กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1074: พระธิดาหยินกับบรรดาคนรัก
” หือ…นั่นมันน้องชายเล่อแสนโด่งดัง ที่
ถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิโบราณองค์
ใหม่มิใช่หรือ? ทั้ง ๆ ที่อายุอานามไม่เท่าไหร่
แต่กลับขึ้นมาถึงเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้น
ที่ 4 นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน? ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่าน้ำเสียงของคนผู้นี้ฟังดู
นุ่มนวลเสนาะหูยิ่ง เจ้าของเสียงต้องเป็น
สาวน้อยน่ารักสดใสร่าเริง ใบหน้ากลมแก้ม
ยุ้ย ดวงตากลมโตใสแบ๊ว ดูน่ารักน่าชังเป็นยิ่ง
นัก แต่สาวน้อยผู้นี้กลับเรียกโอรสเล่อว่า
น้องชาย แสดงว่านางจะต้องเป็นพี่สาวของ
โอรสเล่อเป็นแน่
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ยังสัมผัสได้ถึงภัย
คุกคามจากฝั่ายตรงข้าม แสดงให้เห็นว่าพลัง
ฝีมือของนางต้องสูงส่งไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน
หลังจากนั้นทุกคนก็หันหลังกลับไปตาม
ทิศทางของเสียงอย่างรวดเร็ว อู่ อวี้ เห็นว่ามี
คนสี่คนกำลังเหินทะยานมาจากทิศทางของ
เส้นขอบฟั้าด้วยความเร็วสูง เห็นได้ชัดว่า
ผลกระทบที่เกิดจากฝูงวิหคมรกต ได้ดึงดูด
พวกเขาให้มุ่งมายังทิศทางนี้ เพราะอย่างไร
เสีย อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็เพิ่งขึ้นมาถึงชั้นที่ 4
ได้ไม่นาน เขาจึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับ
สภาพแวดล้อม และสถานการณ์โดยรวม
เท่าใดนัก
ไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็เห็นเจ้าของเสียง บอก
ตามตรงรูปโฉมของแม่นางผู้นี้แตกต่างจาก
น้ำเสียงที่เขาจินตนาการเอาไว้ กลับ
กลายเป็นว่างแม่นางผู้นี้สาวน้อยผู้น่ารัก แต่
เป็นสาวงามเปียมล้นไปด้วยเสน่ห์อันแสนเย้า
ยวน ใช่แล้วนางไม่ใช่เด็กน้อยอย่างที่เขาคิด
ไว้ แต่นางคือสาวงามที่อยู่ในวัยบานสะพรั่ง
เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เสน่ห์ของนางมากกว่า
เซวี๋ยนซิง , เซวี๋ยนเฉิน เสียอีก ซึ่งดูแล้วอายุ
อานามก็ไม่น่าจะใช่น้อย ๆ ความงดงาม
เสมือนดั่งลูกพีทที่ดึงดูดใจบุรุษอย่างที่สุด
รูปลักษณ์ทรงประณีตบรรจง ทำให้ผู้พบเห็น
อดจินตนาการไม่ได้ว่า ถ้าหากตนเองได้
สัมผัสจะนุ่มนวลละมุนมือสักเพียงใด
ทว่าอาภรณ์สีชมพูอ่อนที่นางสวมใส่ ช่าง
แตกต่างจากความเร่าร้อนของรูปกายนาง
อย่างยิ่ง นางสะพายเกาทัณฑ์ที่มีลักษณะ
คล้ายกับบุปผา นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับ
อีกเพียงเล็กน้อย กล่าวได้ว่าอาภรณ์และ
สิ่งของติดตัวช่างดูเหมาะสมกับน้ำเสียงของ
นางมาก ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้ ชักเริ่มไม่แน่ใจว่า
ตนเองควรจะตัดสินว่าแม่นางผู้นี้เป็นเพียงแค่
สาวน้อยหรือสาวงามที่แสนทรงเสน่ห์ดี
ทว่าตรงหว่างคิ้วมีอักษรคำว่า ‘หยิน’ อู่
อวี้ จึงตระหนักได้ถึงตัวตนของนางทันที ไม่
คาดคิดว่านางจะเป็น ‘พระธิดาองค์ที่ 9’ ผู้
เลื่องลือ นั่นก็คือพระธิดาหยิน
โอรสธิดา 10 พระองค์แรกที่ประสูติขึ้นมา
จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
ยกตัวอย่างเช่น โอรสยวี่, โอรสเซียว,
พระธิดาซี ฯลฯ , โอรสพระธิดาเหล่านี้มีอายุ
อานามค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ
ความสามารถและประสบการณ์สูงส่ง
เหมาะสมที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่
มากกว่า ช่วงแรก ๆ ที่พวกเขายังมีอายุอา
นามไม่มากนัก โอรสพระธิดากลุ่มนี้ถือว่ามี
เกียรติและศักดิ์ศรีสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
ในตอนนั้นพวกเขายังเยาว์ ทำให้ดูเหมือนว่า
ความเป็นไปได้ในอนาคตนั้นไร้สิ้นสุด
ทว่า 100 ปีที่ผ่านมา ขณะที่พวกเขา
ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ความหวังกลายเป็น
เซียนอมตะก็ช่างริบหรี่ ดังนั้นพวกเขาจึงเป็น
กังวลอย่างมาก ด้วยเพราะเวลาเริ่มน้อยลง
เข้าไปทุกที
อย่างเช่นในปีนั้นโอรสยวี่ยังเป็น ‘โอรส
องค์แรก’ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง แล้วโอรสเซียงก็
เป็น ‘โอรสองค์ที่สอง’ พระธิดาซีเป็น ‘
พระธิดาองค์ที่สาม’ พวกเขาทั้งสามเป็นบุตร
สามคนแรกขององค์จักรพรรดิโบราณ อีกทั้ง
อายุอานามยังไม่แตกต่างหรือห่างกันมาก
คร่าว ๆ ก็ประมาณ 10 ปี
ส่วนพระธิดาหยินที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งแทบ
จะหลุดโผจากกลุ่มคนทั้ง 10 มีอายุอานาม
ห่างจากโอรสยวี่ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตประมาณ
70 ปี นางคือโอรสพระธิดาลำดับที่ 9 ครั้ง
หนึ่งเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘พระธิดาองค์ที่ 9’
ตอนนางยังเยาว์วัยนางมีชื่อเสียงโด่งดังเป็น
อย่างมาก แต่ด้วยเพราะอุปนิสัยใจคอเป็นคน
โหดร้ายดื้อดึงเอาแต่ใจ นางจึงก่อเรื่องก่อราว
ก่อปัญหามากมายอย่างไม่หยุดหย่อน การ
กระทำของนางสร้างความเดือดร้อนให้กับ
ผู้คนมากมาย แต่ตอนนี้อายุอานามมากขึ้น
ความดื้อดึงเอาแต่ใจหลาย ๆ อย่างก็เริ่ม
ลดลงบ้างเล็กน้อย พลังฝีมือปัจจุบันของนาง
อยู่ที่สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6
สำหรับโอรสพระธิดาแล้วการมีฝีมืออยู่ใน
ระดับนี้นับว่าเป็นเรื่องปกติ บางคนที่เข้ามา
ภายในเจดีย์วิญญาณเซียนบรรพกาลก็
อาจจะสูงกว่าระดับดังกล่าวเล็กน้อย โดย
อาศัยข้อได้เปรียบจากอายุการบำเพ็ญตนที่
นานกว่า นอกจากนี้นางยังถือว่าเป็นหนึ่งในคู่
ต่อสู้ที่มีความแข็งแกร่งมากทีเดียว ถ้ากล่าว
กันจริง ๆ มีโอรสพระธิดาเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ที่แข็งแกร่งเหนือกว่านาง
ตราบจนถึงปัจจุบันชื่อเสียงของพระธิดาห
ยินไม่ค่อยดีนัก ด้วยเพราะตั้งแต่เยาว์เป็นคน
ดื้อดึงเอาแต่ใจ อีกทั้งยังมีบุรุษคอยล้อมหน้า
ล้อมหลังตอมกันหึ่งเป็นแมลงวัน นางจึงถูก
ผู้คนนินทาวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ แต่เมื่อ
เวลาผ่านไปชื่อเสียงของนางก็เริ่มเหือดหาย
ลดลง บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่นางกำลังกลัวอยู่ก็
ได้
อย่างเช่นในตอนนี้ ยอดฝีมือทั้งสามกำลัง
ห้อมล้อมรอบตัวนาง เสมือนดั่งว่านางคือดวง
จันทราที่ถูกห้อมไปด้วยเหล่าดวงดารา
ผู้ติดตามของนางเป็นชายฉกรรจ์ อีกทั้งระดับ
พลังฝีมือยังพอ ๆ กับพระธิดาหยิน ส่วนอายุ
อานามก็น่าจะใกล้เคียงกับโอรสยวี่ หาก
เปรียบเทียบกันเรื่องรูปพรรณพระธิดาหยิน
ยังดูอ่อนเยาว์กว่าชายทั้ง 3 เสียอีก
ทันทีที่นางปรากฏตัวสีหน้าของโอรสเล่อก็
ไม่สู้ดีนัก เขาอาจจะรู้สึกเหมือนตอนได้พบกับ
โอรสยวี่ อย่างไรก็ตามโอรสเล่อเชื่อว่าพวก
เขามีอายุอานามนั้นแก่เกินแกงกันไปแล้ว
เป็นพวกเรื่องมากเรื่องเยอะและชอบสร้าง
ปัญหาอยู่เสมอ นี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใด
โอรสเล่อถึงพยายามหลีกเลี่ยงจากพวกพี่ ๆ
เขานัก พวกเขาคือกลุ่มคนที่ถูกทิ้งไปตาม
กาลเวลายุคสมัย ส่วนโอรสเล่อก็เป็นผู้ได้รับ
การสนับสนุนตามกาลยุคสมัยเช่นกัน ดังนั้น
หากเอาโอรสเล่อมาเปรียบกับพวกเขา โอรส
เล่อก็เสมือนดั่งคนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติ
เพียบพร้อมอนาคตไร้สิ้นสุด ส่วนพวกเขาก็
เป็นดั่งคนตกยุคไร้ซึ่งอนาคต
เนื่องจากโอรสเล่อแสดงความเป็น
ปฏิปักษ์ต่อฝั่ายตรงข้าม ดังนั้น อู่ อวี้ จำต้อง
ใส่ใจเป็นพิเศษ ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลชั้นที่ 4 ถือเป็นสถานที่พิเศษที่นำมาซึ่ง
ปัญหาบางประการ ต่อให้อยากหลบหนีก็คง
ไม่สามารถทำได้ หากต่อสู้บนพื้นดินก็หนัก
หนาสาหัสสากรรจ์ไม่เบา ด้วยพลังฝีมือของ
อีกฝั่ายอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 6 ทั้งคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรมา
ช้านาน หากทั้งสี่ร่วมมือกันแล้วเกิดการต่อสู้
ห้ำหั่นขึ้น นี่ต้องเป็นการปะทะที่รุนแรงถึงขั้น
เป็นตายอย่างแน่นอน
อู่ อวี้ เห็นชายผู้หนึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ราว
กับมนุษย์หมี ศีรษะล้าน ใบหน้าคมคาย ให้
ความรู้สึกหยาบกระด้างดุดัน มวลกล้ามเนื้อ
หนาแน่นดูกำยำแข็งแกร่ง หากมองไกล ๆ ดู
คล้ายกับหมียักษ์ก็ไม่ปาน ยิ่งมายืนเคียงข้าง
กับพระธิดาหยินทำให้นางดูราวกับตุ๊กตายังไง
อย่างนั้น ฝั่ามือของมันมีขนาดใหญ่โตเรียกได้
ว่าสามารถบีบศีรษะมนุษย์ให้แหลกเหลวคา
มือได้เลยทีเดียว ทุกก้าวย่างของมันทำให้
พื้นดินสั่นสะเทือน
” นี่คือราชอารักษ์หยิน นามว่า ‘สงจ่าน
(หมีสะบั้น)’ มันคือคนจาก ‘เผ่าอสูรคลั่ง’ ซึ่ง
ถือเป็นตระกูลเล็ก ๆ ภายในอาณาจักร
โบราณที่ดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน ร่ำลือกัน
ว่ามันมีสายโลหิตเก่าแก่ของปีศาจชั้นสูงชนิด
หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นเพียงเผ่าพันธุ์เล็ก ๆ แต่
พวกมันก็ถือเป็นตระกูลที่ทรงพลังมาก ด้วย
เหตุนี้มันถึงได้รับแต่งตั้งเป็นราชอารักษ์หยิน
”
ภาพลักษณ์ของพระธิดาหยินเป็นสตรี
อ่อนหวานนุ่มนวล ส่วนราชอารักษ์ของนางมี
รูปร่างใหญ่โตดุดันหยาบกร้าน เรียกได้ว่าทั้ง
สองแตกต่างกันราวฟั้ากับเหว
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็สังเกตเห็นอีกคนหนึ่ง
คนผู้นี้เป็นชายวัยกลางคนมีภาพลักษณ์เฉก
เช่นปราชญ์บัณฑิต สวมใส่ชุดคลุมยาวปัก
ลวดลายสว่างไสว ยืนอยู่ข้าง ๆ พระธิดาห
ยิน ในมือถือจะพัดจีบ บนตัวพัดมีรูปของ
ขุนเขาธาราประทับอยู่ ซึ่งแตกต่างจากภาพ
สาวงามของ หนานซาน หวางเยว่ ให้
ความรู้สึกสงบเงียบ ราวกับบัณฑิตผู้มีเกียรติ
นับว่าดูดีอยู่ไม่น้อย
“นี่คือบุตรชายคนโตของเจียงกั๋วกงนามว่า
เจียงเหวินยวี่ เป็นราชบุตรเขยหรือเรียกง่าย
ๆ สหายเต๋าเคียงคู่ของนางนั่นแหละ”
เมื่อ อู่ อวี้ มองดูอย่างละเอียดก็พบว่า
เจียงเหวินยวี่ผู้นี้ ดูไม่เหมือนเป็นคนรักหรือ
สหายเต่าเคียงคู่ของพระธิดาหยินเลย พวก
เขาทั้งสองดูไม่เหมือนคนที่ผูกพันรักใคร่กัน
แม้แต่น้อย แล้วก็ไม่เหมือนคนที่มีศักดิ์ฐานะ
เท่าเทียม แต่เป็นเพียงแค่ผู้สนับสนุนเท่านั้น
ความสัมพันธ์ของเจียงเหวินยวี่กับพระธิดาห
ยิน เป็นเสมือนดั่งสงจ่านที่มีหน้าที่คอยอุ้มชู
พิทักษ์ปกปั้องนาง
ส่วนอีกผู้หนึ่งรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับ
เจียงเหวินยวี่ แต่ชายผู้นี้มีผมเผ้า
กระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ยุ่ง
เหยิงยับย่นในมือถือไหสุรา เดินโซซัดโซเซ
โอนเอนไม่มั่นคง ใบหน้าแสดงรอยยิ้มแปลก
ๆ แฝงด้วยเลศนัย เสื้อแหวกตั้งแต่หน้าอก
จนถึงท้อง ทำให้ดูเหมือนพวกเสเพล แต่ด้วย
อายุอานามที่มากโข รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดู
สกปรกมอซอ อู่ อวี้ จึงมิได้ประเมินค่ามันไว้
สูงเท่าใดนัก
” นี่คือบุตรชายคนที่สองของเจียงกั๋วกง
นามว่า เจียงหวู่โจ้ว มันติดตามพระธิดาหยิน
มาหลายสิบปีแล้ว ชายผู้นี้มีพลังฝีมือ
แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ด้วยระดับฝีมือของแต่
ละคนล้วนสามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 7 ได้อย่าง
แน่นอน แต่กลับยังอยู่หลังท้ายที่ชั้นที่ 4 นี่
หมายความว่ากระไร!? ”
การที่กลุ่มของโอรสเล่อต้องมาพบเจอกับ
พวกมันนับว่าโชคร้ายไม่น้อย
เจียงกั๋วกงเป็นผู้มีอำนาจบารมีใน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ถึงแม้มันจะมี
โอกาสที่จะกลายเป็นเซียนอมตะ แต่อายุขัย
ของมันก็เป็นเสมือนไม้ใกล้ฝังเต็มที เหลือ
เวลาน้อยกว่า 30 ปีมันก็จะสิ้นอายุขัยแล้ว
ส่วนผู้ที่จะได้รับสืบทอดเป็นคนต่อไปก็น่าจะ
เป็นเจียงเหวินยวี่
โอรสเล่อมองพระธิดาหยินแล้วพูดว่า ”
กล่าวตามตรงไม่ว่าจะเป็นราชอารักษ์หรือ
น้องชายของราชบุตรเขยล้วนเป็นคนรักของ
นาง! สตรีผู้นี้ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต เจ้าระวัง
ตัวด้วยล่ะอย่าไปมองหน้ากันตรง ๆ ข้าไม่
อยากให้นางตามพวกเราไปตลอดทาง ”
โอรสเล่อเตือน
“คนรักทั้งหมด!?” เมื่อได้ยินเรื่องนี้ อู่ อวี้
ก็ถึงกลับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทั้ง
สหายเต๋าเคียงคู่, ราชอารักษ์, น้องชายของ
สหายเต๋าเคียงคู่, พระธิดาหยินสามารถทำให้
ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบมันช่างเป็นเรื่อง
ที่น่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะขึ้นชื่อว่าเป็นราช
บุตรเขยอย่างเจียงเหวินยวี่ ไฉนถึงทานทนได้
มันช่างมีจิตใจกว้างขวางน่าชื่นชมเสียนี่
กระไร หรือเป็นเพราะพระธิดาหยินโปรด
ปราน เจียงเหวินยวี่ เป็นพิเศษ เลยแต่งตั้งให้
เป็นสวามีในนาม นอกจากนั้นไม่มีอะไร เพียง
แค่เป็นคนภักดีซื่อสัตย์เท่านั้น
เมื่อรู้เรื่องความสัมพันธ์ทั้งหมด เขาก็ถึง
บางอ้อไม่น่แปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงมี
ผู้ติดตามน้อยนัก เขาจำได้ว่าพระธิดาอิงมี
ราชอารักษ์เป็นผู้หญิง สองคนนั้นมี
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากส่วนสวามีของ
นางก็แยกไว้อีกส่วนหนึ่ง แต่ก็อย่างว่า
ราชวงศ์เหยียนหวงมีโอรสพระธิดาอยู่เป็น
จำนวนมาก มันก็คงจะมีบางส่วนที่อาจดู
แปลก ๆ ไปบ้าง
ชั่วพริบตาสายตาของคนทั้งสี่ก็มองมาที่ อู่
อวี้ เป็นตาเดียว อันที่จริงคนทั้งสี่ก็มองพวก
เขามาตั้งแต่ไกล ๆ แล้ว พอพวกมันเข้ามา
ใกล้ก็ยิ่งจ้องมองเขามากขึ้น หลังจากนั้นคน
ทั้งสี่ต่างก็มองหน้ากัน แล้วแสดงท่าทางภูมิ
ฐานสีหน้าหนักอึ้ง จากนั้นพระธิดาหยินก็จ้อง
มองโอรสเล่อแล้วว่า ” น้องชายเจ้าขึ้นสู่
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
”
โอรสเล่อพูดด้วยรอยยิ้ม ” นานแล้วขอรับ
อาจเป็นเพราะท่านพี่หยินไม่ได้สนใจข้ามาก
นักเลยไม่ได้ทันสังเกต ”
โอรสเล่อต้องพูดคุยกับนางชนิดที่ว่าไม่ให้
ตนเองเสียเปรียบ
หลังจากฟังคำตอบของโอรสเล่อนางก็ยิ้ม
แล้วพูดว่า ” ข้าไม่ได้คิดว่าน้องชายตัวน้อย
ของข้าจะกล้าโปั้ปด เป็นเด็กเป็นเล็กหัดพูด
ปดแล้ว พี่สาวผู้นี้รู้นะว่าเจ้าสามารถทะลวง
ฝั่าหลายระดับขั้นได้นั้น เป็นเพราะเจ้าไปฟัง
เทศนาเต๋าที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณมา
ใช่หรือไม่? แต่เจ้ากลับกล้าพาคนนอกไปฟัง
เทศนาเต๋าด้วย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพี่น้องทุกคนล้วน
ใฝั่ฝันอยากจะไปที่นั่น? การกระทำที่ไม่น่ารัก
เอาเสียเลย เจ้าว่าเช่นนั้นไหม? ”
พระธิดาหยินทอดสายตาชมดชม้อยไปที่
เจียงเหวินยวี่ หลังจากนั้นก็เอามือไปคล้อง
แขนมันราวกับเป็นสาวน้อยตัวเล็ก ๆ
เจียงเหวินยวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
” โอรสเล่อควรพานางไปที่ตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ เพราะนางเองอยากจะไปที่
นั่นเช่นกัน ที่นั่นสำคัญสำหรับนางมาก ”
หลังจากได้เห็นความก้าวหน้าของโอรส
เล่อ พวกมันก็ตัดสินใจทันที
แต่เรื่องเช่นนี้ใครจะยอมกันเล่า โอรสเล่อ
ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ท่านไปก็เปล่า
ประโยชน์ โอรสยวี่ได้บอกเอาไว้ว่าคำเทศนา
เต๋าจะเกิดผลกับผู้ที่อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะเท่านั้น ผู้ที่อยู่เหนือระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขึ้นไป จะไม่มีผลอันใด ”
บางทีเรื่องนี้พระธิดาหยินก็อาจจะคาดเดา
ไว้แล้ว แต่นางก็ยังแสดงท่าทีผิดหวังเสียเต็ม
ประดา หลังจากนั้นนางก็หันไปมองราช
อารักษ์หยิน ทำน้ำเสียงจวนเจียนจะร้องไห้
กล่าวว่า ” แต่ข้าอยากเห็นที่นั่นนี่นา ”
สงจ่านสูดลมหายใจเข้าจนหน้าอกสั่น
กระเพื่อม ท่าทางดูราวกับอสูรยักษ์ อู่ อวี้
สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามราวกับว่าโทสะของอีก
ฝั่ายจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ภาพที่ปรากฏบน
คันฉ่องบานที่ 4 ภายในลานเมฆาสวรรค์
เพลิงวายุไม่ได้เปลี่ยนมานานหลายกว่า
สามสิบลมหายใจแล้ว
“จักรพรรดิโบราณ ต้องให้เราเห็นเรื่องที่
เกิดขึ้นระหว่างโอรสเล่อกับพระธิดาหยิน
ทั้งหมดเลยแค่นั้นหรือ? ” เวลานี้ดวงตาทุกคู่
จับจ้องมองไปบนคันฉ่อง ทำให้ทุกคนได้เห็น
สิ่งที่เกิดขึ้นกับโอรสเล่อและ อู่ อวี้