กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1081: เกามหาตะวัน
เมื่อพระธิดาหยินไม่มี ‘ตราจักรพรรดิ’
พลังการต่อสู้ของนางจะลดลงอย่างน้อย 2
ส่วน ส่วนทางด้านของ อู่ อวี้ ก็ยกระดับ
พัฒนาอย่างมาก ดังนั้นในสายตาของ อู่ อวี้
พระธิดาหยินไม่ได้เป็นภัยอันตรายกับเขาอีก
ต่อไป
เขารู้ว่าพระธิดาหยินจะต้องตามหาเขาบ้า
อย่างคลั่งแน่นอน จิตใจของนางมุ่งมั่นแน่ว
แน่วาดฝันว่าจะต้องสังหาร อู่ อวี้ ให้แหลก
คามือ แต่น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ หลบซ่อนตัว
เป็นอย่างดี บอกตามตรงการตามหาผู้ใดผู้สัก
คนหนึ่งภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้
ถือเป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง
โดยเฉพาะสามารถค้นหาได้แค่บนพื้นดิน
ไม่สามารถทะยานขึ้นที่สูง
วันนี้ อู่ อวี้ ควบคุม ‘ตราจักรพรรดิ’ ให้
เปลี่ยนเป็นนาวามังกรเกราะเต่าบึ่งตะบึงไป
ข้างหน้า หาได้แยแสคน 4 คนที่ไล่ล่าตามมา
เบื้องหลังเขาอย่างบ้าคลั่งแม้แต่น้อย เพราะ
สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือพุ่งทะยานขึ้นสู่กระแส
วังวนสีทอง ทันทีที่เขาเข้าไป สายอัสนี
จำนวนนับไม่ถ้วนก็ฟาดเข้าใส่พวกเขาอย่าง
บ้าคลั่ง
ส่วนสีหน้าของทางด้านฝังพระธิดาหยิน ,
สงจ่าน , เจียงเหวินยวี่ , เจียงหวู่โจ้ว , ยามนี้
เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งการฆ่าฟัน
การที่พวกมันมีท่าทางเช่นนี้ก็เพราะคิดว่า
ตนเองมีพลังฝีมือกว่า อู่ อวี้
แต่การถูกแย่งชิงศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาอย่าง ‘ตราจักรพรรดิ’ ทำให้พวกมันรู้สึก
อัปยศเป็นอย่างยิ่ง
ในการต่อสู้ครั้งที่แล้วพระธิดาหยิน
เกือบจะสังหาร อู่ อวี้ จนตกตายเป็นเถ้าถ่าน
นางไม่คาดคิดว่าในสถานการณ์เช่นนั้น อู่ อวี้
จักยังไม่ตกตาย แถมยังสวนกลับมาได้อีก
พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม
ถูกนางบดขยี้ทำลายไปด้วยมือของตัวเอง
เมื่อคิดย้อนกลับไป หากในเวลานั้นนางใช้
ความแข็งแกร่งบางส่วนเพื่อจัดการกับร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ นางคงไม่ถูกโจมตีอย่าง
หนักหน่วงเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่อาจสังหาร อู่
อวี้ ได้ แต่ถ้าเกิดการเผชิญหน้าแบบนี้ขึ้นอีก
สองสามครั้ง มั่นใจได้เลยว่าตนเองสามารถ
ส่ง อู่ อวี้ ไปลงนรกได้อย่างแน่นอน
หากนางสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
นางจะไม่ประมาทคู่ต่อสู้อีก แล้วนางก็จะไม่
สูญเสียอย่างใหญ่หลวงเช่นนี้
นางไม่อาจยอมรับได้!
” ‘ตราจักรพรรดิ’ เป็นของข้า ถ้าข้ายัง
ไม่ได้ของ ๆ ข้าคืน ข้าจะตามไล่ล่าเจ้าไปจน
สุดหล้าฟั้าเขียว ข้าจะทำให้เจ้าตกตาย
กลายเป็นผีไม่มีหลุม! เจ้าอย่าคิดว่าจะอยู่ใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลนี้ได้ตลอดไป เจ้า
ขโมยศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาของข้าไป
ไม่ว่าเจ้าจะไปอยู่ที่แห่งหนใด ข้าจะตามไปฉีก
เจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้น! อู่ อวี้! ”
เสียงกรีดร้องด้วยความเกลียดแค้นของ
พระธิดาหยิน ยังคงดังไล่หลังตามพวกเขามา
อย่างต่อเนื่อง
” จะติดตามไล่ล่าไปจนสุดหล้าฟั้าเขียว
เช่นนั้นหรือ? อย่าดีกว่าม้างงงง∼ รอบตัว
พระธิดามีชายรูปงามติดตามอยู่ถึงสาม? ถึง
ชายทั้งสามจะไม่หล่อเหลาเท่าหม่อมฉัน แต่
ขออภัย…พระองค์ไม่ใช่สเปกของหม่อมฉัน
เพราะฉะนั้นพระธิดาได้โปรดอย่ามาหลงรัก
หม่อมฉันเลย หม่อมฉันไม่ชอบสตรีมีอายุ
หม่อมฉันไม่ใช่นิสัยเฉกเช่น อู่ อวี้! ” เสียง
ของหนานซานหวางเยว่ส่งผ่านลงมาจากวัง
วนสีทอง คำพูดนี้ทำให้พระธิดาหยินโกรธจน
แทบอกแตกตาย
ส่งผลให้พวกมันทั้ง 4 พุ่งทะยานขึ้นสู่
กระแสวังวนสีทองอย่างไม่ลังเล ดูจากท่าทาง
ของพวกมันแล้ว คงเคยลองทดสอบขึ้นมาดู
บ้าง ดังนั้นจึงมีประสบการณ์คุ้นเคยกับการ
ฝั่าทะลวงชั้นนี้ แต่ถ้าให้พูดตามจริงผู้ที่มีฝีมือ
อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 5 ก็
สามารถผ่านด่านขึ้นสู่ขั้นที่ 5 ได้อย่างไม่
ยากเย็นอะไร
อู่ อวี้ ถูกหนานซานหวางเยว่หยอกเย้าจิก
กัดเล็กน้อย เกี่ยวกับอายุของลั่วผิน และ
พระธิดาหยิน …
แต่โอรสเล่อกับพรรคพวกไม่ทราบเรื่องนี้
ดังนั้นจึงยังสับสนอยู่บ้าง
แทบจะในทันทีที่นาวามังกรเกราะเต่าของ
เขา เข้าไปในกระแสวังวน สายอัสนีห้าสีก็
ฟาดผ่าเขาใส่นาวามังกรเกราะเต่าอย่างบ้า
คลั่ง เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!!! ก่อเกิดความ
ปันปั่วนโกลาหลอยู่หลายครั้งหลายครา ทว่า
นาวามังกรเกราะเต่ากลับไม่สะทกสะท้าน
แม้แต่น้อย พวกเขาที่อยู่ด้านในไม่สัมผัสถึง
ภัยคุกคามที่น่าหวาดกลัวจากด้านนอกเลย
โอรสเล่อกับพวกพ้องได้ยินเพียงว่าด้าน
นอกบังเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมอย่างน่า
สะพรึงกลัว แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าด้านนอกนั้นมัน
เลวร้ายมากเพียงใด
ถ้าไม่มี ‘ตราจักรพรรดิ’ หรือต่อให้ อู่ อวี้
แบกพวกเขาฝั่าทะลวงขึ้นไปด้วยความเร็ว
สูงสุด ก็ไม่น่าจะผ่านไปได้อยู่ดี
คิดได้เช่นนี้โอรสเล่อที่จ้องมองไปยัง อู่ อวี้
ด้วยสายตาที่เปียมไปด้วยความระลึกบุญคุณ
อย่างท่วมท้น พระโอรสรู้ดีว่าความแข็งแกร่ง
ในด้านพลังฝีมือของตนเอง เมื่อมาอยู่ภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ตัวเขาไม่
สามารถทำอันใดได้เลย ดังนั้นเขาจึงมอบการ
ตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ อู่ อวี้
เวลานี้นาวามังกรเกราะเต่าเริ่มรักษา
เสถียรภาพความมั่นคงไว้ได้ระดับหนึ่ง แม้ว่า
ต้องอยู่ในกระแสวังวนอันแสนโกลาหลก็ตาม
เมื่อโอรสเล่อเห็นสถานการณ์กำลังดำเนินไป
อย่างราบรื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในใจก็ยิ่งทวี
ความหวังว่าตัวเองมีโอกาสที่จะได้
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงกับเขา
เหมือนกัน
เมื่อคิดได้ดังนี้ทำให้ภายในใจของเขารู้สึก
ตื่นเต้นเปียมล้นไปด้วยแรงปรารถนา แต่
ภายนอกยังคงเก็บอาการสุขุมเยือกเย็นดังเดิม
อู่ อวี้ ดูมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง
สายตาของเขามีเพียงม่านเมฆาที่อยู่เบื้อง
หน้า ในชั่วขณะนั้นเองเขาควบคุมนาวามังกร
เกราะเต่า ห้อตะบึงพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
อย่างต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มทั้ง 4 ของพระธิดาหยินที่ไล่
ติดตามมาเบื้องหลัง ตอนนี้ได้ถูกทิ้งหายไป
นานแล้ว หลังจากนางสูญเสีย ‘ตรา
จักรพรรดิ’ ก็ทำให้พลังความแข็งแกร่งของ
นางลดลงไปพอสมควรจริง ๆ หากนาง
ต้องการทะยานขึ้นสู่เจดีย์ชั้นที่ 5 คงต้องใช้
ความพยายามอยู่บ้าง เมื่อ อู่ อวี้ มี ‘นาวา
มังกรเกราะเต่า’ อยู่ในมือ กล่าวได้ว่าโอรส
เล่อกับเหล่าพรรคพวกไม่ได้เห็นพระธิดาหยิน
อยู่ในสายตาอีกต่อไป
” ถ้าเรามีความสามารถเหมือน อู่ อวี้
อยากรู้จริง ๆ ว่าเสด็จพ่อจะคิดเห็นเช่นไร?
ข้าจะสามารถก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว หรือ
เก่งกาจได้เฉกเช่นดัง อู่ อวี้ หรือไม่? ”
โอรสเล่อกำลังครุ่นคิดกับตนเอง ว่าหาก
จักรพรรดิโบราณไม่มอบคนอย่าง อู่ อวี้ มา
ย่อมไม่เป็นเรื่องดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน
เพราะเขาคงไม่มีคุณสมบัติมาที่นี่ได้ แต่
ภายในใจของเขากลับรู้สึกไม่สบายใจ
บางอย่าง และยังไม่สามารถบอกได้ว่าเพราะ
อะไร
” ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม ทุกอย่าง
ล้วนอยู่ในภายใต้การควบคุมเขาเสด็จพ่อ ถ้า
พระองค์ต้องการให้มันเกิดมันก็จะต้องเกิด ”
โอรสเล่อคิดเรื่องนี้ในใจ
เขาใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งก้านธูป อู่ อวี้ ขับ
นาวามังกรเกราะเต่าฝั่ากระแสวังวนสีทอง
หลายต่อหลายครั้งที่นาวามังกรเกราะเต่าโดน
สายอัสนีถล่มโจมตี แต่ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา ยังไงก็เป็นศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาอยู่วันยังค่ำ พลังอำนาจของ
สายอัสนีอันทรงพลัง ไม่สามารถสร้างรอยขีด
ข่วนให้กับนาวามังกรเกราะเต๋าได้แม้แต่น้อย
‘ตราจักรพรรดิ’ เคลื่อนตัวโดยใช้พลังงาน
บางส่วนของ อู่ อวี้ เท่านั้น ‘ตราจักรพรรดิ’
นับเป็นสมบัติพิเศษที่มีความสามารถในการ
โจมตีและปั้องกันยอดยิ่ง เกราะปั้องกันของ
มันแข็งแกร่งมาก อย่างน้อย ๆ การขึ้นไปสู่
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลขั้นที่ 5 ก็ไม่ใช่
ปัญหาอันใด
อู่ อวี้ รู้ดีว่าเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่
5 คือสถานที่ที่รวมเหล่ายอดฝีมือจากทั่วทุก
มุมโลก กล่าวตามตรงผู้ที่ขึ้นมาถึงชั้นนี้ ล้วน
เป็นยอดฝีมือที่อยู่ในระดับค้นหาเต่าขั้นที่ 5
แทบทั้งสิ้น
หรือถ้าคนนั้นจะไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ก็
จะเห็นได้ว่ากลุ่มของมันต้องเป็นยอดมีฝีมือ
ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 5 หรือสูงกว่านั้นเป็นอย่างน้อย
ตัวอย่างเช่นกลุ่มของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
และราชาเงาเดียวดาย , หนานกงเหว่ยกับ
ราชาปีศาจชั้นระดับต้น ๆ
หลังจากจะตัดสินใจขึ้นมาด้านบน อู่ อวี้
ก็บอกให้คนอื่น ๆ อยู่ในนาวามังกรเกราะเต่า
ส่วนตัวเขาก็ขึ้นไปดูด้านบนคนเดียว เขา
พบว่าบนพื้นดินเต็มไปด้วยเถ้าธุลี ราวกับว่า
ซากเถ้าเหล่านี้ถูกแผดเผาด้วยเพลิงความ
ร้อนมหาศาลซ้ำแล้วซ้ำอีก ยามเมื่อเหยียบย่ำ
สามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่อยู่
ในนั้น
แม้ว่าจะไม่เห็นเปลวเพลิงบนโลกนี้ แต่
ความร้อนที่สัมผัสได้มันช่างน่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง เมื่อกวาดตามองดูทั่วทั้งโลกนี้ มีแต่
ภูผาแลเหวลึกกับผืนแผ่นดินขรุขระที่ไหม้
เกรียม ทั่วทั้งสวรรค์และปฐพีปกคลุมไปด้วย
อุณหภูมิความร้อนสูงล้ำ
ด้วยความร้อนระดับนี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกต้นที่
มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า ถึงแม้ว่าจะมีพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงคอยห่อหุ้มปกปั้องกายา ก็เป็นไปได้ว่าจะ
ถูกแผดเผาจากอุณหภูมิความร้อน ด้วย
อุณหภูมิความร้อนระดับนี้โอรสเล่อกับพวก
พ้องคงจะต้องให้วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์คอย
ปั้องกัน ไม่เช่นนั้นคงจะเดินทางได้ลำบากไม่
คล่องตัวนัก
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้
ยิ่งขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายมาก
เท่านั้น ทว่านี่เพียงชั้นที่ 5 ยังเริ่มโหดหิน
ขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงชั้นต่อไป โชคดีที่ อู่
อวี้ มีกายาเพชรอมตะเขาจึงทานทนต่อ
อุณหภูมิความร้อนภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลในชั้นนี้ได้ แต่ถ้าเป็นผู้อื่นแล้วล่ะก็
คงต้องสูญเสียสูญเสียพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงเพื่อใช้ห่อหุ้มร่างกายไปมากโข
ในไม่ช้าเขาจะต้องได้พบแหล่งที่มา ของ
อุณหภูมิความร้อนมากมายที่เกิดขึ้นในชั้นนี้
ได้!
เขาเงยหน้าขึ้นมอง แสงที่สาดส่องลงมา
แทบจะทำให้ดวงตาของเขามืดบอดเลย
ทีเดียว
เนื่องจากบนท้องนภาสีคราม มีดวงตะวัน
เจิดจ้าปรากฏอยู่ ดวงตะวันดังกล่าวเสมือน
ดั่งตะวันที่อยู่บนโลกภายนอกไม่มีผิดเพี้ยน
ต่างกันเพียงแค่ขนาดที่ใหญ่กว่าเท่านั้น ซึ่ง
มันอยู่ใกล้กับเขามาก ใกล้ขนาดมองเห็นหลุม
บ่อบนพื้นผิวของมัน
ยิ่งไปกว่านั้นบนท้องฟั้ามีดวงตะวันถึงเก้า
ดวง!
ท่ามกลางดวงตะวันทั้ง 9 มีดวงหนึ่งที่มี
ขนาดใหญ่ที่สุด มันใหญ่กว่าดวงอื่น ๆ ถึง
แปดส่วน ดวงตะวันอีก 8 ดวงกระจายไปทั่ว
ทั้ง 8 ทิศ ยกตัวอย่างเช่น ทิศอาคเนย์, ทิศ
หรดี, ทิศอีสาน, ทิศพายัพ ฯลฯ ดวงตะวันทั้ง
9 จัดเรียงกันเป็นระเบียบแนวแถวอย่าง
แม่นยำบนท้องเวหา ดูเกรี้ยวกราดและอบอุ่น
ในเวลาเดียวกัน อุณหภูมิความร้อนแผดเผา
พื้นแผ่นดินจนไหม้เกรียม
ถ้าไม่มีตราจักรพรรดิ หรือ วงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ คอยปกปั้องกลุ่มของโอรสเล่อ
อยู่ตลอดเวลา พวกเขาต้องถูกเพลิงความ
ร้อนเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านอย่าง
แน่นอน
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงให้โอรสเล่อกับพวกพ้อง
อยู่ในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ ปั้องกันการแผด
เผาจากอุณหภูมิความร้อนของดวงตะวันทั้ง
9
” อย่ามองดวงตะวันเก้าดวงที่อยู่บนหัว
ของเราเด็ดขาด ” อู่ อวี้ อธิบายให้คนอื่นๆ
ฟัง
“ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก” โอรสเล่อกับคน
อื่น ๆ ที่อยู่ภายในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ร้อง
อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ
ทุกคนกวาดตามองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้นใน
ที่สุดพวกเขาก็มาถึงเจดีย์ชั้นที่ 5 จนได้ ทำให้
รู้สึกว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ใกล้มากขึ้น
” การกระเตงพวกเรามาด้วยตลอดแบบนี้
ย่อมส่งผลกระทบเวลาที่ต้องต่อสู้ ถ้าเราทิ้ง
พวกเขาไว้ในชั้นแรก โดยให้หุ่นเชิดซัก 2-3
ตัวของเจ้าคอยปกปั้องพวกเขา แล้วขึ้นมา
บนเจดีย์เพียงกลุ่มของพวกเรา โอกาสที่จะ
ได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวงคงมากกว่านี้ ”
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ต้องคอยใช้วงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์คอยปกปั้องพวกเขา หนานซาน
หวางเยว่ ก็บ่นอุบเล็กน้อย ทั้งยังแอบพูดกับ
อู่ อวี้
” ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน พวกเขาเป็นภาระ
เกินไป” เย่ซีซีพยักหน้า
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” พวกเจ้าคิดง่ายเกินไป
แล้ว ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้
เป็นเสมือนดั่งห้วงทะเลลึกอันไร้สิ้นสุด ดังนั้น
การได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง จึงถือเป็น
เรื่องยากลำบากยิ่ง นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่น
อีก ประการแรก โอรสเล่อ ไม่ยินดีรอคอยอยู่
ที่ชั้นแรก เนื่องจากว่าเขาต้องการต่อสู้แย่งชิง
ไขว่คว้าอำนาจมาด้วยตนเอง ถ้าทิ้งเขาไว้ใน
ชั้นแรกอันแสนห่างไกล แล้วโอรสจะพอใจได้
อย่างไร? ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการอยู่ใน
สถานที่ที่ข้าสามารถส่งมอบ ไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง ให้แก่พวกเขาได้โดยเร็วไว ”
“ประการที่สอง ใครจะรู้ว่าจักรพรรดิ
โบราณต้องการทำอะไร ทั้งยังมีผู้คนมากมาย
คอยเฝั้าดูอยู่เบื้องนอก พวกเราก็จำเป็นต้อง
อาศัยตัวตนของโอรสเล่อ เพื่อให้มีชีวิตรอด
อยู่ภายในเจดีย์บรรพกาลแห่งนี้ ดังนั้นเราจึง
ไม่สามารถปล่อยพวกเขาทิ้งไว้ตามลำพังได้ ”
“ ประการที่สาม สาเหตุที่พวกเรามีความ
แข็งแกร่งมาถึงขั้นนี้ได้ ก็เป็นเพราะคำเทศนา
เต๋าของจักรพรรดิโบราณ ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้อง
ยกผลประโยชน์ให้กับเขาด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว
พวกเราคงไม่มีทางขึ้นมาถึงเจดีย์ชั้นที่ 3 เป็น
แน่ ”
“ประการที่สี่ โอรสเล่อบอกกับข้าว่า สิ่งที่
เขาสนใจมากที่สุดก็คือราชบัลลัง ดังนั้นหาก
ได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง เขายินดีมอบ
สมบัติที่อยู่ภายในให้แก่พวกเรา ”
ภายใน ไข่มุกทองคำเหยียนหวง รวบรวม
สมบัติวิเศษทั่วทั้งเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีปเอาไว้ ต่อให้ได้เพียงครึ่ง… ซึ่งหลังจาก
โอรสเล่อ ได้เห็นความก้าวหน้าอันใหญ่หลวง
ของ อู่ อวี้ เขาก็แอบตกลงเรื่องนี้กับ อู่ อวี้
อย่างชัดเจนแล้ว
ส่วนกลุ่มคนทั้งสามคนของ ชวี่ ห้าวเห
ยียน พวกมันไม่ได้ลงทุนลงแรงใด ๆ กระทำ
เพียงติดตาม โอรสเล่อ จนตกตายไปพร้อม
กันเท่านั้น ซึ่งโอรสเล่อก็น่าจะมอบรางวัล
ให้แก่พวกมันบ้าง