กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1065: ปศาจยักษเกาลี้
ในส่วนของลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ ผ่าน
ไปมากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน ทว่าเหล่ายอด
ฝีมือชั้นนำระดับหัวตารางยังคงอดทนรออยู่ที่นี่
ส่วนผู้ที่มาเข้าร่วมงานเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ได้ทยอยกลับกันไปนานแล้ว
บัดนี้เจดีย์วิญญาณบรรพกาลเป็นศูนย์รวม
ความสนใจจากผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกของชมพู
ทวีปโลกธาตุ ถึงแม้หลายคนจะไม่ได้เกาะติด
สถานการณ์แบบติดขอบจอ แต่ไม่ว่าอะไรก็
ตามที่ปรากฏขึ้นบนคันฉ่อง พวกมันจะรับรู้ข่าว
คราวดังกล่าวในไม่ช้า ต่อให้อยู่ห่างไกลมากแค่
ไหนก็ตาม
กล่าวได้ว่าทุกวันนี้คันฉ่องที่ปรากฏอยู่บนแต่
ละชั้นของเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ได้ส่องสว่าง
ฉายภาพเหตุการณ์ให้เห็นถึงชั้นที่ 8 แล้ว ภาพ
เหตุการณ์การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่าง
ต่อเนื่อง ทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันมีสิทธิ์เป็น
ตัวเอกเมื่อภาพของตนเองปรากฏอยู่บนคันฉ่อง
เท่ากับว่ายามนี้มีเพียงคันฉ่องบานที่ 9
เท่านั้นที่ยังมืดสนิทอยู่
ส่วนกลุ่มของราชทูตหมื่นทวีป และกลุ่ม
ผู้เยาว์ชั้นต้น ๆ ยังคงปักหลักเกาะติด
สถานการณ์รับชมการเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่
บนคันฉ่องอยู่ที่นี่ พวกเขาพูดคุยกันเป็นครั้ง
คราว นอกจากนี้ยังมีชาวเหยียนหวงหลายคน
ปักหลักอยู่ที่นี่ พวกมันแสดงท่าทางตึงเครียด
และไม่ค่อยพูดค่อยจากันสักเท่าไหร่นัก
ส่วนเหตุผลที่พวกมันแสดงท่าทางตึงเครียด
เช่นนี้ เป็นเพราะว่า สถานการณ์ภายในเจดีย์
เกิดความขัดแย้งกันดุเดือดเอามาก ๆ บางคน
ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจนตรอกมาก ๆ ก็
ต้องตัดสินใจลงมือฆ่าทิ้งทันที เท่ากับว่าภาพ
เหตุการณ์การเข่นฆ่าถูกนำเสนอออกมาอย่าง
โจ่งแจ้ง แล้วทุกคนกำลังจับตามองอยู่
สุดท้ายแล้วบัญชีแค้นในครั้งนี้ จะต้องถูก
ทวงคืนในภายหลังอย่างแน่นอน ส่งผลให้ลาน
เมฆาสวรรค์เพลิงวายุเวลานี้จึงมีความขัดแย้ง
เกิดขึ้นระหว่างสองฝั่าย
แน่นอนว่าความขัดแย้งดังกล่าวนั้น เกิดขึ้น
ระหว่างชาวเหยียนหวงกับชาวต่างแดน
ดังนั้นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาพูดคุยกัน
น้อยลงทั้งหมดเป็นเพราะว่า เกิดความขัดแย้ง
บาดหมางขึ้นภายในใจนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะหลีก
หนีหลุดพ้นจากความวุ่นวายนั่นก็คือ ไม่ต้องไป
สนใจมากเท่านั้น แล้วดูเหมือนจะมีเพียงคน
กลุ่มเดียวที่ทำได้นั่นก็คือเผ่าพันธุ์มังกร เป็น
เพราะคนของพวกเขาไม่ได้เข้าไปในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล พวกเขาจึงมิได้ขัดแย้ง
บาดหมางกับผู้อื่น ๆ
จวบจนปัจจุบันลั่วผินยังคงเกาะติด
สถานการณ์อย่างจริงจัง เรียกได้ว่าไม่วางตาเลย
ทีเดียว
” ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันจนถึงตอนนี้ อู่ อวี้
ปรากฏตัวขึ้นมาพักหนึ่งเพียงเท่านั้น แล้วเขาก็
ไม่ปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็นอีกเลย ด้วยระดับ
ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะขึ้นจากชั้น 1 ไปสู่
ชั้นที่ 2 แล้ว หรือเป็นเพราะว่าเขายังไม่ได้ขึ้นไป
ชั้นสูงมากกว่านี้ ภาพของเขาเลยยังไม่ปรากฏ
ขึ้นบนคันฉ่อง ” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ที่อยู่
ด้านหลังกล่าวกับลั่วผิน
” อืม…ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น ” ลั่วผินพยัก
หน้า นางรู้ดีว่าเจดีย์วิญญาณบรรพกาลนี้
ท่ามกลางเหล่ายอดฝีมือ อู่ อวี้ ถือว่ามิได้โดด
เด่นอันใด ดังนั้นการที่เขาไม่ถูกจับตามอง จึง
มิใช่เรื่องแปลกอันใด
” ภาพขององค์หญิงหวงซีปรากฏขึ้นบนคัน
ฉ่องบ่อยมาก ดูเหมือนจักรพรรดิโบราณจะให้
ความสนใจในตัวนางไม่น้อย แม้ว่านางจะถูก
ห้อมล้อมปกปั้องโดยเหล่าราชาปีศาจ แต่นางก็
ยังแสดงความกล้าหาญให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ครั้ง
ล่าสุดนางเกือบจะคว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ได้แล้วเชียว ” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์กล่าว
” งั้นหรือ? ” ลั่วผินรู้ว่านางคือ หนานกง
เหว่ย อู่ อวี้ เล่าเรื่องของแม่นางผู้นี้ให้ลั่วผินฟัง
คร่าว ๆ แล้ว แต่นางก็มิได้อยากซักไซ้มาก
ความ จนกระทั่งตอนนี้นางรู้สึกไม่อยากพูดสิ่งใด
อีก
” เฮ้อ∼ท่านบอกมาตรง ๆ เลยดีกว่า กำลัง
รอดูเพราะอยากให้เขาปลอดภัยหรือได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงใช่หรือไม่? ถ้าเป็นอย่างหลัง
…ข้าคิดว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย ”
แววตาของลั่วผินยังมั่นคงเด็ดเดี่ยว สายตา
ยังคงจับจ้องไปที่คันฉ่องทั้ง 8 บาน แล้วนางก็
กล่าวว่า “เขาจะต้องปลอดภัยอยู่แล้ว”
สำหรับไข่มุกทองคำเหยียนหวง มันเป็นเรื่อง
ที่เป็นไปไม่ได้จริง ๆ ที่เขาจะสามารถคว้ามันไว้
ได้ ยิ่งหลังจากได้เห็นว่าการแข่งขันนั้นดุเดือดถึง
เพียงนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่สับสนโกลาหลถึง
ขีดสุด การมีชีวิตรอดมาได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ทางด้านราชทูตหมื่นทวีปเริ่มรวมตัวเป็น
กลุ่มก้อนกันแล้ว เห็นได้ชัดว่าหลายกลุ่ม
ความสัมพันธ์ของพวกมันดีกว่าเดิมมาก
” ข้าคิดว่าชาวมารฟั้า ‘เจ้าวิญญาณหลอม
ภพ’ นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ถึงแม้จะมี
ประสบการณ์น้อย และอ่อนเยาว์กว่าโอรสยวี่
แต่ความแข็งแกร่งกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันนัก
บางทีอาจไม่ใช่โอรสยวี่ที่จะได้รับไข่มุก แต่
อาจจะเป็นคนผู้นี้ก็ได้ เขาดูเป็นคนสุขุมเยือก
เย็น หลายต่อหลายครั้งที่เขาก็ปรากฏตัวขึ้นบน
คันฉ่อง ทั้งยังแสดงฝีมือโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง
บางทีเขาอาจจะเป็นผู้ได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงมากที่สุด”
” ฮ่า ๆ มันขึ้นอยู่กับจักรพรรดิโบราณว่า
ต้องการให้เขาได้ครอบครองมันหรือไม่ ถึงแม้ว่า
ข้าจะไว้วางใจเชื่อมั่นในความเที่ยงธรรมของ
จักรพรรดิโบราณ แต่ใจลึก ๆ ก็ยังรู้สึกว่าชาวเห
ยียนหวงมีโอกาสได้รับไข่มุกสูงมาก อย่างเช่น
โอรสยวี่และโอรสเซียว ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
เกือบตกอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว ”
” ข้าไม่คิดเช่นนั้น จริงอยู่ว่าชาวเหยียนหวง
เข้าไปในเจดีย์หลายคน แต่หากพูดถึงตัวตนใน
ระนาบบนสุด ถือว่าจำนวนของพวกเขาน้อย
กว่าเรามาก ดังนั้นโอกาสครอบครองไข่มุกน่าจะ
พอ ๆ กันตัวอย่างเช่น ‘หลีกั๋วจวิน’ ร่างจริงของ
เขาก็คือ ‘ ปีศาจยักษ์เก้าลี้’ ถูกของแต่งตั้งให้
เป็น 1 ใน 4 ผู้บัญชาการกองทัพบกของ
อาณาจักรปีศาจสวรรค์ตั้งแต่เยาว์วัย”
” ข้าผู้บัญชาการกองทัพเยียนชิง ‘ หมิงชิง
เยียน ‘ แห่งจักรวรรดิแก่นรัศมีทองคำ ผลงาน
ของนางนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว แม้ว่านางจะ
เป็นคนของจักรวรรดิแก่นรัศมีทองคำ แต่ก็หาใช่
ชาวพวกมัน กลับเป็น ‘ชาวชิงหมิง’ แม้จะเป็น
อาณาจักรเล็ก ๆ แต่เส้นทางของชาวชิงหมิงก
ลับเต็มไปด้วยโลหิตการเข่นฆ่า ผู้คนจาก
จักรวรรดิแก่นรัศมีทองคำต่างชื่นชมในตัวนาง
นอกจากจะแข็งแกร่งมีฝีมือร้ายกาจ ยังเป็น
อัจฉริยะแห่งยุคมากด้วยความสามารถ อายุอา
นามเพียงแค่ 100 ปีถือเป็นอัจฉริยะที่มีฝีมือ
แข็งแกร่งมากในหมู่คนหนุ่มสาว ”
” เจ้าวิญญาณหลอมภพ? ปีศาจยักษ์เก้าลี้?
หมิงชิงเยียน? พูดก็พูดเถอะ ข้าคิดว่าคนที่มี
ความสามารถระดับนี้มีมากเหลือเกิน ท่านอย่า
ลืมพวกปีศาจสมุทรไม่ว่าจะเป็นอาณาเขตสมุทร
นิรันดร์ , มหาสมุทรแห่งความตาย , วังวนขั้ว
โลกใต้ , เหมันต์ทมิฬแห่งทิศอุดร แล้วก็ปีศาจ
จากคาบสมุทรอื่น ๆ อีก ปีศาจสมุทรระดับนี้มี
ค่อนข้างมากส่วนฝีไม้ลายมือก็อยู่ในระดับสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ปีศาจ ซึ่งมีจำนวน
อย่างน้อย ๆ ประมาณ 20 คน ด้วยเหตุนี้
โอรสยวี่จึงไม่จัดว่าเป็นยอดฝีมือสูงสุด ”
” ที่น่าสนใจก็คือคนเหล่านี้ไม่มีผู้ใดที่มี
พื้นฐานฝึกตนถึงระดับ สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 9 ”
” สำหรับผู้ที่จะได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ก็คงต้องรอดูกันต่อไป ถึงอย่างไรข้าก็มองว่ามี
เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโอกาสสำเร็จ ”
นอกจากลั่วผิน พวกมันล้วนลืมเลือน อู่ อวี้
ไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากวันนี้เป็นการแข่งขัน ที่
เหล่าผู้ฝึกตนซึ่งบำเพ็ญเพียรมานานกว่า 400 ปี
เข้ารวมด้วย ทว่า อู่ อวี้ ยังมีอายุไม่ถึงร้อยปี
ด้วยซ้ำ กลับต้องเผชิญหน้ากับเหล่ายอดฝีมือ
ซึ่งไม่ต่างอะไรจากกระสุนปืนใหญ่ การที่เขา
สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้มันก็น่าอัศจรรย์มาก
แล้ว โดยพื้นฐานหากไม่มีความสามารถในการ
เอาตัวรอดที่จัดอยู่ในระดับแข็งแกร่งแล้วล่ะก็
เขาคงอยู่ได้แค่ชั้นแรกเท่านั้น
ส่วนโอรสเล่อเหมือนว่าจะถูกลืมไปเสียสนิท
แล้ว อาจเป็นเพราะทุกคนรู้ว่าสำหรับการ
แข่งขันนี้ ระดับฝีมือของโอรสเล่อหาได้มีข้อ
ได้เปรียบใด ๆ ดังนั้นข่าวร่ำลือที่ว่าจักรพรรดิ
โบราณโปรดโอรสเล่อนักหนา ทั้งยังหมายมั่น
ปันเลยให้พระองค์เป็นผู้สืบทอดจึงตกไป
ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าราชทูตหมื่นทวีปกลับไม่
คิดเลยว่าโอรสพระธิดาของราชวงศ์เหยียนหวง
จะเป็นผู้ได้รับ ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
หวงจุนจ้องมองไปที่คันฉ่องทั้ง 8 พร้อมกับ
ยิ้มขึ้น
” ข้าคิดว่าผู้ที่สามารถทำให้คันฉ่องบานที่ 9
ส่องสว่างได้ คนผู้นั้นจะเป็นผู้ที่ได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงไป ” หวงจุนพูดกับพวกมหา
ราชาปีศาจ
…………………………………………………………
หลังจากผ่านไปครึ่งวันที่ อู่ อวี้ อยู่ในชั้น 3
นี้ เขาก็ต้องพบเจอกับสรรพเทวะวิญญาณ
จำนวนมาก เรียกได้ว่าเดี๋ยวเจอ ๆ เลยทีเดียว
รุกขชาติทุกต้นที่อยู่รอบมีโอกาสที่จะกลายเป็น
สรรพเทวะทั้งหมด เช่นเดียวกับเต่าหินยักษ์ใน
ชั้นที่ 2 ซึ่งแฝงตัวอยู่ในภูมิประเทศอย่าง
แนบเนียน นอกจากนี้พวกมันยังมีจำนวน
ค่อนข้างมากด้วย
สามวันผ่านไปโอรสยวี่ยังคงวนเวียนวนเวียน
อยู่รอบ ๆ ตัวพวกเขา แต่เขาก็ไม่ได้ควบคุม
พฤติกรรมของ อู่ อวี้ เพียงแค่ตามติดเหมือนกับ
เงาตามตัวเท่านั้น บอกตามตรงว่าพฤติกรรม
ของโอรสยวี่ทำให้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ รู้สึกอึดอัด
มากทีเดียว
สามวันมานี้ อู่ อวี้ ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไป
กับการเรียนรู้ทำความเข้าใจวงเวทของหิ่งห้อย
มายา ในที่สุดหิ่งห้อยมายาก็ได้ฟืนฟูรักษาจาก
เจดีย์ล่องกำเนิดจนกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์
หลังจากมันฟืนฟูเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ลอบกล่าวกับ
โอรสเล่อและคนอื่น ๆ
” หม่อมฉันมั่นใจว่าสามารถกำจัดโอรสยวี่อ
อกไปได้ ”
เมื่อได้ยิน อู่ อวี้ กล่าวเช่นนี้ทุกคนก็ถึงกับหู
ผึ่งแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมาอย่างเก็บไม่มิด
ตลอดช่วงเวลานับเดือน พวกเขาเริ่มติดนิสัย
และให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ของ อู่ อวี้ มา
นานแล้ว
” เจ้าก็ลองทำดูก็แล้วกัน เพราะอย่างไรเสีย
พวกเราก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ” โอรสเล่อ
กล่าว
ระหว่างที่พวกเขาเดินเข้าไปในปั่าลึกทึบ อยู่
ๆ อู่ อวี้ หยุดอย่างกะทันหัน แล้วก็อัญเชิญ
หิ่งห้อยมายาออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิด พร้อม
กับปล่อยให้มันบินอยู่รอบ ๆ ตัวพวกเขา
“สวยจัง∼” สาว ๆ ในกลุ่มเคลิบเคลิ้มไปกับ
ความงดงามของหิ่งห้อย
ทว่าในเวลานี้เอง หิ่งห้อยก็ขยายตัวห้อม
ล้อม อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ไว้ หิ่งห้อยที่อยู่ไม่ห่าง
จาก อู่ อวี้ ร่างต้น สร้างพื้นที่มิติ ซึ่งดูมีความ
มั่นคงเสถียรยิ่ง ทันใดนั้นหิ่งห้อยมายาก็กระจาย
ตัวออก ในระหว่างกระบวนการแบ่งร่างนี้
ดำเนินไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เสมือนดั่งหญ้า
ดอกขาวก็มิปาน ลอยละล่องอ้อยอิ่มอยู่รอบตัว
พวกเขาอย่างช้า ๆ เพียงชั่วพริบตาจำนวนของ
มันก็แตกขยายเพิ่มเป็นนับพันนับหมื่น
กล่าวได้ว่าหิ่งห้อยที่ลอยให้เห็นอยู่บนอากาศ
แท้จริงแล้วมันก็คือ เวทมิติหิ่งห้อย ซึ่งมีรากฐาน
มาจาก วงเวทหิ่งห้อยอนันต์
วงเวทหิ่งห้อยสังหารเทพ แบ่งแยกร่างได้ใน
จำนวนจำกัด แต่การแบ่งขยายตัวของเวทมิติ
หิ่งห้อยจะไม่หยุดอยู่ที่จำนวนหนึ่งหมื่นตัว มัน
สามารถแยกออกไปเรื่อย ๆ ได้อย่างไรสิ้นสุด
เว้นเสียว่าหิ่งห้อยร่างจริงจะหยุดด้วยตนเอง
หิ่งห้อยแต่ละตัวจะแตกตัวออกได้ 1 ถึง 3
ตัว บางทีอาจจะ 3 ตัวถึง 4 ตัวเลยด้วยซ้ำ ส่วน
ระดับความเร็วในการขยายตัวของมันอยู่ใน
ระดับน่ากลัวมาก เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ มันก็ปก
คลุมผืนปั่าวงกว้าง
ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของระหว่างเวท
มิติหิ่งห้อย กับ วงเวทหิ่งห้อยสังหารเทพก็คือ
เวลาที่พวกมันโจมตีมันจะไม่โจมตีแค่เพียง
เล็กน้อยเท่านั้น แต่มันจะโจมตีเป็นกลุ่มใหญ่
แถมยังไม่ยอมสลายตัวง่าย ๆ ดังนั้นหิ่งห้อยที่
ปกคลุมพื้นที่และ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ในตอนนี้
เป็นเพียงแค่จำนวนเล็ก ๆ เท่านั้น
ช่วงเวลาสั้น ๆ จะสามารถมองเห็นหิ่งห้อย
บินปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน หากเงยหน้ามอง
ขึ้นบนท้องฟั้า สามารถแลเห็นได้ว่าหิ่งห้อย
จำนวนนับไม่ถ้วน กำลังแผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว
ทั้งผืนปั่าแห่งนี้ โอรสยวี่ปรากฏตัวในตำแหน่งที่
อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ อยู่ เขาทำได้เพียงแค่ยิ้ม
เพราะไม่สามารถทำอะไรได้ ด้วยเพระจำนวน
ของหิ่งห้อยนับสิบนับล้านตัวที่ยังคงแบ่งแยก
ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาไม่อาจหา
สถานที่ซ่อนตัวของ อู่ อวี้ และพรรคพวกได้
เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็
สามารถสลัดโอรสยวี่หลุดโดยสมบูรณ์จนได้
พวกเขาอยู่ท่ามกลางกลุ่มหิ่งห้อย ทะยานออก
ห่างจาก โอรสยวี่ อย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าการที่
หุ่นเชิดหิ่งห้อยสามารถแยกตัวออกจำนวนมาก
ได้เช่นนี้นับเป็นข้อได้เปรียบของ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง
หลังจากสามารถสลัดโอรสยวี่หลุดไปได้แล้ว
เขาก็ยกเลิกวงเวทดังกล่าว เพียงชั่วพริบตา
หิ่งห้อยจำนวนนับไม่ถ้วนก็หายไปอย่างฉับพลัน
แม้เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ แต่คาดว่าหลายคนคง
ได้เห็นหิ่งห้อยกันบ้างแล้ว พวกมันคงรู้สึกอยาก
รู้อยากเห็นว่านี่คืออะไรกันแน่ อันที่จริง อู่ อวี้
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภาพบนคันฉ่องบานที่ 3 ได้แปร
เปลี่ยนไปสองสามรอบแล้ว ซึ่งปรากฎเป็นภาพ
ตัวเขาถูกห้อมล้อมอยู่ท่ามกลางแสงไฟสีเขียว
ลั่วผินและคนที่อยู่ด้านนอกล้วนเห็นภาพนี้ แต่ก็
ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
กระทั่งลั่วผินยังไม่ทราบว่าพวกมันเกี่ยวข้อง
กับ อู่ อวี้
” ในที่สุดก็กำจัดเขาออกไปได้! ”
โอรสเล่ออดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากนั้นเขาก็ชื่นชม อู่ อวี้ ยกใหญ่ ” เจ้านี่
มันสุดยอดเหนือคนจริง ๆ ! คนหนุ่มที่ฝีมือดี
เยี่ยมเจ้าต้องมาเป็นแค่ผู้ติดตาม มันช่างเป็น
เรื่องผิดบาปอย่างยิ่ง ! ”
คราวนี้แหละถึงเวลาของพวกเขาแล้ว