กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1060: เทศนาเตา
แน่นอนว่าผู้ที่ตื่นเต้นที่สุดในกลุ่มก็คือโอรส
เล่อ ด้วยความเคารพที่มีต่อองค์จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงอย่างล้นพ้น ที่นี่ไม่ต่างจาก
ดินแดนในฝันของเขาเลยก็ว่าได้
เขารู้ว่าพระบิดาล่วงรู้ว่าตนเองมาถึงตำหนัก
เต๋าแล้ว
ความปิตินี้สามารถทำให้เขาร่ำไห้ได้เลย
ทีเดียว
บิดา กับ เซียนอมตะ เมื่อสองอัตลักษณ์นี้มา
รวมกันทำให้โอรสพระธิดารู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อย
บิดาซึ่งเป็นเช่นดั่งตำนาน พระบิดาพี่ไม่ค่อยได้
พบเห็นหน้าไม่ค่อยได้มามีส่วนร่วมในชีวิตของ
พวกเขา แต่ชื่อเสียงของเขากลับไม่เคยหายไป
ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวของพวกเขาเสมอ
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเข้าใจความตื่นเต้นของโอรส
เล่อในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี
ส่วนความสัมพันธ์ของจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงกับตัวเขา ยังอยู่ในสภาวะอึมครึมก้ำกึ่ง
ความหม่นหมองหวาดกลัวนี้ยังไม่อาจบอกได้
แน่ชัดว่าเขามาร้ายหรือมาดี หรือว่าเป็นศัตรูกัน
แน่
ก่อนมาที่นี่เขาเองก็คิดวนเวียนเกี่ยวกับเรื่อง
นี้ ตัวเขากับจักรพรรดิโบราณต่างชั้นกันราวฟั้า
กับเหว หากอีกฝั่ายคิดไม่ดีไม่ร้ายกับตนเองงาน
นี้คงได้ยุ่งกันใหญ่ แต่ก็นั่นแหละเขาเองก็ไม่
อยากคิดมากจนทำให้ตัวเองวิตกจริต ขลาดกลัว
เป็นเต่าหดหัว ในเมื่อโอกาสมาอยู่เบื้องหน้า
เช่นนี้แล้ว ก็ถือเสียว่าเป็นบททดสอบท้าทาย
ความกล้าชั้นดีไปในตัว ดังนั้นเขาจึงเลือกเข้าสู่
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
ถึงแม้เขาอาจไม่แน่ใจว่าตนเองจะเก็บเกี่ยว
อะไรจากที่นี่ได้บ้างก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นไปได้
ว่าจักรพรรดิโบราณออกแบบสถานที่นี้มาเพื่อ
รองรับบุตรธิดาของตนเองเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุ
นี้ต่อให้เดินทางมาด้วยกันหรือได้ฟังเทศนาเต๋า
ไปพร้อม ๆ กัน ผลการเก็บเกี่ยวก็อาจจะ
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เวลานี้พวกเขามายืนอยู่ตรงด้านประตู
ทางเข้าตำหนัก ด้านในทำด้วยทองคำเหลือง
อร่าม โอรสเล่อคุกเข่าโค้งคาวระด้วยความนับ
ถืออย่างสุดซึ้งที่หน้าประตู ก่อนจะเป็นผู้นำ
ขบวนเดินข้ามธรณีประตูเข้าไปด้านใน ชวี่ ห้าว
เหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ กับคนอื่นติดตามเขาเข้าไป
อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยเพราะกลุ่มสามสหายอย่าง
ชวี่ ห้าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไปั๋หลี่ จุยหุน
ก่อนหน้านี้เหมือนเพิ่งโดนระเบิดลูกใหญ่ตกใส่
กลางศีรษะมาหมาด ๆ จึงทำให้อารมณ์ของ
พวกมันยังไม่ค่อยมั่นคงนัก โดยเฉพาะ ชวี่
เฟิงอวี๋ กับ ไปั๋หลี่ จุยหุน จนปั่านนี้ก็ยังไม่ค่อย
พูดคุยกันมากมาย
หากไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ ได้ลงมือสังหารเหลย
เสวี่ยเฟิงกับพรรคพวกของมันจนตกตายไป
เกรงว่าความขัดแย้งของพวกมันคงหนักหนา
สาหัสยิ่งกว่านี้
ไปั๋หลี่ จุยหุนไต่ถาม อู่ อวี้ ว่าเพราะเหตุใด
เขาถึงไม่สังหารเหลยเสวี่ยเฟิงให้มันตกตายไป
เสียตั้งแต่ตอนแรก ทำไมต้องรอให้มันทำเรื่องน่า
ละอายกับ ชวี่ ห้าวเหยียน ก่อน ในตอนนั้นเขา
พูดได้เพียงว่า เขายังไม่อาจมั่นใจได้ว่าคนจาก
จักรวรรดิเปั่ยหมิงจะมาถึงเมื่อไหร่ จึงทำได้แค่
เพียงประคองสถานการณ์ไปก่อน ยังไม่สามารถ
ทำอะไรหุนหันได้ หลังจากได้ยินคำตอบไปั๋หลี่จุย
หุนก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ อู่ อวี้ รู้ดีว่าภายในใจของ
มันต้องเต็มไปด้วยความเกลียดชังกระอัก
กระอ่วน
ส่วน อู่ อวี้ , หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี ,
องค์หญิงโย่วเสี่ย พวกเขาทั้งสี่ได้เดินมุ่งหน้าเข้า
มาในตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
หลังจากเข้ามาก็พบว่าภายในตำหนักเต๋า
จักรพรรดิมีขนาดใหญ่โตโอ่อ่ามากทีเดียว ไม่ว่า
จะเป็นพื้นหรือผนังกำแพงล้วนถูกเคลือบด้วย
ทองคำจนหมด บนพื้นผิวมีภาพแกะสลัก
ประติมากรรมอยู่มากมาย ด้วยพื้นฐานฝึกตนใน
ปัจจุบันของเขา แค่เพ่งพินิจมองดูอย่างใกล้ชิด
ก็ทำให้พวกเขาเกิดอาการปวดเศียรเวียนเกล้า
ทันที ราวกับว่ากำลังติดอยู่ในห้วงวังวน ซึ่งไม่มี
ประโยชน์ต่อ ‘เต๋า’ เลยแม้แต่น้อยนิด
อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งแปดจะไม่มา
เสียเวลาดูสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจหรือเกิด
ประโยชน์ ด้วยเหตุนี้สายตาของทุกคนจึงรวมตัว
มาอยู่ที่จุดเดียวนั่นก็คือ ตำแหน่งตรงข้ามประตู
ตำหนัก เพราะที่นั่นมี ‘คน’ กำลังนั่งอยู่บน
บัลลังก์มังกร ที่มีขนาดความสูงมากกว่า 3 จั้ง
เขาสวมใส่ชุดคลุมสีทองดำ ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่
ทรงอำนาจเที่ยงตรงยุติธรรม แผ่กลิ่นอายแรง
กดดันอันน่าเกรงขาม ส่งผลกระทบอันใหญ่
หลวงมายังผู้ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างพวกเขา กล่าว
ตามตรงแรงกดดันมหาศาลนี้เกือบทำให้ อู่ อวี้
คิดว่านี่เป็นคนจริง ๆ !
ตาข้างซ้ายของชายผู้นี้เป็นสีทอง เฉก
เช่นเดียวกับดวงตะวันสาดทอแสงสีทองเจิดจ้า
ส่วนตาขวานั้นเป็นสีดำสนิท เมื่อแสงสีทองจาก
ตาข้างซ้ายสาดส่องตัดตาข้างขวา มันดูเสมือน
กับก้นเหวลึกที่กลืนกินแสงเข้าไปจนสิ้น
“พระบิดา!” แม้กระทั่งโอรสเล่อก็คิดว่านี่เป็น
คนจริง ๆ เขารีบคุกเข่าหมอบคลานลงกับพื้น
แสดงความเคารพนบนอบอย่างรวดเร็ว แล้วชวี่
ห้าวเหยียนก็กระทำตามเช่นเดียวกัน ส่วน อู่ อวี้
ได้ใช้เนตรเพลิงเพ่งมองดูก่อนแล้ว เขาจึงรู้ว่านี่
เป็นเพียงแค่รูปปันหาใช่คนจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นริมฝีปากของรูปปันตัวนี้ กำลัง
ขยับเคลื่อนไหวอยู่ เมื่อลองเพ่งจิตตั้งใจฟัง ก็จะ
พบว่ารูปปันนี้กำลังเทศนาเต๋าอยู่ แล้วถ้ายิ่ง
ตั้งใจฟังมากเท่าไหร่ก็จะได้ยินเสียงดังมากขึ้น
เท่านั้น
ปัง!
หลังจากที่พวกเขาเข้าประตูมาสู่ด้านใน
ทันใดนั้นประตูด้านหลังก็ปิดลงอย่างกะทันหัน
ไม่ทันตั้งตัว
ยามนี้หัวใจของ อู่ อวี้ เต้นกระหน่ำอย่าง
รุนแรง กล่าวตามตรงเขารู้สึกหวั่นกลัวเล็กน้อย
แต่ยามนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้เขา
ยังแลเห็นบนพื้นด้านหน้ามีอาสนะสีทองเก้าใบ
วางอยู่ อาสนะสีทองวางอยู่ใต้รูปปันจักรพรรดิ
โบราณ รูปปันโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย หากผู้
ผู้ใดนั่งอยู่เบื้องหน้าของรูปปัน จะรู้สึกว่า
จักรพรรดิโบราณกำลังมองดูตนเองอยู่ คงต้อง
บอกว่าแรงกดดันมันช่างใหญ่หลวงจริง ๆ
“ตั้งใจฟังให้ดี” อู่ อวี้ ตบไหล่โอรสเล่อด้วย
เพราะไม่ต้องการให้เขาตื่นเต้นมากเกินไป ให้
เขามีสมาธิตั้งใจฟังคำเทศนาเต๋าจากรูปปัน
จักรพรรดิโบราณ โอรสเล่อรู้ว่ามันเป็นรูปปัน
เพราะมีอาสนะรองตรงฝั่าพระบาท อีกทั้งเขา
เคยได้ยินเนื้อหาของคำเทศนาเต๋าดังกล่าว
มาแล้ว จึงรู้ว่าตนไม่อาจพลาดเวลานี้ได้ เขานั่ง
ลงบนอาสนะที่อยู่ตรงตำแหน่งใจกลาง ส่วน
ทางด้านซ้ายมือก็คือ อู่ อวี้ ส่วนองค์หญิงโย่ว
เสี่ยก็นั่งถัดไปอีก ต่อมาก็เป็นเย่ซีซีและหนาน
ซานหวางเยว่ ส่วน ชวี่ ห้าวเหยียน กับกลุ่มของ
มันนั่งอยู่ทางด้านขวา โอรสเล่อ โดยอาสนะผืน
สุดท้าย มีตำแหน่งว่างอยู่หนึ่งผืน
โชคดีที่มีอาสนะนั่งเตรียมไว้เก้าใบ ไม่เช่นนั้น
พวกเขาคงจะนั่งไม่พอ
เมื่อ อู่ อวี้ นั่งลงบนอาสนะ เขาก็หลับตา
แล้วตั้งสมาธิแน่วแน่ ๆ ไปกับการฟัง ‘คำเทศนา
เต๋าของจักรพรรดิโบราณ’
อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษมากมายอะไรกับ
จักรพรรดิโบราณเสมือนโอรสเล่อ ดังนั้นเขาจึง
สงบจิตใจนั่งฟังคำเทศนาเต๋าของจักรพรรดิ
โบราณอย่างใจเย็น หากฟังแล้วไม่เป็นเหมือน
ดั่งที่เขาคิด อู่ อวี้ ก็จะยึดมั่นในแนวทางของ
ตนเอง
แน่นอนว่าประสบการณ์ความสำเร็จของ
ผู้อื่น ย่อมมีบางอย่างที่สามารถหยิบฉวยเรียนรู้
ได้ ฉะนั้นไม่ว่าตำนานจะเป็นเช่นไรเมื่อพวกเขา
มีระดับพื้นฐานฝึกตนแค่เพียงเท่านี้ และ
สามารถสร้างความก้าวหน้าภายในตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณแห่งนี้ได้ ซึ่งแสดงว่าการ
เทศนาเต๋ามิได้เหมาะกับคนแค่กลุ่มเดียว กล่าว
ตามตรงการเทศนาเต๋านี้เหมาะกับราษฎรทั่วไป
เพราะนี่คือหัวใจหลักและ ความจริงของ ‘เต๋า’
นั่นเอง
ถึงแม้วิธีการของแต่ละคนจะแตกต่างกัน
ทว่าสุดท้ายแล้วล้วนมีเหตุผลเดียวกัน
เขานั่งฟังคำเทศนาอยู่เงียบ ๆ
ในช่วงแรกจิตใจยังไม่สงบมากนัก ทำให้ได้
ยินเสียงคำเทศนาค่อนข้างเบา แต่หลังจากสงบ
จิตใจลงได้ เสียงธรรมเทศนานั้นก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย
ๆ จนกระทั่งพวกเขาทุกคนจมเขาสู่ห้วงแห่งคำ
เทศนาเต๋าอย่างสมบูรณ์ ความดำดิ่งทำให้
หลงลืมไปเลยว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด ลืมไปว่า
มีผู้ใดนั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขาจมลึกดำดิ่งไปยังโลก
แห่ง ‘เต๋า’ อย่างสมบูรณ์
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
” เต๋าคืออะไร? ทั่วทั้งสวรรค์และโลกหล้า
ล้วนประกอบด้วย ‘เต๋า’ บัญญัติเต๋านั้นไร้สิ้นสุด
วิถีเต๋านิรันดร์ ก่อกำเนิดสวรรค์ พิภพและอเวจี
”
” เต๋าคือสรรพสิ่ง คือเหตุและผล คือ
โชคชะตา คือหลักเกณฑ์ คือจิตวิญญาณ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีเวลาและมิติ มันคือชีวิตอันไร้
สิ้นสุด ”
” การจะกลายเป็นเซียนอมตะ ต้องเหยียบย่ำ
ก้าวเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเหยียบย่ำมองดูโลก
พิภพนับพัน ”
อู่ อวี้ ฟังอย่างตั้งใจแล้วพบว่าคำเทศนาเต๋า
เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องพื้นฐาน ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้
ค้นพบความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้เขายัง
มีข้อสงสัยแลเรื่องติดขัดมากมาย แต่หลังจากที่
ได้ฟังคำเทศนา ปมความสงสัยเหล่านั้นก็ถูก
คลี่คลายเติมเต็มจนสมบูรณ์
ความเข้าใจเกี่ยวกับ ‘เต๋า’ ก่อนหน้านี้ของ อู่
อวี้ ยึดติดกับตนเองมากเกินไป เขาเป็นอย่างไร
เต๋าก็เป็นอย่างนั้น ทั้งห้วงอารมณ์และความอาจ
หาญ ยิ่งดำดิ่งลึกลงไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งสงบมากขึ้น
เท่านั้น เขายอมรับฟังการเทศนาของจักรพรรดิ
โบราณอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันทำให้เขาตระหนัก
ว่า ‘เต๋า’ นั้นกว้างใหญ่มากเพียงใด และอัตตา
หรือตัวเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมันเท่านั้น
มหาวิถีเต๋าเป็นเพียงสีสันที่ทุกคนแต่งแต้มให้
‘ตนเอง’
เต๋าอยู่ในการฝึกฝนบำเพ็ญตน สามารถ
สะท้อนผ่านวงเวทค่ายกล แล้วเหตุใดเวทอัน
สลับซับซ้อนถึงก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ นั่น
เป็นเพราะทุกลายเส้นที่ ‘ตวัดวาด’ เกิดจาก
ความเข้าใจในเต๋าแห่งสวรรค์และปฐพี
หลังจาก อู่ อวี้ ฟังคำเทศนาได้ประมาณครึ่ง
ชั่วยาม เขาดื่มด่ำจมลึกไปกับมันอย่างสมบูรณ์
ยามนี้เขากำลังประสบกับความเปลี่ยนแปลงอัน
น่าอัศจรรย์
ความจริงแล้วเขาตั้งใจพึ่งพาตนเอง ดังนั้น
จึงไม่ได้หวังอะไรกับการเทศเต๋าของจักรพรรดิ
โบราณมากนัก แต่เขาก็ไม่อยากเสียโอกาสดี ๆ
ไปเช่นกัน จากประสบการณ์ที่ผ่าน ๆ มา จนถึง
ตอนนี้ยังไม่มีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ และ
ในเนื้อหาของคำเทศนายังทำให้เขาเก็บเกี่ยวได้
อย่างมหาศาล นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ หากเป็น
ก่อนหน้านี้ ต่อให้พยายามปรุงโอสถหรือวาดวง
เวทค่ายกลก็ยากจะเข้าใจได้
เป็นเรื่องที่ยากมากที่มนุษย์ช่วยเหลือผู้ฝึกตน
ดังนั้นต่อให้พยายามปรุงโอสถหรือวาดวงเวท
ด้วยตนเองมากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับความ
เข้าใจใน ‘เต๋า’ ของเทพเซียนแล้ว มันก็
แตกต่างกันราวกับฟั้ากับเหว อย่างน้อย ๆ ด้วย
ความรู้แจ้งก็ทำให้ อู่ อวี้ ยกระดับก้าวกระโดด
ขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว ทำให้เขาตระหนักว่า
เหตุใด ‘เต๋า’ นี้ถึงไร้ประโยชน์กับโอรสยวี่ เพราะ
เขาก้าวผ่านขั้นตอนนี้ไปสู่ส่วนที่ลึกกว่าแล้ว แต่
สำหรับกลุ่มของ อู่ อวี้ จากอาณาจักรก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ ไปจนถึงสามพิบัติค้นหาเต๋า
จำเป็นต้องตระหนักในมหาวิถีเต๋าอย่างชัดเจน
นี่คือการค้นหาเต๋าเพื่อบรรลุสู่สวรรค์
มีข้อสงสัยมากมายในใจของ อู่ อวี้ ด้วยยาม
นี้จักรพรรดิโบราณเสมือนดั่ง ‘สวรรค์’ จึงเป็น
เรื่องง่ายที่จะชี้นำผู้คนไปสู่จุดสูงสุด หลังจาก
เวลาล่วงเลยผ่านไปได้หนึ่งชั่วยาม อู่ อวี้ ก็จม
ดิ่งอยู่ในห้วงภวังค์หลงลืมทุกสรรพสิ่งอย่าง
สมบูรณ์ ลืมแม้กระทั่งระดับพื้นฐานฝึกตนของ
ตนเอง เขาไม่รู้เลยว่าได้ในเวลานี้มันกำลัง
เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่า
ปัจจุบันก้าวหน้าไปถึงระดับไหนแล้ว เขารู้เพียง
ว่าคำพูดของจักรพรรดิโบราณยิ่งมายิ่งลึกล้ำ
พาเขาดำดิ่งสู่ห้วงแห่งการรู้แจ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ในอดีตที่ผ่านมาเขามีข้อข้องใจมากมาย ทว่า
หลังจากได้ฟังคำเทศนาก็ทำให้เขาได้คำตอบที่
ถูกต้องกระจ่างแจ้งชัดเจนที่สุด
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังสับสน เนื่องจากเขาสัมผัส
ได้ว่าจักรพรรดิโบราณเทศนาเต๋าให้แต่ละคน
แตกต่างกัน เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ เขารู้สึกว่าทุก
คำพูดของฝั่ายตรงข้าม เป็นเสมือนดั่งการ
ออกแบบมาเพื่อตนก็มิปาน
การเสริมสร้างรากฐานรู้แจ้งในเต๋าดำเนินไป
อย่างต่อเนื่องกว่า 10 วัน หรืออาจมากถึง 20
วันเลยก็ได้ นับตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน อู่ อวี้ ได้
ยินคำพูดมาแล้วหลายสิบล้านคำ ความสับสน
มากมายในจิตใจของเขา ถูกเติมเต็มอย่าง
ต่อเนื่อง ในช่วงขณะนี้ ‘เต๋า’ ได้แปรเปลี่ยนเป็น
เสมือนดั่งไข่มุก หลั่งไหล่และสอดผสานเข้ากับ
จิตวิญญาณของเขา ทำให้จิตเทวะของเขา
บังเกิดการเปลี่ยนแปลง ยกระดับสูงขึ้นพรวด
พราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!
ท้ายสุดแล้วมันจะพุ่งขึ้นไปสูงถึงแค่ไหนกัน?
อู่ อวี้ ไม่แน่ใจว่าจักรพรรดิโบราณจะหยุด
เทศนาเมื่อไหร่ เพราะเขายังคงเทศนาเต๋า
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ตัวเขาเป็นเสมือน
สัตว์ร้ายกำลังหิวกระหาย แล้วกลืนกินเต๋าอย่าง
บ้าคลั่งตะกละตะกลาม
ในความเป็นจริงตั้งแต่ต้นจนจบ อู่ อวี้ ไม่รู้
ว่าเวลานั้นผ่านไปนานแค่เท่าใดแล้ว หลังจาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็สัมผัสได้ว่าตนมาถึง
จุดสิ้นสุดแห่งความรู้แจ้งแล้ว เมื่อลืมตาขึ้นก็
พบว่าตัวเองอยู่ในตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นดวงตาขนาดใหญ่สี
ทองและสีดำของรูปปันจักรพรรดิโบราณ หนึ่ง
ทองหนึ่งดำกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา นำมาซึ่งแรง
กดดันอันมหาศาลกดทับลงมาบนศีรษะอย่างไม่
อาจหลีกเลี่ยง
หมิงซวงบอก อู่ อวี้ ว่านับตั้งแต่ที่เขาเข้ามา
ที่นี่จวบจนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปกว่า 22 วัน
แล้ว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าพวกเขาดำดิ่งลงสู่
ห้วงแห่งเต๋านานเกือบหนึ่งเดือนเลยนั่นเอง
กล่าวได้ว่าระยะเวลากว่า 22 วันสามารถมี
อะไรเกิดขึ้นมากมายภายในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล ยกตัวอย่างเช่นมีผู้ได้รับไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง
คำกล่าวข้างต้นที่ว่าเป็นแค่เพียงการเปรียบ
เปรยอนุมานคาดเดาเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่อาจ
สรุปได้ว่ามันเกิดขึ้นจริง แล้วการที่พวกเขายัง
อยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ก็หมายความว่า
การแข่งขันยังไม่จบสิ้นลง
เมื่อ อู่ อวี้ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเขาก็พบว่า
มุมมองสายตาของเขาแตกต่างออกไป เขาไม่
รู้ตัวเลยว่าตนเองจมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งเต๋ามา
นานกว่า 22 วันโดยไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย ยิ่ง
ไปกว่านั้นระดับความเร็วในการเทศนาของ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงยังเร็วขึ้นมาก
การเทศนาเต๋าของจักรพรรดิโบราณก่อน
หน้านี้ เป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์ฝึกฝนของ
จักรพรรดิโบราณ พอลืมตาตื่นขึ้นมา อู่ อวี้ จึง
ไม่คิดว่าจักรพรรดิโบราณได้เทศนาเต๋าให้กับ
ตัวเองเป็นพิเศษ ดังนั้นสิ่งที่สมควรกระทำที่สุด
คือรีบจดจำไว้ให้ได้
เมื่อคำเทศนาของเขาจบลง อู่ อวี้ ก็ตื่นขึ้น
เมื่อหันไปมองทางด้านซ้ายของตนเองก็เห็นว่า
องค์หญิงโย่วเสี่ยได้ลืมตาตื่นขึ้นแทบจะในเวลา
เดียวกัน หลังจากตื่นขึ้นมา อู่ อวี้ ก็เห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่าทั้ง องค์หญิงโย่วเสี่ย , หนานาน หวาง
เยว่ , เย่ซีซี ล้วนมีก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
ระดับความก้าวหน้าไม่ได้ด้อยกว่าเขาหรือ
บางทีมันอาจจะมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ
นี่แสดงให้เห็นว่าการเก็บเกี่ยวของทุกคนใน
วันนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เขาที่ได้รับผลประโยชน์
ส่วนทางฝังของโอรสเล่อ , ชวี่ ห้าวเหยียน
และคนอื่น ๆ เพียงมองแว๊บแรกก็รู้ว่าพวกเขา
ก้าวหน้าไปอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะโอรส
เล่อมีแสงเป็นประกายออกมาจากดวงตา บ่ง
บอกว่าระดับพื้นฐานฝึกตนของเขาก้าวหน้าขึ้น
อย่างใหญ่หลวง เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าโอรสมี
การเปลี่ยนแปลงไปมากมายไปมากถึงเพียงนี้
สมควรทำให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
มันคือความมั่นใจที่จะผ่าฝั่าฟันอุปสรรคที่
เกิดขึ้นภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้
เมื่อมาถึงจุดนี้โอรสก็ทำการโค้งคำนับ
จักรพรรดิโบราณอีกครั้ง แล้วกล่าวกับทุกคนว่า
” หลังจากฟังคำเทศนามาหลายวันทำให้ข้ารู้
แจ้งอย่างสมบูรณ์ ความเข้าใจในเต๋าก็ขยาย
เพิ่มขึ้น จนทำให้ได้รับความก้าวหน้าอย่างไม่น่า
เชื่อ ภายใต้ดวงตะวันมีเพียงเทพเซียนเท่านั้น ที่
สามารถเทศนาเต๋าได้ แล้วนำความก้าวหน้าอัน
ยิ่งใหญ่มาสู่ทุกตัวตน … ”
” ยามนี้อาณาจักรเต๋าก้าวหน้าอย่างใหญ่
หลวง ตอนนี้เราต้องอยู่ภายนอกก็ไม่ต้อง
หวาดกลัวอีกต่อไป บัดนี้ในมือมี ‘เม็ดยาค้นหา’
กันมากน้อยเท่าไหร่ ขอให้ทุกคนใช้มันแล้วมาดู
กันว่าพื้นฐานฝึกตนของพวกเราจะก้าวหน้าไป
มากน้อยเพียงใด ดีไม่ดีบางคนอาจจะขึ้นสู่ระดับ
‘สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า’ เลยด้วยซ้ำ! การได้ฟัง
เทศนาเต๋าของพระบิดาข้าในวันนี้ พวกเราต่าง
อยู่ในระดับต่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ไม่ทราบว่า
เจ้าแต่ละคนรู้สึกเช่นไรกันบ้าง ? ”
อาณาจักรจิตเทวะก้าวหน้าขึ้นอย่างใหญ่
หลวง แม้กระทั่งจิตเทวะก็บรรลุสู่ของเขตค้นหา
เต๋า รวมถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงให้สอดคล้องกับเขาใน
ปัจจุบัน ตอนนี้จิตเทวะของเขาแข็งแกร่ง
พอแล้ว หรือเป็นไปได้ว่าจะบังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่าง จนก้าวเข้าสู่ขอบเขต
ใหม่
อู่ อวี้ ยังมีเม็ดค้นหาเต๋าเป็นจำนวนมาก
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็ยังพอมี
เหลืออยู่บ้านบางส่วน ส่วนองค์หญิงโย่วเสี่ย
แทบไม่ต้องพูดถึงเพราะเมื่อไม่นานมานี้จอม
จักรพรรดิหมิงไห่ได้ให้นำติดตัวไว้เป็นจำนวน
มาก สีหน้าท่าทางของนางจึงดูค่อนข้างผ่อน
คลายมาก
เวลานี้ทุกคนดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง พวกเขา
ทุกคนยังคงนั่งอยู่บนอาสนะต่อ แล้วใช้เม็ดยา
ค้นหาเต๋ายกระดับพื้นฐานฝึกตน และ พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วง เดิมทีพื้นฐานฝึกตนของเขาอยู่
ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 6 เขากำลัง
รอดูว่าความสำเร็จในครั้งนี้จะก้าวหน้าไปสู่
ระดับใด…