กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1062: ปญหาใหม
พื้นฐานฝึกตนเดิมของเย่ซีซี อยู่ในระดับก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10 ถึงแม้ว่าการ
ยกระดับของนางยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทว่าเพียง
แค่มอง อู่ อวี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าพื้นฐานฝึกตนของ
นางจะต้องขึ้นสู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ขั้น
ที่ 2 หรือไม่ก็อาจจะถึงขั้นที่ 3 ด้วยซ้ำ แต่ดู
เหมือนสถานการณ์ยามนี้ค่อนข้างแตกต่างจาก
เดิมเล็กน้อย แม้คำเทศนาเต๋าของจักรพรรดิ
โบราณจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่
ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ จึงสามารถสร้าง
ผลกระทบอันใหญ่หลวงให้แก่ผู้ฟัง
ทว่าเมื่อการยกระดับเสร็จสิ้น พื้นฐานฝึกตน
ของนางก็ยังคงอยู่ที่สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ขั้นที่
2
ส่วนเจ้าแมวหมื่นผสานยังคงนอนเอกเขนก
อยู่ที่ขาของนาง โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร
แม้จะแอบเสียดาย ที่ไม่สามารถทะลวงขึ้นสู่
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 ได้ ทว่าทั้ง
อู่ อวี้ และ เย่ซีซี ต่างก็รู้สึกดีว่าแค่มาถึงสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 2 ก็ถือว่าดีมากแล้ว
อย่างไรเสียนางก็เป็นผู้ฝึกตนนอกรีต อีกทั้ง
จักรพรรดิโบราณก็เป็นคนที่นางเกลียดชังมาก
ที่สุด ด้วยสถานการณ์ค่อนข้างหมิ่นเหม่
อันตรายนางจึงยอมอดทนอดกลั้นฟังเทศน์ต่อไป
อย่างน้อยนี่ก็ถือเป็นการทดสอบตนเองไปในตัว
จวบจนปัจจุบันนางก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
ด้วยเพราะไม่อยากจะเห็นหน้าจักรพรรดิโบราณ
ต่อให้เป็นเพียงรูปปันก็ตาม อันที่จริงแล้วนาง
รู้สึกทรมานใจมากตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ด้วยเหตุ
นี้นับตั้งแต่ที่นางเข้ามาในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล นางถึงไม่ค่อยพูดจาอันใด
อู่ อวี้ ลูบหัวนางแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
ดวงตาของนางแดงระเรื่อ ในขณะนี้ความ
เกลียดชังในใจของนางชัดเจนเป็นอย่างมาก แต่
นางก็เลือกที่จะเงียบเก็บซ่อนความเกลียดชังนั้น
ไว้ นางต้องใช้ความกล้าอย่างมาก เพื่อเอาชนะ
จิตใจตนเอง จนสามารถยกระดับพื้นฐานฝึกตน
ได้เช่นนี้ ฉะนั้นบอกได้เลยว่ากว่านางจะผ่านมา
ได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อาศัยแมวหมื่นผสาน บวกกับพลังแก่นแท้
ตำหนักที่ ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศจักรสูตร’ ใกล้
จะเปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ยังมี ‘กา
ยาวัฏจักรแดนอเวจี’ ทำให้นางแข็งแกร่งพอจะ
ต่อสู้กับผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋า ขั้นที่ 5 ได้
หนานซาน หวางเยว่ ยกระดับเสร็จก่อนเย่ซี
ซี แล้วความสำเร็จของเขาก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง
ตอนแรกระดับพื้นฐานฝึกตนของเขาจะอยู่ห่าง
จากสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าเพียงเล็กน้อย แต่ใน
ครั้งนี้ในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงฝั่าเข้าสู่สาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น 1 ได้อย่างราบรื่น กลับ
กลายเป็นว่า อู่ อวี้ เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่
สามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ได้
ทว่าเรื่องนี้ไม่ได้หยุดยั้งให้เขาเป็นผู้มีพลัง
ฝีมือแข็งแกร่งมากที่สุดของที่นี่ แม้ว่า หนาน
ซาน หวางเยว่ จะมี ‘กายาจักรพรรดิเซียนเก้า
แปรเปลี่ยน’ และพลังอิทธิฤทธิ์สารพัดรูปแบบ
นอกจากนี้เขายังมีเนตรปีศาจมายา แต่ก็ยังหา
ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ อยู่ดี แน่นอนว่าเขาสมควร
แข็งแกร่งกว่าเย่ซีซี เนื่องจากเขาสามารถต่อสู้
กับระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ขั้นที่ 6 ได้!
ด้วยความสามารถในปัจจุบันของ อู่ อวี้ หาก
บังเอิญได้พบเจอกับหลิงฮั่นหรือเหลยเสวี่ยเฟิง
อีก อู่ อวี้ จะสามารถสยบพวกมันได้อย่าง
สมบูรณ์ เขาจะบดขยี้มันอย่างไรปรานี ทุกคน
จะต้องถูกเขาสังหารอย่างสิ้นซาก ถึงแม้ว่า
ตอนนี้สภาพจิตใจของโอรสเล่อกับพวกพ้องจะ
ยังไม่ฟืนฟูกลับมาเต็มที่ แต่พื้นฐานฝึกตนของ
พวกเขาก็ยกระดับเข้าสู่สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
แล้ว ด้วยพลังฝีมือระดับนี้ทำให้พวกเขา
สามารถไปไหนมาไหนอยู่ภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลได้อย่างอิสระไร้ปัญหามากขึ้น
อันที่จริงโอรสเล่อค่อนข้างเป็นกังวลเกี่ยวกับ
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงเป็นอย่างมาก เขาแทบ
จะอดใจรอไม่ไหวที่จะไขว่คว้ามัน
ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า “ อู่ อวี้ เจ้าช่วยบอก
ข้าหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้รับมือคู่ต่อสู้ข้ามขั้นได้
กี่ระดับ? ” โอรสเล่อซักถาม อู่ อวี้ อย่าง
กระตือรือร้น อันที่จริงเขาสามารถเห็นแก่ตัว
แล้วเข้ามาในตำหนักเต๋าเพียงลำพังก็ยังได้ แต่
เขากลับยินดีจะให้ อู่ อวี้ แลคนอื่น ๆ เข้ามา
ด้วยกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีความ
ทะเยอทะยานและแรงปรารถนาสูงมาก ถึงแม้
จะก้าวหน้าขึ้นอย่างใหญ่หลวง แต่ก็เป็นไปไม่ได้
ที่จะได้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงมาครอบครอง
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพึ่งพา อู่ อวี้ เพียงผู้เดียว
เท่านั้น
ถึงแม้ว่าหลังจากก้าวเข้ามาในตำหนักเต๋า
จะบังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง แต่
ถ้ายังไม่สามารถครอบครองไข่มุกทองคำเหยียน
หวงทุกอย่างก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน
” หม่อมฉันน่าจะสามารถเอาชนะยอดฝีมือ
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ขั้นที่ 6 ได้ ” อู่
อวี้ ประเมินคร่าว ๆ
“เยี่ยมมาก! เจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลย
จริง ๆ!” โอรสเล่อยิ้ม
ชวี่ เฟิงอวี๋ คืบหน้าจากเดิมมาก ทำให้นาง
คิดว่ายามนี้หมอกแห่งฝันร้ายได้เลือนหายไป
แล้ว ทั้งยังคิดว่าตนเองน่าจะพอสูสีแข่งขันกับ อู่
อวี้ ได้บ้าง แต่พอได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว นางก็
รีบหดหัวลงทันที อย่างไม่กล้าสบตา อู่ อวี้
“ บิดาของข้าได้มอบโชคให้กับทุกคน จน
พวกเราแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก คราวนี้แหละ!
พวกเราจะไปเอาไข่มุกทองคำเหยียนหวงกันให้
ได้ ไม่เช่นนั้นคงผิดกับโชควาสนาที่ได้มาใน
วันนี้! เราล่าช้ามากันมากแล้ว ถึงเวลาออกไป
ตามหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงที่ด้านนอก ถ้า
หากทุกคนร่วมมือกันปาฏิหาริย์จะต้องเกิดขึ้น
อย่างแน่นอน! ”
” ขอแค่โอรสเล่อรับสั่งมา ต่อให้ต้องบุกน้ำ
ลุยไฟหม่อมฉันก็จะไม่ลังเล!” ชวี่ ห้าวเหยียน
กล่าว
เวลานี้พวกเขากำลังตื่นเต้นฮึกเหิมอย่างที่สุด
อู่ อวี้ ยิ้มด้วยแล้วพูดว่า ” หลังผ่านการ
ยกระดับในครั้งนี้ ทำให้ข้ามั่นใจอย่างยิ่งว่า หาก
ได้พบเจอกับไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะไม่ยอม
ปล่อยให้มันหลุดรอดเงื้อมมือไปได้อีก ”
ระดับฝีมือในกลุ่มของพวกเขาเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างน่าสะพรึงกลัว บัดนี้พวกเขาแทบจะ
อดทนรอไม่ไหว อยากจะแสดงให้โลกเห็นว่า
พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด
เพราะในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลมียอดฝีมือ
อยู่มากมาย …
พวกเขาเคารพรูปปันเพื่อแสดงความรำลึก
นับถือระคนความตื่นเต้นอย่างที่สุด หลังจากนั้น
ทุกคนก็เดินไปที่ประตู แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรกับ
ประตู อยู่ ๆ ประตูมันเปิดขึ้นเองโดยปริยาย
พวกเขารีบเดินหน้าออกไปด้วยอารมณ์เบิกบาน
ทั้งยิ้มและหัวเราะ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวออกไป
รอยยิ้มบนใบหน้าของโอรสเล่อก็เลือนหายไป
อย่างกะทันหัน เนื่องจากเห็นว่ามีใครบางคน
กำลังยืนขวางทางอยู่ด้านหน้า ราชาเงา
เดียวดายซึ่งเฝั้ารอคอยอยู่ด้านนอกก็ถึงกับ
ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าคนผู้นี้สามารถเข้าไปในวง
เวทของตำหนักเต๋าได้
ชายผู้นี้หาใช่ใครอื่นเพราะมันคือ โอรสยวี่ สี
หน้าของมันไร้ซึ่งความแยแสขณะมองดู อู่ อวี้
และคนอื่น ๆ เดินออกมาจากภายในตำหนักเต๋า
แต่แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่ามันจะส่งยิ้มให้กับโอรสเล่อ
ทันทีที่มันเห็น แล้วกล่าวขึ้นว่า “ เสด็จพ่อของ
เราช่างระมัดระวังตัวจริง ๆ ขณะที่เจ้ากำลังฟัง
คำเทศนาเต๋า ข้าเองก็อยากเข้าไปดูใจจะขาด
แต่ก็เข้าไปไม่ได้… ไม่เช่นนั้นข้าคงจะได้อะไรติด
มือมาบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ”
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ หลบหนีจากมันมาได้
ดังนั้นโอรสยวี่จึงออกค้นหาเขาไปรอบ ๆ
จนกระทั่งกลับมาที่นี่ อันที่จริงมันถือเป็นเรื่อง
ปกติมากที่สุดโอรสยวีจะมาที่นี่ เพราะมันรู้จัก
ตำหนักเต๋าเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพียงแค่ อู่ อวี้
ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะยืนต้อนรับเช่นนี้
แม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะก้าวหน้าไปมาก แต่ก็
ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถรับมือกับโอรสยวี่ได้อยู่
ดี กล่าวได้ว่าสถานการณ์ในยามนี้เลวร้ายลง
เล็กน้อย
“องค์หญิงโย่วเสี่ย ข้าขอแสดงความยินดีกับ
พระองค์ด้วย ในฐานะอาคันตุกะต่างชาติ
พระองค์กลับได้มีโอกาสนั่งฟังเทศนาของ
จักรพรรดิโบราณ ซึ่งถือเป็นความใฝั่ฝันของ
เหล่าโอรสธิดาราชวงศ์เหยียนหวง ช่างนับว่า
เป็นเรื่องโชคดียิ่งนัก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้
อาวุโสขององค์หญิงจะรอคอยท่านอยู่นานแล้ว
” โอรสยวี่พูดคุยกับองค์หญิงโย่วเสี่ยเป็นคนแรก
อู่ อวี้ รู้ว่าโอรสยวี่ต้องการให้ราชาเงา
เดียวดายออกไปจากที่นี่ แต่ติดตรงที่ว่าราชาเงา
เดียวดายเพียงต้องรอคอยองค์หญิงโย่วเสี่ย
หากพวกเขาทั้งสองเผชิญหน้ากันคงไม่ใช่เรื่องดี
เป็นแน่ ดังนั้นเพื่อเขี่ยเสี้ยนหนามอย่างราชาเงา
เดียวดายออกไปให้พ้น ๆ ทาง เขาจึงเลือกที่จะ
พูดคุยกับองค์หญิงโย่วเสี่ย ซึ่งเหมือนกับการขับ
ไล่ไปกลาย ๆ
ตามจริงแล้ว อู่ อวี้ เองก็ไม่อยากให้ราชาเงา
เดียวดายมานั่งติดตามพวกเขาต้อย ๆ เช่นนี้
แต่ถ้าเทียบกันในด้านพลังฝีมือ โอรสยวี่นั้นมี
ฝีมือเหนือกว่าราชาเงาเดียวดาย ดังนั้น อู่ อวี้
จึงบอกให้องค์หญิงโย่วเสี่ยไปก่อน เป็นเพราะ
เขามั่นใจอย่างมากว่า โอรสยวี่คงไม่หน้ามืดถึง
ขนาดฆ่าคนเป็นแน่
“ตกลง” องค์หญิงโย่วเสี่ยตอบตกลงอย่างว่า
ง่าย เวลานี้โอรสยวี่เปิดค่ายกลให้นางได้ออกไป
รวมตัวกับชาวเปั่ยหมิงคนอื่น ๆ ราชาเงา
เดียวดายกล่าวอำลาต่อ อู่ อวี้ เป็นคนแรก แล้ว
พวกเขาก็จากไป หากเขาต้องการความ
ช่วยเหลือ คงจะฝากองค์หญิงโย่วเสี่ยมาบอก
แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นราชาเงาเดียวดาย
จึงออกจากที่นี่
“ ข้ามาที่ตำหนักเต๋าของเสด็จพ่อได้โดย
บังเอิญ แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเสด็จพี่ที่นี่อีก
แต่ฝีมือระดับเสด็จพี่คงไม่จำเป็นต้องฟังเทศนา
เต๋าแล้วละมั้ง พอดีตอนนี้น้องมีธุระเลยอยากจะ
ขอตัวลา ” โอรสเล่อประสานมือแล้วกล่าวขึ้น
โอรสยวี่ กล่าวว่า ” สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 2 ข้นจำได้ว่าตอนข้ามีอายุเท่าเจ้า
พื้นฐานฝึกตนของข้าพึ่งอยู่ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 5 เพียงเท่านั้น นับเป็น
ช่องว่างอันใหญ่หลวงเลยทีเดียว ”
เมื่อโอรสเล่อได้ยินเช่นนั้นก็กระทำเพียงยิ้ม
และไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาแค่ต้องการออกจาก
ที่นี่ แล้วเข้าสู่ทะเลเพลิงไปพร้อมกับคนอื่น ๆ
เท่านั้น โอรสยวี่ไม่ได้เหนี่ยวรั้งพวกเขาไว้
กระทำเพียงดูพวกเขาออกไป ทว่าหลังจาก
ออกมา ปัญหาที่ต้องพบเจอในตอนนี้ก็คือ ด้วย
ตำแหน่งของพวกเขาการจะฝั่าทะเลเพลิง
ออกไป ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
” ดูเหมือนว่าพวกเจ้าคงไม่อาจออกไปด้าน
นอกได้ เอาเป็นว่า…ข้าจะเป็นคนส่งพวกเจ้า
ออกไปเองก็แล้วกัน ”
โอรสยวี่ที่อยู่ข้างหลังพวกเขากล่าวขึ้นอย่าง
มีเลศนัย ในมือของเขาถือเตาหลอมเก่า ๆ
ขนาดใหญ่ มันเก่าแก่ชนิดที่ว่ามีสนิมขึ้น เต็มไป
ด้วยร่องรอยที่บ่งบอกว่ามันผ่านเวลามาอย่าง
ยาวนาน ด้วยสภาพที่แสนยับเยินราวกับว่ามัน
เพิ่งถูกขุดขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น
” ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา เตาหลอม
บรรพกาลสยบวิญญาณ! ” โอรสเล่อหรี่ตามอง
เขารู้ถึงพลังอำนาจของศาสตราชิ้นนี้เป็นอย่างดี
เพราะศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภานั้นเหนือกว่า
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มีวงเวทประทับ
มากกว่า 500,000 วงขึ้นไป และศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาชิ้นนี้มีวงเวทประทับกว่า
800,000 วง นับเป็นศาสตราชั้นยอดในบรรดา
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาทั้งหมด
ทันทีที่ อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับศาสตราชิ้นนี้
เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอย่างมหาศาล ถึงแม้
ฝีมือของเขาจะก้าวหน้าไปอย่างมาก แต่ถ้าต้อง
เจอกับฝั่ายตรงข้ามที่มีฝีมือเหนือระดับถึงขนาด
นี้เขาก็รู้สึกท้อแท้หดหู่เช่นกัน เขาเคลื่อนไหวเร็ว
มาก ทันใดนั้นเตาหลอมก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้น
จนปกคลุมกลุ่มของพวกเขาอย่างฉับพลัน มี
เพียง อู่ อวี้ ที่สามารถหลบหนีได้ทัน แต่คนอื่น
ๆ ไม่อาจไหวตัวได้
” อย่าตกใจ เดี๋ยวข้าจะพาทุกคนออกไปพา
เจ้าออกไป ” โอรสยวี่กล่าวอย่างแผ่วเบา
จากนั้นจึงเร่งความเร็ว เพียงชั่วพริบตาพวกเขา
ก็ข้ามทะเลเพลิงมาได้อย่างปลอดภัย โดยไร้ซึ่ง
บาดแผลใดๆ แม้แต่น้อย นับว่าเตาหลอมบรรพ
กาลสยบวิญญาณชิ้นนี้สุดยอดมากจริง ๆ
“ เขาต้องการอะไรกันแน่? ” โอรสเล่อรู้สึก
หงุดหงิดเล็กน้อย
“ ถ้าฟังจากที่พูด ดูเหมือนเขาจะคิดว่าไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงอาจปรากฏขึ้นแถว ๆ พวก
เรา เขาเลยอยากจะตามติดตามเราประมาณนั้น
” อู่ อวี้ กล่าว
“ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นแล้ว”
หนานซาน หวางเยว่ พูดขึ้น ” หม่อมฉันคิด
ว่าโอรสยวี่ผู้นี้ด้อยกว่าพระโอรสมาก ฝีมือยอด
เยี่ยมถึงเพียงนี้แต่กลับไม่มั่นใจในตนเอง แถมยัง
เชื่อว่าพระโอรสเป็นคนที่จักรพรรดิโบราณเลือก
แล้ว ดังนั้นเขาคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นจักรพรรดิ
โบราณจะต้องจัดฉาก จนไข่มุกทองคำเหยียน
หวงตกอยู่ในมือของพระองค์อย่างแน่นอน เลย
ไม่อยากตามหาไข่มุกอย่างสะเปะสะปะไร้
ทิศทาง จึงมุ่งเปั้ามาที่พระองค์เสียเลยจะได้ไม่
เหนื่อย”
” โดยเฉพาะการที่พระองค์ได้ฟังเทศนาเต๋า
ในครั้งนี้ เขายิ่งมั่นใจว่าจักรพรรดิโบราณดูแล
พระองค์เป็นพิเศษจริง ๆ หม่อมฉันคิดว่าความ
คับแค้นในใจของเขาก็คงหนักหนาสาหัส
สากรรจ์ยิ่งนัก อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจักรพรรดิ
โบราณจะไม่ให้ความสนใจในตัวเขาสิ้นเชิง ใน
ฐานะพระเชษฐาองค์โตของโอรสพระธิดา
ทั้งหมดคงรู้คับแค้นใจอยู่ไม่น้อย ” อู่ อวี้ กล่าว
ระหว่างที่พวกเขาแอบพูดคุยกันอย่างลับ ๆ
ไม่นานนักก็ออกมาจากทะเลเพลิง แล้วเข้าสู่โลก
แห่งเปลวไฟแทน หลังจากโอรสยวี่พาทุกคน
หลุดออกหมดแล้ว โอรสเล่อก็กล่าวว่า ”
ขอบคุณพี่ใหญ่ ยามนี้เรายังอยู่ภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล อีกทั้งเวลายังล่วงเลยมา
พอสมควรแล้ว ข้าคงต้องขอตัวออกตามหา
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง น้องไม่ขอรบกวนท่าน
พี่แล้ว เอาไว้ออกไปข้างนอกเมื่อใด เราค่อย
พูดคุยกันฉันพี่น้องก็แล้วกัน ”
พอโอรสเล่อกล่าวจบก็เตรียมตัวจะจากไป
” ช้าก่อน ข้าอยากไปกับเจ้าด้วย ข้าคิดว่า
อยู่ข้าง ๆ เจ้าน่าจะมีโอกาสได้รับไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงมากกว่า ในระหว่างนี้เจ้าอยากไป
ไหนก็ไป แต่ข้าจะคอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เจ้า
หากมีอันตรายใดเกิดขึ้นข้ายังช่วยเจ้าเอง ”
โอรสยวี่กล่าวยิ้ม ๆ