กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 107 : ความตายคืบคลาน
หลังจากที่ อู่ อวี้ ถูก เถาวัลย์มรกตพิสดาร
พันธนาการเอาไว้ มันก็ได้งอกงามแตก
กิ่งก้านสาขาออกมาอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตา
เปล่า จากนั้นมันก็ได้ค่อยๆเลื้อยเข้าไปยังจุด
ศูนย์กลางวงเวทย์อย่างน่าประหลาด
” พวกเขาถูกควบคุมด้วยวิธีใด ? ทำไมพวกเขาดู
เหมือนกับสูญเสียสติสัมปชัญญะ มีหมายความว่า
อย่างไรกัน! ”
อู่ อวี้ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เขาทำได้แค่เพียง
แผดเสียงตะโกนออกมาเท่านั้น ณ ตอนนี้ภายในถ้ำ
ก้องสะท้อนไปด้วยเสียงของเขา แต่เป็นเพราะ
ระยะทางนั้นไกลเกินไป จึงทำให้เสียงของเขาไม่
สามารถส่งไปถึงได้ ซึ่งดูเหมือนว่า หลาน สุ่ยเยว่
และ เหล่าสาวกคนอื่นๆ จะไม่ได้ยินเสียงของ อู่
อวี้ แม้แต่น้อย
หลังจากนั้น หลาน สุ่ยเยว่ ก็ตกอยู่ในสภาพ
เดียวกับ อู่ อวี้ ที่โดน เถาวัลย์มรกตพิสดาร
พันธนาการเอาไว้ จากนั้นมันก็ได้แผ่ขยายออกไป
มัดพันธนาการ เหล่าศิษน์ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ใน
ขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 5 ซึ่งที่ดูเหมือนกำลัง
จะพยายามต่อสู้ดิ้นรน
อู่ อวี้ มองสภาพตนเอง และ เหลือบไปที่เหล่า
สาวกของนิกายกระบี่สวรรค์ 10 กว่าคน ที่ภายใน
ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ พวกเขาได้ถูกมัดรวมเข้า
ด้วยกันโดยฝีมือของบุรุษรูปงาม
กระทั่ง อู่ อวี้ ที่มี วัชระแก่นแท้ธรรมะสูตร ก็ยังไม่
สามารถสั่นคลอน พลังศักดิ์สิทธิ์ อันมากมาย
มหาศาลของบุรุษรูปงามผู้นี้ได้ ฉะนั้นไม่ต้อง
กล่าวถึงพวกเขาซึ่งเป็นเพียงผู้ฝึกตนธรรมดา
” เจ้าเป็นใครกัน หาญกล้ามากระตุกหนวดมังกร
ถึงภายในนิกายกระบี่สวรรค์เช่นนี้ จงรู้เอาไว้ซะ
ทั้งผู้คุม ทั้งผู้พิทักษ์ต่างอยู่ไม่ห่างไกลจากนี้ หาก
เจ้ากล้าสัมผัสข้าแม้เพียงปลายเล็บ เจ้าจะไม่ตาย
ดี! ” อู่ อวี้ มองไปที่บุรุษรูปงามด้วยสายตาเย็นยะ
เยือก
บุรุษรูปงาม นอกจากจะไม่แยแสในสิ่งที่ อู่ อวี้
กล่าว เขายังหันไปพูดคุยกับปีศาจทั้งสอง และ หมี
ทมิฬว่า ” พาข้าไป ข้าจะไปปลด ‘ ค่ายกลลวงใจ ‘
หากปล่อยไว้เนิ่นนาน เดี๋ยวเจ้ามารเฒ่าเซินถูจะ
รู้ตัวเขาได้”
” รับทราบ ”
อู่ อวี้ คาดเดาจากบทสนทนา ดูเหมือนว่าบุรุษซึ่ง
เป็นผู้นำ ควรล่วงรู้ทุกซอกทุกมุม ภายในหุบเขา
โชคชะตาเซียนนี้เป็นอย่างดี
ปีศาจทั้งสองยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลลวงใจ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงของหัวกระโหลก
เมื่อสลับปรับเปลี่ยนแล้ว ดูเหมือนว่าบุรุษรูปงาม
จะลด พลังศักดิ์สิทธิ์ ลง ทำให้พลังที่ไหลเวียนอยู่
ภายในค่ายกลเหือดแห้งไป วงเวทย์ผนึกลึกลับ
พิสดาร ซึ่งทำให้ทุกคนราวกับตกอยู่ในห้วงมายา
เท็จ ในที่สุดยามนี้ก็ได้รับการปลดปล่อยแล้ว เหล่า
ศิษย์ทุกคนต่างมีสติกับคืนมา แต่ทันใดนั้นเอง พวก
เขาก็พบว่าตนเองนั้นถูกมัดพันรวมเข้าด้วยกัน!
“นี่มันอะไร!”
” ผู้ใดทำเช่นนี้ ”
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทุกคนนิ่งค้างราวกับเป็นอัมพาตอย่างกระทันหัน
เมื่อเหล่าศิษย์ถูกคุมขัง ปีศาจฉลามก็ได้รับ
อิสรภาพคืนมาเช่นกัน จากนั้นมันก็หันไป
เผชิญหน้ากับบุรุษรูปงาม และคุกเข่าประสานมือ
ขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า “ข้าปีศาจน้อย ขอคารวะ
ท่านผู้อาวุโสปีศาจวานร”
” หืม หลีกทางไปซะ ”
ปีศาจวานร ผลักหัวของปีศาจฉลาม จนกลิ้งไป
ด้านข้าง 2 – 3 ตลบ จากนั้นเขาก็เดินข้ามผ่านมัน
ไป มุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าของเหล่าผู้ฝึกตนที่ถูก
พันธนาการเอาไว้
“มันได้จำกัดการใช้งานเพลิงแดงทะยานฟั้าของ
เรา!”
อู่ อวี้ เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เนื่องจากพลังของค่ายกลลวงใจยังคงอยู่ ไม่สิคง
ต้องกล่าวว่าเป็นเพราะปีศาจวานรยังคงอยู่ จึง
สามารถจับทุกคนให้ติดอยู่ในนี้ได้ในในคราเดียว
มิฉะนั้นในยามนี้เหล่าสาวกคงแตกตื่นวุ่นวายจน
พากันใช้ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้าเพื่อจากไปกัน
หมดแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นปีศาจทั้ง 3 ตนต่างแสดงท่าที
คารวะเคารพนบน้อมปีศาจวานรเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ
พวกมันเห็นว่าบนร่างของปีศาจวานร ไม่มีด้าย
จากคันเบ็ดอสูรผูกมัดผนึกเอาไว้อยู่ ทุกคนก็ต่าง
คาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้
“สหายเต๋าทั้งหลาย ปีศาจตนนี้มาจากภายนอก มัน
ได้วางกับดักตั้งค่ายกลหลอกล่อให้พวกเรามาที่นี่
เพื่อจับกุมพวกเราทั้งหมดทุกคน และยังวางแผน
เพื่อขัดขวางไม่ให้พวกเราใช้ ‘ ยันต์เพลิงแดง
ทะยานฟั้า ‘ ” อู่ อวี้ มีเวลาไม่มากนัก เขาจึงต้อง
รีบทำอะไรสักอย่างก่อนที่ปีศาจวานรจะล่วงรู้ และ
ไหวตัวทัน เนื่องจากว่าระดับฝีมือของปีศาจวานร
นั้น เหนือล้ำก้าวไกลกว่าพวกเขามาก
” ทำเช่นไร ! ทำเช่นไรดี ! ” เถาวัลย์มรกตพิสดาร
ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง ยิ่งขยับยิ่งขัดขืนมันยิ่งรัดแน่น
ขึ้น เรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าถูกโจมตีเสีย
อีก
“อะไรนะ!” เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น สีหน้าของเหล่า
ศิษย์ทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนไปทันที
จริงอยู่ว่า หุบเขาโชคชะตาเซียน นั้นอันตราย แต่
ในความอันตรายนี้ก็ไม่สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิต
สถานที่แห่งนี้มีผู้อาวุโสของนิกายกระบี่สวรรค์
หลายคนพิทักษ์ดูแลอยู่ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ
นิกายกระบี่สวรรค์ โดยปกติแล้วไม่มีปีศาจอสูร
หน้าไหนกล้าย่ำกรายเข้ามา
แต่อย่างไรก็ตาม ปีศาจวานรนั้นอยู่ที่นี่
เหตุเพราะปีศาจวานรใช้กับดักค่ายกลลวงใจ จึง
ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเปิดใช้งาน ยันต์เพลิงแดง
ทะยานฟั้า ได้ กล่าวได้ว่าสภาพของพวกเขา
ในตอนนี้ ก็เปรียบดั่งปลาติดร่างแห เปรียบเสมือน
กับเนื้อรอเชือด
” ไหน! ปีศาจตนไหน!? ถึงหาญกล้าบุกรุกเข้ามาใน
นิกายกระบี่สวรรค์ของข้าเยี่ยงนี้ ปล่อยพวกเราไป
เดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นอาจารย์ของเรา ผู้พิทักษ์ และ ผู้
อาวุโสทั้ง 5 จักต้องมาสั่งสอนเอาชีวิตของเจ้า!”
” ปล่อยพวกเราออกไปเดี๋ยวนี้! ”
ความโกรธพุ่งทะยาน ดั่งฟั้าคำราม ทุกคนเปิดใช้
งานพลังศักดิ์สิทธิ์ เพื่อปะทะกับเถาวัลย์มรกต
พิสดาร แต่เนื่องจากร่างกายของพวกเขาถูกพันรัด
ด้วยเถาวัลย์ จึงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะต่อต้าน แต่
เมื่อ 10 สาวกผสานพลังศักดิ์สิทธิ์ ก็สามารถทำให้
เถาวัลย์มรกตพิสดารถึงกับสั่นสะเทือน ใบเถาวัลย์
และ บางกิ่งก้าน ถึงกับเหือดแห้งยุบพังสลายไป
” เจ้าพวกปีศาจ อย่ามาดูถูกกันเช่นนี้! ”
แน่นอน เหล่าสาวกของนิกายกระบี่สวรรค์ ล้วนแต่
มีความกล้าหาญยิ่ง
” หึหึ ”
ต่อหน้าคำดูถูกเหยียดหยาม คำสบประมาท คำ
สาปแช่ง เช่นนี้ แต่สีหน้าของปีศาจวานรก็ยังไม่
เปลี่ยนแปลง ทันใดนั้นมันก็ยกมือขึ้น ภายใต้
สายตาของทุกคนเวลานี้ เส้นผมของมันเปลี่ยนเป็น
สีเข้ม เล็บมือของมันกลายเป็นกรงเล็บอันแหลม
คม!
ด้วยกรงเล็บที่แหลมคมเช่นนี้ ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก
ฟุบ!
ปีศาจวานรไม่กล่าวสิ่งใดออกมา แต่มันไปปรากฏ
ตัวต่อหน้าศิษย์ที่ส่งเสียงกรีดร้องดังมากที่สุด
ฉับพลันมันก็ใช้กรงเล็บอันแหลมคมเจาะลงไปใน
ร่างของศิษย์ผู้นั้น ซ๊วก!!! บดขยี้อวัยวะภายในของ
คนผู้นั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อปีศาจวานรดึงมือออกมา
โลหิตสีแดงสดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากร่างของศิษย์
ผู้นั้น
“อั่ก!”
เสียงกรีดร้องของชายผู้นั้นหยุดลงในที่สุด
อ๊า!!!
ร่างของศิษย์คนนั้นอาบโลมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน
ศีรษะห้อยต่องแต่ง ร่างกายค่อย ๆ สูญเสียกำลัง
ไป
เสียงกรีดร้องก่นด่าสาปแช่ง รวมถึงการขัดขืน
เงียบลงในฉับพลัน เหล่าศิษย์ทุกคนต่างพากันหุบ
ปากและจ้องมองไปยังศิษย์ที่ตกตายไปอย่างโง่งม
พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่า ตนเองจะต้องมา
เผชิญหน้ากับวิกฤตความตายเช่นนี้
ไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าปีศาจตนนี้จะหาญกล้าเข้ามา
ในอาณาเขตของนิกายกระบี่สวรรค์ แถมยังกล้า
เข่นฆ่าสังหารพวกเขาอีกด้วย
“อ๊า… ”
เหล่าศิษย์ทุกคนต่างพากันเสียสติ
บางคนก็หวาดกลัว บางคนก็มีโทสะ
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ คือ หลาน สุ่ยเยว่ ซึ่งมักจะทำ
ตัวหยิ่งและเผด็จการอยู่เสมอ แต่เมื่อมองดูสภาพ
ของนางในตอนนี้ สีหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อน
เปลี้ยไร้เรี่ยวแรง ไม่มีกำลังที่จะเอื้อนเอ่ยวาจา
หรือ ตะโกนเสียงดังเหมือนเช่นเคย
“ทั้ง ซู่ ฉือ และ หงอี้ แกไอ้ปีศาจ แกเป็นคน
สังหารพวกนาง! พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสใช้ยันต์
เพลิงแดงทะยานฟั้า ข้าพูดถูกต้องใช่หรือไม่!”
หลาน สุ่ยเยว่ กล่าวสิ่งที่เคลือบแคลงสงสัยอยู่
ภายในใจ ด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าเสียใจ
คนทั้งสองจากไปอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้นางคิด
ว่าคนทั้งสองได้ใช้ ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า แล้ว
จากไป แต่ถ้าพวกนางใช้ยันต์พลิงแดงทะยานฟั้า
จริง แล้วเหตุใดถึงไม่มีสัญญาณเพลิงแม้แต่น้อย?
เมื่อนางหันไปเห็นใบหน้า ซึ่งเต็มไปจิตสังหารของ
ปีศาจวานร หลาน สุ่ยเยว่ ก็ตัวสั่นสะท้านด้วย
ความหวาดกลัว พร้อมกับจำใจยอมรับความจริง
อย่างสิ้นหวัง
ปีศาจวานรยิ้มเย้ยหยัน พร้อมกับแสดงท่าทีราวกับ
ว่านี่เป็นเรื่องเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” วันนี้
ข้าได้กินสาวกสตรีไปสองสามคน ถือว่ารสชาติไม่
เลวทีเดียว ข้ารู้สึกชื่นชอบสตรีชุดแดงเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะฝีมือกระบี่ของนาง ”
เมื่อกล่าวจบ กระบี่โลหิตของ หนี่ หงอี้ ก็ปรากฏ
ขึ้นในมือของปีศาจวานร
“อ๊า…”
หลาน สุ่ยเยว่ เซถอยหลังเพราะไม่อยากจะเชื่อ จน
เกือบล้มลงกับพื้นดิน อู่ อวี้ ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างนาง
รีบช่วยพยุงร่างของนางเอาไว้ เมื่อมองอย่างพินิจ
จะเห็นได้ว่า หลาน สุ่ยเยว่ กำลังตัวสั่นเทาด้วย
ความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อน
เปลี้ย ไร้เรี่ยวแรงราวกับวิญญาณหลุดลอย
ความจริงแล้ว นางนั้นเกลียดชัง อู่ อวี้ เป็นอย่าง
ยิ่ง หากไม่ใช่เพราะความเกลียดชัง นางก็คงไม่
ประสบพบเจอกับปัญหาเช่นนี้ เป็นเพราะนาง
อยากจะทำลายผู้ชายที่เข้ามาพัวพันกับนางผู้นี้
อย่างไรก็ตาม ด้วยศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ปัญหา
นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย หากนำมาเปรียบเทียบ
กับความน่าสะพรึงกลัวของปีศาจตนนี้ เรื่องของ
นางย่อมมิควรค่าแก่การพูดถึง
” แกสังหาร ซู่ ฉือ !” ศิษย์ชุดเขียวซึ่งอยู่ข้างกาย
หลาน สุ่ยเยว่ แผดเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้น
“หือ? เจ้ารู้สึกไม่พอใจข้าเช่นนั้นรึ?” ปีศาจวานร
ก้าวเดินไปยืนอยู่เบื้องหน้าของศิษย์ชุดเขียว
หลังจากสังหารผู้ฝึกตนไปคนหนึ่ง เหล่าสาวกก็พา
กันหวาดกลัว มิมีผู้ใดหาญกล้าเผชิญหน้ากับปีศาจ
ซึ่งเป็นผู้สังหารผู้ฝึกตนเช่นนี้ ซึ่งความหวาดกลัวนี้
ทำให้สาวกหลายคนลืมใช้พลังเข้าต่อต้าน ‘เถาวัลย์
มรกตพิสดาร’ ส่งผลให้ร่างกายของเหล่าสาวก
ระเบิดกระจายแหลกเหลว
“ข้ายอมแล้ว อย่าสังหารข้าเลย ข้ากลัวแล้ว!”
ศิษย์ชุดเขียวคุกเข่าก้มหน้าขอขมา พร้อมกับกรีด
ร้องออกมาอย่างหวาดกลัว
“ข้าไม่ถือ” ปีศาจวานรแย้มยิ้ม จากนั้นก็แทงกระบี่
โลหิตในมือ เจาะทะลุร่างของศิษย์ชุดเขียวจนไป
ถึงด้านหลัง สาวกชุดเขียวสั่นกระตุกพยายามดิ้น
รนเล็กน้อย นัยน์ตาเบิกโพลง น้ำเสียงติดขัด และ
กลายเป็นศิษย์คนที่ 2 ซึ่งได้ตกตายไป
“อ๊า…”
เหล่าศิษย์ต่างสูญเสียจิตสำนึกของตน ส่งเสียงกรีด
ร้อง บางคนก็ร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่า
หลาน สุ่ยเยว่ หลงลืมไปแล้วว่า อู่ อวี้ นั้นเป็นศัตรู
ตัวฉกาจของนาง นางคว้าจับตัวของ อู่ อวี้ ราวกับ
คนที่กำลังจะจมน้ำ แล้วคว้าจับไม้กระดานหวังเอา
ชีวิตรอด เล็บจิกแทงเข้าไปในผิวหนังของ อู่ อวี้
” พวกเจ้าเหล่าผู้ฝึกตน เข่นฆ่าสังหารลูกหลาน
เหล่าปีศาจของข้า และจองจำพวกเขาเอาไว้
ภายในเจดีย์ผนึกปีศาจ จนต้องทนทุกข์ทรมาน
อย่างแสนสาหัส วันนี้ข้าปีศาจวานรจะขอจัดการผู้
ก้าวเดินอยู่ในเส้นทางแห่งเต๋าสักหน่อย ก่อนที่
นิกายกระบี่สวรรค์จะถูกทำลายสิ้น ข้าจะขอเล่น
สนุกกับพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน ” ปีศาจวานร
หัวเราะกังวาล
“ผู้อาวุโส ข้าขอร่วมด้วย”
“ข้าก็เช่นกัน”
หมีทมิฬ และ ปีศาจฉลามปรารถนาที่จะเข่นฆ่า
สังหารผู้ฝึกตน จึงกล่าวขึ้นมาเช่นเดียวกัน
ปีศาจจิ้งจอกยิ้มขึ้นอย่างเย้ายวน พร้อมกับจ้อง
มองไปที่ อู่ อวี้ นั่นคือเปั้าหมายของนาง
“เบาเสียงลงหน่อย มาเริ่มสังหารกันเถอะ”
ปีศาจวานรกล่าวขึ้น
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส!”
ในยามนี้ทั้ง ปีศาจหมีทมิฬ และ ปีศาจฉลาม ต่าง
บ้าคลั่งเสียสติ
ความโกรธแค้นชิงชังในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ทั้งหมดจะต้องสะสางลงในครานี้
” ทุกคน รีบสลัดให้หลุดจาก ‘เถาวัลย์มรกตพิสดาร’
เร็วเข้า! ”
จิตใจของ อู่ อวี้ สั่นสะท้าน ตอนนี้เขาอยู่เพียง
ลำพัง มิอาจหลบหนีไปไหนได้ นอกจากนี้ศิษย์คน
อื่น ๆ ยังถูกจับตัวไว้ อีกทั้งในยามนี้ เหล่าศิษย์ทุก
คนต่างรู้สึกหวาดกลัว พวกเขาต่างรับรู้ได้ถึงประตู
แห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา หากพวกเขา
สามารถทำลายเถาวัลย์มรกตพิสดารนี้ออกไปได้
แล้วใช้ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า พวกเขาก็มีโอกาส
จะมีชีวิตรอดต่อไป!
มิฉะนั้น จะต้องตายอย่างแน่นอน!
“อ๊า!!!”
สาวกที่เหลืออยู่ 8 คน ต่างปลดปล่อยพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โจมตีเขาใส่เถาวัลย์
มรกตพิสดาร แต่ยิ่งโจมตีมากมายเท่าไหร่ เถาวัลย์
ก็ยิ่งมัดพันรัดแน่นร่างกายของพวกเขามากยิ่งขึ้น
ทั่วทั้งตัวถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง…
……
ภายนอกหุบเขาโชคชะตาเซียน
ภายนอกแม่น้ำกว้างใหญ่ ฉับพลันผู้อาวุโสเซินถูที่
กำลังนั่งตกปลาอยู่ก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับกล่าว
ขึ้นมาว่า ” ปีศาจทั้ง 3 ตนมารวมตัวกัน”
สิ่งที่เกิดขึ้น หากพิจารณาดูแล้ว ยังถือว่ายังอยู่ใน
ความเป็นไปได้
“หลายวันมาแล้ว นอกจาก ถัง ปั้าเทียนที่ออกมา
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ยังคงท้าทายอยู่ภายใน ยัง
ไม่มีผู้ใดได้พบกับรากฐานเซียน ถือว่าผู้เข้าท้าทาย
ในครั้งนี้ เชื่องช้ากว่าปกติมากนัก”
ทันใดนั้นเอง ผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่ 4 คนก็ปรากฏตัว
ขึ้น
“มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่?” ผู้อาวุโสเซินถูถาม
ขึ้น
“หลังจากตรวจดูรอบ ๆ แล้ว นอกจากกลิ่นอายฟั้า
ดินอันหนาแน่น ก็ไม่มีอะไรผิดปกติแต่อย่างใด หุบ
เขาโชคชะตาเซียนเป็นอาณาเขตของเรา จะมีผู้ใด
หาญกล้าบุกรุกเข้ามาได้” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้น
ด้วยความภาคภูมิใจ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ