กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1068: การโจมตีจากคนที่คุนเคย
เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านอย่าง
แท้จริง การโจมตีอย่างไร้ปรานีของมันทำให้
อู่ อวี้ รู้สึกหวั่นเกรงเป็นอย่างมาก
การโจมตีด้วยวิธีนี้ ต่อให้เขามีร่างกายา
เพชรอมตะก็ยากจะหลบเลี่ยงต้านทาน ต้อง
บอกว่ารุกขชาติโลหิตมีพลังอำนาจมากเกิน
กว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้มาก
แล้วนี่ก็คือความยากลำบากที่ต้องพบเจอ
ใน เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 3 การดำรง
อยู่ของรุกขชาติโลหิตทำให้ผู้คนจำนวนมาก
หวาดกลัว
เมื่อเห็นฝั่ายตรงข้ามเขายิ่งเป็นห่วง
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี มากขึ้น การ
โจมตีของมันนับว่าเป็นภัยคุกคามของพวก
เขาทุกคน
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้เขาใช้เทียมฟั้าจรดดินย่อขนาดร่าง
ให้เล็กที่สุด ถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นคนอื่น ๆ ก็ทะยานออกมาด้วย
ความเร็วพอ ๆ กัน
ในเวลาเดียวกันเขาก็ออกคำสั่งให้หิ่งห้อย
มายาบินอยู่บนฟากฟั้า เพราะเขาไม่ต้องการ
ให้รุกขชาติโลหิตมองเห็นตน หิ่งห้อยมายาทำ
ตามคำสั่งอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นมันก็
ขยายตัวจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ใน
เวลานี้ผืนแผ่นฟั้ากลายเป็นสีเขียวนวลของ
แสงหิ่งห้อย พร้อมกับแตกตัวออกด้วยระดับ
ความเร็วที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อ อู่ อวี้ สั่งหิ่งห้อยเป็นที่เรียบร้อย เขาก็
มองขึ้นไปด้านบนของรุกขชาติโลหิต ในเวลา
นี้พวกหิ่งห้อยเสมือนดั่งดวงดาราที่ประดับ
ประดาอยู่บนฟากฟั้า และดูเหมือนว่ามันจะ
ขยายตัวและหนาแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
“วงเวทหิ่งห้อยสังหารเทพ!!”
เมื่อเมฆาโลหิตเคลื่อนตัวมาทาง อู่ อวี้
หิ่งห้อยก็ใช้วงเวทหิ่งห้อยสังหารเทพ แล้ว
ดวงไฟสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนก็ร่วงลงมา
จากฟากฟั้าร่วงตกใส่รุกขชาติโลหิต อู่ อวี้ ยัง
จำได้ดีว่าหิ่งห้อยมายาร้ายกาจเพียงใด ถึงแม้
ระเบิดจะไม่ส่งเสียงดังอึกทึกครึกโครม แต่ก็
สามารถบดขยี้ทำลายรุกขชาติโลหิตจนไม่
เหลือซาก สามารถเห็นได้ชัดว่าในตอนนี้
กิ่งก้านสาขาแตกหักทลายลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนหิ่งห้อยก็ทำตามคำสั่งของ อู่ อวี้ อย่าง
เคร่งครัด มันมุ่งเน้นโจมตีไปที่ปากของรุกข
ชาติโลหิตต้นนี้อย่างรวดเร็ว เขาเห็นว่ายิ่งมัน
มีปากมากเท่าไหร่ หิ่งห้อยก็ยิ่งโจมตีเข้าใส่มัน
มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการกรูเข้าปิดปาก
นั้น หรือโจมตีเข้าไปภายในร่างรุกขชาติโลหิต
โดยตรง
ปัง ปัง ปัง ปัง!
เมื่ออยู่ภายใต้การโจมตีของหิ่งห้อย ปาก
ของรุกขชาติโลหิตก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
หิ่งห้อยจำนวนมากโจมตีเข้าไปในปากของ
มันโดยตรง เท่ากับว่ามันถูกโจมตีจากข้างใน
ร่างกาย นี่จึงนับเป็นการโจมตีที่สร้างภัย
คุกคามอย่างใหญ่หลวงให้แก่มัน ทั่วทั้ง
ร่างกายของรุกขชาติชาติโลหิตเกิดแสงสว่าง
สีเขียวระเบิดวูบวาบขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียง
ชั่วครู่รุกชาติโลหิตก็ระเบิดเสียงกรีดร้องชนิด
ที่ว่าสวรรค์ต้องสั่นสะท้านปฐพีต้องสะเทือน
ทั่วทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยรูพรุน ทั่วทั้งร่าง
ยังถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีเขียว
อู่ อวี้ รู้สึกอย่างชัดเจนว่า เมื่อการโจมตี
ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
ให้กับรุกขชาติโลหิต พลังของม่านหมอก
เหล่านั้นเหมือนจะอ่อนแอลง จนไม่สามารถ
ไล่ติดตาม อู่ อวี้ ได้ทันเลยทีเดียว นอกจากนี้
หนานซาน หวางเยว่ เองยังมีทักษะล่องหน
หายตัว ดังนั้นมันจึงไม่โดนลูกหลงที่รุนแรง
ส่วน เย่ซีซี ก็อยู่ห่างไกลจากจุดต่อสู้เยอะมาก
ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องโดนลูกหลง
เมื่อเห็นทั้งสองคนพ้นระยะภัยคุกคาม อู่
อวี้ ก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก ภายใต้การ
เปลี่ยนแปลงของเทียมฟั้าจรดดิน ร่างกาย
ของเขาก็ขยายใหญ่ถึงขีดสุด พลองฟั้าเพลิง
ผลาญกำลังลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ ด้วย
ความช่วยเหลือของหิ่งห้อยมายา อู่ อวี้ โจมตี
ต่อเนื่องด้วยการตวัดฟาดพลองฟั้าเพลิง
ผลาญจากบนลงร่าง ด้วยการกระหน่ำโจมตี
อย่างต่อเนื่องจึงทำให้รุกขชาติโลหิตถูกบดขยี้
แตกเป็นเสี่ยง ๆ ระหว่างโดนกระหน่ำโจมตี
รุกขชาติโลหิตส่งเสียงกรีดร้องด้วยความ
เจ็บปวด แล้วในที่สุดมันก็หมดแรงตอบโต้ล้ม
ลงกับพื้น หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้เขตแดน
อัคคีตัดสวรรค์สังหารทันที ในที่สุดเสียงร้อง
โหยหวนก็เลือนสลายไป
สำหรับกลุ่มเมฆาโลหิตหลังจากที่สูญเสีย
แม่ผู้ให้กำเนิด พวกมันก็ร่วงลงสู่พื้นไปใน
ที่สุด บัดนี้ใบไม้สีแดงสีโลหิตกำลังร่วงหล่น
ปกคลุมไปทั่วผืนดิน
อู่ อวี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงเขารีบเก็บร่าง
ของรุกขชาติโลหิตใส่ไว้ในถุงจักรวาล
หลังจากนั้นก็โยนเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด
ส่วนร่างกลืนสวรรค์เฝั้ารอคอยกลืนกินร่าง
ของรุกขชาติโลหิตมาช้านานแล้ว เมื่อเห็น
อาหารอันโอชะอย่างรุกขชาติโลหิตถูกโยน
เข้ามามันจึงรีบพุ่งเข้ากลืนกินทันที ปัจจุบัน
ร่างต้นของเขาสามารถต่อสู้ข้ามขั้นถึงระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ส่วนร่างกลืน
สวรรค์ หลังจากกลืนกินรุกขชาติโลหิตเข้าไป
พื้นฐานฝึกตนของมันอาจจะเติบโตจนถึง
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 หรือ
อาจจะมากกว่า
แล้วถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงพลังการต่อสู้
ของ อู่ อวี้ ก็เกือบจะสมบูรณ์แบบ
” ถึงเวลาจะต้องขึ้นไปบนเจดีย์ชั้นที่ 4
แล้ว ” เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็มาหา
หนานซานหวางเยว่และเย่ซีซีแล้วพูด
ประโยคดังกล่าว
” ข้าไม่คิดว่าเจ้าต้นไม้โรคจิตจะแข็งแกร่ง
เพียงนี้ เล่นเอาข้าแทบแย่แน่ะ” หนานซาน
หวางเยว่ กล่าว
” การต่อสู้จริงมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น อย่าง
น้อยก่อนที่เราจะเข้าไปในตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ หากต้องเผชิญหน้ากับรุกข
ชาติโลหิต ก็คงมีแต่ตายสถานเดียว ” อู่ อวี้
กล่าว
พวกเขารู้ว่าตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
ทำให้ทุกคนก้าวหน้าขึ้นมาก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้
ความรู้สึกที่เป็นปรปักษ์ต่อจักรพรรดิโบราณ
ของ อู่ อวี้ มีความซับซ้อนยุ่งเหยิงมากขึ้น
ส่วนของเย่ซีซีนางไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ความเกลียดชังที่นางมีต่อจักรพรรดิโบราณ
ยังคงอัดแน่นเปียมล้นอยู่ในหัวใจ
ร่างกลืนสวรรค์จะกลืนกินอาหารอย่าง
รวดเร็ว ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานนัก อู่
อวี้ ปล่อยโอรสกับพวกพ้องไว้กับวงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์นานแล้ว พวกเขาทั้งสามจะตาม
ไปสมทบกับคนอื่น ๆ จากนั้นก็เดินทางไป
พร้อมกัน
แต่แล้วทันใดนั้นก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
ระหว่างทาง อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่า เต่าทองปีก
เหล็กเจ็ดดารา กับ ตั๊กแตนจันทราเงินถูก
โจมตีในเวลาเดียวกัน เขาไม่แน่ใจกับ
สถานการณ์ในตอนนี้ แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าจะ
หนักหนาไม่เบาทีเดียว วงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์เสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งนี่แสดงให้เห็น
ว่าโอรสกับพวกพ้องกำลังตกอยู่ในอันตราย
ตั๊กแตนจันทราเงินที่อยู่ข้าง ๆ โดนฝั่ายตรง
ข้ามล้อมกรอบไว้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็น
ว่าอีกฝั่ายมีบุคคลมากกว่าหนึ่งคน
ถึงแม้ว่าภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
แห่งนี้ อีกฝั่ายจะมิได้สังหารโอรส แต่ อู่ อวี้ ก็
ยังตระหนักดีถึงปัญหาที่ตนกำลังประสบอยู่
” เป็นไปได้ว่าการต่อสู้ของข้ากับรุกขชาติ
โลหิตรุนแรงมากเกินไป จนดึงดูดผู้คนจาก
ภายนอกให้เข้ามาแลชมการต่อสู้นี้ พวกนั้น
เลยรู้ว่าข้าไม่ได้อยู่ปกปั้องโอรสเล่อ! ”
อู่ อวี้ ฉุกคิดขึ้นมาในทันที สิ่งนี้น่าจะมี
โอกาสเป็นไปได้สูงมาก เนื่องจากว่าภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้เงียบสงบเป็น
อย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาที่ทำเสียงดังเอะอะมะ
เทิ่ง จึงดึงดูดผู้ฝึกตนและปีศาจที่อยู่รอบ ๆ
ให้เข้ามาได้
สิ่งที่สมควรทำที่สุดในตอนนี้ คือไปยัง
สถานที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด อู่ อวี้ พูดกับคน
ทั้งสองว่า ‘โอรสเล่อตกอยู่ในอันตราย’
จากนั้นก็ใช้เมฆาตลบฟั้ามุ่งตรงไปยังทิศทาง
นั้นทันที เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้รุกขชาติโลหิต
โจมตีโอรสเล่อ ดังนั้นเขาบอกให้โอรสเล่อ
ถอยออกไปก่อน ไม่คาดคิดว่าฝั่ายตรงข้ามจะ
ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม
อู่ อวี้ เคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วสูงล้ำยิ่ง โดย
มีหนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ไล่ติดตาม
มาเบื้องหลัง สามลมหายใจต่อไป อู่ อวี้ ก็
ปรากฏตัวขึ้นบนที่เกิดเหตุ
ตั๊กแตนจันทราเงินมีความแข็งแกร่งอย่าง
จำกัด สภาพของเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
ถูกบดขยี้ทำลายจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ เรียกได้
ว่าสภาพของมันคงทำได้เพียงส่งกลับไปฟืนฟู
ในเจดีย์ล่องกำเนิดเท่านั้น เมื่อมาถึง อู่ อวี้ ก็
กวาดสายตามองดูโดยรอบ ทำให้เขา
ตระหนักถึงสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน ดู
เหมือนว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้รับอันตราย
ถึงชีวิต คนทั้ง 4 ถูกจับตัวเอาไว้ โดยคนที่เขา
คุ้นเคยดีในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล!
อู่ อวี้ กวาดตามอง มันก็คือเผ่าปีศาจแห่ง
ความตายอสูรวิญญาณเหิน หลิงฮั่น มัน
สามารถรับมือกับตั๊กแตนจันทราเงินได้อย่าง
ง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีสาวงามทั้งสองจาก
จักรวรรดิดารานภาทมิฬ เซวี๋ยนซิง กับ
เซวี๋ยนเฉิน พวกนางยืนอยู่ร่วมกับปีศาจจาก
เผ่าปีศาจแห่งความตายตนอื่น ๆ โดยที่
ซ้ายมือของพวกมันคือชาวเหลยยวนจากสระ
อัสนีพิโรธ เหลยเปั้า เหลยสิง เหลยหวัง
เหลยจวิน พวกมันทั้ง 4 ร่วมมือกันจับกุมตัว
กลุ่มของโอรสเล่อไว้ โดยใช้สายอัสนีล้อมรอบ
พวกเขาไว้ภายในอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้จะไม่มี
สายอัสนีคอยฟาดผ่าจนได้รับบาดเจ็บ แต่
พวกมันก็ควบคุมตัวโอรสเล่อกับพรรคพวกไว้
อย่างสมบูรณ์ การกระทำนี้ทำให้ โอรสเล่อ
รู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง ทว่าด้วยช่องว่าง
ความแข็งแกร่ง ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไร
กับมันได้
พวกมันเคยปรากฏกายขึ้นในเจดีย์ชั้นที่ 2
ก่อนหน้านี้ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอพวกมัน
ในชั้นที่ 3 ด้วย!
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง หลิงฮั่นก็หยุดมือ อู่ อวี้
จึงเรียก ตั๊กแตนจันทราเงิน กลับมาก่อน
เนื่องจากว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่สมควรลงมือ
โอรสเล่อและคนอื่น ๆ ตกอยู่ในกำมือของ
พวกมัน โชคดีที่ในเวลานี้ หยวนจูจวินมิได้
รวมอยู่ในกลุ่มด้วย เป็นไปได้ว่าหลังจากครั้ง
ล่าสุด หยวนจูจวิน คงปฏิเสธจะเข้าร่วมกลุ่ม
กับพวกมันเพราะในท้ายสุดแล้วท่ามกลาง
กลุ่มของพวกมันมีเพียง หยวนจูจวิน เท่านั้น
ที่มิได้ประสบความสูญเสียอันใด
” ทีแรกข้าก็คิดว่าใครเล่นไล่ฆ่าสรรพเทวะ
วิญญาณไปตลอดทาง จนบังเกิดเสียงดังสนั่น
ไปทั่วทุกแห่งหน… ที่แท้ก็เจ้านั่นเอง ช่างน่า
เศร้านัก ที่ครั้งนี้ไม่มีชาวเปั่ยหมิงติดตามเจ้า
มาด้วย ” เมื่อเห็น อู่ อวี้ เซวี๋ยนซิงก็แสดง
ท่าทางตื่นเต้นจนแทบเก็บไว้ไม่มิด จากนั้น
นางก็หัวเราะออกมาอย่างพออกพอใจ ราว
กับว่านางคือผู้ชนะอย่างไรอย่างนั้น
อู่ อวี้, หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี
รวมถึงหิ่งห้อยมายาที่ย่อขนาดจนเล็กลง
จากนั้นก็เกาะอยู่บนไหล่ของ อู่ อวี้ พวกเขา
ทั้งหมดต่างปรากฏกาย เผชิญหน้ากับพวก
มันอยู่ที่นี่
ชาวเหลยยวนที่นำโดยเหลยเปั้า เมื่อมัน
เห็น อู่ อวี้ สายอัสนีก็แล่นประกายออกมา
จากดวงตาของมัน พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วย
เสียงดังลั่นว่า ” อู่ อวี้ เจ้านี่มันดวงกุดจริง ๆ
ได้มาพบกันอีกครั้งเช่นนี้! นับว่าสวรรค์มีตา
นายน้อย เหลยเสวี่ยเฟิง ของเราถูกเจ้า
สังหารตกตายไป หนี้แค้นในครั้งนั้น ข้าจะ
ชำระคืนเป็น 10 ๆ เท่า! เจ้าในตอนนี้มืดแปด
ด้าน ไม่มีเส้นทางใดให้หลบเลี่ยงอีกแล้ว ทั้ง
ยังไม่มีชาวเปั่ยหมิงคอยช่วยเหลือ เจ้ายังกล้า
อยู่คนเดียวในเจดีย์ชั้นที่ 3 อีก! เดิมที่เรารู้สึก
หมดหวังที่จะไล่ลาติดตามพวกเจ้า แต่แล้วใน
ระหว่างที่กำลังจะล้มเลิก เจ้าก็ปรากฏตัว
ขึ้นมาซะงั้น ช่างน่าอัศจรรย์เป็นยิ่งนัก! วันนี้
วิญญาณของนายน้อย คงยินดีปรีดาเป็น
อย่างยิ่ง! ”
พวกมันลองตรวจสอบดูก่อนแล้ว และ
พบว่าชาวเปั่ยหมิงมิได้ติดตามพวกเขามา
ด้วย พวกมันจึงชิงลงมือจับตัวโอรสเล่อทันที
ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้พวกมันรู้สึก
ตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะไม่อาจสังหารโอรส
แต่นอกจากเขาแล้ว รับรองได้เลยว่าคนอื่น ๆ
ต้องมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะผู้ที่สังหาร เหลยเสวี่ยเฟิง กับ หลิง
อี้
หลิงฮั่นได้รับความไว้วางใจจากมหาราชา
ปีศาจวิญญาณเหิน ให้ดูแลหลิงอี้ แต่เวลา
นี้หลิงอี้ได้ตกตายไปแล้วมันคงต้องรับผิดชอบ
อย่างหนัก ดังนั้นสายตาที่มันจ้องมอง อู่ อวี้
และคนอื่น ๆ จึงเต็มไปด้วยจิตสังหาร มัน
ค่อย ๆ กวาดสายตาผ่านทีละคน ๆ ทว่า
ทันใดนั้นมันก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตื่น
ตระหนกว่า ” เวลาเพียงหนึ่งเดือนพวกมัน
ยกระดับขึ้นมากถึงเพียงนี้ได้อย่างไร แทบทุก
คนยกระดับมาถึงสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า อีก
ทั้งอายุอานามของแต่ละคนก็น้อยกว่า 50 ปี!
บ้าไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไร … ”
มันเป็นคนแรกที่ค้นพบ
“ว่ากระไรนะ?”
การค้นพบนี้ทำให้พวกมันประหลาดใจ
เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เหลยเปั้าก็ยังประหลาดใจ
อย่างมาก รวมถึงสองพี่น้องฝาแฝดอย่าง
เซวี๋ยนซิง เซวี๋ยนเฉิน สีหน้าของพวกมัน
แสดงออกอย่างยากจะบรรยาย เวลานี้พวก
มันไม่อาจตรวจสอบกลุ่มของ อู่ อวี้ ได้
ชัดเจนนัก แต่สำหรับกลุ่มของโอรสเล่อ พวก
มันตระหนักได้อย่างชัดเจน เนื่องจาก
อาณาจักรฝึกตนของพวกเขาไม่อาจรอดพ้น
สายตาไปได้
” หืม… พื้นฐานฝึกตนเพิ่มระดับรวดเดียว
3 – 4 ขั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ … ” เซวี๋ยนซิง
กัดริมฝีปากแดงระเรื่อของตนเอง กล่าวขึ้น
ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
” เจ้าพวกนั้นไปประสบพบเจอกับอะไร
มา? เราไม่น่ามองผิด … ”
ถึงแม้พวกมันจะรู้สึกประหลาดใจอย่าง
มากก็ตาม สำหรับโอรสเล่อและคนอื่น ๆ จะ
ก้าวหน้าไปมากเพียงใดหาใช่เรื่องสำคัญ
สำหรับมันไม่ เพราะถึงแม้พวกมันจะหลบหนี
ไปได้ แต่ก็มิใช่คู่ต่อสู้ของผู้ฝึกตนวัยกลางคน
อย่างชาวเหลยยวนหลาย ๆ คน
ความประหลาดใจของพวกเขากิน
เวลานานกว่า 10 ลมหายใจ ดวงตาของโอรส
เล่อหรี่แตบลงแล้วในที่สุดเขาก็กล่าวขึ้นว่า ”
บางทีคราวนี้ พวกเจ้าจะได้รู้จริง ๆ เสียทีว่า
ผู้ใดคือผู้ถูกเลือกที่แท้จริง ”
หรือไม่บางทีเขาอาจจะรู้ว่า จักรพรรดิ
โบราณไม่ได้เลือกใครเลย
ต่อให้โอรสเล่อพลาดโอกาสนี้ไป แต่เขาก็
เชื่อว่าจักรพรรดิโบราณจะต้องชื่นชมเขา
เพราะคู่ต่อสู้ที่พวกเขากำลังเผชิญแข็งแกร่ง
กว่าตนเอง
คำพูดของโอรสเล่อทำให้ทุกคนตกใจและ
หวาดกลัวมากจริง ๆ แต่พวกมันก็ไม่อาจ
เปลี่ยนใจที่จะสังหาร อู่ อวี้ ได้