กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 110 : จิ่วเซียน
ตู้ม!
เถาวัลย์มรกตพิสดาร ฉวัดเฉวียนอยู่บนอากาศดั่ง
อสรพิษยักษ์จนเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงไป
ทั่วทั้งถ้ำ ปีศาจวานรที่ไล่ตาม อู่ อวี้ มาได้ตวัด
เถาวัลย์มรกตพิสดาร หวังจะสังหารภายในการ
โจมตีเดียว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตัวมันกลับโจมตีไป
ยังผนังที่ว่างเปล่า
“หายไปไหนแล้ว!”
เมื่อยันต์เพลิงถูกจุดขึ้น ปีศาจวานรก็รีบฝั่ากำแพง
เพลิงเข้าไป และได้พบว่าพื้นที่โดยรอบนั้นว่าง
เปล่า
” เป็นไปไม่ได้!” สีหน้าของปีศาจวานรดูตื่นตะลึง
สถานที่แห่งนี้ย่อมถึงทางตันแล้ว แต่เมื่อปีศาจ
วานรได้ฝั่าเปลวเพลิงเข้ามา กลับพบแต่ความว่าง
เปล่า
เนื่องจากว่าปีศาจวานรวิ่งตามหลัง อู่ อวี้ มาติด ๆ
และ เห็นอยู่เต็มสองตาว่าเขาเข้ามาภายในถ้ำแห่ง
นี้ แต่ทว่าภายในที่แห่งนี้กลับไม่เจอ อู่ อวี้ หรือ
หลาน สุ่ยเยว่ แม้แต่เงา
ซึ่งจากสัมผัสของปีศาจวานร ก็ทำให้รู้ว่า อู่ อวี้ ได้
สูญหายไปราวกับธาตุอากาศ!
โฮกกกก!
ปีศาจวานรแผดเสียงคำรามออกมาด้วยโทสะ ฟาด
เถาวัลย์มรกตพิสดาร อยู่ภายในมือของมัน ทุบ
ทำลายภายในถ้ำด้วยโทสะ ก้อนหินร่วงหล่นเกือบ
ทำให้ถ้ำล่มสลาย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังไร้วี่แวว
ของ อู่ อวี้
ปีศาจวานรแสดงสีหน้าสับสน แม้เหมือนจะมั่นใจ
ในฝีมือการต่อสู้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันน่าเหลือเชื่อ
เกินไปสำหรับมัน จึงทำให้มันเกิดทั้งโทสะและทั้ง
ความสับสน
ยามนี้โทสะของมันพุ่งทะยานไปถึงขีดสุด!
ราวกับว่าตัวของมันเองนั้นได้กลายเป็นของเล่นที่
ถูกปันหัว
ความปลาบปลื้มที่อยู่เพียงชั่วครู่
ที่น่าเศร้าก็คือ ช่วงเวลาแห่งความปลาบปลื้มของ
ตัวมันที่จะได้มีทายาทผู้สืบทอด แต่กลับถูก อู่ อวี้
ตลบหลังเช่นนี้
“ไหน ไอ้ปีศาจชั่วช้าตนนั้นอยู่ที่ไหน ถึงได้คิดกล้า
เหิมเกริมลักลอบเข้ามาภายใน นิกายกระบี่สวรรค์
ของข้า!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นน้ำเสียงอันเก่าแก่
นุ่มลึก ดังชัดเจนกึกก้องไปทั่วทั้งทุกซอกส่วนของ
หุบเขาโชคชะตาเซียน ในที่สุด ผู้อาวุโสเซินถู ก็
ล่วงรู้แล้วว่าปีศาจวานรอยู่ที่นี่!
โฮกกกก!
ปีศาจวานรแผดเสียงออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
ถึงแม้ว่าภายในหัวใจของมันนั้นยังคงไม่พอใจ
อย่างยิ่งที่จะปล่อยมันไปเช่นนี้ แต่ในยามนี้สิ่งที่มัน
สามารถทำได้ก็คือหลบหนีแค่เพียงเท่านั้น การมา
ครั้งนี้ของมันเพียงหวังว่า จะได้ตัดหัวของเหล่าผู้
ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋าเท่านั้น มันไม่เคยคาดคิดว่าจะ
ได้พบเจอกับ อู่ อวี้ ซึ่งได้ทำให้แผนการ และ
จิตใจของมันปันปั่วนสับสนไปเสียทุกสิ่งอย่าง
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังบีบบังคับให้มัน ต้องพบเจอ
กับภยันตรายมากมายถึงเพียงนี้
ตู้มมมม!
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งมายังใต้ถ้ำแห่งนี้อย่าง
รวดเร็วจนไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวได้
“หนี! หนี!”
ทันทีที่ปีศาจวานรล่วงรู้ มันจึงรีบหลบหนี ถึงแม้
มันจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่หากมันยังโอ้เอ้อยู่ภายใน
หุบเขาโชคชะตาเซียน นานเกินไป อาจจะทำให้ผู้
อาวุโสเซินถูพบเจอมันได้ในที่สุด และ ในยามนี้มัน
กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง
ฟึบ!
ตัวมันได้รีบวิ่งออกไปเพื่อจะปีนข้ามภูเขาหนีด้วย
ความอับอายจนยากจะทานทน
ตู้มมม!!!
แต่ทันใดนั้นเอง เหนือฟากฟั้าก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น
ปีศาจวานรเงยหน้าขึ้นมองท้องฟั้า บนแผ่นฟั้ามีตา
ข่ายโปร่งใสผืนยักษ์แผ่กางอยู่ มันค่อย ๆ ลดระดับ
ลงอย่างช้า ๆ เปั้าหมายนั่นก็คือจับตัวของมัน
“เถาวัลย์มรกตพิสดาร!”
เถาวัลย์มรกตพิสดารที่อยู่ในมือของมัน กำลังเลื้อย
พันไปมาราวกับอสรพิษ พวยพุ่งออกไปจากถ้ำพุ่ง
ทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า ด้วยเจตนาที่จะเขย่าทำลาย
ตาข่ายยักษ์สีใสราวกับล่องหนนี้!
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!
มันไม่เคยคาดคิดว่าตาข่ายยักษ์ จะน่าสะพรึงกลัว
มากมายเช่นนี้ พลังศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งทะลักออกมา
จากตาข่าย มันสามารถสยบปีศาจวานรได้อย่าง
สมบูรณ์ ปีศาจวานรไม่สามารถหลบหนีได้อีกต่อไป
ตาข่ายได้เข้าครอบคลุมตัวมัน ราวกลับอวนจับ
ปลา ยามนี้ร่างของมันถูกกดหมอบอยู่บนพื้นดิน
อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“ย๊าก!!!”
ปีศาจวานรแผดเสียงร้องคำรามออกมา มันใช้พลัง
ในร่างกายทั้งหมดที่มีเพื่อต่อสู้กับตาข่ายยักษ์
ภายใต้การต่อสู้ดิ้นรนอันรุนแรงของมัน ทำให้
เทือกเขาที่อยู่รายล้อมบริเวณใกล้ ๆ นี้ยุบพังทลาย
ลงในทันที
แต่ทว่ายิ่งมันดิ้นรน ตาข่ายยักษ์ก็ยิ่งรัดร่างของมัน
แน่นยิ่งขึ้น เพียงไม่นานนักมันก็ถูกสยบลงอย่าง
ราบคาบ แม้ใบหน้าของมันยังคงเกรี้ยวกราด แต่สี
หน้าของปีศาจวานรซีดเซียวราวกับซากศพ
” เจ้าปีศาจเฒ่าเซินถู! ”
ในระหว่างที่ปีศาจวานร พยายามดิ้นรนต่อสู้
ฉับพลันชายชราผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น มือข้างหนึ่ง
ถือจับ คันเบ็ดอสูร มีเส้นใยบาง ๆ ออกมาจากคัน
เบ็ด ซึ่งเชื่อมโยงกับตาข่ายยักษ์ แม้ตาข่ายยักษ์นี้
จะดูเรียบง่ายไร้พิษสง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มัน
เกิดจากการก่อตัวของ พลังศักดิ์สิทธิ์ อันเข้มข้น
ของ ผู้อาวุโสเซินถู
มีข่าวล่ำลือกันว่า ผู้อาวุโสเซินถู เป็นยอดฝีมือ
อันดับ 3 ที่แข็งแกร่งมากที่สุดภายใน นิกายกระบี่
สวรรค์
ถ้าเขาไม่ติดอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ปั่านนี้ก็คงก้าว
เข้าสู่ระดับ สร้างแกนนภา แล้ว
” ปีศาจวานร ? ” สีหน้าของ ผู้อาวุโสเซินถู
เปลี่ยนไปในทันที เมื่อเห็นใบหน้าของปีศาจวานร
มันทำให้ท่านผู้อาวุโสรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลก ๆ ที่
ไม่อาจคาดเดาได้
ปีศาจเก่าแก่ตนนี้ บำเพ็ญเพียรมาเป็นเวลานาน
กว่า 900 ปี เกือบพันปี หากเปรียบเทียบช่วงอายุ
ของเหล่าผู้ฝึกตนแล้ว เรียกได้ว่ามันมีอายุยาวนาน
กว่าเขามาก ว่ากันว่ามันมีแก่นธาตุปีศาจถึง 9
ดวง และบัดนี้หนึ่งในปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด ได้เข้า
มาอยู่ในอาณาเขตของเทือกเขาคราม !
เหล่าสาวกที่คอยพิทักษ์คุ้มกัน หุบเขาโชคชะตา
เซียน โดยทั่วไปแล้วจะมีระดับพลังอยู่ใน หลอม
รวมลมปราณ ขั้นที่ 7 แต่ปีศาจวานรตอนนี้กลับ
สามารถลักลอบเข้ามาได้ แน่นอนว่าหากมีการ
ปะทะขึ้นมาจริงๆ พวกเขาทั้ง 7 คงไม่สามารถ
ต้านทานหรือหยุดปีศาจตนนี้ได้
” เจ้าช่างหาญกล้าเหิมเกริม บุกรุกเข้ามาใน นิกาย
กระบี่สวรรค์ ของข้า!”
ผู้อาวุโสเซินถู กล่าวขึ้นด้วยโทสะ
ในความเป็นจริงแล้วภายใน นิกายกระบี่สวรรค์
แห่งนี้ ผู้ที่สามารถสยบปีศาจวานรตัวนี้ลงได้อย่าง
รวดเร็ว มีเพียงไม่ถึง 5 คน เท่านั้น
ผู้อาวุโสเซินถู ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องราว
เช่นนี้มาก่อน แต่ในยามนี้ปีศาจวานรกลับ
หาญกล้าฮึกเหิม ลักลอบเข้ามาภายในนิกายกระบี่
สวรรค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อให้เป็นปีศาจ
พันปี ซึ่งสามารถสร้างแกนปีศาจขึ้นมาได้ ก็ยังไม่
หาญกล้าเหยียบย่างเข้ามาภายในนิกายกระบี่
สวรรค์แห่งนี้ แถมตลอดหลายปีที่ผ่านมาระหว่าง
ปีศาจ กับ ผู้ฝึกตน นั้นเรียกได้ว่าไม่สามารถอยู่
ร่วมโลกกันได้
” การท้าทายแข่งขันภายใน หุบเขาโชคชะตาเซียน
สิ้นสุดลงนับแต่บัดนี้ เหล่าสาวกทั้งหมดที่เข้ามา
ขอให้จุด ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า เพื่อแจ้ง
ตำแหน่งให้พวกเราทราบ ว่าพวกเจ้านั้นอยู่ที่ใด
ข้าจะได้พาเจ้าออกไป ” ผู้อาวุโสเซินถู จะต้องดูแล
ความปลอดภัยของเหล่าสาวก ย่อมเป็นเรื่องปกติ
ธรรมดา อย่างเช่นตอนนี้มีปีศาจวานรอยู่ที่นี่ ท่าน
จึงต้องนำเหล่าสาวกออกไปจากที่นี่ก่อน
เสียงของเขาได้สะท้อนดังกึกก้องไปทั่ว หุบเขา
โชคชะตาเซียน สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
พลังศักดิ์สิทธิ์ ของเขานั้นแข็งแกร่งเข้มข้น
มากมายขนาดไหน นี่คือความแข็งแกร่งของผู้ที่
สามารถเปิดจุดบัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 10 จุดภายใน
ร่างได้
แต่หลังจากผ่านไปนานก็ ยังไม่มีการตอบสนองใด
ๆ กลับมา!
จนกระทั่งเวลานี้ ผู้อาวุโสเซินถู ก็ยังรู้สึกถึงลาง
สังหรณ์ไม่ดียากจะคาดเดา
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ขณะจ้องมองใบหน้าของ
ปีศาจวานร จิตสังหารที่แผ่ออกมานั้นเพิ่มมากขึ้น
” เจ้าเสาะหาพวกมันไปก็เสียเวลาเปล่า เพราะ
สาวกของ นิกายกระบี่สวรรค์ ได้ถูกบิดาผู้นี้กินไป
หมดแล้ว รสชาติของพวกมันนับว่าไม่เลวทีเดียว !
” ปีศาจวานรยิ้มเยาะ
เป็นเพราะว่าปีศาจวานรพลาดท่าให้กับ อู่ อวี้ จน
ต้องถูกอาวุโสเซินถูจับตัวเช่นนี้ มันคงไม่สามารถ
หลบหนีจากไปไหนได้ อีกทั้งยังรับรู้ได้ถึงจุดจบ
ชีวิตของตนเองได้อย่างชัดเจน แต่มันก็เป็นปีศาจ
เก่าแก่อยู่มานานนับพันปี แล้วไฉนมันต้อง
หวาดกลัวต่อสิ่งใดอีกเล่า ?
“เจ้า!” ผู้อาวุโสเซินถู ร่างกายสั่นเทา เพราะความ
โกธรเกรี้ยว
ในหลายปีที่ผ่านมาของ หุบเขาโชคชะตาเซียน ไม่
เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แม้แต่ปีศาจที่มี
พลังแข็งแกร่งมากกว่า ผู้ที่อยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 7 ยังไม่เคยหาญกล้า กระทำการ
แบบเดียวกับปีศาจวานรในวันนี้มาก่อน
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครตอบสนองต่อเสียงของเขาที่
ตะโกนออกไปอย่างกึกก้องกังวานโดยแม้แต่คน
เดียว แสดงว่าสิ่งที่ปีศาจวานรกล่าวมานั้นเกรงว่า
อาจจะเป็นเรื่องจริง
ที่ผู้อาวุโสเซินถู หยิบขลุ่ยเมฆาวายุออกมา จากนั้น
เปั่าเพื่อส่งสัญญาณ ก่อเกิดเป็นพลังเสียง ม้วน
กวาดผ่านทั่วทั้งเทือกเขาคราม ผู้คนบนเทือกเขา
ครามหลายร้อยหลายพันคนต่างแหงนหน้ามอง
เนื่องจากสงสัยว่าเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้นที่นี่
หวืด!
ณ วังเทพสวรรค์!
ณ วังผลึกสวรรค์!
ณ วังของมหาเซียนทั้งสอง ทันใดนั้นเอง ก็มี
ลำแสงสีทอง และ สีฟั้าพุ่งขึ้นมาจากพระราชวังมุ่ง
หน้าไปยังทิศทางของ หุบเขาโชคชะตาเซียน อย่าง
รวดเร็ว
ภายในลำแสงนั้นมีกระบี่ ซึ่งด้านบนกระบี่มีคนสอง
คนกำลังยืนอยู่
นั่นคือ เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน!
เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญภายในนิกาย ผู้อาวุโสเซิน
ถู จะเปั่า ‘ขลุ่ยเมฆาวายุ’ เพื่อเรียกให้ เจ้านิกาย
และ ผู้พิทักษ์สูงสุด
ฟิววว!
บนท้องนภา ณ เส้นขอบฟั้าได้ปรากฏเป็นลำแสงสี
ทอง และ สีฟั้า เพียงชั่วพริบตาลำแสงนั้นก็ได้หยุด
อยู่เบื้องหน้าของ ผู้อาวุโสเซินถู และ ปีศาจวานร
ลำแสงทั้งสองนั้นคือ เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้ว
หยุน ซึ่งกำลังยืนอยู่บนกระบี่!
ผู้อาวุโสเซินถู ตัวสั่นเทาพร้อมกับคุกเข่าลง ภายใน
ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา พร้อมกับกล่าว
ออกไปด้วยเสียงสั่นเครือว่า ” ท่านเจ้านิกาย และ
ผู้พิทักษ์สูงสุด ข้าได้ทำผิดพลาดมหันต์แล้ว! ข้าไม่
เคยล่วงรู้มาก่อนว่า ปีศาจวานรแอบลักลอบเข้ามา
ภายในหุบเขาโชคชะตาเซียน นอกจาก ถัง ปั้า
เทียน ที่ใช้ ยันต์เพลิงแดงทะยานฟั้า ออกมานอก
หุบเขาตั้งแต่วันแรก เหล่าศิษย์คนอื่น ๆ ต่างถูก
ปีศาจตนนี้เข่นฆ่าสังหารกลืนกินจนสิ้น! ”
ความเงียบได้เข้าปกคลุมทันที
กระทั่ง เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน เมื่อได้ยิน
ข่าวนี้เข้าพวกเขาก็ยังตกตะลึงจนยืนแทบไม่อยู่
ใบหน้าของบุคคลทั้งสอง เสมือนดั่งภูเขาน้ำแข็ง
อันเย็นยะเยือก เปรียบดังความสงบนิ่งก่อนเกิด
พายุคลั่ง แน่นอนว่าเมื่อได้ยินคำอธิบายของผู้
อาวุโสเซินถู คนทั้งสองก็ไม่ได้ตำหนิเขา
เนื่องจากว่าเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เคยเกิดมาก่อนใน
นิกายกระบี่สวรรค์ และ เนื่องจากความปรารถนา
ดี อยากให้เหล่าศิษย์ได้รับประสบการณ์มากที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นเหล่าอาวุโส จึงไม่ได้ยื่นมือ
เข้าไปช่วยเหลือในการทดสอบนี้
หวืด!
กระบี่ทั้งสอง บินฉวัดเฉวียนค้นหาไปทั่วทั้ง หุบเขา
โชคชะตาเซียน คนทั้งสองเป็นผู้มีความแข็งแกร่ง
อยู่ในขั้น สร้างแกนนภา แน่นอนว่าพวกเขาย่อมมี
วิธีค้นหาเฉพาะของตนเอง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
เฟิง ซัวหยา และ หลาน ฮั้วหยุน ก็ปรากฏขึ้นในถ้ำ
ที่ อู่ อวี้ ได้หายตัวเข้าไปก่อนหน้านี้
“ที่นี่มีกลิ่นอายโลหิตหนาแน่นมากที่สุด มีอย่าง
น้อย 8 คนที่ตกตายไป” หลาน ฮั้วหยุน กล่าวด้วย
เสียงสั่นเครือ
“สุ่ยเยว่ เยว่เอ๋อของข้า…” นางที่อยู่ที่นี่ จึงสามารถ
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ หลาน สุ่ยเยว่ ลอยเจือ
จางอยู่ภายในอากาศ แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ตอนนี้ หลาน สุ่ยเยว่ ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว
หลาน ฮั้วหยุน แทบเสียสติ
“เฟิง ซัวหยา!” เหตุการณ์ในวันนี้ ช่างเป็นเรื่องที่
น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในฐานะเจ้านิกายแล้ว เฟิง
ซัวหยา ย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้
ช่วงเวลาที่นางตะโกนอยู่นั้น เฟิง ซัวหยา ก็บิน
ออกจากส่วนลึกสุดภายในถ้ำ หลาน ฮั้วหยุน จ้อง
มองแผ่นหลังของเขา ซึ่งกำลังจากไป ก็นึกขึ้นมา
ได้ว่าศิษย์ของเขา อู่ อวี้ ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ตกตายไป
เช่นเดียวกัน!
นางรีบไล่ติดตามไปทันที หลังจากนั้นไม่นาน ทั้ง
สองก็กลับมาเผชิญหน้ากับปีศาจวานรอีกครั้ง
ปีศาจวานรหัวร่อแล้วกล่าวว่า “เจ้ารู้สึกประหลาด
ใจหรือไม่ เฟิง ซัวหยา เจ้าอย่าพึ่งร้อนรนรีบเร่ง
สังหารข้าไป ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง อธิบายให้เจ้า
ฟัง…”
เขาพยายามดิ้นรนเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ”
ข้าจะกล่าวตามตรง อย่างแรกเหล่าศิษย์ทั้งหมดนี้
ข้าเป็นผู้สังหารด้วยตนเอง เหล่าสาวกภายใน
นิกายกระบี่สวรรค์ของเจ้า ได้เข่นฆ่าสังหารเหล่าพี่
น้องปีศาจของข้ามาเนิ่นนานหลายปี นี่คือสิ่งตอบ
แทนที่เจ้าสมควรได้รับ ใต้หล้าผืนฟั้านี้ย่อมไม่มี
เรื่องดีตลอดไป คิดว่ามีเพียงแค่พวกเจ้าที่สามารถ
เข่นฆ่าสังหารเราได้ แต่เราไม่สามารถสังหารเจ้า
กลับคืนไปได้งั้นรึ? ”
“หุบปาก!” หลาน ฮั้วหยุน ทำท่าสะบัดกระบี่
ทันใดนั้นเองปรานกระบี่สีฟั้า เสมือนดั่งผลึก
น้ำแข็ง ก็พุ่งทะยานปักลงไปบนร่างของปีศาจ
วานร ตรึงร่างของมันให้ล้มลงไปกับพื้น
“เจ้าอย่าลืมล่ะ กลิ่นอายฟั้าดินที่ระเบิดพวยพุ่ง
หนาแน่นไปทั่วทั้งเทือกเขาครามนี้ สำหรับเจ้าแล้ว
มันถือเป็นอันตราย และถือเป็นเรื่องไม่ดีอย่างยิ่ง
ข้าคิดว่าเจ้าคงได้คาดเดาเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้ว
พวกปีศาจเจ็ดทะเลแดงจากทะเลตงไห่ ได้จับมือ
ร่วมเป็นพันธมิตรกับ พรรคจงหยวน เหลือเวลาอีก
เพียงแค่ไม่กี่วัน พวกมันก็จะเข้าโจมตี นิกายกระบี่
สวรรค์ของเจ้า! พวกปีศาจเจ็ดทะเลแดง ต้องการ
ละเลงเทือกเขาครามนี้ด้วยโลหิต พวกมันต้องการ
ที่จะชิง ศาสตราเต๋า สมบัติวิเศษ วิญญาณเซียน
และ เคล็ดวิชาเต๋าทั้งหมดของเจ้าไป ส่วน
เปั้าหมายของ พรรคจงหยวน เรียบง่ายกว่านั้น
มาก พวกมันเพียงแค่ต้องการเทือกเขาครามแห่งนี้
ส่วนข้าอยากให้เจ้ากลายเป็นผีเฝั้าเทือกเขานี้!”
“เป็นเช่นนั้นรึ?” หลาน ฮั้วหยุน แสดงสีหน้าน่า
เกลียดน่ากลัว เมื่อได้ยินปีศาจวานรกล่าวเช่นนี้
ภายในจิตใจของ หลาน ฮั้วหยุน ก็แจ่มชัดมาก
ยิ่งขึ้น
“พรรคจงหยวน เป็นพรรคซึ่งเดินอยู่ในเส้นทาง
แห่งธรรม แต่กลับสมรู้ร่วมคิดกับพวกปีศาจ และ
ผู้ฝึกตนนอกรีต!” ผู้อาวุโสเซินถู ไม่เคยทราบถึง
เรื่องนี้ เมื่อได้รับรู้เขาก็แสดงท่าทางไม่อยากจะเชื่อ
ตามกฎของดินแดนเทพตงเสิ้ง ความดีและความ
ชั่วไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ เพื่อครอบครองกลิ่นอายฟั้า
ดินของ นิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งมีความหนาแน่น
เป็น 3 เท่า ถึงขนาดต้องทำเช่นนี้เลยหรือ?
“ดังนั้น หากเจ้ากล้าสังหารข้าปีศาจวานร ผู้อยู่
ภายใต้ความดูแลของ ‘จิ่วเซียน’ ก็ถือว่าเป็นการ
ประกาศสงครามกับ จิ่วเซียน และจากนั้น จิ่
วเซียน จะเข้าร่วมสงครามกับพรรคจงหยวน และ
ปีศาจเจ็ดทะเลแดง เพื่อร่วมกันรุกรานนิกายกระบี่
สวรรค์ของเจ้า! ถ้าปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป ข้า
จะให้คำแนะนำแก่ จิ่วเซียน ไม่ให้เข้ามายุ่ง
เกี่ยวกับโคลนตมนี้!”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ปีศาจวานรก็แสดงสีหน้า
ภาคภูมิใจออกมาบางส่วน
หลาน ฮั้วหยุน ถามขึ้น “จิ่วเซียน คือปีศาจจิ้งจอก
พันปีที่สามารถสร้างแกนปีศาจขึ้นมาได้ใช่
หรือไม่?!”
“เจ้านี่มันช่างโง่เง่าเสียจริง ทั่วทั้วรัศมีนับหมื่นลี้ จิ่
วเซียนเป็นราชาปีศาจเพียงหนึ่งเดียว ปีศาจ
ทั้งหมดย่อมต้องยอมจำนนต่อนาง หากเจ้าสร้าง
ความขัดแย้งบาดหมางกับนาง นิกายกระบี่สวรรค์
จะต้องแบกภาระมากยิ่งขึ้น ด้วยกองกำลังไตรภาคี
ทั้ง 3 ย่อมเพียงพอที่จะเด็ดชีวิตของเจ้า!”
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ปีศาจวานรถึงยังแสดงสีหน้า
มั่นอกมั่นใจอยู่
หลาน ฮั้วหยุน แสดงท่าทีลังเล แววตาของนางจม
ไปในห้วงภวังค์ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ นึกภาพ ‘จิ่
วเซียน’ นำกองทัพปีศาจ เข้าร่วมกับผู้สมรู้ร่วมคิด
กับปีศาจอย่างพรรคจงหยวน และ ปีศาจเจ็ดทะเล
แดงแห่งทะเลตงไห่! เมื่อสามกองกำลังไตรภาคี
ผนึกพลังร่วมมือ ผนวกกับความแข็งแกร่งของแต่
ละฝั่ายที่ไม่ได้ด้อยไปกว่า นิกายกระบี่สวรรค์ ย่อม
ถือเป็นความสิ้นหวังอย่างแท้จริง เวลานี้นิกาย
กระบี่สวรรค์ตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง
เนื่องจาก ‘จิ่วเซียน’ ไม่ได้อยู่ใกล้เคียงกับเทือกเขา
คราม ดังนั้นปีศาจจิ้งจอกพันปีจึงไม่ได้เข้ามา
มาร่วมในสงครามนี้ด้วย
ถึงแม้ภายในจิตใจของนาง จะมีความปรารถนานับ
หมื่นส่วนที่ต้องการสังหารปีศาจวานร แต่นางก็ยัง
สงสัยในอำนาจความแข็งแกร่งของจิ่วเซียนอยู่
บางส่วน
“หึหึ” ปีศาจวานรหัวเราะเยาะ
ในเวลานี้ เฟิง ซัวหยา ก็กล่าวกับ ผู้อาวุโสเซินถู
ว่า “ปล่อยเขาไป”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ