กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1073: วิหคมรกตเดือดพลาน
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยามร่างกายของ
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็ฟืนฟู
กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง
หลังจากได้ยินเช่นนั้นโอรสเล่อไต่ถาม อู่
อวี้ อีกครั้งเพื่อตอกย้ำความแน่ใจว่าเขาจะ
ขึ้นไปสู่ชั้นที่ 5 จริง ๆ กล่าวตามตรงโอรส
เล่อย่อมอยากขึ้นไปให้สูงที่สุดอยู่แล้ว อาจ
เป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความหวัง
มาก่อน อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ได้เข้าไป
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ เปั้าหมายของ
โอรสก็ดูเหมือนจะใหญ่โตขึ้น ความมุ่งมั่นที่
จะได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวงก็ทวีสูงขึ้น
ตามไปด้วย
“ กระหม่อมก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็อยากลอง
ดูสักหน่อย ถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็แค่
ล้มเลิก แล้วค่อยหาวิธีกันใหม่ ” อู่ อวี้ ตอบ
เนื่องจากในท้ายสุดแล้วพื้นฐานฝึกตนของ
หุ่นเชิดเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราอยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 ซึ่งโดยส่วน
ใหญ่แล้ว เป็นระดับความแข็งแกร่งของผู้คน
ที่อยู่ภายใน เจดีย์ชั้นที่ 4 ซึ่งยังไม่เพียงพอจะ
ขึ้นสู่ชั้นที่ 5 ดังนั้นคงไม่ต้องพูดถึงเต่าทองปีก
เหล็กเจ็ดดารา ว่าจะสามารถปกปั้องโอรส
เล่อกับพวกพ้องได้ไหม
ระดับพื้นฐานฝึกตนของโอรสเล่อกับพวก
พ้อง เพิ่งก้าวขึ้นสู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าได้เพียงไม่นาน ด้วยความสามารถระดับนี้
แค่ขึ้นสู่ชั้นที่ 2 ช่วยตัวเองยังทำไม่ได้เลย
ดังนั้นการที่ทุกคนสามารถขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้
ล้วนพึ่งพิงความสามารถของ อู่ อวี้ อย่าง
แท้จริง
นับตั้งแต่เข้ามาในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล โอรสเล่อให้ความไว้เนื้อเชื่อใจในทุกการ
กระทำและการตัดสินใจของ อู่ อวี้ เต็มที่อยู่
แล้ว ระหว่างนั้นเอง ชวี่ เฟิงอวี๋ ก็ถามขึ้น
ด้วยน้ำเสียงที่ขี้ขลาดว่า ” มันไม่เสี่ยงไป
หน่อยหรือ ถ้าวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ถูกสาย
อัสนีทำลาย พวกเราก็อาจตกอยู่ในอันตราย
ได้ ”
อู่ อวี้ เหลือบมองนาง แล้วก็พูดขึ้นว่า ”
วางใจได้… ถ้าผ่านไปไม่ได้ ข้าจะไม่ปล่อยให้
พวกเจ้าต้องรับบาดเจ็บ ”
อู่ อวี้ ได้คิดสะระตะเกี่ยวกับไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงมาแล้ว สมบัติภายในไข่มุกมี
มูลค่าสูงลิ่ว ทั้งยังมีศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาอัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีคู่แข่ง
มากมายเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงเข้าใจสิ่งที่ต้อง
พบเจออย่างแจ่มแจ้ง ถึงแม้ความแข็งแกร่ง
ของเขาจะยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่
เขาก็รู้ดีว่ามันยังไม่มากพอ ทว่ากังวลไปก็ไร้
ประโยชน์ รอให้เวลานั้นมาถึงก่อนดีกว่า
ถ้าโอรสเล่อสามารถแย่งชิงบัลลังก์จนได้
ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของเหยียนหวง
ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเขาผู้อยู่ในฐานะ
ราชอารักษ์เล่อ เมื่อถึงตอนนั้นโอรสเล่อ
จะต้องรู้สึกขอบคุณเขาอย่างมากเป็นแน่
“ถ้าเจ้ามั่นใจก็ลองดู”
“ตกลง”
เมื่อ อู่ อวี้ ทะยานขึ้นสู่วังวนสีทองมาได้
ครึ่งทาง อู่ อวี้ ก็สัมผัสถึงวิกฤตอย่าง
เฉียบพลัน
เมื่อเขามองไปทางทิศใต้ ก็พบเห็นกลุ่ม
เมฆาสีเขียวกำลังมุ่งหน้ามายังทิศทางนี้ด้วย
ความเร็วสูงลิ่ว มีเสียงกรีดร้องดังมาจากด้าน
ใน ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งได้ยินชัดเจนมากขึ้น
เมื่อเขาใช้เนตรเพลิงเพ่งมองไปที่มัน เขาก็
ต้องขมวดคิ้ว เพราะกลายเป็นว่านั่นไม่ใช่
ก้อนเมฆาสีเขียว แต่เป็นสรรพเทวะวิญญาณ
แล้วสรรพเทวะวิญญาณเหล่านี้มีรูปร่างคล้าย
วิหค เส้นขนของมันแหลมคมประดุจใบมีด
จะงอยปากโค้งงอคมกริบ แขนขายาวดุจดัง
กระบี่ บนหัวของมันมี 4 ตา มีปีก 3 คู่อยู่
บริเวณชายโครงทั้งสอง ไล่ลำดับขนาดจาก
หน้าไปถึงหลัง ยามเมื่อปีกอันใหญ่โตของมัน
กางขยายมีความกว้างประมาณ 5 จั้ง
ถ้าลำพังแค่ตัวเดียวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่ถ้ามันมาเป็นฝูงจำนวนหลายพันตัวก็จะ
กลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที จำนวนของมัน
เยอะมากเป็นเสมือนดั่งสัตว์ร้ายผู้หิวโซที่
กำลังไล่ล่าเหยื่อ พวกมันบินเข้ามาโอบล้อม
อู่ อวี้ เพียงชั่วพริบตาเมฆาสีเขียวก็ปกคลุม
อยู่เหนือศีรษะของเขา
” อย่างที่พูดเป็นไปไม่ได้ที่เจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลชั้นที่ 4 จะไม่มีอันตรายใด ๆ? บาง
ทีอันตรายนั้นก็ไม่ได้อยู่บนทุ่งหญ้าอันเงียบ
สงบ แต่เมื่อใดที่เราพุ่งทะยานขึ้นมา ก็ถูกปิด
ล้อมโดยสรรพเทวะวิญญาณทันที!”
นี่คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 4 ส่วน
สรรพเทวะวิญญาณในชั้นแรกเป็นมดสีทอง
เข้ม ส่วนชั้นที่ 3 ก็เป็นรุกขชาติยักษ์ที่มีความ
แข็งแกร่งมาก แต่ด้วยจำนวนที่มากเกินไปมัน
เป็นอะไรที่ยากเกินจะรับ แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรีบ
ลงสู่พื้น แล้วทันใดนั้นอีกฝั่ายก็เปิดฉากโจมตี
ทันที
อู่ อวี้ อัญเชิญหุ่นเชิดทั้งสองออกมาอย่าง
รวดเร็ว นั่นก็คือตั๊กแตนจันทราสีเงินกับ
หิ่งห้อยมายา โดยตั๊กแตนจันทราเงินทำ
หน้าที่คุ้มกันวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ และ
หิ่งห้อยมายาคอยห้ำหั่นเข่นฆ่าศัตรู โดยมี อู่
อวี้ ร่างต้น กับ ร่างกลืนสวรรค์คอยร่วม
สังหารอยู่โดยรอบ ส่วนโอรสเล่อกับพวก
พ้องก็ทำหน้าที่เดิม นั่นคือเฝั้าดูการต่อสู้
การปะทะกันของทั้งสองฝั่ายค่อนข้างเร็ว
อู่ อวี้ พุ่งเข้าสังหารพวกมันทันที ดูเหมือนว่า
พลังการต่อสู้ของวิหคมรกตจะร้ายกาจยิ่ง
กว่ามดสีทองเข้มเสียอีก นอกจากนี้พวกมัน
ทุกตัวยังไม่กลัวตาย ทั้งยังมีจำนวนอยู่
มหาศาล ปากและปีกคมกริบคล้ายกับ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ พวกมันโจมตี
เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งด้วยจำนวนที่
มากมายจึงนำมาซึ่งปัญหาให้กับพวกเขา
เช่นกัน
ภายใต้การจู่โจมสวนกลับของ อู่ อวี้ เวลา
นี้ซากศพวิหค มรกตร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับ
ใบไม้ การต่อสู้นี้นำมาซึ่งแรงกดดันมหาศาล
โดยเฉพาะตั๊กแตนจันทราเงินซึ่งไม่อาจจะ
ต้านรับได้อีกต่อไป ดังนั้น อู่ อวี้ จึงสั่งให้
หิ่งห้อยมายาไปปกปั้องวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์
ยามนี้พวกเขาถูกวิหคมรกตปิดล้อมอยู่ทั่ว
ทุกทิศทาง อู่ อวี้ คิดว่าถ้าอยู่บนพื้นดิน
ด้านล่าง อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องก็ไม่ต้องแบก
รับการโจมตีเช่นนี้ อีกทั้งยุทธภูมิยังช่วยเอื้อ
ให้เขาต่อสู้สวนกลับได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้เขา
จึงบอกให้ทุกคนมุ่งเน้นไปที่การสังหารสรรพ
เทวะวิญญาณวิหคมรกตด้านล่าง ฉับพลัน
เขาก็ให้ร่างกลืนสวรรค์ใช้พิรุณวิบัติกระบี่
สมุทรทมิฬโจมตีกวาดออกไปเป็นวงกว้าง
จากนั้นพวกเขาก็ทะยานลงสู่เบื้องล่างอย่าง
รวดเร็ว จนมาถึงพื้นปฐพี เขาก็เพ่งสมาธิไป
กับการโจมตีคู่ต่อสู้ที่มาจากด้านบนอย่าง
เต็มที่
“ให้ข้าจัดการด้านบนเอง!” อู่ อวี้ ทั้งสอง
ร่างทะยานเข้าประหัตประหารศัตรูที่อยู่
ด้านบน บัดนี้พวกเขาทั้งสาม หนานซาน
หวางเยว่ เย่ซีซี และ อู่ อวี้ ก่อตัวเป็นรูปแบบ
สามเหลี่ยม ปกปั้องวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ไว้
ตรงตำแหน่งใจกลาง เมื่อพวกเขามาถึงพื้น
และ อู่ อวี้ ที่เตรียมพร้อมระเบิดการโจมตี
สังหารอย่างเต็มที่ ไม่คาดคิดว่าในช่วงเวลาที่
พวกเขาลงสู่เบื้องล่าง มี 6 มรกตจะหันหัว
แล้วบินกลับขึ้นไปทันที
ใช้เวลาประมาณชั่วครู่หนึ่งพวกเขาก็
ปลอดภัย
“ แปลก ” อู่ อวี้ พบว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับ
การลงมาเบื้องล่าง เพื่อยืนยันข้อสงสัยของ
ตนเอง ระหว่างที่วิหคกำลังหลบหนีไป เขาก็
ทะยานขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง ทันใดนั้นวิหค
มรกตก็พากันส่งเสียงกรีดร้องกันดังระงมแจ่ม
ชัด ราวกับว่าเขาไปสังหารบรรพบุรุษของ
พวกมัน จากนั้นพวกมันก็เริ่มเปลี่ยนวิธีการ
บิน แล้วพุ่งเข้ามาโจมตีเขาทันที ด้วยความ
ตื่นกลัว อู่ อวี้ ก็รีบมุ่งลงไปเบื้องล่างอีกครั้ง
ฉับพลันพวกมันก็เป็นเสียงกรีดร้องเพื่อเป็น
การเตือน จากนั้นก็บินกลับขึ้นไป
ด้วยจำนวนที่มากมายจนยากจะจัดการ
ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่
น้อย เขาไม่คาดคิดว่าตนเองที่ยกระดับมา
จนถึงขั้นนี้ จะต้องมาถูกสรรพเทวะวิญญาณ
สะกดข่มกดดันเอาได้ อันที่จริงเขาสามารถใช้
ร่างอวตารนอกวิถีออกมาปะทะกับศัตรู แต่
เป็นเพราะคราที่แล้ว อู่ อวี้ ใช้เม็ดยาค้นหา
เต๋าไปมากมาย หลังจากมอบเม็ดยาให้กับ
หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซี เขาก็ยัง
เหลือเม็ดยาค้นหาเต๋าอยู่อีกประมาณหมื่น
กว่าเม็ด ทว่าด้วยจำนวนที่มากเกินไปของ
ร่างอวตาร ส่งผลให้เม็ดยาของเขาหมด
เกลี้ยงในพริบตา นอกจากนี้มันยังไม่พอจะ
ยกระดับร่างอวตารอีกด้วย เขายังต้องการ
เม็ดยาค้นหาเต๋าอีกพอสมควร เพื่อให้ร่าง
อวตารยกระดับถึงขีดจำกัดในปัจจุบัน
ท้ายสุดแล้วเขามีความขัดแย้งกับผู้ฝึกตนที่
อยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 มากมาย การมี
ร่างอวตารนอกวิถีคอยช่วยเหลือก็คงจะดีไม่
น้อย
หลังจากบินร่อนลงสู่พื้นดิน บริเวณ
โดยรอบเต็มไปด้วยกองซากศพของวิหค
พวกเขาหันมามองหน้ากันและกัน จากนั้น
หนานซาน หวางเยว่ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหด
หู่ว่า ” เจ้าพวกโง่บัดซบสมองพวกมันคงจะมี
ปัญหา ถ้าไม่ขึ้นไปด้านบนมันก็ไม่โจมตี นี่จะ
ไม่ยอมให้บินขึ้นฟั้าเลยหรือไงฟะ?”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”
” เดี๋ยวข้าจะลองสักหน่อยว่าพวกมัน
มองเห็นหรือไม่ ” เมื่อพูดจบ หนานซาน
หวางเยว่ ก็ใช้ออกด้วย เขตแดนสวรรค์ไร้
รอย หลังจากนั้นเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ที่ความ
สูงระดับเดิม สรรพเทวะวิญญาณเหล่านั้นก็
ไม่โจมตี แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพลังอิทธิฤทธิ์
ของ หนานซาน หวางเยว่ สิ่งสำคัญคือคนอื่น
ไม่ได้มีพลังอิทธิฤทธิ์เช่นเดียวกับเขา
จากนั้นเขาก็กลับมาด้านล่าง
“ควรทำยังไงดี?” ทุกคนมองหน้ากัน
“ ถ้าเจ้าพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุด
บางทีสรรพเทวะวิญญาณอาจจะไล่ตามเจ้า
ไม่ทัน แต่พวกมันก็อาจจะรอปิดล้อมอยู่
ด้านล่าง เมื่อถึงตอนนั้นการล่าถอยลงมาก็จะ
ยากลำบากยิ่ง ”
อู่ อวี้ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ ข้าคิด
ว่าจะลองไปตรวจสอบสายอัสนีในกระแสวัง
วนทองคำดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที ”
“ ตกลง ” โอรสเล่อพยักหน้า หาก อู่ อวี้
ขึ้นไปตรวจสอบดูด้านบน บางทีพวกเขา
อาจจะรู้มากขึ้น
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ยังคงเฝั้าระวัง
ภัยอยู่ด้านล่าง เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด
เกิดขึ้น เขาก็จะทราบในทันที วิธีนี้มันทำให้
เขาทำอะไรได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องคอยห่วงหน้า
พะวงหลัง ส่งผลให้ปัจจุบัน อู่ อวี้ ขี่เมฆา
ตลบฟั้าพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุด ราว
กับจรวดที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า นี่คือ
ระดับความเร็วของเขาในปัจจุบัน พริบตาเขา
ก็เริ่มเห็นวิหคมรกตหลายพันตัวอยู่ไกล ๆ
เมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ จากนั้นก็
พากันกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง
แล้วครั้งนี้มันเหมือนจะเร็วกว่าเดิม ไม่สิ คง
ต้องบอกว่าความเร็วของมันนั้นเหนือกว่าเขา
ในตอนนี้ด้วยซ้ำ พริบตาต่อมาเขาก็มาถึง
กระแสวังวนสีทอง แล้วพวกมันก็กำลังมุ่ง
หน้ามาหาเขาด้วยความเร็วอันบ้าคลั่ง!
แล้วก็เป็นไปตามที่ อู่ อวี้ คาดไว้ เมฆาสี
เขียวขนาดใหญ่ที่พบเห็นมันคือมีวิหคมรกต
หลายพันหลายหมื่นตัว และทุกตัวดูเหมือน
กำลังโกรธจัด พวกมันกรีดร้องอยู่ตลอดเวลา
แสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่พอใจการกระทำ
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก พวกมันเฝั้าระวัง
จับตาดูอยู่ด้านล่าง ก่อตัวกลายเป็นกลุ่มเมฆา
ขนาดใหญ่ ปิดบังพื้นที่ด้านล่างเอาไว้ เฝั้ารอ
คอยตะครุบเหยื่อในช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ถูกสาย
อัสนีฟาดผ่าจนร่วงตกลงมา
ความสนใจของ อู่ อวี้ ยังคงมุ่งเปั้าไปที่
กระแสวังวนสีทอง สายอัสนีที่อยู่ในกระแส
น้ำวนมีทั้งหมด 5 สีด้วยกัน มีสีแดงโลหิต , สี
ม่วง , สีน้ำเงิน , สีดำ , สีเหลือง แต่พลัง
อำนาจและความหนาแน่นของอัสนีสูงยิ่งกว่า
ชั้นแรกถึง 6 เท่า เมื่อเขาทะยานลึกเข้าไปอีก
ก็พบว่าพลังอำนาจและความหนาแน่นของ
สายอัสนีรุนแรงยิ่งกว่าชั้นแรกถึง 10 เท่า พอ
มาถึงตรงนี้เขาชักเริ่มหวาดกลัวแล้ว เขาจึง
ย่อขนาดร่างกายให้เล็กสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อ
ปรับระดับความเร็วและความยืดหยุ่น
คล่องตัวให้ได้มากกว่าสายอัสนีที่พุ่งเข้าโจมตี
ดังนั้นลำพังแค่ตัวเขาสามารถขึ้นสู่เจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 ได้อย่างไม่มี
ปัญหา
มีผู้คนมากมายเช่นเดียวกับโอรสเล่อ ที่ไม่
มีพลังอิทธิฤทธิ์หรือศาสตราเต๋าวิธีแท้
แข็งแกร่งพอจะทนกับพลังโจมตีของสายอัสนี
เหล่าได้ จึงตัดสินใจไม่ข้ามผ่านขึ้นสู่ชั้นต่อไป
หากใช้เตาหลอมบรรพกาลสยบวิญญาณของ
โอรสยวี่ก็อาจจะขึ้นไปได้ แต่ถ้าใช้พลองฟั้า
เพลิงผลาญ เปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบมหา
เตาหลอม แน่นอนว่าเขาคงไม่อาจขึ้นไปได้
ด้วยพลังอำนาจของสายอัสนีและความ
หนาแน่นของพวกมัน มากเพียงพอที่จะบด
ขยี้ทำลายพลองฟั้าเพลิงผลาญ
ดังนั้นเขาจึงอยู่ต่ออีกครู่หนึ่ง และได้ข้อ
สรุปว่า ด้วยความรุนแรงของสายอัสนีภายใน
กระแสน้ำวนสีทอง ถือว่ามิใช่เรื่องยากเย็นอัน
ใดถ้ากลุ่มของพวกเขาจะขึ้นไป แต่เป็นไป
ไม่ได้ที่จะพาโอรสเล่อและพวกพ้องขึ้นไปด้วย
ดังนั้นพวกเขาคงต้องคิดหาหนทางทะลวงฝั่า
ชั้นที่ 4 นี้ขึ้นไป หรือไม่ก็ต้องยกระดับความ
แข็งแกร่งขึ้นอีก
” พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงยกระดับเพิ่มขึ้น
แล้ว แต่พลังอิทธิฤทธิ์และพื้นฐานฝึกตนของ
ข้าก็มาถึงคอขวดแล้ว ทำให้ยากที่จะ
ยกระดับต่อไปได้”
อู่ อวี้ ตระหนักว่าหลายทักษะ
ความสามารถของเขาได้มาถึงจุดติดตีบตัน
ยกตัวอย่างเช่นเมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 3 หากดู
เพียงผิวเผินเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายดาย ทว่า
เขาก็พยายามไตร่ตรองทะลวงผ่านมานาน
แล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย
มิฉะนั้นเขาอาจจะมีวิธีผ่านเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลนี้ไปได้
ระหว่างที่เขาลงมาด้านล่าง เขาตระหนัก
ว่ามีเมฆาสีเขียวรออยู่ ซึ่งมันคุ้มครองวิหค
มรกตจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เขาอาศัย
จังหวะที่พวกมันพลั้งเผลอ พุ่งทะยานลงมา
เบื้องล่างด้วยความเร็วถึงขีดสุด แน่นอนว่า
ด้วยตัวเขาเพียงลำพัง รวมถึงร่างกายที่สูงไม่
ถึงครึ่งฉือ ส่งผลให้บัดนี้ อู่ อวี้ เคลื่อนตัวลงสู่
เบื้องล่างด้วยความเร็วราวกับมัจฉาที่กำลัง
แหวกว่ายอยู่ในสายธารา เคลื่อนตัว
คล่องแคล่วพริ้วไหว ผ่านหมู่มวลวิหคมรกต
เพียงชั่วอึดใจเขาก็ลงมาถึงพื้นดินด้านล่าง
โดยกลุ่มวิหคมิได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
ระหว่างที่เขากำลังเตรียมอธิบาย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้โอรสเล่อฟัง ทันใดนั้น
ก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น