กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 108 : ชาติกําเนิด
ในเวลานี้สำหรับเหล่าสาวกทั้งหมด ถือเป็น
ประสบการณ์ที่ต้องจดจำไปตราบจนชั่วชีวิต
แม้ว่านี่จะเป็นการแข่งขันภายใน นิกายกระบี่
สวรรค์ แต่สำหรับโลกกว้างใหญ่ใบนี้ ที่นี่ก็เป็น
เพียงแค่โรงเรือนเพาะปลูกผลิตผลเท่านั้น
ปีศาจวานรได้ให้บทเรียนล้ำค่าแก่พวกเขา มันคือ
สิ่งที่เรียกว่า เส้นทางเซียนอันแสนหฤโหด
ในเวลานี้สำหรับเหล่าสาวกแล้ว พวกเขา
หวาดกลัวที่จะถูกกำจัดอย่างยิ่ง
โฮกกกก!!!
ทันใดนั้น หมีทมิฬ ก็กลายร่างกลับสู่สภาพเดิม
ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นภายในถ้ำ มันคำราม
กรีดร้องรีบวิ่งเข้าไปหาเปั้าหมาย ด้วยความเร็ว
อย่างน่าเหลือเชื่อ เปั้าหมายของมันก็คือ สาวกชุด
น้ำเงิน ที่อยู่ถัดจาก หลาน สุ่ยเยว่
“กรี๊ดดดดด!”
หลาน สุ่ยเยว่ กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง นาง
จับ อู่ อวี้ เอาไว้แน่น โดยไม่กล้าที่จะเหลือบมองไป
ที่มัน ส่วน อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่จ้องมองดูเท่านั้น
เนื่องจากว่าถูก ‘เถาวัลย์มรกตพิสดาร’ รัดพัน
ร่างกายจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ สาวกชุดน้ำ
เงินเองก็เช่นกัน ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกาย
เพื่อปกปั้องตนเองได้ ทันใดนั้นศีรษะของสาวกชุด
น้ำเงินก็ถูกฉีกกระชากออก แล้วถูกหมีทมิฬกลืน
กินเข้าไป
“อ่า!”
ในยามนี้ร่างของ หมีทมิฬ เต็มไปด้วยโลหิตสีแดง
ฉาน มันแสดงท่าทางตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อ เถาวัลย์มรกตพิสดาร คลายตัวออกแล้ว ร่าง
ไร้ศีรษะของสาวกชุดน้ำเงินก็ร่วงหล่นลงมา ส่งผล
ให้หมีทมิฬกลืนกินร่างส่วนที่เหลือไปจนหมด
อีกด้านหนึ่ง ปีศาจฉลามก็กำลังกัดกินเหล่าสาวก
อย่างเอร็ดอร่อย ตอนนี้มันเองก็มีสีหน้าพวกมันมี
ความสุขอย่างยิ่ง สำหรับมุมมองที่พวกมันมีต่อ
เหล่าผู้ฝึกตนนั้น ถือเป็นความเกลียดชังอันดำมืด
ยิ่ง
เวลาผ่านไปชั่วขณะ จำนวนของเหล่าสาวกก็เหลือ
เพียงหกคนเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เหล่าสาวก เคยร่วมผนึกกำลังผสาน
พลังศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ยังไม่สามารถทำลาย ‘เถาวัลย์
มรกตพิสดาร’ ลงได้ ทำให้ในตอนนี้ย่อมไม่ต้อง
กล่าวถึง ขณะนี้ อู่ อวี้ ดิ้นรนต่อสู้อย่างบ้าคลั่งด้วย
การปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ออกไปทั้งหมด แต่น่า
เศร้าที่เขาได้พบว่านอกจากเขาที่ต่อสู้ดิ้นรนเพียง
คนเดียวแล้ว คนอื่นอีก 5 คน ซึ่งนับรวม หลาน
สุ่ยเยว่ แล้ว ร่างกายของพวกเขาสั่นเทาเพราะ
ความหวาดกลัวจนไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป
แล้ว
เนื่องจากต้องเฝั้าดูการตาย ของเหล่าสหาย และ
คนคุ้นเคย
ในยามนี้ นิกายกระบี่สวรรค์ สาวกที่มีความ
แข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณระดับ 5
และ ระดับ 4 ต่างมาร่วมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้
แต่ด้วยระดับฝีมือที่ห่างชั้นของปีศาจวานร
เกือบจะทำให้เหล่าสาวกสูญสิ้น!
” อย่าได้หวาดกลัว ถ้าไม่อยากตายก็รีบฉีก
เถาวัลย์มรกตพิสดาร นี้ซะ ” เมื่อรู้ว่าไม่อาจพึ่งพา
พละกำลังของตนเองได้เพียงลำพัง อู่ อวี้ ร้องบอก
เหล่าสาวกส่วนที่เหลือทันที
ถึงแม้ได้รับมรดกสืบทอดที่เลิศเลอเพียงใด แม้จะมี
อนาคตสดใสรุ่งโรจน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ
ไม่ตาย
ในตอนนี้เขาจึงต้องหันมาเผชิญกับ ปีศาจวานร
อย่างซึ่งๆหน้า
” ฮ่ะ ๆ ๆ ”
แต่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะในเวลานี้ปีศาจวานร
ไม่ให้โอกาสเช่นนั้นกับเขา บางทีอาจเป็นเพราะ
ความเกี่ยวพันกับปีศาจจิ้งจอก ยามนี้จึงเหลือแค่
เพียง อู่ อวี้ และ หลาน สุ่ยเยว่ เพียงสองคน
เท่านั้น ส่วนศิษย์อีก 4 คนที่เหลือต่างถูกสังหารจน
สิ้น ไม่เพียงปีศาจชั่วพวกนี้จะสังหารเหล่าสาวก
เพียงอย่างเดียว แต่พวกมันยังกลืนกินร่างกายของ
พวกเขาจนหมดสิ้น เหลือแค่เพียงเศษกระดูกที่กอง
ทับถมเป็นภูเขาเลากา อีกทั้งเวลานี้พวกเขาทั้ง
สอง ยังตกอยู่ในอุ้งมือของปีศาจชั่วพวกนี้
ปีศาจวานร ปีศาจจิ้งจอก ปีศาจปลาฉลาม สีหน้า
ของทั้ง 3 ปีศาจเวลานี้ เต็มไปด้วยรอยยิ้มแสดงถึง
ความตื่นเต้น และ ปิติยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สายตาของพวกมัน ที่จ้องมองไปยังปีศาจวานร
ล้วนเปียมล้นไปด้วยความชื่นชม และ เคารพยก
ย่อง
อู่ อวี้ หลาน สุ่ยเยว่ เฝั้ามองดูเหล่าสาวกนิกาย
กระบี่ทั้ง 8 คน ต้องตกตายไปต่อหน้าต่อตาของ
พวกเขา!
ภาพทั้งหมดที่พวกเขาเห็น ถูกละเลงด้วยเลือด
และ สยดสยอง ราวกับว่าพวกเขาหลุดเข้ามา
ภายในขุมนรก!
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ ที่ใช้เดินในเส้นทางแห่ง
การบำเพ็ญเพียรเพื่อกลายเป็นเซียนอมตะ จะต้อง
ใช้ความเข้าใจล่ำลึกสุดแท้จะหยั่งถึง เฉกเช่น
มนุษย์ปถุชนที่กำลังก้าวเดินอยู่บนเส้นด้ายบน
อาคารสูง มิมีผู้ใดล่วงรู้ว่าตนเองนั้นจะร่วงตกตาย
ไปเมื่อไหร่ หรือสามารถก้าวเดินไปถึงปลายทาง
สิ้นสุดจนกลายเป็นเซียนอมตะเมื่อใด แถมชีวิต
ของคนเราก็ไม่ได้ยืนยาวและมั่นคงตลอดไป!
” ตอนนี้เหลืออยู่อีก 2 คน มนุษย์บุรุษเป็นของ
เชี่ยนเอ๋อ แล้วสตรีอีกคนจะเป็นของผู้ใด? ” ปีศาจ
วานรยิ้ม
” ท่านผู้อาวุโส ข้าได้ยินมาว่าสตรีนางนี้เป็นศิษย์
ของ หลาน ฮั้วหยุน ดูเหมือนว่าจะเป็นคนโปรด
ของนางด้วย ดังนั้นข้าจึงไม่อาจกินนาง แต่จะ
สังหารนางให้กลายเป็นศพ แล้วให้ หลาน ฮั้วหยุน
เฝั้ามองดูซากศพของนางผู้นี้อย่างทุกข์ทรมาน จะ
ได้สนองต่อความเกลียดชังที่อยู่ภายในใจของข้า ”
หมีทมิฬล่วงรู้ว่า หลาน สุ่ยเยว่ เป็นศิษย์โปรดของ
หลาน ฮั้วหยุน
“ตามใจเจ้า”
” ส่วน อู่ อวี้ เจ้าเป็นของข้า ” ปีศาจจิ้งจอก เชี่ยน
เอ๋อ แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากอันแดงระเรื่อของ
นาง เปียมล้นไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนอันน่าทึ่ง
“อ๊า! ”
ตอนนี้เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น และ หลาน สุ่ย
เยว่ จะต้องตาย นางมองไปที่ปีศาจหมีทมิฬ ด้วย
ความหวาดกลัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน นางกรีดร้อง
ด้วยน้ำเสียงโหยหวนอย่างสิ้นหวัง
อู่ อวี้ ยังคงไม่ยอมแพ้
เขาพยายามดิ้นรนต่อสู้กับ เถาวัลย์มรกตพิสดาร ที่
กำลังรัดพันร่างกายของเขาอยู่ในตอนนี้ เนื่องจาก
เขามี วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร อยู่ภายในร่าง
เถาวัลย์มรกตพิสดาร จึงสร้างผลกระทบให้แก่เขา
แค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
พลังศักดิ์สิทธิ์เกิดปฏิกิริยากับ เถาวัลย์มรกต
พิสดาร ทันใดนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้น!
พลังอำนาจมหาศาลจากกายเนื้อยิ่งใหญ่ไร้สิ้นสุด
ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำ ราวกับมี
พระพุทธรูปขนาดยักษ์ พุ่งทะยานต่อต้านสวรรค์
และปฐพีนี้
ในที่สุดร่างกายของเขาก็เริ่มขยับได้เล็กน้อย
“ร่างจำแลงเซียนวานร!”
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังรุนแรง กระดูกภายในร่าง
ของเขาค่อย ๆ ยืดขยายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เส้น
ขนบนร่างของเขายืดขยายกลายเป็นสีทอง ความ
สูงพุ่งทะยานเพิ่มขึ้น ตอนนี้เขากลายร่างเป็นวานร
สีทอง ร่างกายใหญ่โตดุร้ายเทียบเท่ากับปีศาจ
ดวงตาทั้งคู่ของเขาเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ บน
แผ่นหลังของเขาปรากฏสัญลักษณ์สวัสติกะ ‘卍’
สีทอง ท่อนแขนหนากำยำ ทันใดนั้นพลังของเขาก็
ระเบิดพวยพุ่งออกมา!
“ทำลาย!”
อู่ อวี้ ร้องคำราม ทันใดนั้นเอง ก่อกำเนิดเป็นเงา
ของพระพุทธรูปพุ่งทะยานออกมาจากร่างกายของ
เขา เข้าต่อต้านกับพลังสะกดข่มจากเถาวัลย์มรกต
พิสดาร!
แต่ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝั่ายที่เปรียบดั่ง
มหาสมุทรอันกล้าวใหญ่ เนื่องด้วยฝั่ายหนึ่งเป็น
ปีศาจที่บำเพ็ญตนมานับ 1000 ปี และ ความห่าง
ชั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองที่มีมากเกินไป อู่ อวี้
จึงจำต้องต่อสู้กับมันด้วยพละกำลัง และ ทุกอย่าง
ที่ตัวเขามี
“เกิดอะไรขึ้น!” ทันใดนั้นสีหน้าของปีศาจวานรก็
เปลี่ยนไปในทันที จากนั้นมันร้องตะโกนเสียงดังขึ้น
เผลอเรอปล่อยการควบคุมจากเถาวัลย์มรกต
พิสดาร จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยความไม่อยากจะ
เชื่อ
ตู้มมม!
เนื่องจาก อู่ อวี้ ไม่สามารถควบคุมพลังของตนเอง
ได้ จึงส่งผลให้ถ้ำสั่นสะเทือนจนเกือบจะพังทลาย
เพราะเหตุใด ฝั่ายตรงข้ามถึงกลายร่างเป็นปีศาจ
ได้ ?
หลาน สุ่ยเยว่ หวาดกลัวจนแทบจะสิ้นสติ นัยน์ตา
ของนางราวกับว่าโลกนี้ได้พังทลายลง จนใบหน้า
ซีดขาวราวกับกระดาษ นางรับรู้เพียงแค่ว่า
ในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังต่อสู้อย่างชุลมุนดุเดือด
“จะ … เจ้าร่างกายของเจ้า มีโลหิตของข้าอยู่ได้
อย่างไร เป็นไปได้อย่างไรกัน…”
หลังจากเปลี่ยนเข้าสู่ร่างจำแลงเซียนอมตะ
ปลดปล่อยความรู้สึกแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์
อย่างยิ่ง เมื่อปีศาจวานรเห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึง
อย่างสุดแสน เขาไปยืนอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ พร้อม
กับจ้องมองไปร่างของเขาอย่างด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ
อู่ อวี้ จดจำได้ในทันทีว่าปีศาจจิ้งจอก เรียกขาน
ปีศาจตนนี้ว่าปีศาจวานร มีความเป็นไปได้ว่ามัน
อาจเป็นปีศาจวานรชนิดหนึ่ง
“ไม่มีกลิ่นอายของปีศาจ แต่กลับสามารถเปลี่ยน
ร่างเป็นปีศาจได้ แท้จริงแล้วเจ้าเป็นคนหรือปีศาจ
กันแน่?” ปีศาจวานรเอื้อนเอ่ยด้วยความตกตะลึง
เหตุที่ว่าทำไมเขาถึงไม่รู้ว่า แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ เป็น
มนุษย์หรือปีศาจ เป็นเพราะว่านี่คือวิชาแปลงกาย
ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นร่างจำแลงเซียนวานร มันจึงทำ
ให้ฝั่ายตรงข้ามไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย
ปีศาจ จากร่างของ อู่ อวี้ ได้แต่น้อย
“มันเป็นเลือดของข้า แถมยังมีความเข็มข้นอย่าง
ยิ่ง แต่ก็มีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงอยู่นิดหน่อย”
ปีศาจวานรกล่าวเน้นคำหนักแน่นทีละพยางค์
อู่ อวี้ ลอบตื่นตระหนกอยู่ภายในใจ ทันใดนั้นเขาก็
หวนนึกไปถึงบางสิ่ง ยามที่เขาได้แปรเปลี่ยนเป็น
ร่างจำแลงเซียนวานรครั้งแรก เขาได้ใช้โลหิตหยด
เล็ก ๆ ของสัตว์ร้าย
และมันก็เป็นหยดโลหิตที่เขาใช้ฝึกฝนในการ
จำแลงร่างเซียนวานร
เมื่อลองพิจารณาดูแล้ว ใกล้อาณาเขตบริเวณของ
เทือกเขาคราม จะบังเอิญ มีโลหิตของสัตว์ร้ายอยู่
บนผลหัววานรได้อย่างไร ?
ยามนี้ อู่ อวี้ สามารถเข้าใจทุกอย่างได้แล้ว! ปีศาจ
วานรอาจจะอยู่ในละแวกใกล้เคียงเทือกเขาคราม
มานาน จึงเผลอทำโลหิตหยดลงบนผลหัววานร มี
ความเป็นไปได้ว่าในเวลานั้นเขาอาจจะได้รับ
บาดเจ็บ หรืออาจตกอยู่ในสถานการณ์อื่น ๆ ซึ่ง
เป็นเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่แน่ๆคือ ปีศาจวานรบอก
ว่าตัวของเขามีโลหิตอยู่ภายในร่างกาย ทำให้กล่าว
ได้ว่า โลหิตที่ใช้จำแลงร่างเซียนวานรนั้นมาจาก
ตัวของมัน
แน่นอน ปีศาจวานรไม่ทราบเรื่องนี้
“ข้าขอถามเจ้า บิดาของเจ้าคือใคร?” ปีศาจวานร
ถามขึ้น
อู่ อวี้ คิดเรื่องนี้ขึ้นมาในใจอย่างรวดเร็ว เขา
ไตร่ตรองชั่งใจ หากเขาลอบเข้าไปใกล้กับปีศาจ
วานร และทำการกระตุ้น เพลิงแดงทะยานฟั้า เพื่อ
หนีออกไป ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน แถมคาด
ว่าในช่วงเวลานั้น ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า คงได้
ตกไปอยู่ในมือของอีกฝั่ายเป็นแน่
เมื่อถึงเวลานั้น เขาเกรงว่าปีศาจวานรจะมีโทสะ
เพิ่มขึ้นถึงขีดสุด
แต่เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินสิ่งที่อีกฝั่ายถามขึ้น เขาก็คิดขึ้น
ใหม่ทันทีว่า อีกฝั่ายคิดว่าเขาเป็นบุตรชายของมัน
งั้นรึ?
แน่นอนว่า สำหรับมนุษย์ และ ปีศาจแล้ว เป็นไป
ไม่ได้เลยที่จะเคียงคู่ให้กำเนิดบุตรหลานขึ้น
ด้วยเพราะเหตุนี้ การแสดงออกของปีศาจวานรจึง
ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง คืนวันอันยาวนานไร้สิ้นสุด มี
สตรีนับหมื่นนับพันที่ถูกตัวของมันย่ำยี
อู่ อวี้ พยายามสงบจิตใจ จากนั้นก็กล่าวว่า “ข้าไม่
มีบิดา เหตุใดเจ้าถามข้าเช่นนี้ หมายความว่า
อย่างไร? มนุษย์กับปีศาจมิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้
เจ้ามันเป็นปีศาจชั่วช้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ส่วนอีกฝั่ายนั้นคิดไปในทิศทางอื่น อู่ อวี้ ก็สามารถ
ชักนำให้อีกฝั่ายคิดไปยังทิศทางเดียวกับเขาได้
ในเวลานี้ ไม่ใช่การสู้รบด้วยกำลัง แต่จะเป็นการสู้
ด้วยปัญญา หากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย อาจถูก
สังหารได้
“ไม่มีบิดา แล้วมารดาของเจ้าคือผู้ใด?” ปีศาจวานร
จมลงไปในห้วงภวังค์ความคิด
“นางเสียชีวิตไปตั้งแต่ข้ากำเนิด ข้าเติบโตขึ้นมา
ภายในหุบเขา” อู่ อวี้ ตอบ
เขาขบคิดเล็กน้อย ไม่มีบิดา มารดาเสียชีวิตตั้งแต่
กำเนิด เริ่มโตขึ้นภายในหุบภูเขา ถึงแม้จะ
คลุมเครือ แต่มันก็สอดคล้องกับความเป็นจริงใน
ชีวิตของปีศาจวานรอย่างยิ่ง
“ไม่มีทาง ตัวข้าเป็นปีศาจ แล้วจะให้กำเนิดบุตรได้
อย่างไร?”
ปีศาจวานรเก้าถอยหลังกลับไปสามก้าว เดิมทีมัน
รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในตัวตนของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามตัวของมันนั้นพยายามปฏิเสธเรื่องนี้
แต่แล้วเมื่อ อู่ อวี้ จำแลงร่างเซียนวานร มันรู้สึก
สับสนยิ่งนัก
ปีศาจฉลามที่อยู่ข้างกายของมัน กล่าวขึ้นด้วย
ความสับสนลังเลว่า “อาจเป็นไปได้ ว่ากันว่า
มนุษย์กับวานรมีความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง
สายโลหิตนี้ บางทีอาจเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็
เป็นได้…”
“เป็นไปไม่ได้!” ปีศาจจิ้งจอกกล่าวขึ้นอย่างมีโทสะ
อย่างไรก็ตามนางไม่เคยตั้งครรภ์ทารกมาก่อน แต่
นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งที่นางกังวลในตอนนี้มีเพียง
เรื่องเดียวเท่านั้นก็คือ กลัวว่าปลาในอวนของนาง
จะว่ายหนีไป ดังนั้นนางจึงรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง
“ข้าเป็นบุตรของเจ้า?” อู่ อวี้ วางกลอุบาย แสร้ง
ถามขึ้นอย่างสงสัย
“อ๊า!”
หลาน สุ่ยเยว่ รู้ดีว่า อู่ อวี้ เป็นองค์ชายใน
อาณาจักรมนุษย์ นางยังรู้สึกสับสนกับเรื่องราวที่
เกิดขึ้น แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางก็นิ่งค้างไปทันที
นางหันไปจ้องมอง อู่ อวี้ รีบหลบซ่อนตัวเข้าไปอยู่
ในมุมหนึ่ง ชี้นิ้วสั่นเทาไปทาง อู่ อวี้ พร้อมกับกรีด
ร้องออกมาว่า ” ไม่ ข้าไม่เคยคาดคิดว่าเจ้าจะเป็น
ปีศาจ! ”
นางขบคิดเรื่องนี้ และ จมลงไปห้วงภวังค์พร้อมกับ
แสดงท่าทางโง่งม แต่เมื่อลองพิจารณาเรื่องนี้ดูให้
ดีแล้ว ก็มีเค้ามูลความจริงอยู่บ้าง
ปีศาจวานรพยายามขบคิดคาดเดาคำกล่าวนี้
มิฉะนั้น อู่ อวี้ ไม่มีทางที่จะมีสายโลหิตของเขา
ไหลเวียนอยู่ มันเป็นคำอธิบายเดียวเท่านั้น
เมื่อ อู่ อวี้ มีต้นกำเนิดเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงมิอาจ
สังหาร อู่ อวี้ ได้ ในเวลานี้เขาถึงได้ถาม อู่ อวี้ ขึ้น
ว่า “ข้าปรารถนาจะออกจากสถานที่แห่งนี้แล้ว แต่
อย่างไร การที่เจ้ามีสายโลหิตของข้าอยู่ ก็เป็นเรื่อง
ที่มิอาจปฏิเสธได้ หากเจ้ายังอยู่ในเทือกเขาคราม
เจ้าอาจถูกผู้ฝึกตนสังหารเอาได้ ข้าขอถามว่า เจ้า
ยินดีที่จะไปกับข้าหรือไม่?”
อู่ อวี้ ถามขึ้นอย่างลังเลว่า “ข้าเป็นปีศาจจริง ๆ
เช่นนั้นรึ? พวกเขาจะสังหารจะข้าใช่หรือไม่?”
“มีผู้คนจำนวนมากมายต้องตกตายไป เจ้ามี
ความคิดเช่นไร? อีกทั้งนิกายกระบี่สวรรค์กำลังจะ
พังพินาศ ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในสถานที่แห่งนี้”
สำหรับเหล่าผู้ฝึกตน ปีศาจวานรอาจโหดเหี้ยม
อำมหิต แต่สำหรับปีศาจแล้ว เขาถือเป็นตัวตนที่
น่ายกย่องอย่างยิ่ง หลังจากเห็น อู่ อวี้
เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ร่างจำแลงเซียนวานร มันจึงคิด
ว่าจะมอบโอกาสให้กับ อู่ อวี้ เสียหน่อย
“เหตุใดถึงพินาศ?”
“เจ้ามิจำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้” ปีศาจวานรกล่าว
“อืม…”
อู่ อวี้ แสดงท่าทีลังเล ในท้ายสุดเขาก็กล่าวขึ้นว่า
“ตกลง ข้าจะไปกับเจ้า”
ปีศาจจิ้งจอกที่อยู่ถัดไปแทบอยากจะร่ำไห้ออกมา
ดัง ๆ นางตระหนักถึงเรื่องนี้ได้อย่างแจ่มแจ้ง
ชัดเจนว่า หลังจากนี้นางคงไม่มีโอกาสได้ดูดกลืน
แก่นธาตุหยางของ อู่ อวี้ อีกแล้ว
หมีทมิฬเผยรอยยิ้มออกมาอย่างยินดี พร้อมกับ
กล่าวขึ้นว่า “งั้นข้าไม่เกรงใจ” มันเดินกร่างเข้าไป
ใกล้ หลาน สุ่ยเยว่ เมื่อเห็นเช่นนั้น หลาน สุ่ยเยว่
ก็แสดงท่าทางหวาดกลัวสิ้นหวัง พร้อมกับกรีดร้อง
ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
อู่ อวี้ จ้องมองนางอย่างสังเวช ถึงแม้พวกเขาจะมี
ความขัดแย้งกัน แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบ ความ
ขัดแย้งระหว่างนางกับปีศาจฝั่ายตรงข้ามแล้ว ถือ
เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างยิ่ง สภาพของนางในตอนนี้
ช่างน่าเวทนาสงสารอย่างแท้จริง
“ข้าเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ ข้าไม่อาจทน
มองศิษย์ร่วมนิกาย โดนดูถูกเหยียดหยาม ถูก
สังหารตกตายไปต่อหน้าต่อตาของข้าได้”
ดังนั้น เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “ข้าคิดว่าอย่าพึ่งทำอะไร
นางจะดีกว่า นางเป็นศิษย์ของ หลาน ฮั้วหยุน อีก
ทั้งยังเรียกขาน หลาน ฮั้วหยุน เป็นท่านปั้า ใช้นาง
เป็นตัวประกันถือว่าไม่เลวทีเดียว นำนางไปด้วย
หากบังเอิญท่านต้องประสบพบเจอกับเหตุเภทภัย
ก็ยังสามารถใช้นางเป็นโล่ปกปั้องกายได้”
ปีศาจวานรหัวร่อ แล้วกล่าวว่า “ความจริงแล้ว
เจ้าไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างแก้ตัวเหล่านี้ก็ได้ ข้า
เข้าใจ เจ้าชอบสตรีนางนี้ใช่หรือไม่? ถ้าเช่นนั้น ก็
ปล่อยให้นางมีชีวิตต่อไปเถอะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว … ” หมีทมิฬทำท่าสลดหดหู่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ