กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1059: ประตูสูตําหนักเตา
หลังจากได้ยินการตัดสินใจครั้งนี้ของราชา
เงาเดียวดายแล้ว คนอื่น ๆ ก็หัวเราะออกมา
อย่างขมขื่นด้วยความไม่ยินยอม แน่นอนมัน
ต้องมีปัญหาแน่
เวลานี้องค์หญิงและชายคนอื่น ๆ กำลังหดหู่
อย่างที่สุด
” ช่างไม่ยุติธรรม ทำไมโย่วเสี่ยถึงเข้าได้แล้ว
พวกเราเข้าไม่ได้!”
” โอรสเล่อ ไฉนท่านถึงเลือกที่รักมักที่ชัง
เช่นนี้ ครั้งนี้ท่านรอดมาได้เพราะพวกเราแท้ ๆ
ยังมีหน้ามาทำเช่นนี้อีกหรือ? ”
” หยุดกันได้แล้ว ประการแรกเพราะเหตุใด
โย่วเสี่ยถึงเข้าไปได้คนเดียวน่ะหรือ? ลองถามใจ
ของพวกเจ้าเองดูว่า พวกเจ้าไปเป็นสหายของ
อู่ อวี้ และ โอรสเล่อ ตั้งแต่ชาติปางไหนกัน ?
ประการที่สองคนที่ใช่ช่วยพวกเขาไว้เป็นเรา
สองคน ไม่ใช่พวกเจ้า ” ราชาเงาเดียวดาย
ตะคอกใส่พวกมัน ทำให้องค์ชายองค์หญิงส่วน
ใหญ่ปากเงียบ เหลือเพียงองค์หญิงประมาณ
สองสามคนเท่านั้นที่ยังรำไห้อย่างไม่อยากจะ
ยอมรับ
พวกมันมองดูองค์หญิงโย่วเสี่ยกับ อู่ อวี้
ด้วยสายตาที่เปียมล้นไปด้วยความเกลียดชัง แต่
ด้วยเพราะตอนนี้ราชาเงาเดียวดายกำลังมีโทสะ
ทำให้พวกมันไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาใด
แน่นอนว่ามันต้องมีความขัดแย้งภายในกลุ่ม
ที่ไม่อาจหาข้อยุติได้บ้างอยู่แล้ว
อู่ อวี้ คิดว่าราชาเงาเดียวดายกับพรรคพวก
อาวุโสของเขา ตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน
ถึงแม้จะดูเหมือนว่าพวกเขาลงทุนลงแรงไปมาก
แต่อันที่จริงแล้วถ้าไม่มีโอรสเล่อ องค์หญิงโย่ว
เสี่ยก็คงไม่มีโอกาสเข้าไปในตำหนักเลยด้วยซ้ำ
นอกจากนี้การที่จอมจักรพรรดิหมิงไห่กำชับ
ให้ดูแลองค์หญิงโย่วเสี่ยเป็นพิเศษ เป็นเพราะ
องค์หญิงโย่วเสี่ยมีความสัมพันธ์อันดีกับ อู่ อวี้
และ โอรสเล่อ ในครั้งนี้พวกเขาจึงยอมแลก
ความรู้สึกส่วนตัว เพราะคิดว่าในอนาคตชายทั้ง
สองคนนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่าง
แน่นอน ส่วนพวกเขาก็มีหน้าที่แค่ชี้นำทาง
เท่านั้น
อย่างไรก็ตามคนที่เข้ามาภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ ก็ไม่ต่างจากแมลงวัน
หัวขาดบินว่อนอย่างไร้หนทาง การที่มีเปั้าหมาย
อย่างชัดเจนก็ยังดีกว่าวิ่งว่อนสะเปะสะปะไปทั่ว
“ไปกันเถอะ!”
เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาการเดินทางอันน่า
เบื่อหน่าย ดังนั้นราชาเงาเดียวดายจึงอัญเชิญ
เรือรบออกมาทันที เรือรบสีดำลำนี้เป็นศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณชั้นเลิศ เรือรบนี้ดูเสมือน
ดั่งคันศร ดำมะเมื่อมเรียบยาวไปทั่วทั้งตัวลำ ดู
เสมือนดั่งสามารถพุ่งทะลวงบดขยี้ทำลายได้ทุก
สรรพสิ่ง หลังจากที่ อู่ อวี้ ขึ้นสู่นาวาให้เขา
สัมผัสได้ถึงระดับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวของ
มัน นาวาทมิฬแล่นทะลวงฝั่าเปลวเพลิงนับไม่
ถ้วนไปเบื้องหน้า ด้วยเพราะยอดหญิงแห่งทิศ
อุดรเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน ดังนั้นนางจึง
คุ้นเคยกับสถานที่เป็นอย่างดี
โอรสเล่อกังวลอย่างมาก ด้วยเพราะกลัวว่า
จะไม่มีตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณอยู่ในพื้นที่
ดังกล่าว กลัวว่าจะหามันไม่เจอ เวลานี้องค์
หญิงโย่วเสี่ยปะปนกับพวกเขา ส่วนองค์หญิง
องค์ชายคนอื่น ๆ ก็อยู่อีกด้านหนึ่ง คราแรก
พวกมันเดินทางกันด้วยความรื่นเริงสนุกสนาน
แต่ยามนี้เมื่อสายตาของมันที่จับจ้องไปยัง อู่ อวี้
เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างสุดแสน ด้วย
เพราะพวกมันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมราชาเงา
เดียวดายถึงต้องยอมเสียเปรียบเช่นนี้
หากอยู่ภายในเรือรบจะเห็นว่า เปลวเพลิงที่
ลุกท่วมไปทั่วทั้งผืนฟั้าลุกโหมกระหน่ำกวาด
ผ่านไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเห็นเต่าหินตัวอื่น ๆ
ที่มีความสามารถเฉกเช่นราชาเงาเดียวดาย
ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาทำให้
สถานการณ์ภายในเจดีย์วิญญาณเซียนบรรพ
กาลชั้นที่ 2 นี้ช่างสะดวกสบายเสียจริง ๆ เรียก
ได้ว่าแทบไม่ต้องกังวลอันใดเลย
“กำลังจะถึงในไม่ช้า”
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามราชาเงาเดียวดายก็
บอกให้พวกเขาเตรียมตัว อู่ อวี้ เห็นว่าด้านหน้า
มีทะเลเพลิงหลากสีสัน ทันใดนั้นทะเลเพลิง
หลากสีก็ระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศใน
ยามนี้เต็มไปด้วยความโกลาหลปันปั่วน
อุณหภูมิความร้อนรุนแรงเกินจะรับ อู่ อวี้ คิดว่า
ท่ามกลางคนหนุ่มสาวจำนวนมากอาจมีเพียง
เขาเท่านั้นที่ทานทนกับอุณหภูมิความร้อนขนาด
นี้ได้
” เปลวเพลิงที่นี่ร้อนแรงมาก ถึงพวกเจ้าจะรู้
ว่ามีสถานที่นี้อยู่แต่ก็คงไม่อาจเข้ามาได้ ” ราชา
เงาเดียวดายกล่าว
นาวาทมิฬพุ่งทะยานแหวกผ่า มหาสมุทร
เปลวเพลิงเข้าไปอย่างต่อเนื่อง โอรสเล่อรู้ทันที
ว่า หากเขาไม่อาจเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ มัน
ก็น่าจะเป็นอุปสรรคขัดขวางโอรสพระธิดาคน
อื่น ๆ เช่นกัน
เรือรบที่มีลักษณะคล้ายลูกศร พุ่งทะยานฝั่า
ทะลวงเข้าไปยังส่วนลึกทะเลเพลิงด้วยระดับ
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว ทะเลแห่งเพลิงอันไร้
ที่สิ้นสุดยามเป็นเฉกเช่นดั่งกระแสน้ำอันเชี่ยว
กราก ราวกับว่าสามารถเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง
ให้กลายเป็นจุณ
“ใกล้จะถึงแล้ว” ยอดหญิงแห่งทิศอุดรพยัก
หน้าเล็กน้อย ขณะมองไปยังด้านหน้า
ด้วยเพราะสถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่มาก
เกินไป หากพวกเขาเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรกคง
ต้องใช้เวลาอีกนานโขกว่าจะตำหนักพบ และคง
ไม่แม่นยำเท่าผู้ฝึกตนเก๋าประสบการณ์เช่นนี้
หลังจากยอดหญิงแห่งทิศอุดรกล่าวจบ เห็น
ได้ชัดว่าเปลวเพลิงที่อยู่เบื้องหน้าก็โหมกระหน่ำ
ปันปั่วนมากยิ่งขึ้น ฉับพลันทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง
ลง แล้วพวกเขาก็ฝั่าทะลวงออกมาจากเปลว
เพลิง เข้าสู่พื้นที่ทรงกลมวางเปล่า โดยใจกลาง
ของพื้นที่ทรงกลมนั้นมีตำหนักสีทองอร่ามตั้งอยู่
ตำหนักนั้นถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกเมฆาสี
ทองและสีดำ ถึงแม้จะไม่อาจแลเห็นได้อย่าง
ชัดเจน แต่ในระหว่างที่เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้
พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์
เสมือนราวกับว่ามีเทพเซียนประทับอยู่ภายใน
นั้น ทำให้ผู้คนที่เข้ามารู้สึกต้องก้มกราบ
สักการะบูชาอย่างช่วยไม่ได้!
” ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ! อยู่ที่นี่จริง ๆ
! ” เมื่อเห็นตำหนักสีทอง โอรสเล่อก็พูดขึ้นด้วย
ความตื่นเต้นตกใจอย่างที่สุด บางทีนี่อาจเป็น
ตำหนักในตำนานที่ผู้คนร่ำลือกัน หลังจากแน่ใจ
แล้วว่าต้องใช่แน่ ๆ อู่ อวี้ ก็รู้สึกโล่งใจ แต่เขาก็
ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเทศนาเต๋าของ
จักรพรรดิโบราณ ว่าจะสามารถทำให้พลังฝีมือ
ยกระดับเพิ่มขึ้นได้จริงหรือไม่? แล้วถ้าหากเป็น
เช่นนั้นจริง ๆ เหตุใดจักรพรรดิโบราณจึงไม่พา
โอรสพระธิดาเข้ามาในนี้ ไฉนถึงไม่สนับสนุนให้
ลูก ๆ ของตนเองแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้อื่น ?
จากนั้น อู่ อวี้ ก็แลเห็นว่ามีบริเวณโดยรอบ
ของตำหนักมีม่านแสงทรงกลมห่อหุ้มเอาไว้อยู่
นี่คือวงเวทค่ายกลที่มีเฉพาะโอรสพระธิดา
เท่านั้นถึงจะสามารถเปิดได้
” เอาล่ะ…คราวนี้พวกเจ้าก็รีบเข้าไปด้านใน
ได้แล้ว ส่วนเราจะรอพวกเจ้าอยู่ข้างนอกนี่
แหละ แต่อย่าให้นานเกินไปนัก เพราะเราต้อง
ไปหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงกันต่อ ” ราชาเงา
เดียวดายพูดกับพวกเขา
ด้วยเพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีอันตรายใด ๆ
ดังนั้นทุกคนจึงออกมาจากเรือรบ
โอรสเล่อไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป
หลังจากนั้นเขาก็รีบพา อู่ อวี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย
และพรรคพวกคนอื่น ๆ ติดตามเข้าไปทันที
ส่วนองค์หญิงองค์ชายคนอื่น ๆ เพราะถูกอบรม
สั่งสอนมามากเพียงพอ ทำให้เวลานี้แม้ภายใน
จิตใจจะเกลียดชังอย่างที่สุด แต่ก็พยายามเก็บ
อาการความริษยาแลโกรธแค้นเอาไว้ ถึงกระนั้น
ก็ไม่อาจปิดบังสายตาสุดริษยาของพวกเขาได้
พริบตาพวกเขาก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า
ม่านปราการโปร่งแสง โอรสเล่อใช้อาวุธกรีดนิ้ว
มือตนเอง จากนั้นก็หยดโลหิตลงบนม่านแสง
โลหิตที่หยดลงไปนั้นระเหยอย่างรวดเร็ว อู่ อวี้
รู้สึกว่ามันเหมือนกับการเปิดประตูทางเข้าสู่
พิภพปีศาจบรรพกาล เนื่องจากประตูทางเข้า
พิภพปีศาจบรรพกาลก็ต้องใช้โลหิตเปิดเช่นกัน
เมื่อม่านแสงนี้ดูดโลหิตเข้าไป กลุ่มโลหิตก็
แพร่กระจายจนม่านปราการเปิดขยายออกไป
อย่างต่อเนื่อง เมื่อขยายจนถึงจุดที่ผู้คนสามารถ
เข้าไปได้ โอรสเล่อก็รีบใส่เกียร์หมาวิ่งทะยาน
เข้าไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ
เมื่อเห็นเช่นนั้น อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็รีบตาม
เข้าไปด้านในทันที หลังจากก็เขาเข้ามา ม่าน
แสงก็เริ่มหดตัวลง จนพวกเขาถูกปิดผนึกอยู่
ภายในนี้อย่างสิ้นเชิง เมื่อเงยหน้ามองอีกครั้ง อู่
อวี้ ก็แลเห็นว่าการแสดงออกของเหล่าองค์หญิง
องค์ชาย ดูบ้าคลั่งโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น
ณ เวลานี้ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณอยู่
ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
โอรสเล่อเดินนำหน้า จากนั้นทุกคนก็ติดตาม
เขาไปที่ประตูทางเข้าตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด ทันใดนั้นทุก
คนก็ได้ยินเสียงแว่วดังมาจากด้านใน ราวกับ
เสียงของจักรพรรดิโบราณก็มิปาน
เวลานี้ประตูทางเข้าตำหนักเต๋าจักรพรรดิ
โบราณได้ถูกเปิดออก ราวกับว่าจักรพรรดิ
โบราณอยู่ด้านใน จึงทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกประหม่า
เล็กน้อย