง จึงมีเพียง
ไม่กี่คนที่ข้าให้ความสนิทสนมด้วย และข้า
จำเป็นต้องเลือกคนที่มีความสนิทชิดเชื้อมาก
ที่สุดนั่นก็คือองค์หญิงโย่วเสี่ย เพราะนางมี
สัมพันธ์อันดีกับ อู่ อวี้ สำหรับคนอื่นข้ารู้สึก
เสียใจจริง ๆ… ”
แน่นอนว่า โอรสเล่อ ถือเป็นตัวแปรสำคัญ
สำหรับการเข้าสู่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
หากไม่มีเขาชาวเปั่ยหมิงก็ไม่สามารถเข้าไปได้
ในช่วงเวลานั้นเองเหล่าองค์หญิงองค์ชายก็
พากันพูดคุยหารือเสียงดังลั่น ส่วนทางฝังของ อู่
อวี้ ก็มิได้กล่าวอะไรมากนัก กระทำเพียงรอ
คำตอบของราชาเงาเดียวดาย ซึ่งพวกเขากำลัง
แสดงสีหน้าข่มขืน และรู้สึกอึดอัดใจกับ
สถานการณ์ในยามนี้เป็นอย่างยิ่ง
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ แอบขี้โกงเล็กน้อย
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาต้องการช่วยเหลือ
องค์หญิงโย่วเสี่ย หากนางอาศัยโอกาสในครั้งนี้
ยกระดับก้าวหน้าขึ้นจนเหนือยิ่งกว่าเหล่าพี่น้อง
แล้วกลายเป็นจักรพรรดิเปั่ยหมิงคนใหม่ใน
อนาคตก็คงดีอยู่ไม่น้อย แต่เขาไม่ยอมปล่อยให้
พี่น้องคนอื่น ๆ ของนางเข้าไปแน่
” เพิ่มไปอีกสักหนึ่งหรือสองคนไม่ได้งั้นหรือ?
” ราชาเงาเดียวดายเอ่ยถามขึ้น
โอรสเล่อ ส่ายหัวแล้วพูดว่า ” ราชาเงา
เดียวดาย ท่านน่าจะรู้ว่าข้าลำบากใจมาก
เพียงใด … ”
ใช้มรดกที่จักรพรรดิโบราณทิ้งเอาไว้ เพื่อทำ
ให้คนอื่น ๆ เติบโตขึ้น เป็นเสมือนดั่งตราบาป ที่
อาจทำให้ถูกตราหน้าเอาได้
พวกเขาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน หากราชา
เงาเดียวดายไม่ยอมรับ พวกเขาคงกระทำได้
เพียงพึ่งพาตนเองเท่านั้น …
จากนั้นราชาเงาเดียวดายกับผู้อาวุโสคนอื่น
ๆ ก็หันมาพูดคุยหารือกัน แล้วในที่สุดเขาก็
กล่าวว่า ” ตกลง เอาเช่นนั้นก็ได้ ข้าทราบดีถึง
ความลำบากใจของเจ้า การร่วมมือกันในครั้งนี้
ถือเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน หากใน
อนาคตความฝันของโอรสเล่อเป็นจริง ข้าก็หวัง
ว่าเจ้าจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเปั่ยหมิงเราสักเรื่อง
สองเรื่อง ”
เมื่อ โอรสเล่อ ได้ยินคำตอบในทางบวกเช่นนี้
แน่นอนว่าย่อมรู้สึกมีความสุข เขาพยักหน้าแล้ว
กล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” ขอบคุณราชาเงา
เดียวดายที่เข้าใจ หากมีวันนั้นจริง ข้าจะปฏิบัติ
ต่อจักรวรรดิเปั่ยหมิงอย่างดี! ”
ผู้อาวุโสเหล่านี้เลือกที่จะมองผลได้ผลเสียใน
ระยะยาว ดังนั้นจึงไม่ต้องการฟังปัญหาให้กับ
โอรสเล่อ โดยที่พวกเขาลงลงทุนลงแรงเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งโย่วเสี่ยยังมีโอกาสได้รับ
โชควาสนา ถึงแม้มันจะไม่ยุติธรรมสำหรับคน
อื่น ๆ เล็กน้อย แต่ภายในใจของพวกเขาก็
ตระหนักดีว่า นี่คือสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่
โย่วเสี่ยสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง