กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1061: คืบหนาจนนากลัว
อู่ อวี้ จดจ่ออยู่กับตนเอง
ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เม็ดยาค้นหาเต๋ามาจาก
โอรสเหยียน ผสมกับการปล้นชิงมาจากผู้อื่น ทำ
ให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยมั่งคั่งใน
อาณาจักรไปโดยปริยาย
เดิมทีโอรสเล่อค่อนข้างอัตคัดมากทีเดียว แต่
เพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาได้รับความนิยมเป็น
อย่างมาก จึงทำให้ขุนนางน้อยใหญ่หลายคนส่ง
มอบทรัพย์สมบัติมาให้มากมาย ทำให้เวลานี้เขา
มีเม็ดยาค้นหาเต๋ามากเพียงพอ ซึ่งจะทำให้ ชวี่
ห้าวเหยียนและคนอื่น ๆ ได้อานิสงส์นี้ไปด้วย
แล้วครั้งนี้เป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่พวกเขาเก็บ
เกี่ยวได้ อีกทั้งทุกคนยังต่างรู้ดีว่าเงินทองทรัพย์
สมบัติล้วนเป็นของนอกกาย ความแข็งแกร่ง
ของหมู่คณะต่างหากสิ่งสำคัญที่สุด
การยกระดับพื้นฐานฝึกตน เป็นวิถีทางที่เต็ม
ไปด้วยความยากลำบากอีกทั้งยังต้องใช้
เวลานาน เนื่องจากมันคือแก่นแท้แห่งการฝึก
ตน สำหรับ อู่ อวี้ การเพิ่มพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงนั้นง่ายดายมาก เพราะเขามีความสามารถ
ในการดูดซับกลั่นสกัดที่ไม่มีผู้ใดสามารถเปรียบ
ได้ การกลั่นสกัดเม็ดยาค้นหาเต๋าของเขาเรียกได้
ว่าเป็นกลวิธีเฉพาะบุคคล เวลานี้เม็ดยาค้นหา
เต๋ากลายเป็นกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ชะล้าง
ร่างกายจนสะอาดหมดจดแล้วในที่สุดก็มา
รวมตัวห้อมล้อมอยู่ที่ตำหนักม่วง ซึ่งถูกสร้างขึ้น
โดยมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียนจากนั้นก็สกัดกลั่น
เป็นพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
ตำหนักม่วงของ อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งกว่าผู้อยู่
ในอาณาจักรเดียวกันเป็นอย่างมาก ยิ่งได้รับการ
สนับสนุนจากความรู้แจ้งในเต๋ายิ่งทำให้ตำหนัก
ม่วงของเขามีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งยัง
สามารถควบคุมพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงได้มาก
ขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้
เขาใช้เวลาไปประมาณหนึ่งก้านธูป พื้นฐาน
ฝึกตนของเขาก็ทะลวงขึ้นสู่ระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ ขั้นที่ 7
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ตกใจเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่า
ตอนนี้สถานะของมันค่อนข้างเสถียรมั่นคง อีก
ทั้งยังมีพื้นที่เหลือเฟือ ซึ่งหมายความว่าเขา
สามารถปรับแต่งเม็ดยาค้นหาเต๋าได้มากขึ้น แม้
พื้นฐานฝึกตนของเขาในตอนนี้ จะอยู่เพียงแค่
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะก็ตาม หากเป็นผู้อื่น
ที่อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะเช่นเดียวกับ
เขา เกรงว่าจะไม่สามารถทนแบกรับพลังของ
เม็ดยาค้นหาเต๋าได้มากมายเช่นนี้ ยกตัวอย่าง
เช่น ชวี่ ห้าวเหยียน เขายังใช้แค่เม็ดยาจิตเทวะ
เท่านั้น
ปกติ หนึ่งรู้แจ้ง หนึ่งทะลวงระดับ แต่เห็นได้
ชัดว่าสำหรับครั้งนี้ อู่ อวี้ คงไม่จบลงง่าย ๆ เขา
คิดว่าตลอด 20 กว่าวันมานี้ เขาสัมผัสได้ถึง
ความก้าวหน้าในเต๋าอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเกินกว่าจะ
พรรณนาได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะ
ยกระดับภายในครั้งเดียวถึง 2 ขั้นย่อย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงกลั่นสกัดดูดซับเม็ดยาค้นหา
เต๋าต่อไป
เวลานี้เขารู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ
เขามีร่างอวตารนอกวิถีอยู่นับหมื่นตัว ฉะนั้น
เวลาต้องการยกระดับพวกมันในแต่ละที เขา
จะต้องสิ้นเปลืองเม็ดยาค้นหาเต๋าเป็นจำนวน
มากแล้วเมื่อไหร่มันจะพอเสียที ? เรียกได้ว่า
ผลาญเม็ดยาค้นหาเต๋ากันแบบสุด ๆ เลยทีเดียว
แต่เหตุการณ์เช่นนี้มันก็จะเหมือนดั่งทุก
ขลาภ เป็นความสุขที่ปะปนไปด้วยความทุกข์
แม้ว่าจะเจ็บปวดกับการสูญเสียแต่ภายในหัวใจ
ของเขาก็รู้สึกอิ่มเอิบปีติ เมื่อความแข็งแกร่ง
ของตนเองนั้นเพิ่มขึ้น อู่ อวี้ ก็ต้องระเริงตื่นเต้น
เป็นธรรมดา
โดยไม่ได้คาดหวังว่าอีกครึ่งชั่วยามต่อมา
พื้นฐานฝึกตนของเขาก็ทะลวงเข้าสู่ อาณาจักร
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 8
เวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
ของเขาเติบโตขึ้นอย่างมาก ก่อนหน้านี้พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงของเขาถือเป็นจุดอ่อน ส่วนจุด
แข็งของเขาก็คือกายเนื้อ ปัจจุบันความห่างชั้น
และความได้เปรียบของกายเนื้อค่อย ๆ หายไป
เพราะพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงและอาณาจักร
เต๋าเริ่มค่อย ๆ โดดเด่นชัดเจนเพิ่มยิ่งขึ้น
หลังจากทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจิตเทวะขั้นที่
8 แม้ว่ากำลังพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขา
จะเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ยังถือว่าห่างชั้นกับโอรส
ยวี่อยู่ดี ทว่าอย่างน้อยเขาก็ยกระดับคืบหน้า
มากขึ้น
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือพอ อู่ อวี้
ยกระดับมาถึงขั้นที่ 8 เขากลับรู้สึกว่าตนเอง
สามารถยกระดับเพิ่มขึ้นได้อีก
นี่นับเป็นสิ่งน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
“ ตลอด 20 กว่าวันที่ผ่านมา เกือบทุก ๆ
วันเราได้รับความรู้แจ้งจนแตกฉาน จนเรียกได้
ว่าเป็นระดับความคืบหน้าแบบก้าวกระโดดเลย
ก็ว่าได้ ในเวลานี้หากข้าสามารถยกระดับได้ 3
ขั้นอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด แสดง
ว่าความก้าวหน้าของคนอื่นจะต้องไม่ด้อยกว่า
ข้าเช่นกัน ซีซีที่ติดอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะขั้นที่ 10 คราวนี้จะต้องทะลวงขีดจำกัดขึ้น
สู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้อย่างแน่นอน
หรือบางทีอาจยกระดับก้าวหน้าขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ
”
เขาพยายามสงบจิตใจลง หลังจากนั้นก็กลั่น
สกัดเม็ดยาค้นหาเต๋าต่อ เขาพบว่าตนเอง
สามารถควบคุมจิตเทวะ ภายใต้การเติบโตของ
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเขาสามารถควบคุมมัน
ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แล้วครั้งนี้เขาใช้เวลา
ประมาณหนึ่งชั่วยามก็สามารถทะลวงขึ้นสูงก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 9 กระบวนการทั้งหมด
ประสบความสำเร็จโดยใช้เวลาไม่นาน แต่บอก
ตามตรงว่าพอมาถึงจุดนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกหวั่น ๆ
อยู่ไม่น้อย พื้นฐานฝึกตนเพิ่มมากขึ้นเขาก็ยิ่ง
สามารถควบคุมจิตเทวะได้มากขึ้นตามลำดับ
อีกทั้งการควบคุมพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงใน
ปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว!
เขายังคงรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก ๆ
เนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงช่องว่างที่ตนสามารถ
ทะลวงต่อไปได้อย่างชัดเจน เขาไม่อยากจะเชื่อ
เลยว่านี่คือผลตอบแทนที่ได้จากการฟังเทศนา
เต๋าของจักรพรรดิโบราณเพียงแค่ครั้งเดียว
เท่านั้นจริงน่ะหรือ? มันช่างน่าสะพรึงกลัวเสียนี่
กระไร ที่สามารถทำให้พื้นฐานฝึกตนจาก
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 6 พุ่ง
ทะยานไปสู่ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10 ได้!
อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่าความก้าวหน้าจะยิ่งใหญ่
ถึงเพียงนี้ ภายในใจของเขายังคงไม่อยากจะเชื่อ
ที่ระดับพื้นฐานฝึกตนจะก้าวหน้าได้ถึงระดับ
ดังกล่าว โดยทั่ว ๆ ไปคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย
20 ปี ถึงจะประสบความสำเร็จ แต่เป็นเพราะได้
ฟังเทศนาเต๋าจากจักรพรรดิโบราณจึงย่นเวลา
เหลือแค่เพียง 22 สองวันเท่านั้น
นี่นับเป็นความต่างด้านเวลากว่า 300 เท่า
…
เรียกได้ว่า อู่ อวี้ ตกตะลึงไปอย่างสมบูรณ์
เขารู้ว่าตนเองก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เมื่อ
เห็นพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของตัวเองก็ยิ่ง
ตกใจมากขึ้นไปใหญ่ ในระหว่างที่ตกใจอยู่นั่น
เขาก็รู้สึกดีใจไปด้วย ถ้าเขาสามารถขึ้นสู่ระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10 ได้จริง เพียงแค่
ก้าวเดียวเขาก็จะสามารถก้าวขึ้นสูงระดับสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋า หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นชมพู
ทวีปโลกธาตุ หรือ เจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็
ตาม เขาสามารถไปได้ทุกที่
ก่อนหน้านี้เขาสามารถรับมือกับ ผู้มีฝีมืออยู่
ในระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 4 ได้แล้ว
หากปัจจุบัน เขาจะสามารถรับมือได้ขนาดไหน
?
ปาฏิหาริย์นี้ทำให้เขาตื่นเต้นไม่อย่างจะเชื่อ
จนแทบสงบจิตสงบใจไม่อยู่ เมื่อนึกถึงความ
แข็งแกร่งของตนเองหลังออกจากที่นี่ ราวกับว่า
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน จวบจน
ตอนนี้เขารู้สึกสงสัยในตัวจักรพรรดิโบราณ
เพิ่มขึ้นมากกว่าเก่าเสียอีก ในเมื่อเพียงแค่คำ
เทศนาเต๋าของเขายังสามารถสร้าง
ความก้าวหน้าให้กับ อู่ อวี้ ได้มากมายถึงเพียงนี้
สรุปแล้วโบราณต้องการอะไรกันแน่?
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดอะไรเลอะเทอะ
เขาพยายามสะกดข่มความตื่นเต้นในใจ เขา
ทุ่มเทอุทิศชีวิตไปกับการยกระดับพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงอย่างสุดใจ หากเป็นคนธรรมดา
ทั่วไปที่อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ คงไม่
สามารถดูดซับเม็ดยาค้นหาเต๋าหลายร้อยเม็ดได้
เช่นนี้ พวกเขาต้องรอจนกว่าจะสามารถควบคุม
ตำหนักม่วงได้ดั่งใจเสียก่อน ในเวลานี้
ความก้าวหน้าของเขายังคงทะยานไปถึง
อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10
ฉับพลันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าร่างกายของเขา
กำลังจะระเบิดแตกออกเป็นชิ้น ๆ การควบคุม
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงให้อยู่หมัดนั้นไม่ใช่เรื่อง
ง่ายเลยจริง ๆ ทั้งยังดูเหมือนไม่สามารถควบคุม
ได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาได้มาถึง
ขีดจำกัดแล้ว อู่ อวี้ ต้องการควบคุมพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเขาต้องใช้
เวลาสักหน่อยถึงจะควบคุมกำราบมันลงได้อย่าง
สมบูรณ์
แม้ว่าอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่
10 จะไม่ค่อยเสถียรเล็กน้อย แต่ต้องบอกว่า
ภายใน 20 กว่าวันมานี้ เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ขั้น
ที่ 10 ได้จริง ๆ การยกระดับถึง 4 ขั้นภายใน
รวดเดียวเหมือนดั่งความฝัน เขาจึงรำพึงกับ
ตนเองว่า ” ในเมื่อระดับฝึกตนของเรายกระดับ
ถึง 4 ขั้นรวดเช่นนี้ พลังการต่อสู้ของเราใน
ปัจจุบันจะก้าวหน้าไปถึงเพียงไหนกัน … ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองมีพลังเบ็ดเสร็จยังไม่เคย
มีมาก่อน แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่า ” การ
ยกระดับครั้งที่มุ่งไปที่พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
เพียงจุดเดียว แต่พลังทางกายเนื้อไม่ได้ถูก
ยกระดับไปด้วย ซึ่งมันก็ห่างร้างมานานแล้ว
ดังนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ที่พลังการต่อสู้จะถูก
ยกระดับขึ้นตามไปด้วย เมื่อพลังทางกายเนื้อลด
ระดับมามากถึงเพียงนี้ ถ้าต้องเผชิญหน้าต่อสู้
กับผู้อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า แสดงว่า
ข้าคงไม่อาจต่อสู้ข้ามได้แปดขั้นเหมือนดั่งเก่า
ก่อน ”
อู่ อวี้ คิดกับตนเองว่า ” ตอนนี้พลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงพัฒนาขึ้นอย่างมาก แม้ระดับของ
กายาเพชรอมตะยังคงเท่าเดิม แต่มันก็มาก
พอที่จะเอาชนะผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ซึ่งเป็นระดับที่เทียบได้กับผู้
บัญชาการกองทัพมังกรเพลิงชวีอิ๋น! กล่าวได้ว่า
พลังฝีมือของเราในตอนนี้อยู่ในระดับผู้
บัญชาการกองทัพมังกรเพลิง! พลังเทียบยอด
หญิงแห่งทิศอุดร แล้วก็อสูรวิญญาณเหินหลิง
ฮั่น หากได้เผชิญหน้ากัน เรามั่นใจว่าจะเป็น
ฝั่ายชนะ ! ส่วนราชาปีศาจทั่ว ๆ ไปจะไม่ใช่คู่
ต่อสู้ของข้าอีกต่อไป!”
เขามันออกมั่นใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
ปัจจุบันพลังการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสอง
เท่า นี่นับว่าเป็นการปรับปรุงยกระดับครั้งใหญ่
เลยก็ว่าได้ ซึ่งนับว่าอยู่ใกล้การเป็นเซียนอมตะ
ขึ้นไปอีกขั้น การยกระดับในแต่ละครั้งจะต้องฝั่า
ฟันอุปสรรคอย่างแสนสาหัส ทั้งยังใช้เวลา
ค่อนข้างนานอีกด้วย สำหรับคนอื่นแล้วอาจกิน
เวลานับสิบปีหรือไม่ก็หลายร้อยปี เลยทีเดียว!
“ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 ผู้ซึ่งผ่านพ้น
หายนะจากทัณฑ์สวรรค์ครั้งที่ 2 เพลิงหยินไปได้
ระดับอย่างข้าคงไม่สามารถเทียบเคียงต่อสู้กับผู้
อยู่ในระดับนี้ได้ แต่ก็ไม่มีทางถูกสังหารอย่าง
แน่นอน ต่อให้เผชิญหน้าต่อสู้กับราชาเงา
เดียวดายแต่มิใช่ปัญหาแม้แต่อน้อย แล้วจากนี้
ข้าไม่จำเป็นต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตัวจากโอรสยวี่
อีกต่อไปแล้ว! ”
“สิ่งสำคัญที่สุดก็คือหุ่นเชิด ร่างกลืนสวรรค์
ของข้ายังสามารถแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
ผนวกกับความแข็งแกร่งจากร่างต้นอย่างข้า …!
”
” ถ้ากายาเพชรอมตะกับเมฆตลบฟั้าของข้า
ยกระดับก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความ
แข็งแกร่งของเราคงน่าสะพรึงกลัวมากกว่าเดิม
… ”
22 วันมานี้ อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่า
ความก้าวหน้าของตนเองจะพัฒนาไปอย่างก้าว
กระโดดพุ่งทะยานเช่นนี้ ถึงแม้เขาจะไม่สามารถ
ไปถึงระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้ แต่เขาก็
พอใจมากเพราะเขายกระดับเพียงรวดเดียวก็
ข้ามทะยานขึ้นไปถึง 4 ขั้น เหตุการณ์เช่นนี้
นับเป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่
อดีต
เขาพยายามสะกดข่มจิตใจของตนเองให้
สงบลงกับสิ่งที่ตนเองได้รับมาหมาด ๆ หลังจาก
นั้นก็หันไปมองคนอื่นว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไร
เกิดขึ้นบ้าง ถ้าหากของคนอื่นยังคงต้องใช้เวลา
อีกสักพักใหญ่ ๆ เขาจะได้รีบเข้าไปท้าทายหุ่น
เชิด เพราะด้วยสถานการณ์ปัจจุบันความ
แข็งแกร่งของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารายังถือว่า
อ่อนด้อยเกินไป
คาดว่าหลังจากนี้โอรสเล่อกับพวกพ้องของ
คงไม่จำเป็นต้องคุ้มครองอารักขาอีกต่อไป
หลังจากนั้นเขาก็มองไปที่ หนานซาน หวาง
เยว่ กับ เย่ซีซี ดูเหมือนพวกเขายังไม่สำเร็จ
เสร็จสิ้น ส่วนคนอื่นนั้นเสร็จสิ้นหมดแล้ว เมื่อ
หันไปมององค์หญิงโย่วเสี่ยที่อยู่ถัดออกไป ด้วย
วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ทำให้เขา
เห็นว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยมีอายุอานามน้อยกว่า
50 ปี แต่พื้นฐานฝึกตนของนาง กลับอยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าเข้าไปแล้ว …
” เดิมทีข้ามีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 8 แต่ครั้งนี้กลับทะลวงเข้า
สู่ระดับค้นหาเต๋าได้สำเร็จ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก
กล่าวได้ว่าเนื้อหาคำเทศนาเต๋าของจักรพรรดิ
โบราณเป็นอะไรที่เข้าใจสำหรับข้าจริง ๆ … ”
องค์หญิงโย่วเสี่ยรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
เช่นกัน
ปรากฏว่าการยกระดับน่าเหลือเชื่อนี้ไม่ได้มี
เพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
นับตั้งแต่ตั้งแต่นางถูก อู่ อวี้ ประทับวงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นางเองก็พัฒนา
เรื่อยมา แล้วในครั้งนี้เขาก็นำพาโชคลาภอัน
ใหญ่หลวงมาให้นางอีกครั้ง หลังจากได้เห็นการ
พัฒนาของนางในปัจจุบัน เขากล้าพูดได้เลยว่า
ในอนาคตจะไม่มีองค์หญิงองค์ชายองค์ใดใน
จักรวรรดิเปั่ยหมิง สามารถแข่งขันหรือ
เทียบเคียงกับนางได้
อันที่จริงนางสามารถทะลวงฝั่ามาจนถึง
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้นั้น นับว่าการ
พัฒนาของนางนั้นใหญ่หลวงนัก ผลตอบแทนที่
ได้นั้นยิ่งใหญ่กว่า อู่ อวี้ เสียด้วยซ้ำ
แต่ถ้าให้กล่าวถึงเต๋าของ อู่ อวี้ นั้นแตกต่าง
จากคนอื่นอย่างแท้จริง อีกทั้งอายุอานามของ
เขายังน้อยกว่าผู้อื่น แต่กลับมีพลังต่อสู้ข้ามขั้น
หลายระดับ ดังนั้นเขาจึงพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่
ได้เป็นอย่างมาก
ส่วนอีกด้านหนึ่งเรียกได้ว่าปรากฏการณ์ที่
เกิดขึ้นกับทุกคนนั้นถือได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์อย่าง
แท้จริง
ทางด้านโอรสเล่อสมแล้วที่เป็นบุตรชายของ
จักรพรรดิโบราณ ความก้าวหน้าของเขานับว่า
ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ บัดนี้เขาสามารถทะลวง
ขึ้นสู่สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ขั้นที่ 2 ด้วย
ความสามารถแลพรสวรรค์ระดับนี้ ถามหน่อย
เถอะว่าโอรสพระธิดาคนใด จะอะไรมาแข่งขัน
กับเขาได้? ตอนที่พวกเขาอยู่ในวัยเดียวกับโอรส
เล่อ พื้นฐานของพวกเขาอย่างมากก็อยู่แค่ระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 6 เพียงเท่านั้น
ชวี่ ห้าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไปั๋หลี่ จุยหุน
ความสำเร็จของพวกมันนั้นใหญ่หลวงไม่น้อยไป
กว่า อู่ อวี้ เลยก็ว่าได้ เดิมทีพื้นฐานฝึกตนของ
มันอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ทว่า
ปัจจุบันได้เข้าสู่สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าไปเป็นที่
เรียบร้อย
สุดท้ายแล้วดูเหมือนจะมี อู่ อวี้ เพียงคน
เดียวที่ล้มเหลวไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้ แต่เพราะ …
อาณาจักรดั้งเดิมของเขาก็อยู่ในระดับต่ำสุด
เช่นกัน