กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 109
หากต้องการหลบหนีวิกฤตความตายนี้
จะต้องหลอกล่อให้อีกฝั่ายไว้วางใจเสียก่อน
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ได้คิดจะติดตามปีศาจวานรไป
จริงๆ
หากพวกปีศาจสามารถนำตัวพวกเขา ออกจาก
หุบเขาโชคชะตาเซียน แห่งนี้ไปได้ ความหวังที่จะ
ได้กลับไปยัง นิกายกระบี่สวรรค์ ก็คงสูญสลาย
หายไป
ในยามนี้ หลาน สุ่ยเยว่ กำลังหวาดกลัวว่าชีวิต
ของตนเองกำลังจะหาไม่
“ข้าทำได้แค่เพียงเดิมพันเท่านั้น!”
ภายในใจของ อู่ อวี้ ได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว เขาหัน
ไปขอบคุณปีศาจวานร จากนั้นก้าวเดินผ่าน หมี
ทมิฬ ที่แสดงสีหน้าไม่ค่อยเต็มใจนัก แล้วหยุดอยู่
เบื้องหน้า หลาน สุ่ยเยว่ ร่างกายของนางสั่นเทา
หดเข้าไปในมุมด้วยความหวาดกลัว เมื่อได้ยินว่า
อู่ อวี้ นั้นได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ ดังนั้นนางจึงไม่
หมดหวัง ทำให้นางฟืนคืนสติส่วนหนึ่งกลับคืนมา
บ้าง
” ข้าขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโส ที่มีบุตรชาย!”
ปีศาจฉลามกล่าวประจบประแจง
รัศมีทั่วบริเวณนี้ มีเพียงปีศาจวานรเพียงคนเดียว
เท่านั้น ที่แสดงสีหน้าปิติยินดีอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ฉวยโอกาส ระหว่างที่พวกเขาสองคนพูดคุย
สนทนากัน เดินไปอยู่เบื้องหน้า หลาน สุ่ยเยว่ เขา
กระพริบตาใส่นางหลายครั้ง เป็นสัญลักษณ์แทน
คำพูด แต่ปากของเขากลับพูดออกมาว่า ” ข้า
ปรารถนาที่จะออกจาก นิกายกระบี่สวรรค์ ต่อให้
ข้าหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ แต่ยังไงก็คงจะถูกพบเข้าสัก
วัน เนื่องจากภายในกายของข้ามีโลหิตของปีศาจ
ไหลเวียนอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่กระนั้นข้าจะไม่
ทำอันตรายอันใดแก่เจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่คิดจะติดตาม
ข้าไป พวกเขาก็จะสังหารเจ้าในทันที ”
ขณะที่กล่าว อู่ อวี้ ก็แบกร่างของ หลาน สุ่ยเยว่
ไว้บนไหล่ อย่างไรก็ตามนางยังคงแสดงสีหน้า
สับสน แต่ อู่ อวี้ เข้าใจเป็นอย่างดีว่า นางน่าจะ
เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดว่ามันหมายถึงอะไร
อู่ อวี้ ยกร่างของนางวางไว้บนบ่า ขาอยู่ด้านหน้า
ส่วนหัวอยู่ด้านหลัง อู่ อวี้ เดินรั้งท้ายขบวนปีศาจ
ดังนั้นเหล่าปีศาจจึงไม่สามารถมองเห็นแสดงออก
รวมถึงการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ หลาน สุ่ยเยว่
ได้
” ทุกท่านโปรดวางใจ สตรีนางนี้ทั้งขี้ขลาด และ
หวาดกลัวอย่างยิ่ง ว่าแต่ … พวกเราจะออกจาก
หุบเขาโชคชะตาเซียน เลยหรือไม่ ? ข้าเกรงว่าผู้
อาวุโสเซินถู จะมาตรวจสอบ ” อู่ อวี้ ทำตัว
กลมกลืนเข้ากับปีศาจได้อย่างรวดเร็ว
” เอาล่ะ … ไปกันเถอะ! ” สีหน้าของปีศาจวานรใน
ยามนี้ดูมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง หลังจากล่วงรู้
ตัวตนที่แท้จริงของ อู่ อวี้ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้อง
ปฏิเสธเขา
” เจ้าไม่ชอบนิกายกระบี่สวรรค์? ”
” แน่นอนอยู่แล้ว เป็นเพราะพวกเขารังเกียจ
เดียดฉันท์ในปีศาจ ถ้าพวกเขาล่วงรู้ว่าภายในกาย
ของข้า มีโลหิตปีศาจไหลเวียนอยู่ ไม่ช้าก็เร็วข้าคง
จะต้องมอดม้วย ข้าจึงคิดว่าปลีกตัวออกมาตั้งแต่
ตอนนี้เสียยังดีกว่า ” อู่ อวี้ กล่าว
ระหว่างเดินทางเขาได้พูดคุยกับปีศาจทั้ง 4 ตน
ขณะที่แบบร่างของ หลาน สุ่ยเยว่ ไปด้วย
ตำแหน่งการเดินในตอนนี้ ตัวเขา และ ปีศาจวานร
กำลังเดินนำหน้า
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุปสรรคที่อยู่เบื้องหน้า ทำ
ให้ อู่ อวี้ จำต้องเดินข้าลงมาสองสามก้าว เพื่อทำ
ให้ตัวได้เขาเดินรั้งท้าย
อู่ อวี้ พยายามให้พวกเขาผ่อนคลาย ด้วยการ
สนทนาพูดคุย แต่พวกปีศาจก็ยังคงระมัดระวังตัว
อู่ อวี้ จำต้องพยายามพูดคุยให้พวกปีศาจคิดว่าตัว
เขาเป็นหนึ่งในพวกมัน
ขณะเดียวกันนั้น
” ในยามนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรักษา
ชีวิตไว้ให้ได้! ”
ภายในดวงตาของ อู่ อวี้ ส่องประกายแสง
บางอย่าง เขาเลื่อนมือของตนเองเข้าไปในมุมอับ
หยิกต้นขาส่งสัญญาณให้กับ หลาน สุ่ยเยว่ นาง
สงบนิ่งไปเป็นเวลานาน เนื่องจากนางกำลังฟังบท
สนทนาระหว่างปีศาจ กับ อู่ อวี้ อยู่ นางจึงเข้าใจ
ความหมายของสัญญาณที่ อู่ อวี้ ส่งมา
ด้วยการส่งสัญญาณของเขา ทำให้ อู่ อวี้ สามารถ
คาดเดาได้ทันทีว่า สตรีผู้นี้ฉลาดหลักแหลม!
ในยามนี้ หลาน สุ่ยเยว่ ไม่ตะโกนโห่ร้อง หรือ
กระโตกกระตากแต่ประการใด เนื่องจากนางล่วงรู้
ว่าควรปฏิบัติตนเช่นไร
ข้าเข้าใจแล้ว!
ทันใดนั้น หลาน สุ่ยเยว่ ก็รีบหยิบ ‘ยันต์เพลิงแดง
ทะยานฟั้า’ ออกมาจากถุงจักรวาล จากนั้นนางก็
กระตุ้น จุดเพลิงแดงพุ่งทะยานสู่ท้องฟั้าอย่าง
รวดเร็ว!
“อ๊า!!!”
ท่ามกลางเพลิงที่ลุกโชติช่วง ปีศาจวานรกับปีศาจ
ทั้ง 3 ต่างหันหน้ากลับมามอง พากันตกตะลึงไป
ชั่วขณะ
อู่ อวี้ ร้องตะโกนขึ้น จากนั้นก็ปล่อยร่างของ
หลาน สุ่ยเยว่ กระแทกลงสู่ผื้น เขาแสดงออกด้วย
ท่าทางหดหู่ตื่นตระหนก จากนั้นก็กล่าวกับปีศาจ
วานรว่า ” ขะ … ข้าประมาทเกินไป ข้าคิดว่านาง
ขี้ขลาด และ หวาดกลัว เลยไม่ได้ระมัดระวังนาง ”
” เจ้า! ”
สีหน้าที่ปีศาจวานรแสดงออกในเวลานี้ ดูบ้าคลั่ง
อย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะรู้สึกชื่นชม อู่ อวี้ แต่ก็ไม่อาจ
รับฟังข้ออ้างที่เขากล่าวได้ ในตอนแรกที่ อู่ อวี้
ร้องอาสาแบกสตรีผู้นี้ ปีศาจวานรเห็นว่าไม่ใช่เรื่อง
สลักสำคัญอันใด จึงไม่ใส่ใจ และ ระมัดระวังตัว
เนื่องจากเห็นว่า หลาน สุ่ยเยว่ นั้นดูขี้ขลาดซ้ำยัง
รักตัวกลัวตาย เลยชะล่าใจ ไม่คิดว่านางจะ
หาญกล้าทำเช่นนี้ ปีศาจวานรจึงไม่คิดมากนัก
ภายใต้ความตื่นเต้นที่ได้เจอกับผู้สืบสายโลหิตของ
ตน เลยหลงลืมนำ ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า ออก
จากตัวนาง
ถึงแม้ว่าพวกปีศาจจะนำ ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า
ออกจากตัวของนาง แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงมีอยู่อีก 1
ชิ้น
“ข้าจะสังหารนาง!”
หมีทมิฬ แผดเสียงตะโกน จากนั้นก็รีบวิ่งไปหา
หลาน สุ่ยเยว่
เวลานี้ หลาน สุ่ยเยว่ ช่วย อู่ อวี้ ได้มาก เขาไม่
สามารถปล่อยให้นางต้องตกตายด้วยวิธีเช่นนี้
ถึงแม้เขายังคงประหลาดใจกับการกระทำของ
หลาน สุ่ยเยว่ แต่เขาก็ตะโกนใส่หมีทมิฬด้วยเสียง
ที่ดังลั่นขึ้นว่า ” เจ้าห้ามสังหารนางเด็ดขาด นาง
เป็นคนของข้า!”
เปรี๊ยะ !
ทันใดนั้นก็มีเส้นใยบาง ๆ พุ่งเข้ามาห่อรัดร่างกาย
ของ หลาน สุ่ยเยว่ เอาไว้
แม้ หลาน สุ่ยเยว่ จะอยู่ภายในถ้ำ แต่คันเบ็ดอสูร
ของอาวุโสเซินถู ก็ยังสามารถดึงร่างของนาง
ออกไปได้ เห็นได้ชัดว่า 4 ปีศาจต้องการที่จะจับตัว
หลาน สุ่ยเยว่ เพื่อที่จะกำจัดทิ้ง แต่มันก็สายเกินไป
เสียแล้ว
แน่นอนว่า หลังจากที่ท่านผู้อาวุโสเซินถู ได้รับ
สัญญาณการแจ้งเตือนแล้ว อู่ อวี้ ก็จะได้รับการ
ช่วยชีวิตอีกในไม่ช้า
“อู่ อวี้ เจ้า!”
อู่ อวี้ กำลังนึกถึงชะตากรรมของตนเอง และ มอง
ไปที่ร่างของ หลาน สุ่ยเยว่ ที่กำลังถูกคันเบ็ดอสูร
ลากตัวไป หลังจากที่ปีศาจวานรได้เห็นเหตุการณ์
ทั้งหมด เขาก็รู้เจตนาของ อู่ อวี้ และ หลาน สุ่ย
เยว่ ทันที นั่นก็คือเขายอมเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อ
ช่วยชีวิตนาง!
ในเวลานี้ ใบหน้าของนางดูซีดเซียวมากขึ้น
แต่ทันใดนั้น ในช่วงวินาทีสำคัญนั้นเอง อู่ อวี้ ยื่น
มือคว้าจับเส้นด้ายจากคันเบ็ดอสูรเอาไว้
ในยามนี้หากมีปีศาจวานรอยู่ข้างๆ แน่นอนว่า
อาวุโสเซินถู ไม่อาจพาพวกเขากลับไปได้ทั้งคู่
ความหวังเดียวของพวกเขาคือการขอกำลัง
สนับสนุนจาก ผู้อาวุโสเซินถู ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
จำเป็นต้องส่งสัญญาณ เพื่อให้ฝั่ายหนึ่งได้รับรู้และ
เข้ามาช่วยเขาได้ทัน
เขาใช้พลังอย่างเต็มที่ เพื่อดึงรั้งสายคันเบ็ดเอาไว้
เส้นใยบางเฉียบได้บาดลึกเข้าสู่เนื้อหนังของเขา
ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เขาไม่ได้ขมวดคิ้วแต่
ประการใด เหตุที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะว่าต้องการ
ให้ท่านผู้อาวุโสเซินถู ได้รับรู้ และ เข้าใจว่าที่นี่มี
ความผิดปกติเกิดขึ้น!
โดยปกติแล้วผู้ที่เข้ามาภายใน หุบเขาโชคชะตา
เซียน จะไม่มีใครที่กระตุ้น ยันต์เพลิงแดงทะยาน
ฟั้า และกระตุกเส้นด้ายขนาดนี้ เนื่องจากโดย
พื้นฐานแล้วย่อมไม่มีใครที่เต็มใจจะออกจาก
สถานที่แห่งนี้ !
ยิ่งกว่านั้นพลังอันเหลือล้นของ อู่ อวี้ เป็นสิ่งที่
บรรดาสาวกใน นิกายกระบี่สวรรค์ ล้วนแต่ไม่มี
ฉะนั้นอาวุโสเซินถู จะต้องสงสัยอย่างแน่นอน เมื่อ
ได้รับรู้สัญญาณดังกล่าว!
เนื่องจากพละกำลังมหาศาลเช่นนี้ อาวุโสเซินถู
จะต้องคิดว่า มีแค่ หมีทมิฬ ตัวเดียวเท่านั้น ที่จะมี
พละกำลังมหาศาลเช่นนี้
ในเวลานั้นเอง ปีศาจทมิฬซึ่งอยู่ใกล้เขาที่สุดก็เป็น
ผู้โชคดีตนแรก!
ฟึบ!
ในขณะที่ อู่ อวี้ ดึงกระตุกเส้นด้าย เส้นด้ายของ
อาวุโสเซินถู ก็บิดพันเป็นเกลียว ในเวลาเดียวกัน
นั้นเส้นด้ายบาง ๆ ที่พันรัด หมีทมิฬ ปีศาจจิ้งจอก
ปีศาจฉลาม ก็กระชับแน่นมากขึ้น
“อ๊ากกก!”
ปีศาจทั้ง 3 ที่ถูกคันเบ็ดอสูรฉุดลากรั้งไปต่างกรีด
ร้องออกมา เหลือทิ้งไว้เพียงปีศาจวานรผู้อยู่เบื้อง
หน้า ซึ่งกำลังแสดงสีหน้าอันเย็นยะเยือกออกมาถึง
ขีดสุด
การที่ อู่ อวี้ ดึงเส้นด้ายบาง ๆ นี้ ก็สามารถอธิบาย
ทุกอย่างได้
อย่างไรก็ตาม ปีศาจวานรยังคงสงสัยอยู่
“เพราะอะไร เจ้าเป็นสายโลหิตของข้า เหตุใดเจ้า
ถึงต้องทำเช่นนี้! ทำไมเจ้าถึงปรารถนาที่จะอยู่ใน
ดินแดนของมนุษย์ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นปีศาจ!”
สิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการคือการถ่วงเวลา
เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จึง
กล่าวออกไปว่า “ข้ารู้ … แต่นิกายกระบี่สวรรค์มี
บุญคุณกับข้า หากไม่ตอบแทน ข้าก็ยินดีที่จะตาย”
“เพราะเหตุนี้เจ้าถึงต้องทำให้ข้าตกอยู่ใน
สถานการณ์อันตรายด้วยงั้นรึ!”
ปีศาจวานรตะโกนขึ้นด้วยโทสะ ด้วยเพราะความ
โกรธร่างกายของมันจึงค่อย ๆ แปรเปลี่ยน
กลายเป็นมนุษย์วานร ร่างกายของมัน เรียกได้ว่า
แทบจะคล้ายคลึงกับ ร่างจำแรงเซียนวานร ของ อู่
อวี้ ที่ต่างออกไปคือปีศาจตนนี้มีขนปกคลุมเป็นสี
ดำ และ บนใบหน้าของมันยังมีฟันขนาดใหญ่ อีก
ทั้งยังดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ไม่น่าแปลกที่มันถูก
เรียกว่าปีศาจวานร
รูปลักษณ์ และ ขนาดของปีศาจไม่ใช่มาตรฐาน
ของความแข็งแกร่ง ถึงแม้ปีศาจวานรจะมีร่างกาย
ไม่ใหญ่นัก แต่มันกลับมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าหมี
ทมิฬหลายเท่านัก
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าปีศาจวานรนั้น ตีค่า
สายโลหิตของตนเองไว้สูงมาก เหตุที่เขาไม่สังหาร
อู่ อวี้ ก็เป็นเพราะเช่นนี้
อู่ อวี้ ตะโกนขึ้นเสียงดัง “ข้าไม่ใช่ศัตรูกับท่าน
เพียงหวังว่าท่านจะออกเดินทางในเร็ว ๆ นี้ หาก
ท่านออกเดินทางตอนนี้เลย ผู้อาวุโสเซินถู ก็ไม่
สามารถตามจับท่านได้”
“เจ้าจะไม่ติดตามข้าไปด้วยงั้นรึ?” ปีศาจวานรเอ่ย
ปากพูดพร้อมกับเขี้ยวยาวในปากของ มันยืดยาว
ออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว อีกทั้งยังมีหมอกโลหิต
ลอยคละคลุ้ง
“นิกายกระบี่สวรรค์ เองก็มีบุญคุณต่อข้า ข้า
ปรารถนาตอบแทนบุญคุณ ในภายภาคหน้า ข้า
อาจได้พบพานท่านที่ไหนสักแห่ง” อู่ อวี้ กล่าว
ในเวลานี้เขารู้สึกชื่นชม ในตัวปีศาจวานรขึ้นไม่
น้อย เพราะอย่างไรเสียระหว่างพวกเขา ก็มี
สายโลหิตบางๆที่เชื่อมโยงต่อกัน แต่มันก็ยังเป็น
ความจริงที่ว่า อีกฝั่ายนั้นได้เข่นฆ่าสังหารเหล่าผู้
ฝึกตนไปเป็นจำนวนมาก เขาที่เป็นศิษย์ของ เฟิง
ซัวหยา มีหน้าที่ต้องแบกรับจัดการบุญคุณ
ความแค้นครั้งนี้
อู่ อวี้ เป็นผู้แบ่งแยกได้อย่างชัดเจน บางทีในความ
ดีก็ยังมีความชั่วร้าย และ ในความชั่วก็ยังมีความดี
แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างกันไปนั้นก็คือ ฝักฝั่ายที่
แตกต่างกัน
ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ปัญญาเข้าสู้ เพื่อให้ตนเองนั้นมี
ชีวิตรอดต่อไป!
“เจ้า!”
โทสะของปีศาจวานรพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด มัน
ทุบอกของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
แท้จริงแล้วมันหาได้แยแส หมีทมิฬ และ พรรค
พวกของมันไม่ อีกทั้งยังไม่คิดจะปลดเส้นด้าย จาก
คันเบ็ดอสูรให้กับพวกมันอีก ด้วย เพราะเกรงว่า
เรื่องนี้ จะเป็นการกระตุ้นเตือนให้ปีศาจเฒ่าเซินถู
รู้ตัว สิ่งเดียวที่เขาต้องการพาไปก็คือตัวของ อู่ อวี้
แต่มันก็ไม่คาดคิดว่า นอกจาก อู่ อวี้ จะไม่ไปกับ
มันแล้ว ยังได้หลอกลวงมันอีกด้วย
“ในชีวิตนี้สิ่งที่ข้าเกลียดมากที่สุดก็คือ การถูก
หลอกลวง!” ปีศาจวานรร้องคำรามขึ้นเสียงดัง
ปีศาจวานรจ้องมองไปที่อยู่ อู่ อวี้ ด้วยดวงตาที่
เบิกโพรง และ เต็มไปด้วยความดุร้าย พร้อมกับ
กล่าวขึ้นตะโกนขึ้น “เจ้าเป็นสายโลหิตของข้า แต่
หาญกล้าหลอกลวง กล้าทรยศข้า ทำข้าเสมือน
เป็นลูกเต่าผู้โง่งม เจ้าคิดว่าข้าจะยกโทษให้งั้นรึ!
ถึงแม้เจ้าจะเป็นสายโลหิตของข้า แต่ข้าก็จะ
สังหารเจ้า!”
เขาโหดร้ายกว่าที่ อู่ อวี้ คาดไว้
เมื่อเขาได้ยินประโยคนี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกไม่สบายใจ
อย่างยิ่ง
การละเล่นแสร้งเป็นครอบครัวกับฝั่ายตรงข้าม ใน
เวลานี้ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว
โชคยังดีที่ผู้อาวุโสเซินถู เจนจัดคุ้นเคยกับเส้นทาง
ภายใน หุบเขาโชคชะตาเซียน แห่งนี้เป็นอย่างดี
จึงทำให้ผู้อาวุโสรู้ถึงตำแหน่งของพวกเขาได้อย่าง
ชัดเจน
“ไป!”
อู่ อวี้ ดึงร่างของ หลาน สุ่ยเยว่ ที่กำลังจ้องมองดู
ความขัดแย้งของพวกเขาด้วยความตกตะลึง วิ่ง
ลึกเข้าไปภายในถ้ำ ส่วนทางด้านปีศาจวานรก็ไล่
ติดตามมาอย่างเร็วไว ซึ่งถ้าผู้อาวุโสเซินถู และ คน
อื่น ๆ มาถึง เป็นการยากที่มันจะหลบหนีไปได้
“ท่านรีบจากไปเถอะ อีกไม่นานผู้อาวุโสเซินถูก็จะ
มาถึงแล้ว ข้าไม่ปรารถนาเห็นท่านถูกสังหารตก
ตายไป!”
ในระหว่างการหลบหนีเข้าไปภายในถ้ำ อู่ อวี้
ยังคงสร้างความประทับใจ ด้วยการหลอกลวงกับ
ปีศาจวานรต่อไป
“ฮึ!”
สีหน้าของปีศาจวานรบิดเบี้ยวมากยิ่งขึ้น ในเวลานี้
มันเพียงต้องการสังหารเขาเท่านั้น มันปลดปล่อย
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา กดทับลงบน
ร่างของ อู่ อวี้ พร้อมกับฟาดเถาวัลย์มรกตพิสดาร
ไล่ล่าติดตามเขาอีกครั้ง
“ยันต์!”
หลาน สุ่ยเยว่ ตกตะลึง เป็นความจริงที่ว่า อู่ อวี้
ได้ยึดเอาถุงจักรวาลของนางไป ทำให้รู้ว่ามียันต์ที่
ทรงประสิทธิภาพอยู่มากมาย ซึ่ง หลาน ฮั้วหยุน
มอบให้แก่นางเพื่อช่วยคุ้มกันภัยปกปั้องชีวิต!
ฟุบฟุบฟุบ!
ด้วยความตื่นตระหนก หลาน สุ่ยเยว่ จึงหยิบยันต์
ขึ้นมามากมายแล้วโยนมันไปเบื้องหลัง ถึงแม้บาง
ชิ้นจะยังไม่ได้ถูกกระตุ้น แต่ก็ถูกโยนลงไปด้วย
ความลุกลี้ลุกลน
อู่ อวี้ กำยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้าไว้ในมือ กระตุ้น
เพลิงจุดประกายไฟขึ้น ในตอนนี้เขาสามารถสัมผัส
ได้ถึงการเคลื่อนไหว ซึ่ง อาวุโสเซินถู จะต้อง
มาถึงได้ในเร็ว ๆ นี้เป็นแน่
การระเบิดของยันต์เพลิงทั้งหลาย มีผลเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น ปิดกั้นเบื้องหน้าของปีศาจไว้ได้
เพียงไม่นาน อู่ อวี้ กับ หลาน สุ่ยเยว่ อาศัย
ช่วงเวลานี้ หลบหนีไปถึงตำแหน่งที่เหล่าสาวกได้
ถูกสังหารตกตายไป ซึ่งสถานที่นี้เป็นสุดเขตของถ้ำ
นี้แล้ว ทำให้ตอนนี้พวกเขาจึงไม่มีที่ให้หลบหนีไป
ต่อ
“อู่ อวี้!”
หลาน สุ่ยเยว่ หันมาจ้องมองเขา อย่างฉับพลัน
“ข้าไม่เคยคาดคิด ว่าในที่สุดแล้วจะต้องตกตายไป
พร้อมกับเจ้า”
“ใครกันที่จะยอมตาย!”
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวมาถึงขั้นนี้แล้ว ภายในจิตใจของ
เขาจึงไม่ยินยอมที่จะพ่ายแพ้!
เขาใช้การต่อสู้ได้ด้วยปัญญา จนต่อสู้มาได้จนถึง
ขนาดนี้แล้ว แต่หากต้องการให้เขาตกตาย นั่นย่อม
เป็นโชคชะตา
“อู่ อวี้ ฟังข้า จงโจมตีใส่ด้านข้างกำแพงภูเขาซะ”
ทันใดนั้นเอง หมิงซวงที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร่างของ
เขา ก็กล่าวขึ้น
อู่ อวี้ ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ควงพลองพิชิตมารในมือ
ฟาดเข้าใส่ข้างกำแพงภูผาจนศิลาแตกกระจาย
หลังจากที่กำแพงเริ่มถล่มลงมา อู่ อวี้ ก็ได้ถูก
ดึงดูดด้วยพลังปริศนาที่รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง มันได้
ดูดกลืนกินพลอง และ ร่างของเขาเข้าไป ในช่วง
วินาทีสุดท้ายนั้น อู่ อวี้ ก็ได้คว้าร่างของ หลาน สุ่ย
เยว่ เข้าไปด้วย เพื่อเป็นการช่วยชีวิตของนาง
เอาไว้
หากปล่อยนางเอาไว้เช่นนี้ มั่นใจได้ว่านางจะต้อง
ถูกปีศาจวานรสังหารอย่างแน่นอน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ