กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1075: เสแสรงเยาววัย
” สถานการณ์ในตอนนี้เป็นเช่นใดกันแน่?
โอรสเล่อกับพระธิดาองค์ที่ 9 กำลังพูดคุย
อะไรกันอยู่?”
คนหนุ่มสาวที่อยู่ข้างนอก ทั้งยังมีชน
ชั้นสูงจากขั้วอำนาจอีกหลายกองกำลังต่าง
สังเกตเห็นว่าภาพบนคันฉ่องบานที่ 4 ไม่ได้
เปลี่ยนไปยังตำแหน่งอื่นนานแล้ว
ในระหว่างนั้นภาพบนคันฉ่องบานอื่น ๆ
เปลี่ยนแปลงไปแล้วหลายครั้ง
สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างแปลก
ประหลาด ผู้คนต่างพูดคุยวิเคราะห์วิจารณ์
ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขัน
จวบจนถึงปัจจุบัน นอกจากภาพการปรากฏ
ตัวของไข่มุกทองคำเหยียนหวง ภาพฉากการ
เคลื่อนไหวก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมานานแล้ว
กล่าวได้ว่าเวลานี้ผู้คนชาวเหยียนหวง ,
ราชวงศ์ , มหาอุปราช , ลุงปั้าน้าอา , เหล่า
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคน และคนอื่น ๆ ต่าง
เต็มไปด้วยข้อกังขาสงสัย
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ๆ ว่าจะสงสัยมาก
เพียงใด ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรผู้ฝึกตนสำคัญ
บนดินโบราณเหยียนหวง โดยไม่ต้องคำนึงถึง
ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ นอกจากนี้ยังมี
ปีศาจ และปีศาจสมุทรจากอาณาเขตสมุทร
ขนาดใหญ่ ตัวตนระดับนายเหนือหัวผู้กุม
อำนาจสูงสุด ต่างให้ความสนใจกับ
สถานการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในยาม
นี้ ทั้งหมดต่างพูดคุยสนทนากันด้วยอาการ
หน้านิ่วคิ้วขมวด
เมื่อลั่วผินเห็น อู่ อวี้ ดวงตาของนางเปล่ง
ประกายสว่างเจิดจ้าขึ้นทันที แต่จาก
ประสบการณ์ของลั่วผิน เมื่อประเมินจาก
ท่าทีของกลุ่มพระธิดาหยิน คาดว่าพวกเขา
ทั้ง 4 คงไม่ได้สนทนาทักทายเฉย ๆ กันเป็น
แน่
” ต้องเจอกับฝั่ายตรงข้ามเช่นนี้ ท่าจะไม่ดี
แล้ว ” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์กล่าว
“ท่านคิดเช่นนั้นหรือ? ” ลั่วผินชักไม่พอใจ
” ถ้าเขาคิดจะหลบหนีเพียงลำพังก็ย่อม
ทำได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาคงไม่กระทำเช่นนั้น
เพราะเป็นห่วงผู้ติดตามทั้งสอง แต่ถ้าทั้งสอง
ฝั่ายเจอหน้ากันจริง ๆ ล่ะก็ คาดว่างานนี้
พวกเขาได้อับอายขายขี้หน้าเป็นแน่ ”
ลั่วผินหันไปมองมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์
แล้วนางก็หันกลับมามองภาพเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นบนคันฉ่องต่อ มังกรมารเขาโลหิตที่อยู่
ถัดออกไปหันไปมองมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์
แล้วก็กระซิบเตือนให้มันสงบปากสงบคำไว้
บ้าง มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ส่ายศีรษะแล้วยิ้ม
มุมปากด้วยท่าทีเหยียดหยามดูถูก
นอกจากนี้หวงจุน , มหาราชาปีศาจแห่ง
ความตาย , จอมจักรพรรดิหมิงไห่ ,
จักรพรรดิกระบี่ดาราสวรรค์ ฯลฯ ที่อยู่
ภายในนครเทวะยังคงจับตามองเฝั้า
เหตุการณ์อย่างลึกล้ำ พวกมันรู้ว่าหลังจากนี้
จะต้องมีการต่อสู้ที่ดุเดือดเกิดขึ้นแน่ ๆ
ภายในเจดีย์วิญญาณเซียนบรรพกาลมีภาพ
เหตุการณ์ยอดเยี่ยมมากมาย แต่จักรพรรดิ
โบราณกลับหยุดภาพอยู่ที่สองคนนี้ ทุก
สายตาจับจ้องมาที่คันฉ่องบานที่ 4 เป็น
ตาเดียว จักรพรรดิโบราณต้องการอะไรกัน
แน่ ?
กล่าวได้ว่าเวลานี้ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ภายใน
เจดีย์ได้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั่วทั้งชมพู
ทวีปโลกธาตุไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งยังไม่รู้
ว่าคนด้านนอกกำลังห่วงกังวลกับสถานการณ์
ที่เขากำลังเผชิญอยู่มากเพียงใด
ดังนั้นสิ่งที่สมควรทำมากที่สุด คือเฝั้าดู
ต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ส่วนสถานการณ์ด้านในตอนนี้ พระธิดาห
ยินต้องการให้โอรสเล่อหาพวกนางไปที่
ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ นางไม่เชื่อในสิ่ง
ที่โอรสกล่าว ฉะนั้นคำพูดของเขาจึงไม่มีผล
ใด ๆ กับนางทั้งสิ้น
โอรสเล่อส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ท่าน
พี่หยิน หม่อมฉันต้องขออภัยจริง ๆ พวกเรา
อุตส่าห์มาถึงเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 4
แล้วจะให้หม่อมฉันย้อนกลับไปชั้นที่ 2 อีกได้
อย่างไร สภาพของเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ปันปั่วนไม่แน่นอนเช่นนี้ ต่อให้เราย้อนกลับ
ไป อาจไม่พบตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
แล้วก็ได้ ”
เมื่อได้ยินที่เขากล่าว พระธิดาหยินก็หันมา
มองชายทั้งสามคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวนาง แล้วก็
พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจว่า ” มันไม่ใช่เรื่อง
ใหญ่นี่นา เจ้ามีน้ำใจพาเราไปได้ พวกเราก็จะ
พาเจ้ากลับมาที่นี่ได้เช่นกัน ”
เจียงเหวินยวี่กล่าวว่า ” โอรสเล่อท่าน
ควรฟังคำพูดของพี่สาวหยินของท่านจะ
ดีกว่า พวกเราสัญญาว่าจะพาท่านกลับมายัง
ชั้นที่ 4 เช่นเดิม หลังจากพาพวกเราไปที่
ตำหนักเขาจักรพรรดิโบราณ ”
เจียงหวู่โจ้วที่กำลังยืนกอดหน้าอก พูด
ด้วยรอยยิ้มเย็นว่า ” หรือเป็นเพราะ หลังจาก
โอรสเล่อได้รับประโยชน์จากตำหนักเต๋า
จักรพรรดิโบราณ ทำให้พลังฝีมือของ
พระองค์กับพรรคพวกเพิ่มขึ้น จนพอที่จะมี
ลุ้นกับการแข่งขันนี้บ้างแล้วสินะ ดังนั้นเวลา
นี้เลยไม่อยากให้พี่น้องคนอื่น ๆ ได้รับโชค
วาสนาเช่นเดียวกัน ความรู้สึกของพระองค์
กระหม่อมเข้าใจดี ”
แล้วราชอารักษ์หยินสงจ่านก็กล่าวสมทบ
ขึ้นว่า ” ถ้าไม่ยอมพาพี่สาวไป แสดงว่า
พระโอรสเล่อเห็นแก่ตัวเป็นอย่างมาก ไม่นึก
ถึงสายสัมพันธ์พี่น้องเลยแม้แต่น้อย ถ้า
เช่นนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพหรือ
พูดจากันดี ๆ อีกต่อไป พาพวกเขาไปชั้น 2
ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย ถ้าโอรสเล่อรู้จักโอน
อ่อนผ่อนปรนดูทิศทางลมบ้าง พระโอรสก็จะ
ไม่ต้องอับอาย ”
พระธิดาหยิน ยิ้มหวานแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า ”
พวกเจ้าทั้ง 3 อย่าทำเช่นนี้ เขาเป็นน้องชาย
สุดที่รักของข้าเชียวนะ เราจะหยาบคายไร้
มารยาทกับเขาได้อย่างไร ข้าคิดว่าอย่างไร
เสียน้องชายของข้าจะต้องยินดีพาพี่สาว
อย่างข้าไปแน่นอน ”
พอ อู่ อวี้ เห็นพวกมันกำลังเล่นละคร
จำอวดกันยกใหญ่ เขาก็ยิ้มแล้วเดินนำโอรส
เล่อขึ้นไป พร้อมกับกล่าวว่า ” พวกเราไม่ใช่
เด็กน้อย 3 ขวบ ที่จะมานั่งคอยดูคนทั้ง 4
เล่นละครจำอวดหลอกเด็กกันอยู่ได้ พอเรา
มาถึงชั้นที่ 4 ได้ไม่นานพวกท่านทั้ง 4 ก็
ปรากฏตัวขึ้น เห็นได้ชัดว่าพวกท่านดักรอพบ
โอรสเล่ออยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดก็เพราะตั้งใจ
สยบปราบปรามเรา ประการแรกเพื่ออวดเบ่ง
อำนาจบารมีของตนเอง ประการที่สองพวก
ท่านต้องการสอนบทเรียนให้กับน้องชายที่ตน
คิดว่าไม่รู้ประสีประสาอันใด และต้องการแย่ง
ชิงความโดดเด่นของเขา? หากท่านไม่ล่วงรู้
ว่าเราเคยไปที่ตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
กระนั้นพวกท่านก็ยังหาเรื่องอื่นมายั่วยุเราอยู่
ดี ยิ่งคำพูดของเจียงหวู่โจ้วกับราชอารักษ์ห
ยิน ไม่ว่าจะไตร่ตรองกี่ตลบมันก็เป็นการข่มขู่
ชัด ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุใดพระธิดาหยินจึง
ไม่แสดงออกมาตรง ๆ เลยเล่า? หม่อมฉันขอ
กล่าวตามตรงท่าทางสะดีดสะดิ้งแอ๊บแบ๊
วเยี่ยงนั้น ช่างไม่เหมาะสมกับอายุอานาม
ของพระองค์เอาเสียเลย! ”
คำพูดของ อู่ อวี้ ที่สวนกลับไปนับว่า
รุนแรงดุเดือดจริง ๆ ราวกับว่าเขาเตะอัด
กระแทกเข้าใส่ครึ่งปากครึ่งจมูกของ
พระธิดาหยินเข้าอย่างจังเลยก็ว่าได้ ยิ่ง
ประโยคสุดท้ายคำว่า ‘อายุอานามของท่าน’
มันทำให้นางเจ็บจี๊ดที่กระดองใจอย่างที่สุด
พอได้เห็นพระธิดาหยินเขาก็รู้ทันทีว่า
อายุของนางนั้นหงำเหงือกเพียงใด แต่นางยัง
ทำเป็นแอ๊บแบ๊วสวมใส่อาภรณ์สีอ่อนหวาน
ราวกับตนเองเป็นองค์หญิงน้อย เมื่อได้ยิน
คำพูดตอกกลับเช่นนี้คนทั้ง 3 ถึงกับผงะ
เพราะคำพูดต้องห้ามเหล่านี้อยู่ในใจของพวก
มันแต่ไม่อาจเปิดเผยออกมาได้ อายุอานาม
ของนางในตอนนี้ก็ปาเข้าไป 400 ปีแล้ว ถ้า
เทียบกับมนุษย์ก็จัดว่าเป็นหญิงวัยกลางคน
อายุราว ๆ 40 ปี ทว่าสิ่งที่นางปรารถนา
อย่างที่สุดก็คือหยุดอายุและความอ่อนเยาว์ไว้
ที่ 20 ปีเท่านั้น
ตัวอย่างเช่นอายุการฝึกฝนบำเพ็ญตนของ
อู่ อวี้ และ พลพรรคในปัจจุบัน เทียบได้กับ
อายุของมนุษย์เพียงแค่ 5 ขวบปีเท่านั้น ซึ่ง
นับได้ว่าอนาคตของเขานั้นอีกยาวไกลไร้
สิ้นสุด
ประโยคนี้เหมือนกับการจุดชนวนระเบิด
อารมณ์ของพระธิดาหยินอย่างแท้จริง
เหตุผลที่ อู่ อวี้ ทำเช่นนี้ ก็เพราะเขารู้
สถานการณ์ของวันนี้เป็นอย่างดี โอรสเล่อ
จะต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนลำบากใจเพราะ
ตนเองต้องถูกบังคับกดขี่อยู่เช่นนี้ แน่นอนว่า
พวกเขาจะไม่ยอมแพ้ อันที่จริงแล้วพวกเขา
สามารถยุติทุกอย่างได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้อง
โต้เถียงไปให้เสียเวลากันเปล่า ๆ
อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังรู้ว่าการรับมือกับคนทั้ง 4
ทีเดียวพร้อมกันนั้นค่อนข้างยากลำบาก
อาจจะคนละเรื่องจากตอนที่เขาต่อสู้กับหลิง
ฮั่นเลยก็ว่าได้ แต่ก็ถือว่าเป็นความท้าทาย
สำหรับเขามากเช่นกัน เป็นการท้าทาย
ข้อจำกัดของตนเอง ทุกครั้งที่ต่อสู้ข้อ
ได้เปรียบพื้นฐานของเขาล้วนมาจาก กายา
เพชรอมตะ อีกท่งร่างกายเขาก็บังเกิดความ
ปรารถนาที่จะต่อสู้อย่างไร้สิ้นสุดเสมอ ต่อให้
อีกฝั่ายจะรับมือได้ยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
ต่อให้มันเป็นพยัคฆ์ร้ายแสนเหี้ยมโหดอำมหิต
เขาก็แค่พุ่งทะยานเข้าไปต่อสู้ประหัตประหาร
กลับกับมันอย่างดุเดือด
ฉะนั้น อู่ อวี้ พร้อมแล้ว
หลังจากพูดจบเต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดารา
พลันปรากฏออกมา พร้อมก่อรูปวงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ ห่อหุ้มกลุ่มคนทั้ง 4 ของโอรส
เล่อไว้ หลังจากเห็นทุกอย่างเรียบร้อยทันใด
นั้น อู่ อวี้ ก็เตะวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์กลิ้ง
กระเด็นบนทุ่งหญ้าห่างไกลออกไป แล้ว
ตั๊กแตนจันทราสีเงินก็ติดตามวงเวทเจ็ดดารา
พิทักษ์ไป เพื่อพิทักษ์ปกปั้องพวกเขาอีกแรง
การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น พลังฝีมือของ
โอรสเล่อกับพรรคพวกไม่อาจมีส่วนร่วมได้
ซึ่งการแก้ปัญหาของ อู่ อวี้ นั้นเรียบง่ายมาก
ด้วยการพาพวกเขาออกห่างจากอาณาเขต
การต่อสู้ก็สิ้นเรื่อง ส่วนคนที่ปักหลักต่อสู้กับ
คนทั้ง 4 ที่นี่ก็มีตัวเขา , ร่างกลืนสวรรค์ ,
หิ่งห้อยมายา , หนานซาน หวางเยว่ และ เย่
ซีซี เรียกได้ว่ากำลังรบแทบจะไม่พอจะ
จัดการคนทั้ง 4 แต่ก็ถือว่าเป็นการท้าทาย
ความสามารถของพวกเขาเช่นกัน คราวนี้จะ
ได้รู้เสียทีว่าอีกฝั่ายมีฝีมือดีร้ายประการใด
เมื่อได้ยินคำพูดแสนระคายหูเยี่ยงนี้ กล่าว
ได้ว่าพระธิดาหยินมันช่างซวยบัดซบจริง ๆ
เพราะโดยปกติแล้ว อู่ อวี้ จะไม่ค่อยว่ากล่าว
หรือพูดจาหยาบคายกับผู้ใดนัก ยามนี้
พระธิดาหยินโกรธจนตัวสั่น บุรุษทั้งสามก็อึ้ง
จนทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว อู่ อวี้ บอกว่า
นางแอ๊บแบ๊ว คำพูดนี้เหมือนเอามีดมาถลก
หนังนางก็ไม่ปาน
” กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน
เดี๋ยวนี้! “ พระธิดาหยินกรีดร้องบอกให้ทั้ง 3
สังหารเขา เวลานี้นางโมโหจนตัวสั่นดวงตา
แดงก่ำเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะจับจ้อง
ไปที่ อู่ อวี้ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาเสีย
ให้ได้
เวลานี้นางโมโหมากจริง ๆ จากมุมมอง
ของชายทั้งสามพวกมันต่างรู้สึกราวกับว่า อู่
อวี้ ไปสังหารมารดาของมัน
เจียงเหวินยวี่กล่าวว่า ” บัดซบสิ้นดี เจ้า
บังอาจพูดจาสุนัข ๆ ใส่ร้ายพระธิดาเยี่ยงนี้
เชียวหรือ ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก! ”
เจียงหวู่โจ้ว กล่าวเย้ยหยันกลับไปว่า”
อย่าไปคุยให้สุนัขมันเลียปากเปล่า ๆ เลย
ทางที่ดีให้ข้าส่งมันลงนรกเสียดีกว่า ไม่สิ…มัน
ง่ายเกินไป เปลี่ยนเป็นข้าจะทรมานเจ้าจน
ต้องร้องอ้อนวอนขอให้ข้าสังหารเจ้าซะ ”
” ให้ข้าเอง! ” ราชอารักษ์หยินทุบหน้าอก
ตนเองราวกับพายุ เพียงเสียงกรีดร้องคำราม
ของมันก็มากพอที่จะทำให้โลกหล้าต้อง
สั่นสะเทือน ความเกรี้ยวกราดของมันสะกด
ข่มสองพี่น้อง เจียงเหวินยวี่ , เจียงหวู่โจ้ว ได้
อย่างราบคาบ แต่ละก้าวของมันทำให้ผู้คนที่
เหยียบยืนอยู่บนผืนปฐพีต้องสั่นสะเทือนตาม
แรงก้าวเดิน โดยมุ่งเปั้าตรงดิ่งที่ไปหา อู่ อวี้
มาดหมายสยบเขาให้ราบคาบ ผู้คนที่เฝั้ามอง
เหตุการณ์อยู่อดรู้สึกสงสารเป็นไม่ได้ ภาพนี้
ไม่ต่างจากกระต่ายตัวน้อยผู้น่าสงสารกับหมี
ยักษ์ผู้หิวโหยอย่างไรอย่างนั้น
” เหตุใดเขาถึงต้องทำให้พระธิดาหยิน
โกรธขนาดนั้นด้วย นี่มันเป็นการรนหาที่ตาย
ชัด ๆ เลยนะ! ข้ารู้ว่าตอนนี้มพลังฝีมือของ
เขาสูงส่งขึ้นมาก แต่ถึงขนาดรับมือกับ 4 คน
นี้มัน … ” ไปั๋หลี่ จุยหุน มองดูอยู่ห่าง ๆ กรีด
ร้องขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ
” หุบปาก! เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ พูด
อย่างนั้นหรือ การที่เขาต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อ
เบี่ยงเบนความสนใจของฝั่ายตรงข้าม ให้มุ่ง
เปั้ามาที่เขาแทนจะได้เลิกสนใจพวกเรา เขา
ถึงต้องทำให้อีกฝั่ายโกรธเช่นนี้ไงเล่า ” ชวี่
ห้าวเหยียนตวาดใส่ไปั๋หลี่จุยหุน เขาเข้าใจ
เหตุผลทำไม อู่ อวี้ ถึงต้องทำเช่นนี้ นั่นเพราะ
โอรสเล่อได้มาเจอกับศัตรูเข้าอย่างจัง อีกทั้ง
ทางฝังพระธิดาหยินยังได้เปรียบอย่างมาก
ดังนั้นไม่มีทางที่นางจะปล่อยโอกาสดี ๆ
เช่นนี้หลุดลอยไปแน่
โอรสเล่อถูกปกปั้องจากคนเหล่านี้ โดย
การให้อยู่ในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ สายตา
ของเขาเปล่งประกายขณะ อู่ อวี้ และพรรค
พวกต่อสู้รับมือกับฝั่ายตรงข้ามที่มีกันอยู่ถึง 4
คน
ภาพที่เขาเห็นในตอนนี้ คนที่อยู่ด้านนอก
ก็กำลังเห็นอยู่เช่นกัน
” ดูเหมือนราชอารักษ์เล่อจะพูดจา
ล่วงเกินพระธิดาหยิน ”
” ไม่รู้ว่าราชอารักษ์เล่อกล่าวสิ่งใดออกไป
นางถึงได้โกรธเคืองจนยากจะให้อภัยเยี่ยงนี้?
ดูสิ…นางกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเชียว ”
” ข้าเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาพูดอันใด ”
” แต่ก็นะ… นี่ถือเป็นโอกาสดี ๆ ที่จะได้
รับชมการต่อสู้ ดูท่าทางเกรี้ยวกราดจนควัน
ออกหูของพระธิดาหยิน พวกท่านคิดว่า อู่
อวี้ จะตายหรือไม่? ”
” สิ่งที่ควรพิจารณา คือต้องดูว่าหลังจาก
ที่นางสังหาร อู่ อวี้ จนตกตายไปแล้ว
พระธิดาหยินจะสังหารเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่
อย่างโอรสเล่อหรือไม่ โอกาสดี ๆ เช่นนี้
เรียกว่าหาได้ยากยิ่ง พระธิดาหยินโกรธมาก
ขนาดนี้ ถ้าไม่สังหาร อู่ อวี้ สิถึงจะแปลก ต่อ
ให้เขาเป็นราชอารักษ์ที่ถูกแต่งตั้งโดยราช
โองการก็ตาม”
” งานนี้ถ้าโอรสเล่อไม่ตายก็คงคางเหลือง
จนสูญเสียโอกาสแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียน
หวง อันที่จริงสำหรับโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ
ที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลล้วนเป็น
ศัตรูคู่แข่งตัวฉกาจทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าจักรพรรดิ
โบราณคิดเช่นไรถึงปล่อยให้ลูกตัวเองต้องมา
ฆ่าฟันห้ำหั่นกันเช่นนี้ แถมยังถูกเฝั้าดูจากคน
นอกอย่างพวกเราอีก … ”
” ข้าคิดว่าจักรพรรดิโบราณต้องการคนที่
ยอดเยี่ยมที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้ชนะถึง
จะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะดูแลปกครอง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงและชาวเหยียน
หวงได้ ”
” อยากรู้จริง ๆ ว่าผู้ใดจะประสบ
ความสำเร็จ เทียบกันแล้ว โอรสพระธิดาที่มี
อายุมากกว่าย่อมได้เปรียบ เช่น โอรสยวี่ ,
โอรสเซียว , พระธิดาซี , โอรสเฉวียน ฯลฯ ”
” ไม่จำเป็นต้องเดาให้ยุ่งยาก ใครจะชนะ
ใครจะตายก็ช่าง นอกจากชาวเหยียนหวง
หรือเหล่าราชวงศ์ ก็ยังมียอดฝีมืออีกมากมาย
บอกตามตรงตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ยังไม่เห็น
ชาวเหยียนคนใดได้เรื่องสักคน… ”
” ยังไงก็ต้องรอดูต่อไป อู่ อวี้ ส่งคนไป
เที่ยวปรโลกมาหลายคนแล้ว ข้าแน่ใจว่างาน
นี้ต้องสนุกแน่ ”
ในสายตาของผู้ที่เฝั้ามองบนทุ่งหญ้าราช
อารักษ์หยินค่อยก้าวเท้าทีละก้าวมุ่งไปหา อู่
อวี้ แล้วทันใดนั้นหนานซานหวางเยว่ก็พูดว่า
” ดูเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนั่นสิ เป็นเพราะ
มันสมองของมันไม่มีรอยหยักเลยคิดอะไร
ซับซ้อนมากไม่ได้ เข้ามาเล้ยไอ้หมีสมองขี้
เลื่อย! ท่านปูั่ผู้นี้กำลังรอเจ้าอยู่! ท่านปูั่ผู้นี้จะ
เป็นคนสอนว่าสตรีที่ดีนั้นเป็นเช่นไร! แต่
รสนิยมในสตรีเพศของเจ้ามันแปลกพิลึกพิลั่น
มากเกินไปรู้ไหม! ”
อู่ อวี้ อดที่จะยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินหนาน
ซานกล่าว ในใจก็แอบคิดว่าชายผู้นี้ยังกล้าไป
ว่ารสนิยมของผู้อื่นอีก ทั้งๆที่ตอนอยู่ในคุก
สมุทรวิญญาณ เขาพูดเองแท้ ๆ ว่าขอให้เป็น
เพศแม่เป็นพอ