กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1069: หมูปากับสาวงาม
หลิงฮั่นต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนา
ตบะฝึกตนมาจนถึงทุกวันนี้
ฉะนั้นพวกมันจึงล่วงรู้อย่างลึกซึ้งว่าเมื่อ
อยู่ในอาณาจักรฝึกตนระดับนี้แล้ว การยก
ระดับพื้นฐานฝึกตนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็น
เรื่องยากลำบากยิ่ง และเป็นไปไม่ได้อย่าง
แน่นอน
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ พวกเขา
ทะลวงผ่านหลายขั้นกันแบบยกกลุ่มไม่ใช่แค่
คนเดียว
ด้วยเหตุนี้ความยากลำบากจึงเพิ่มขึ้น
หลายสิบเท่า
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเกิดขึ้นจริง ๆ นี่
แสดงให้เห็นว่าจะต้องเป็นฝีมือของจักรพรรดิ
โบราณอย่างแน่นอนที่สุด
นี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงตกตะลึง
หลังจากได้ยินโอรสเล่อถึงกล่าวเช่นนั้น
สิ่งนี้ทำให้ชาวเหลยยวนอดไม่ได้ที่จะรู้สึก
โล่งอกเล็กน้อย เพราะเมื่อไม่นานมานี้ พวก
มันเกือบพลั้งมือสังหารโอรสเล่อและพรรค
พวกของเขาไปแล้ว
ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้พวกมัน
ตระหนักว่า ว่าโอรสเล่อมีบารมีโดดเด่นเป็น
อย่างมาก ดูเหมือนว่าชะตากรรมได้เลือกเขา
แล้ว
ถ้าให้พูดถึงทุกสรรพชีวิตในตอนนี้ ดู
เหมือนจักรพรรดิโบราณจะมอบชะตากรรม
ให้แก่แต่ละคนแล้ว
อันที่จริงเขามักจะโชคดีอยู่ตลอดเวลาอยู่
แล้ว อีกทั้งเขายังตายยากตายเย็นเป็นอย่าง
มาก พอมาครั้งนี้เขาก็กลับก้าวหน้าอย่างก้าว
กระโดดอีก บางคนสงสัยว่าทุกคนในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลเสมือนก้อนหินให้โอรส
เล่อก้าวข้าม ซึ่งเป็นแผนที่จักรพรรดิโบราณ
วางไว้หรือไม่
สิ่งนี้จะทำให้กลุ่มของพวกมันลังเล
เล็กน้อย
หลิงฮั่นตกตะลึงตาค้างแล้วพูดว่า ” อย่า
พูดจาเหลวไหล ผู้ที่ได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงเท่านั้น ถึงจะได้เป็นจักรพรรดิเหยียนหวง
คนใหม่ อีกอย่างเปั้าหมายของเราหาใช่โอรส
เล่อ แต่เป็นผู้ที่สังหารหลานชายของข้านั่นก็
คือเจ้า อู่ อวี้ ข้าต้องส่งมันไปปรโลกให้จงได้!
”
ในครั้งนี้พวกมันไม่สามารถแตะต้องโอรส
เล่อได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเช่นดังที่โอรส
เล่อได้เคยกล่าวไว้ทั้งสิ้น พวกมันได้เห็นโลก
มานานหลายร้อยปีแล้ว ฉะนั้นประสบการณ์
ของพวกมันจึงมีมากพอที่จะถูกใครหลอกได้
แต่ด้วยสถานการณ์ก็ทำให้พวกมันยากที่จะ
ยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มของโอรสเล่อ
ก่อนหน้านี้พวกมันได้พูดคุยกันแล้วว่า พอ
ออกจากเจดีย์วิญญาณบรรพกาลวิธีเดียวที่
จะอธิบายต่อมหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน
และเจ้าอาณาเขตสระบูรพาเดียวดาย ก็คือ
การสังหาร อู่ อวี้ ซึ่งเป็นฆาตกร ไม่เช่นนั้น
เมื่อไหร่ที่พวกมันได้ออกจากเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลมีหวังพวกมันได้ถูกเชือดแน่ ๆ
โดยเฉพาะเหลยเปั้า เพราะมันไม่ใช่น้องชาย
ของเจ้าอาณาเขตสระบูรพาเดียวดาย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงสิ่งที่พวกมันตกลงปลงใจกันไว้
ก่อนแล้ว สิ่งที่จะแตกต่างจากแผนที่วางไว้ก็มี
เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ เหลยเปั้าและพวก
มันจะไม่ทรมานโอรสเล่อ คนที่จะจับโอรสเล่อ
ไว้ก็คือหลิงฮั่น มันจะทำเพียงแค่กับตัวเขาไว้
แต่ไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีหรือทำให้เขาได้รับ
บาดเจ็บแต่อย่างใด หลังจากทุกอย่างจบสิ้น
พวกมันก็จะปล่อยตัวโอรสไป หลังจากนั้นมัน
ก็พูดกับโอรสเล่อว่า “พระโอรสอย่าได้โกรธ
เคือง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนายน้อยของพวก
เราถูก อู่ อวี้ สังหารจนตกตาย ฉะนั้นชีวิต
ต้องแลกด้วยชีวิต ไม่เช่นนั้นพวกหม่อมฉันคง
ไม่สามารถนำเรื่องนี้ไปอธิบายต่อเจ้าอาณา
เขตได้ ในฐานะผู้ดูแลอย่างพวกเราจึงต้องแก้
แค้นให้กับเขา! ”
พวกมันเลือกวิธีประนีประนอม เพราะการ
ยกระดับแบบก้าวกระโดดที่เรียกได้ว่าใต้หล้า
ต้องสั่นสะเทือนเลยทีเดียว พวกมันจึงเลือกที่
จะละเว้นโอรสเล่อไว้ แต่ไม่อาจละทิ้งความ
เกลียดชังไปได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงเลือกจัดการ
แค่ อู่ อวี้ และพวกพ้องขอเขานั่นเอง
พวกมันรู้ว่ากลุ่มของโอรสเล่อได้แบ่ง
ออกเป็น 2 กลุ่มเล็ก ๆ คือกลุ่มของ อู่ อวี้ กับ
กลุ่มของโอรสเล่อ แล้วพวกมันกำลังจะ
จัดการกับกลุ่มของ อู่ อวี้
” วันนี้แหละเจ้าจะต้องชดใช้ แล้วครั้งนี้ก็
ไม่มีชาวเปั่ยหมิงคอยช่วยเจ้าอีกแล้ว ” ที่หลิง
ฮั่นกล่าวเช่นนี้เพราะรู้ว่าถึงเวลาที่มันจะได้แก้
แค้นแล้ว ในความเป็นจริงผู้คนที่อยู่โดยรอบ
กำลังมองพวกมันอยู่ห่าง ๆ ภาพฉากการ
ต่อสู้ก่อนหน้านี้ของ อู่ อวี้ ได้ดึงดูดความ
สนใจของผู้อื่นเขามาหลายคนเลยทีเดียว
บางทีพวกมันอาจรู้ว่ามีรุกขชาติโลหิตอยู่ใกล้
ๆ ดังนั้นจึงอยากรู้ว่าผู้ใดหาญกล้าต่อสู้กับรุก
ชาติโลหิตหรือไม่
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงกวาดสายตามอง
พื้นที่โดยรอบแล้วเห็นว่าหลายคนกำลังซุ่ม
มองพวกเขาอยู่ แต่ไม่มีชาวเหยียนหวงอยู่ใน
นั้นด้วย ถึงแม้การแข่งขันครั้งนี้มีชาวเหยียน
หวงเขาร่วมจำนวนมากก็จริง ทว่าส่วนใหญ่
จะติดอยู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 1
นับตั้งแต่ตั้งแต่ชั้นที่ 2 ขึ้นไป ชาวเหยียน
หวงก็ถือว่าไม่ค่อยได้เปรียบเท่าใดนัก
หลังจากกวาดตามอง อู่ อวี้ คาดเดาคร่าว
ๆ ว่าน่าจะเป็นคนของ ‘จักรวรรดิแก่นรัศมี
ทองคำ’ และคนของ ‘อาณาจักรเซียนเหิน
เมฆา’ นอกจากนี้ก็ยังมีปีศาจ และ ปีศาจ
สมุทร จากที่เห็นน่าจะเป็นปีศาจสมุทรที่มา
จาก ‘วังวนขั้วโลกใต้’ แล้วอีกสองสามตัวก็มา
จาก ‘บึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์’ ความสัมพันธ์
ของพวกมันกับผู้ฝึกตนของอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวงนั้นค่อนข้างเปราะบาง ไม่ต้องพูด
ถึงปีศาจสมุทรที่อยู่ห่างไกลออกไป ดังนั้นถ้า
มีการต่อสู้เกิดขึ้นพวกมันก็จะไม่น่าจะยื่นมือ
เข้าแทรกแซง
ดังนั้นถึงแม้จะรู้ว่ากลุ่มของ อู่ อวี้ กำลัง
จะถูกจัดการ เหล่าผู้สังเกตการณ์ก็กระทำแค่
เพียงเฝั้าดูอย่างเงียบ ๆ แล้วก็พูดคุย
วิพากษ์วิจารณ์กันบ้างเป็นครั้งคราว
แต่ผู้สังเกตการณ์เหล่านี้ไม่เข้าใกล้รัศมี
การต่อสู้อย่างแน่นอน พวกมันจะเฝั้าดู
ติดตามเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ด้วยเหตุนี้มันจึง
ได้ยินไม่ค่อยถนัดนักว่า อู่ อวี้ กำลังพูดคุย
อะไร แต่พวกมันสามารถมองเห็นได้อย่าง
ชัดเจน ว่ากลุ่มของโอรสเล่อกำลังถูกจับตัว
อยู่
” ข้าได้ยินว่า ก่อนหน้านี้พวกมันซุ่มโจมตี
โอรสเล่อกับพรรคพวกมาแล้วครั้งหนึ่ง จน
ลุกลามเลยเถิดมาถึงขั้นที่ อู่ อวี้ พลั้งมือ
สังหารบุตรของมหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน
หลิงอี้ และนายน้อยแห่งสระบูรพาเดียวดาย
เหลยเสวี่ยเฟิง เดิมทีพวกมันต้องการฆ่าและ
แก้แค้น อู่ อวี้ มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็น
เพราะชาวเปั่ยหมิงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ อู่
อวี้ เอาไว้ ”
” ปัจจุบันทั้งสองกลุ่มโคจรมาพบกันอีก
ครั้ง แถมในครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่มีชาวเปั่ยหมิ
งคอยปกปั้องด้วยสิ ท่าทางจะมีการต่อสู้
รุนแรงเกิดขึ้นแน่ ๆ ”
” ใช่ ยามนี้โอรสเล่อก็ถูกจับตัวไว้แล้วด้วย
”
” เจ้าบอกว่าคนกลุ่มนี้จะสังหารโอรสเล่อ
ใช่หรือไม่? ดูท่าพวกมันคงต้องการเป็นจุด
สนใจจนตัวสั่น ”
” ก็นั่นน่ะแหละ∼ ถ้าให้พูดจริง ๆ นิสัยใจ
คอของเผ่าปีศาจแห่งความตายเป็นคน
โหดเหี้ยมอำมหิตทั้งนั้น สระอัสนีพิโรธก็หยิ่ง
ทะนงหลงตัวเองอย่างที่สุด มันอยากจะ
แข่งขันกับชาวเหยียนหวงไปซะทุกเรื่อง
ไม่เช่นนั้นมันจะทำอะไรที่ไม่ควรเช่นนี้หรือ?
ส่วนสองเซียนกระบี่หญิงแห่งจักรวรรดิดารา
นภาทมิฬไม่รู้ว่าไฉนถึงไม่อยู่กับคนกลุ่มนี้ได้ ”
ด้วยเพราะผู้เฝั้าจับตามองเหล่านี้อยู่
ค่อนข้างห่าง จึงไม่เห็นความก้าวหน้าอย่าง
ใหญ่หลวงของ อู่ อวี้ พวกมันรู้เพียงว่ายามนี้
เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ซึ่ง
พวกมันกำลังคิดว่าควรจะยื่นมือเข้าไป
ช่วยเหลือดีหรือไม่ เมื่อพวกมันเปรียบเทียบ
ในเรื่องของพลังฝีมือหรือความได้เปรียบของ
ฝั่ายตรงข้ามที่จับโอรสเล่อเป็นตัวประกัน
เช่นนี้ พวกมันจึงฟันธงกันว่างานนี้ อู่ อวี้ มี
แต่แพ้กับแพ้เท่านั้น
ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 3 ระดับ
ฝีมือของหลิงฮั่นสามารถอยู่ได้ตลอดรอดฝัง
ด้วยความสามารถนี้สามารถขึ้นไปได้ถึง
ประมาณชั้นที่ 5 หรือ 6
ส่วนเหตุผลที่มันยังอยู่ที่ชั้นนี้ เพราะ
ต้องการตามหา อู่ อวี้
หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ พวกฝีมือสูง ๆ
ที่ยังปั้วนเปียนวนเวียนอยู่ชั้นล่าง ๆ อย่าง
โอรสยวี่และราชาเงาเดียวดาย นั้นค่อนข้าง
หาได้ยาก
ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้เฝั้า
สังเกตการณ์ไม่ได้สนใจว่า อู่ อวี้ จะสามารถ
คลี่คล้ายปัญหานี้ได้หรือไม่ แต่พวกมันรอดูว่า
คราวนี้ชาวเปั่ยหมิงจะมาช่วยพวกเขาได้ทัน
หรือเปล่า? เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาการต่อสู้
แย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ในระดับ
ดุเดือดจนถึงขั้นฆ่าแกงกันโดยไม่คำนึงถึงผล
ที่ตามมา ด้วยเหตุนี้ความแค้นเก่าและ
ความแค้นใหม่จึงผสมผสานเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย
ๆ
แต่หลิงฮั่นกับพรรคพวกของมันยังคง
ระมัดระวังตัว เพราะว่า อู่ อวี้ ก้าวหน้าขึ้น
จากเดิมพอสมควร หลิงฮั่นจึงบอกชาวเหล
ยยวนว่า ” เจ้าจับตาดูโอรสเล่อเอาไว้ให้ดี ๆ
เดี๋ยวข้าจะจัดการ อู่ อวี้ เอง ”
โดยปกติแล้วผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 จะต้องบำเพ็ญตน
มาแล้วกว่า 500 ปี ซึ่งอันที่จริงแล้วมัน
สมควรปฏิบัติกับ อู่ อวี้ เป็นเพียงเล็กน้อยที่
ไม่ควรค่าให้ใส่ใจ แต่เขากลับยืนหยัด
เผชิญหน้ากับมันได้อย่างเท่าเทียม มันจึงคิด
ว่ายังไง ๆ วันนี้ชีวิตของ อู่ อวี้ จะต้องจบลง
ที่นี่ หากมันล้างแค้นได้สำเร็จ บางทีพี่ชาย
ของมันอาจจะยอมไว้ชีวิตมันก็เป็นได้ ตลอด
หนึ่งเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ อู่ อวี้ สังหารห
ลิงอี้ มันก็จมอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทม
มาตลอด
อีกทั้งผู้ติดตามจากเผ่าปีศาจแห่งความ
ตายของมัน ยังเป็นถึงราชาปีศาจซึ่งฝีมืออยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 และ 5
ดังนั้นกลุ่มของเผ่าปีศาจแห่งความตายจึง
เป็นกลุ่มแข็งแกร่งที่สุด
หลิงฮั่นจะเป็นผู้ลงมือจัดการ อู่ อวี้ ด้วย
ตัวเอง ดังนั้นเซวี๋ยนซิงและเผ่าปีศาจแห่ง
ความตาย ฯลฯ ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง จึงไม่
อยากที่จะยืนดูอยู่เฉย ๆ พวกมันเตรียมพร้อม
ร่วมมือกันเพื่อจัดการกับ หนานซาน หวาง
เยว่ กับ เย่ซีซี ไม่คาดคิดว่าในช่วงหัวเลี้ยว
หัวต่อ หนานซาน หวางเยว่ จะยังใจกล้าถึง
เพียงนี้ เขาหรี่ตา จากนั้นก็ยิ้มจนแก้มปริ
แล้วหันไปกล่าว อู่ อวี้ ว่า ” พี่ชายอวี้ ข้า
เข้าใจว่าท่านลำบากใจมากเพียงใด ที่ต้องมี
เจ้าแก่คอยตามเกี้ยวพานอยู่เช่นนี้ แต่ข้าคง
ไม่อาจเป็นเช่นเดียวกับท่านได้ เพราะมีสาว
น้อยฝาแฝดสองคนนี้อยู่ ดูสิสาวน้อยทั้งสองมี
หน้าตาเหมือนกันทุกประการ เปรียบดั่งร้อน
และเย็น นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในโลกหล้า
เลยก็ว่าได้! แต่พวกนางกลับเลือกที่จะใช้
เวลาอยู่กับพวกปีศาจน่าเกลียดเหล่านี้ ทำให้
ข้ารู้สึกเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก ถ้าพวกเจ้าทั้ง
สองยินดีที่จะใช้ชีวิตกับนายน้อยผู้นี้ ข้าจะไม่
เป็นเซียนอีกต่อไป สาวงามทั้งสองเจ้ายินดีไป
กับข้าหรือไม่? ”
หนานซาน หวางเยว่ ขยิบตาใส่พวกนาง
แล้วทันใดนั้นเขาก็วิ่งฉีกออกไปอีกทางทันที
การกระทำนี้ดูราวกับว่าเขากำลังหลบหนี
อย่างไรอย่างนั้น คำพูดของเขาแฝงไปด้วย
นัยบางอย่าง ดังนั้นเซวี๋ยนซิงและเซวี๋ยนเฉิน
ย่อมรู้สึกไม่พอใจเป็นธรรมดา เมื่อไม่กี่ปีที่
ผ่านมาหลายคนพยายามจะครอบครองสองพี่
น้องคู่นี้ แต่ชะตากรรมของทุกคน กลับได้รับ
ความทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัส ถึงแม้
หนานซาน หวางเยว่ จะดูมั่นอกมั่นใจมาก
แต่อันที่จริงแล้วในสายตาของพวกนาง เขาก็
แค่กำลังหลบหนีเพียงเท่านั้น
“ เจ้าคนขี้ขลาด คิดหลบหนีงั้นรึ สหาย
เผ่าปีศาจแห่งความตาย กับ ชาวเหลยยวน
เดี๋ยวพวกเราสองพี่น้องจะช่วยเด็กหัวมันเอง
ฉะนั้นข้อตกลงก่อนหน้านี้ของเราถือเป็น
โมฆะ พวกเราแยกกันลงมือก็แล้วกัน? ”
เซวี๋ยนซิงรอความคิดเห็นของหลิงฮั่นกับชาว
เหลยยวน ต่อให้ หนานซาน หวางเยว่
หลบหนีไปไกลแล้วพวกมันก็ไม่ได้กังวล
เพราะสองพี่น้องคู่นี้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 พวกนางจึงมั่นใจใน
ตัวเองเป็นอย่างมาก
” เอาเลย… มันมิใช่หัวมนุษย์ แต่เป็นหัว
หมู ” หลิงฮั่นโบกมือ ในความคิดของมัน
นอกเหนือจาก อู่ อวี้ คนอื่นหาได้อยู่ใน
สายตาของมัน ดังนั้น หนานซาน หวางเยว่
และ เย่ซีซี เป็นแค่เพียงปลาซิวปลาสร้อย ซึ่ง
มีความเกี่ยวข้องกับโอรสเล่อเพียงเล็กน้อย
ต่อให้สังหารไปก็ไม่เป็นไร ซึ่งแตกต่างจาก
พวก ชวี่ ห้าวเหยียน ที่เป็นชาวเหยียนหวง
สายเลือดแท้ ดังนั้นหากพวกมันจะลงมือ
กระทำอันใด ก็ต้องระวังไม่ให้เกินเลยไปนัก
แค่ปีศาจ และ ผู้ฝึกตนนอกรีตยังไม่ควรค่า
พอให้ใส่ใจ
” เยี่ยม! เช่นนั้นพวกเราสองพี่น้องจะ
จัดการกับไอ้หมูตัวนี้ แล้วนำหัวแสนน่า
รังเกียจของมันกลับมาเอง ” เซวี๋ยนซิงยิ้ม
แล้วก้าวเท้าเหยียบบนกระบี่ ในทรงจำของ อู่
อวี้ สิ่งนี้คือเคล็ดกระบี่บินจักรพรรดิ
” เจ้าหมูบ้านั่นมันกล้ามองพวกเราด้วย
สายตาน่ารังเกียจ เดี๋ยวเราจะควักลูกตามัน
ทิ้งซะ! ” สายตาของเซวี๋ยนเฉินดูเย็นชาท่วม
ท้นไปด้วยจิตสังหาร สีหน้าเต็มไปด้วยความ
รังเกียจขยะแขยง กระทั่งความรู้สึกของนางก็
ยังมิอาจรับได้ ราวกับว่าสำหรับนาง หนาน
ซาน หวางเยว่ เป็นไอ้หมูสกปรกน่า
ขยะแขยงอย่างยิ่ง
“ น้องสาวโปรดวางใจ แค่ควักดวงตาของ
มันยังถือว่าเล็กน้อยเกินไป เจ้าหมูน่ารังเกียจ
ตัวนี้บังอาจที่จะพูดจาเหิมเกริมกับพวกเรา
ฉะนั้นบทลงโทษแรกที่ควรจะกระทำ ก็คือตัด
ลิ้นมันทิ้งซะ! ” เซวี๋ยนซิงหัวเราะคิกคัก และ
บิดเอวไปมา รูปร่างตัวเล็กกะทัดรัด แสดงให้
เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง โดยเฉพาะสะโพกที่ดู
สะบึ้มยิ่งนัก
หลังจากนั้นทั้งสองก็ขี่กระบี่บินทะยาน
ออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่า หนานซาน
หวางเยว่ จะพุ่งตัวออกไปได้สักพักหนึ่งแล้ว
แต่เห็นได้ชัดว่าความเร็วของทั้งสองสามารถ
ไล่ตามเขาทันอย่างแน่นอน
“ จริงสิ… เหลือแต่แม่ผู้ฝึกตนนอกรีตอีก
คนสินะที่ถูกทิ้งเอาไว้ ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวพวกเรา
สามพี่น้อง จะค่อย ๆ เล่นและสังหารนางอย่า
ช้า ๆ ก็แล้วกัน ” ส่วนที่เหลือคือเผ่าปีศาจ
แห่งความตาย ซึ่งมีผิวพรรณสีเทา พวกมัน
จ้องมองไปยัง เย่ซีซี ด้วยสีหน้าอันแสนน่า
สะพรึงกลัว แล้วก็ไม่อาจกลั้นขำไว้ได้
พื้นฐานฝึกตนของพวกมันแต่ละคนถือว่า
สูงส่งเป็นยิ่ง เย่ซีซี ตัวเล็กกระจ้อยร่อย ดูน่า
สงสารไม่น้อย แถมในอ้อมกอดยังอุ้มแมว
หลานหลานซึ่งมันยิ่งทำให้ดูน่าสงสารเขาไป
…
“อย่าเสียเวลาอีกเลย!” หลิงฮั่นกล่าวด้วย
น้ำเสียงต่ำจริงจัง