กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1064: วงเวทหิ่งหอยสังหารเทพ
แม้ว่าวงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอนยังไม่
แตกสลายอย่างสมบูรณ์ แต่ อู่ อวี้ ก็มิได้นิ่งเฉย
ท้องฟั้ายามนี้สว่างไสวไปด้วยแสงสีเขียว
ภายใต้สถานการณ์นี้ อู่ อวี้ ย่อขนาดร่างกายให้
เล็กที่สุด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของตนเองให้ได้
มากที่สุด
เนื่องจากเขาไม่สามารถหยุดการโจมตีนี้ได้
เขาจึงทำได้แต่พยายามหลบหลีกให้เร็วที่สุด
ด้วยการสนับสนุนของพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง ทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ผนวกกับผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้าและก้าวเท
วะ ภายใต้พลังเพียงฟั้าจรดดินทำให้ความเร็ว
ของ อู่ อวี้ เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสามเท่า จัดเป็น
ความเร็วมากที่สุดในใต้หล้าเลยก็ว่าได้ ไม่เพียง
แค่ว่องไวรวดเร็วอย่างเดียวเท่านั้น ขณะที่เขา
อยู่ในร่างตัวใหญ่ยังไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตี
ของหิ่งห้อยได้ แต่พอย่อขนาดเล็กลงผลปรากฏ
ว่าเวลานี้หิ่งห้อยสามารถทำอะไรเขาได้เลย
เช่นกัน
ทว่าหิ่งห้อยก็ยังไม่ได้ใช้ความเร็วเต็มที่
นอกจากนี้มันยังมีทักษะโจมตีมากมายสารพัด
วิธี ดังนั้นการ ‘ระดมโจมตี’ ครั้งนี้จึงแค่พลาด
เปั้าเท่านั้น
แน่นอนว่าทางด้าน อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สบายแต่
อย่างใด เขายังคงเดือดร้อนจากหิ่งห้อยจำนวน
นับไม่ถ้วน พวกมันทุกตัวดูเหมือนกันทุก
ประการ ราวกับไม่ใช่ร่างแยกของหิ่งห้อย แต่
มันคือการโจมตีอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น พวกมัน
ทุกตัวเหมือนกันอย่างกับแกะ ฉะนั้นภาพใน
เวลานี้ก็คือหิ่งห้อยจำนวนนับไม่ถ้วนที่ล้อมรอบ
ปกคลุมอยู่
ด้วยความพิเศษของหิ่งห้อยนี้ จึงเป็นเรื่อง
ยากสำหรับคนธรรมดาที่จะพบเห็นจะรู้ได้ว่า
หิ่งห้อยตัวไหนเป็นร่างจริง
แม้ว่า อู่ อวี้ จะใช้เนตรเพลิงในการ
ตรวจสอบก็ยังไม่พบเจอมัน ซึ่งอาจเป็นเพราะ
เขาอยู่ห่างไกลจากมันมากเกินไป หรือไม่เจ้าหุ่น
เชิดซ่อนตัวมิดชิดจนยากที่จะเห็น
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมีพลังต่อสู้ที่รุนแรง แต่ด้วย
ลักษณะพิเศษของหุ่นเชิดทำให้เขารู้สึกกดดันอยู่
ไม่น้อยเลยทีเดียว เขาต้องอดทนค่อย ๆ หาร่าง
ของมันอย่างใจเย็น หิ่งห้อยเหล่านั้นจะไม่
หายไปจนกว่าพวกมันจะโจมตี อู่ อวี้ ได้ ดังนั้น
จำนวนหิ่งห้อยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ถาโถม
โจมตี อู่ อวี้ จากทั่วทุกแห่งหนอย่างต่อเนื่อง
กล่าวได้ว่าเวลานี้ อู่ อวี้ กับหิ่งห้อยกำลัง
หยั่งเชิงกันและกัน หุ่นเชิดตัวนี้ไม่เหมือนกับ
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา หุ่นเชิดตัวนี้มีกลเม็ด
เด็ดพรายพิเศษมากมาย อีกทั้งความแข็งแกร่ง
และความสามารถของมันยังเกินขีดจำกัด แต่ถ้า
เขาพบจุดอ่อนของมันทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น
มาก อย่างเช่นตอนนี้ถ้าเขาพบร่างของมัน มัน
คงไม่อาจทำอะไรเขาได้
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เนตรเพลิงกวาดผ่าน
หิ่งห้อยจำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อหาร่างของหุ่น
เชิดหิ่งห้อย แน่นอนว่าหากเป็นคนอื่นแล้วคง
ยากจะทำเช่นนี้ โดยเฉพาะเหล่าปีศาจที่มี
ร่างกายใหญ่โต หุ่นเชิดหิ่งห้อยนี้เป็นเสมือนดัง
ศัตรูที่พวกมันยากจะเอาชนะ ภายใต้
สถานการณ์ปกติ เป็นไปได้ว่าหิ่งห้อยตนนี้คง
สามารถจัดการกับปีศาจที่อยู่ในระดับค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 ได้อย่างไม่ยากเย็น
ในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ ก็ได้ถูกหิ่งห้อยปิด
ล้อมไว้เอาแล้ว
ท่ามกลางสถานการณ์จนตรอก เขารู้สึก
ตื่นเต้นอยู่หลายครั้งระหว่างหลบหิ่งห้อยที่โจมตี
เขาอย่างต่อเนื่อง การค้นหาตัวหิ่งห้อยต้องใช้
เวลายาวนานและน่าเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง ถ้า
หากเขาหมดความอดทนหรือขาดสมาธิไปแม้แต่
เพียงชั่วครู่ มันเป็นเรื่องง่ายที่ อู่ อวี้ จะถูก
หิ่งห้อยจะโจมตี เขาพยายามอดทนกับพลัง
โจมตีของหิ่งห้อย โดยเฉพาะหลังการโจมตี มัน
ทำให้เขากลายเป็นอัมพาตในช่วงสั้น ๆ ยากจะ
เคลื่อนไหวหลบหนีได้ แล้วเมื่อไหร่ที่ร่างกายเริ่ม
ด้านชา หิ่งห้อยตัวอื่น ๆ ก็จะทยอยโจมตีเขา
อย่างไม่ขาดสาย ฉับพลันร่างกายก็จะแข็งทื่อไม่
สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว และถูกสังหาร
ตกตายในที่สุด
เดิมที่ อู่ อวี้ คิดว่าคงจัดการกับหุ่นเชิดตัวนี้
ได้ไม่ยาก แต่แล้วก็ไม่ใช่อย่างที่คิด เขาพัวพัน
ต่อสู้อยู่กับมันนานกว่า 3 วัน พยายามใช้เนตร
เพลิงค้นหาร่างจริงของหิ่งห้อย แล้วในที่สุด
โอกาสก็มาถึง ร่างที่แท้จริงของหิ่งห้อยซ่อนตัว
อยู่ภายในส่วนลึก คนมิเอื้อนเอ่ยวาจา เร่ง
ปลดปล่อยเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ออกไปทันที
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำลุกโชติช่วงปิดล้อมมันไว้
ท่ามกลางสวรรค์และปฐพี!
จากนั้นก็ใช้เก้าทัณฑ์ผลาญฟั้าทลายอเวจี
พุ่งเข้าโจมตีหิ่งห้อยอย่างรวดเร็วแม่นยำ ระดับ
การปั้องกันของมันพอ ๆ กับเต่าทองปีกเหล็ก
เจ็ดดารา ซึ่งก็ไม่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่นักเมื่อ
เขายกระดับพลังขึ้นมา ทำให้มันถูกการโจมตี
ของ อู่ อวี้ อัดกระแทกเข้าใส่เข้าอย่างจัง
หิ่งห้อยวงเวททั้งหมดพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
คาดว่าน่าจะใช้เวลาฟืนฟูซ่อมแซมประมาณ
สองสามวัน มันก็จะกลับคืนสู่สภาพดังเดิม
ไม่อย่างไร อู่ อวี้ ก็รู้สึกพึงพอใจกับ
ความสำเร็จที่ได้รับ เขารู้ดีว่าหุ่นเชิดหิ่งห้อยตัว
นี้ต้องช่วยเหลือเขาได้มากอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ อู่
อวี้ เริ่มเข้าใจลักษณะของวงเวทที่ประทับอยู่บน
หิ่งห้อยบ้างแล้ว
อันที่จริงเวลานี้เขากำลังสองจิตสองใจ กับ
หุ่นเชิดภายในวงเวท สีดำซึ่งมีความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้น 7 แสงสีดำห่อหุ้ม
ร่างกายมันอย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาไม่อาจ
มองเห็นได้อย่างชัดเจนนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรง
กดดันอันน่าสะพรึงกลัวของมัน
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเอาอย่างไรดี
ตอนนี้เขารู้สึกลังเลใจเป็นอย่างยิ่ง หากเขา
ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มี ก็เป็นได้ว่าเขาจะ
สามารถท้าทายหุ่นเชิดลำดับนี้ได้สำเร็จ
หลังจากทดลองต่อสู้ในครั้งนี้ ทำให้เขารู้ว่าพลัง
พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอมยังไม่
เพียงพอ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่เขา
ใช้อยู่เริ่มชำรุดเสียหาย มีรอยร้าวมากมายบน
พื้นผิวปรากฏให้เห็น
แล้วนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมประสิทธิภาพใน
การต่อสู้ของเขาถึงมีข้อจำกัด ด้วยเหตุนี้เขาจึง
ตัดสินใจไม่ท้าทายหุ่นเชิดระดับค้นหาเต๋าขั้นที่
7 ต่อ
ส่วนหุ่นเชิดซึ่งมีความแกร่งอยู่ในระดับค้นหา
เต๋าขั้นที่ 5 มันมีชื่อว่า ตั๊กแตนจันทราเงิน เป็น
เพราะ อู่ อวี้ เอาชนะหุ่นเชิดในระดับค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 ไปแล้ว เขาจึงสามารถใช้งานหุ่นเชิดตน
นี้ได้โดยปริยาย ตั๊กแตนจันทราเงินเป็นหุ่นเชิด
สายโจมตีที่ดูดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกันข้าม
กับเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา อีกทั้งมันยังดู
รวดเร็วว่องไวเป็นอย่างมาก ตรงส่วนปลายแขน
เป็นเสมือนดั่งคมดาบสองเล่มโบกสะบัดกวัด
แกว่งสังหารศัตรูไปทั่วทั้งสี่ทิศ นอกจากนี้ยังมี
วงเวทโจมตีสังหารอยู่เป็นจำนวนมาก
อันที่จริงหุ่นเชิดหิ่งห้อยตัวนี้มีชื่อจริงว่า
‘หิ่งห้อยมายา’ กล่าวได้ว่าหุ่นเชิดอย่าง จอม
กระบี่วิญญาณ จอมทวนวิญญาณ และจอม
เกาทัณฑ์วิญญาณ เป็นหุ่นเชิดที่อยู่ในชุด
รูปแบบมนุษย์ ส่วนเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
ตั๊กแตนจันทราเงินและหิ่งห้อยมายา เป็นหุ่นเชิด
ในชุดรูปแบบแมลง เป็นได้ว่าหุ่นเชิดชุดสุดท้าย
อาจแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้
นอกจากนี้ยังมีความซับซ้อนมากขึ้น
วงเวทหลักของหิ่งห้อยมายาก็คือ ‘ วงเวท
หิ่งห้อยอนันต์’ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของหุ่นเชิด
เลยก็ว่าได้
และ ‘วงเวทหิ่งห้อยอนันต์’ มี 2 การโจมตี
หลัก ๆ หนึ่งก็คือ เวทโจมตีที่มีชื่อว่า ‘วงเวท
หิ่งห้อยสังหารเทพ’ นี่คือการโจมตีที่ อู่ อวี้ โดน
ไปก่อนหน้านี้ โดยมีหิ่งห้อยจำนวนนับไม่ถ้วน
บนฟากฟั้าพุ่งเข้าใส่ศัตรูราวกับห่าพิรุณ ‘ ซึ่งมี
ความสามารถและการโจมตีเป็นเสมือนดั่งการ
สังหารเทพจริง ๆ
ในส่วนที่สองมีชื่อว่า ‘เวทมิติหิ่งห้อย’ ถือเป็น
รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของวงเวทหิ่งห้อย
อนันต์ ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้น
หิ่งห้อยจำนวนนับไม่ถ้วนสามารถทะยานผ่าน
สวรรค์และปฐพี นอกจากนี้ความสามารถของ
มันยังแตกต่างจาก วงเวทหิ่งห้อยสังหารเทพ
ก่อนหน้านี้หิ่งห้อยมายายังมิได้แสดง
ความสามารถนี้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงยังไม่ทราบแน่
ชัดนัก แต่เขาคิดว่ามันน่าจะมีความสัมพันธ์
เกี่ยวข้องกับมิติ ซึ่งเขาต้องการเวลาไตร่ตรอง
วิธีการใช้วงเวทนี้พอสมควร
โดยรวมแล้วหิ่งห้อยมายาเป็นหุ่นเชิดที่น่าพึง
พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากพิชิตชัยจากมันได้
มันจะกลายเป็นกำลังต่อสู้ที่ดีเยี่ยม แม้ว่าจะยัง
ไม่สามารถเอาชนะตัวระดับบนสุดของเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลได้ แต่ถ้าพบเจอผู้คนอื่น ก็
เป็นไปได้ที่คนเหล่านั้นจะถูกบดขยี้ม้วนกลิ้งไป
ก่อนหน้านี้ระดับฝีมือของเขาเรียกว่าต่ำสุดที่
ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลเลยก็ว่าได้ ทว่า
ตอนนี้กับเทียบเคียงได้กับผู้ที่ฝึกฝนบำเพ็ญตน
มานานหลายร้อยปีอย่าง ชวี่อิ๋นหรือหลิงฮั่น
หรืออาจจะเหนือยิ่งไปกว่านั้น
นอกจากนี้เขาปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์อยู่
นอกเจดีย์ล่องกำเนิดมานานแล้ว
” ถ้าระดับพลังของร่างกลืนสวรรค์สูงขึ้น
กำลังรบของเราก็จะยิ่งดีขึ้นมากกว่านี้ ” อู่ อวี้
คิด
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รีบร้อน เพราะการ
เติบโตของร่างกลืนสวรรค์ต้องขึ้นอยู่กับระดับ
พลังของร่างต้นอย่างเขาด้วย ตอนนี้ร่างกาย
ของเขาได้ถูกยกระดับขึ้นแล้ว ดังนั้นการเติบโต
ของร่างกลืนสวรรค์จึงขึ้นอยู่กับเวลา ด้วย
เพราะพวกเขาอยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
จึงไม่มีปัญหาขาดแคลนเรื่องคู่ต่อสู้ในการ
สังหาร นอกจากนี้ยังมีสรรพเทวะอีกด้วย
ส่วนสถานการณ์ทางด้านของโอรสเล่อ ก็
ยังคงเตร็ดเตร่อยู่ในชั้นที่ 2 ของเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล และยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา
ส่วนโอรสยวี่ก็ยังคงติดตามพวกเขาอยู่เงียบ ๆ
เพียงแต่โอรสเล่อไม่เห็นเขาเท่านั้น
อู่ อวี้ กวาดตามองรอบ ๆ ตอนนี้ภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลเหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่
คนแล้ว คนที่อยู่ในชั้นแรกสามารถขึ้นมาชั้น 2
ได้แล้ว ส่วนคนที่อยู่ชั้น 2 ก็ขึ้นไปชั้น 3 กัน
เกือบหมด อู่ อวี้ รู้สึกว่าถึงเวลาที่ตัวเองจะต้อง
ขึ้นสู่ชั้นถัดไปแล้วเช่นกัน
ในช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ พยายามจัดการหิ่งห้อย
มายาอยู่นั้น โอรสเล่อได้พบเจอกับชาวเหยียน
หวง หลังจากได้พูดคุยซักถามกันได้สักพักโอรส
เล่อจึงรู้ว่าบางคนขึ้นไปถึงชั้นที่ 8 ของเจดีย์แล้ว
นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าไข่มุกทองคำเหยียน
หวงปรากฏตัวขึ้นอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีผู้ใด
สามารถตามจับมันได้ การปรากฏตัวของไข่มุก
ได้สร้างความโกลาหลปันปั่วนเป็นอย่างมาก
ตอนนี้การต่อสู้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งอีกทั้งยัง
รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความขัดแย้งจากการ
ต่อสู้นี้ ทำให้ปัจจุบันนี้ผู้คนมิได้เกียรติเกรงใจกัน
เหมือนตอนแรกแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มักเกิดความขัดแย้ง
ระหว่างชาวเหยียนหวงกับเหล่าราชทูตต่างแดน
อยู่เสมอ ในตอนแรกที่โอรสเล่อเข้าไปถามคนผู้
นี้ เขารีบหลบหนีหัวซุกหัวซุนด้วยกลัวว่าจะถูก
โอรสเล่อโจมตี เมื่อฟังจากคนผู้นี้พูดดูเหมือนว่า
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะปรากฏขึ้นทุกชั้น
ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงที่มันจะปรากฏขึ้นด้านล่าง
เช่นกัน
นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้
รู้สึกว่าจักรพรรดิโบราณต้องการให้ไข่มุกปรากฏ
ขึ้น ในที่ที่มีผู้คนอยู่รวมตัวกันมาก ๆ อีกทั้ง
ตอนนี้เขาก็สามารถพิชิตชัยหุ่นเชิดซึ่งมีความ
แข็งแกร่งในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ได้ ดังนั้น
เขาควรพาโอรสเล่อและคนอื่น ๆ ไปสู่ชั้นต่อไป
เสียที
อย่างไรก็ตามทะเลเพลิงในชั้นนี้ ไม่ใช่
สถานที่ที่จะข้ามไปได้ง่าย ๆ ถ้าลำพังเพียง อู่
อวี้ แค่คนเดียวก็คงไม่เป็นอะไร แต่มิใช่กับโอรส
เล่อและเหล่าพวกพ้องของพระองค์ ถึงแม้ระดับ
พลังของพวกเขาจะพุ่งทะยานขึ้นย่างก้าว
กระโดด แต่ก็ยังขาดในเรื่องของเคล็ดวิชาเต๋า
และพลังอิทธิฤทธิ์
ชายทั้งสองพูดคุยหารือเรื่องโอรสยวี่ ในเมื่อ
โอรสคอยเฝั้าติดตามพวกเขาอยู่ห่าง ๆ แล้วจะ
ปล่อยให้เสียเปล่าไปไย ถ้าเช่นนั้นก็ถือโอกาสนี้
ใช้ประโยชน์จากเขาเสียเลยน่าจะดีกว่า ดังนั้น
โอรสโอรสเล่อจึงกล่าวว่า ” พี่ใหญ่ยังอยู่ใกล้ ๆ
แถวนี้ใช่หรือไม่ ช่วยปรากฏตัวให้เห็นหน่อย
พวกเราต้องการขึ้นชั้นที่ 3 ของเจดีย์ ไม่ทราบ
ว่าท่านพี่จะช่วยหม่อมฉันได้ไหม? ”
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเขามีศาสตราวิถี
แท้วิญญาณนภา ‘เตาหลอมบรรพกาลสยบ
วิญญาณ’ ดังนั้นการจะพาทุกคนขึ้นไปสู่ชั้น 3
จึงไม่ใช่ปัญหายากเย็นอันใด แล้วเป็นอย่างที่คิด
เอาไว้โอรสยวี่มาปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขาใน
ฉับพลัน พร้อมกับยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ถ้าเสี่ยว
เล่อไม่รังเกียจ ในฐานะพี่ชายอย่างข้าย่อมไม่
ปฏิเสธอย่างแน่นอน ”
สภาวะอารมณ์และลักษณะนิสัยของคนผู้นี้
ช่างเข้าใจยากเสียจริง แต่โชคยังดีที่เขาค่อนข้าง
เป็นคนพูดง่าย หลังจากพูดคุยกันจบทุกคนก็
กลับเข้าไปอยู่ในเตาหลอมบรรพกาลสยบ
วิญญาณ หลังจากนั้นโอรสยวี่ก็พาพวกเขาขึ้นสู่
ชั้น 3 อย่างรวดเร็ว กล่าวได้ว่าสำหรับโอรสยวี่
แล้วไม่ว่าจะขึ้นจะลงภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา รวมถึงการ
พาทุกคนขึ้นไปสู่ชั้นที่ 3 ด้วย
ก่อนจะขึ้นมาชั้นที่ 3 เขาได้รู้ข้อมูลคร่าว ๆ
จากชาวเหยียนหวง บนชั้นนี้มีต้นไม้เก่าแก่
จำนวนมาก ด้วยลักษณะภูมิประเทศนี้ดูเหมือน
จะปลอดภัยกว่าสองชั้นแรก ทว่าหลาย ๆ ครั้ง
มันกลับอันตรายกว่ามาก เนื่องจากต้นพฤกษา
ดึกดำบรรพ์เหล่านี้เป็นสรรพเทวะวิญญาณ ทั้ง
ยังยากจะสังเกตตรวจสอบ หลายครั้งที่ผู้คนต้อง
สะดุ้งตกใจ เพราะสรรพเทวะเทวะวิญญาณ
ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน นอกจากนี้ยังมี
สรรพเทวะเทวะวิญญาณชนิดอื่น ๆ อยู่อีกด้วย
เมื่อ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ขึ้นมาสู่ชั้น 3 โลกที่
เขาพบเห็นก็คือผืนปั่าอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด
ต้นไม้จำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหน
ทุกแห่ง ยอดไม้สูงชะลูดละฟั้า เหนือขึ้นไปบน
ท้องเวหา ปรากฏลมพายุสีเขียวมรกต
ฉวัดเฉวียนเสียดสีกันอย่างน่าสะพรึงกลัว