กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1094: มหาสุริยะโชติ
ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลง ราวกับเป็นเพียงเรื่องขบขันหา
ใช่สิ่งสำคัญใด
บางคนสะใจบางความทุกข์ของคนอื่น บางคนก็รู้สึก
พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา ด้วยเพราะคนส่วน
ใหญ่อยากไปอยู่ในจุดนั้น อยากจะเป็นผู้ครอบครอง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
หลายคนรู้สึกมีความสุขมาก เมื่อเห็นอัจฉริยะอย่าง
อู่ อวี้ ตกตายไปเสีย ตัวตนของเขาทำให้เหล่า
อัจฉริยะหลายคนหมดหวังบางคนก็ถึงขั้นตกตายอยู่
ที่นี่
ความแข็งแกร่งและความสามารถของเขาทำให้พวก
มันรู้สึกอึดอัดลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง
บางทีพวกมันอาจจะสนใจและรู้สึกกังวลกับเรื่อง
ของ อู่ อวี้ มานานแล้วก็ได้
แต่ถือว่ายังโชคดีที่ อู่ อวี้ ได้ทิ้งร่างกลืนสวรรค์เอาไว้
ด้านล่าง หากร่างต้นอย่างเขาตกตายไป ก็ยังมีร่าง
กลืนสวรรค์เป็นตัวตายตัวแทนอยู่บนโลกนี้ได้
แน่นอนเนื่องจากการมีร่างกลืนสวรรค์ หนานซาน
หวางเยว่ และ เย่ซีซี จึงเข้าใจสถานการณ์ของ อู่ อวี้
ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก
ในตอนแรกที่ อู่ อวี้ ออกไปอย่างเงียบ ๆ เพราะต้อง
ให้พวกเขาปลอดภัย
หลังจากสูญเสีย อู่ อวี้ ไปโอรสเล่อกับพวกพ้องก็
รู้สึกกังวลกันจนไม่นอน เป็นห่วงเรื่องดุลยภาพความ
ปลอดภัยในอนาคตของตนเอง ซึ่งแตกต่างจาก
หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซี ที่บริสุทธิ์ใจอย่าง
แท้จริง
นี่ถือเป็นเรื่องปกติ
อู่ อวี้ ถือเป็นชาวต่างถิ่นที่เข้ามาในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง นอกจากจากสหายของเขาแล้ว
โอรสพระธิดาองค์และชาวเหยียนหวงอื่น ๆ ก็ยากที่
จะใส่ใจดุลยภาพของเขา
ไม่พูดถึงศัตรูคนต่างถิ่นและพวกพ้องของมัน
อู่ อวี้ ในร่างกลืนสวรรค์ยังคงนิ่งเฉยมีท่าทีเย็นชาอยู่
นานสองนาน เมื่อเกิดเรื่องขึ้นเช่นนี้โอรสเล่อก็อด
ไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า ” ร่างแยกของเจ้ายังอยู่ที่นี่
แสดงว่าเจ้าไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม … ”
ที่ถามเช่นนี้เพราะเขาไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของร่าง
ต้นและ อู่ อวี้ ร่างกลืนสวรรค์สักเท่าไหร่นัก
เนื่องจากแท้จริงแล้วร่างกลืนสวรรค์ไม่ใช่ร่างแยกทั่ว
ๆ ไป
ดังนั้น หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ที่ทราบเรื่อง
นี้จึงรู้ว่า เขาไม่อาจสรุปสถานการณ์ของ อู่ อวี้ ร่าง
ต้นผ่านร่างกลืนสวรรค์ได้
สีหน้าของโอรสเล่อหมองคล้ำลงเล็กน้อย ก่อนหน้า
นี้สีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความหวัง เพราะไม่ว่า
อย่างไร อู่ อวี้ มักจะเป็นผู้ที่สร้างปฏิหารเสมอ แล้ว
ในการต่อสู้กับวิหคเพลิงเขาก็ยังแอบคิดว่า อู่ อวี้ จะ
เป็นผู้ที่สร้างปฏิหารอีกครั้ง
ตอนนี้โอรสเล่อรู้สึกว่าทุกอย่างพังทลายลง สูญเสีย
โอกาสและทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดไปในชั่วพริบตา
ยามนี้ไข่มุกทองคำเหยียนหวง อยู่บนเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลชั้นที่ 6 นับตั้งแต่ที่เกิดเรื่องกับ อู่ อวี้ จวบ
จนถึงวันนี้ก็ผ่านไปได้ 7 วันแล้ว พวกเขายังหลบ
ซ่อนตัวด้วยความหวาดกลัวอยู่ที่นี่
ภายในใจของพวกเขาอยู่ในสภาวะหดหู่อย่างที่สุด
แล้วร่างกลืนสวรรค์ก็กล่าวขึ้นว่า “ ไม่ต้องกังวลไป
แม้จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่คนอย่างข้าไม่ตายง่าย ๆ
หรอก”
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไม่เคยพูดมาก่อน ท่าทาง
ของเขาไม่ดูเศร้าเสียใจแม้แต่น้อย จิตใจยังมั่นคงดู
มั่นอกมั่นใจอย่างเต็มที่ ไม่มีอาการขวัญเสียแม้แต่
น้อย ด้วยเหตุนี้หนานซาน หวางเยว่และคนอื่น ๆ
จึงยังพอมีความหวัง
ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าดวงตะวันตรงกลางร้อนแรงยิ่ง ถ้า
มองจากสถานการณ์ทั่วไปแล้ว อู่ อวี้ จะต้องถูกแผด
เผากลายเป็นเถ้าธุลีเช่นเดียวกับวิหคเพลิง
แต่ยามนี้เขาบอกให้ทุกคนรอดูไปก่อน แสดงว่าเขา
ยังมีชีวิตอยู่แน่นอน ดังนั้นเขาจึงปลอบประโลมเย่ซี
ซีว่าให้รออย่างอดทน
ดังนั้นเมื่อพวกเขาทั้งสองได้ยินคำพูดของร่างกลืน
สวรรค์ จึงหันมามองหน้ากันแบบสื่อความรู้สึก
บางอย่างผ่านสายตา
” อย่างไรเราก็เป็นผู้สืบทอดมรดกเซียนเชียวนะ
ช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้พลองสมปรารถนาในกายของ
เขา จะต้องไม่อยู่เฉยและต้องออกมาช่วยแน่นอน นี่
คือความเป็นไปได้อย่างเดียวเท่านั้น ”
ถึงพวกเขาจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ก็ไม่อาจแน่ใจ
ได้ว่ามรดกเซียนจะออกมาช่วยเหลือยามคับขันทุก
ครั้งไป ไม่เช่นนั้นหมิงซวงคงไม่ตกตายไปก่อนเวลา
อันควร ดังนั้นโดยส่วนใหญ่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์
คับขันพวกเราจะพยายามพึ่งตัวเองไม่หวังให้มรดก
เซียนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
หมิงซวงตกตายก่อนวัยอันควร ในตอนนั้นพลังฝีมือ
ของนางอยู่ในระดับเดียวกับมหาอุปราชและคนอื่น
ๆ ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าใดชื่อเสียงของนางก็ยิ่งโด่งดัง
มากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้ว่านางจะมีตัวตนสูงส่ง แต่ก็
มิได้แข็งแกร่งเท่ากับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ทำให้นางตกเป็นเปั้าหมายถูกโจมตีจากกลุ่มคนผู้ไม่
หวังดี
” ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว… ” เมื่อได้ยินร่างกลืน
สวรรค์ โอรสเล่อก็ทรุดตัวลงอย่างโล่งใจ ดวงตาของ
เขาเบิกกว้างพยายามมองหาร่องรอยของ อู่ อวี้ บน
ตะวันดวงตรงกลาง ทว่าช่างน่าเสียดาย ที่เขาไม่
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากเพียงพอ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาเห็นกับตาว่าดวงตะวันตรงกลางกลืนกินร่างของ
อู่ อวี้ ไป โอรสเล่อคิดว่าเขาจะต้องตายแล้วแน่ ๆ
ระดับความร้อนของดวงตะวันตรงกลางน่า
สะพรึงกลัวมาก แต่ความร้อนจากการแผดเผาของ
มันไม่สามารถส่งมาถึงพวกเขาได้ พวกเขาไม่มี
ความสามารถที่จะหลบหนีได้เลย ไม่มีเมฆาตลบฟั้า
กระโดดหลบหนีได้หากมีภัยพิบัติจวนตัว
พวกเขาสามารถตกตายไปในชั่วพริบตา
ในช่วงเวลานั้นกายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ พิภพทั้ง 6 ที่อยู่ภายในร่างกายถูก
ทำลายไปทีละหนึ่งพิภพด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา
ด้านในถูกแผดเผาทำลายอย่างมากจนราพณาสูร
ด้วยเวลาเพียงชั่วอึดใจ
เขารู้ว่าหากพิภพทั้ง 6 ถูกทำลายจนเกลี้ยง เขาอาจ
ตายจะตกตายไปอย่างแท้จริง
ส่วนวิหคเพลิงยังไม่ละลายสลายหายไปอย่าง
สมบูรณ์
ยามนี้สติของเขายังคงแจ่มชัดเป็นอย่างยิ่ง เขาสัมผัส
ได้ถึงการล่มสลายของเนื้อหนัง ราชันอรหันต์สวรรค์
เทิดค่อย ๆ พังทลายลงอย่างไม่อาจต้านทานได้
เรียกได้ว่าในตอนนี้การทำลายล้างนั้นรวดเร็วกว่า
การฟืนฟูหลายร้อยเท่านัก
เขาสัมผัสได้ถึงเค้าลางแห่งความตายอย่างไม่เคย
ปรากฏมาก่อน เวลานี้เงามรณะได้พาดอยู่บนหัวเขา
แล้ว
เขารู้สึกกังวลอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่อาจยอมรับกับ
ชะตานี้ เขาต้องทุกข์ทรมานยากเย็นแสนเข็ญมาก
เพียงใดกว่าจะก้าวหน้ามาถึงระดับนี้ได้ แล้วจะให้
เขามาตายอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จะมีคนมากมายสัก
เท่าไหร่ที่จะหัวเราะเยาะเย้ยกับความตายครั้งนี้ของ
เขา?
จะมีคนมากมายสักเท่าไหร่ ที่จะหัวเราะเยาะเย้ย
ตนเอง?
อย่างไรก็ตามจนปั่านนี้เนื้อหนังที่ถูกทำลาย ยังไม่
อาจฟืนฟูกลับมาเป็นปกติได้ดังเดิม
เขาไม่สามารถควบคุมมันได้เลย
” บัดซบ ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ เราคงได้ตายจริง ๆ แน่!”
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญอย่างโศกเศร้า
ของหมิงซวง
นางฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ อู่ อวี้
เมื่อได้ยิน อู่ อวี้ ก็ได้เพียงยิ้มเท่านั้น
เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นหายนะสำหรับเขาอย่าง
แท้จริง ใครจะไปรู้ว่ามหาตะวันทั้งเก้าจะมีรูปแบบ
เช่นนี้ เมื่อมีผู้ใดเข้าใกล้มันจะขยายตัวขึ้นแล้ว
ดูดกลืนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรัศมีการกลืนกินของมัน
เพียงชั่วพริบตาพิภพที่ 1 ก็ถูกบดขยี้ทำลาย
กลายเป็นผุยผง
แล้วก็ตามด้วยพิภพที่สอง… สาม… สี่…
แล้วชั่วพริบตาต่อมาพิภพที่ 5 ก็ถูกทำลาย
ในเวลานี้เขาจวนเจียนใกล้จะตายแล้ว เสมือนดั่ง
แสงสายัณห์ตะวันรอนแรมก็มิปาน แต่ดูเหมือน
ช่วงเวลาแห่งความตายนี้มันเชื่องช้ามาก
ว่ากันว่าก่อนตาย คน ๆ นั้นจะระลึกถึงภาพความ
ทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต
ในเวลานี้ภายในใจของเขามีภาพมากมายผุดขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นในราตรีที่หิมะตกหนัก เขาถูกบังคับ
จนสูญเสียจิตวิญญาณ ราวกับว่าจิตวิญญาณของเขา
ล่องลอยไปยังที่ห่างไกลสุดปลายขอบฟั้า…
หลังจากนั้นก็จิ่วเซียน สตรีที่เหมือนดั่งความฝัน เขา
หลบหนีจากการไล่ล่าจนสามารถรอดพ้นจากความ
ตายมาได้ ส่วนนางต้องมานอนตายอยู่ในหลุมฝังศพ
…
แล้วก็ตามด้วยถ้าเหตุการณ์บนสนามประลองเป็น
ตาย ในนิกายเซียนซูซัน เป็นสถานที่ ๆ ความรักของ
เขาสิ้นสุดลง แล้วเขาก็ถูกขับไล่ออกจากซูซัน …
หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ในนครจักรพรรดิเพลิง
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์และความงามของมังกร
โบราณที่ตราตรึงอยู่ภายในหัวใจอยากจะลืมเลือน …
แล้วก็เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเส้นทางเซียนบรรพกาล ,
อาณาจักรเปั่ยหมิง , พิภพอเวจี , ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ …
ภาพทุกเรื่องราวความทรงจำ, ทุกผู้คน, ทุกสรรพสิ่ง,
ทุกความรู้สึกทั้งหมดของเขา, ทุกคำสัตย์สาบาน,
ทุกการต่อสู้, ทุกความรักทุกความเกลียดชัง, ทุก
ความทะเยอทะยานและหยาดโลหิต ทุกการไล่ล่า
ทุกความอับจนหมดหนทาง แล้วตอนนี้มันกำลังผ่าน
ไป ภาพความทรงจำตลอดชั่วชีวิตมันผุดขึ้นมาให้
เห็นอย่างชัดเจน
ภาพเหล่านั้นมันชัดเจนเสียจนทำให้ อู่ อวี้ ร่ำไห้
หากวันนี้ชีวิตของเขาต้องจบลง มันช่างไม่คุ้มค่า
คู่ควรเอาเสียเลย! เขายังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้อง
ทำ ถ้าพึ่งเพียงแค่ร่างกลืนสวรรค์ เขาอาจจะไม่
สามารถควบคุมตนเองหรือทำได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ความฝันและความปรารถนาทั้งหลาย …
ในตอนนี้ ทั้งโลหิตในกายที่เดือดพล่าน การลา
เส้นทางแห่งเต๋า และความมุ่งมั่นที่จะก้าวไป
ข้างหน้า ล้วนมอดมลายหายไปพร้อมกับเปลวเพลิง
ที่กำลังแผดเผานี้ นำมาซึ่งแรงกดดันบีบรัดจิตใจของ
เขาอย่างรุนแรง ระหว่างที่พิภพที่ 5 ของเขา
พังทลายลง เขาก็เปล่งเสียงคำรามมาอย่างกึกก้อง
ภายในเสียงคำรามนี้ แฝงไปด้วยเจตจำนงอันแรง
กล้า
แม้แต่หมิงซวงยังไร้ซึ่งหนทาง เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น
เป็นเพียงอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ด้วย
เพราะนางเองก็เป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้เขาขึ้นมาจัดการ
กับวิหคเพลิง ดังนั้นนางจึงไม่มีอะไรจะพูด
” งานนี้ต้องตายแหงแก๋ ข้าคิดว่าพลองทองสม
ปรารถนา คงนำพาข้าไปที่ไหนสักแห่ง! บางทีอีกสัก
100,000 ปีหรืออาจจะมากกว่านั้นข้าคงจะตื่น
ขึ้นมาอีกครั้ง พอถึงตอนนั้นร่างกลืนสวรรค์ของเจ้า
คงกลายเป็นปุั๋ยไปแล้ว ”
ความจริง ๆ แล้วนางรู้สึกเสียใจสลดหดหู่อยู่ไม่น้อย
และแล้วในที่สุดก็ปล่อยโฮออกมา ร่ำไห้ไปพลาง
สบถด่าทอไปพลาง แต่นางก็ไม่เต็มใจที่จะแยกจาก
กับ อู่ อวี้
“ ไม่เห็นต้องเล่นใหญ่ถึงเพียงนั้น เจ้ากับข้ายังไม่
ตายเสียหน่อย พวกเราจะต้องไม่ตายอย่างน่า
สมเพชอยู่ที่นี่ ”
นางไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะกล่าวเช่นนี้
นางรู้ว่าหลังจากพิภพที่ 5 ถูกทำลาย พิภพสุดท้ายก็
จะเป็นเนื้อหนังแท้ ๆ ของเขา เขาจะต้องทนทุกข์
ทรมานกับความร้อนที่แผดเผาไหม้อันน่าสะพรึงกลัว
เปลวเพลิงที่เร่าร้อนลุกโชนเผาไหม้อันบ้าคลั่ง กำลัง
กัดกร่อนเนื้อหนัง อู่ อวี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ถูก
แผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านง่าย ๆ
“เกิดอะไรขึ้น!” หมิงซวงงงเป็นไก่ตาแตก ไม่อยากจะ
เชื่อสายตาของตัวเอง
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ สามารถกล่าวได้ว่าเกิน
จินตนาการของนางจริง ๆ
ดวงตาของ อู่ อวี้ เปล่งประกายแสงเจิดจ้า เขาพูด
ขึ้นว่า ” ตอนนี้ข้าเหลืออยู่เพียงพิภพเดียว ซึ่งจวน
เจียนใกล้ตายเต็มที แต่แก่นแท้ของกายาเพชรอมตะ
ขั้นที่ 6 ก็คือ ‘การต่อสู้ดิ้นรนถือกำเนิดใหม่จากกอง
เพลิงแห่งความตาย’ ”
” เจ้ารู้แจ้งแล้วงั้นหรือ? ” หมิงซวงกล่าวอย่างตื่นเต้น
นางงก็ไม่คุ้นเคยกับอาณาจักรนี้เท่าใดนัก
อู่ อวี้ พยักหน้า ” บางทีท่ามกลางความลึกลับอันไร้
สิ้นสุดฉีเทียนต้าเซิ่นอาจต้องการช่วยเหลือข้า ก่อน
ข้าจะตายข้ารำลึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยผ่านเข้ามาใน
ชีวิต ข้ามองเห็นอักขระคาถาของกายาเพชรอมตะ
นับหมื่นคำ ซึ่งมันทำให้ข้าจดจำสัจจคาถาของขั้นที่
6 ได้ ”
” แล้วตอนนี้สภาพแวดล้อมที่พวกเราอยู่ เหมาะสม
พอที่จะหลอมสร้างกายาเพชรอมตะขั้นที่ 6 ได้? ”
หมิงซวงถามอย่างแปลกใจ
” ความจริงมันเกินกว่าเกณฑ์กำหนดการทะลวงขึ้นสู่
ขั้นที่ 6 เสียด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าข้า
จะไม่ตายในสภาพแวดล้อมนี้ ตราบใดที่ยังไม่ตาย
เราก็ยังมีโอกาสหลอมสร้าง ”
“จริง ๆ มันน่ากลัวยิ่งกว่าหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
เสียอีก! เพราะสถานที่แห่งนี้คือศาสตราเซียนของ
จักรพรรดิโบราณ! ”
ท่ามกลางดวงตะวันขนาดใหญ่กำลังลุกไหม้อย่าง
ร้อนแรงอยู่โดยรอบ อู่ อวี้ ได้ถูกกลืนกินเข้ามาใน
ตำแหน่งใจกลางที่สำคัญสุด บางทีดวงตะวันอาจ
ต้องการกลืนกินเขา แต่มันก็พบว่าเกิดข้อผิดพลาด
เล็กน้อย ด้วยเพราะมันไม่สามารถย่อยสลายเขาได้
เวลานี้สีหน้าของ อู่ อวี้ สงบลง ปากขมุบขมิบร่าย
สัจจคาถา แล้วทันใดนั้นการบริกรรมคาถาของเขา
ก็แปรเปลี่ยนเป็นอักษรสีทองคำ โคจรเคลื่อนไหวไป
ตามร่างกายผิวหนังของเขาราวกับสายนที ด้วย
อักษรทองคำเหล่านี้ ทำให้เขามีชีวิตอยู่รอดในทะเล
เพลิงอันร้อนแรงไร้สิ้นสุดนี้ได้
บทสวดสัจจคาถาหนึ่งพันคำปกคลุมหนาแน่นทั่วทั้ง
ร่างกาย
เขาอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันร้อนฉ่าของดวง
ตะวันตรงกลาง ซึ่งเกิดจากการถูกกลืนกินโดย
อุบัติเหตุไม่คาดฝัน ก่อนชีวิตใกล้สูญสลายอยู่ใน
สภาพแวดล้อมอันแสนหฤโหดแห่งนี้ พลองสม
ปรารถนาได้มาช่วยเหลือเขาไว้ ด้วยการทำให้เขา
จดจำทุกภาพความทรงจำเมื่อครั้งเก่าก่อน จนเขา
ระลึกถึงสัจจคาถาของกายาเพชรอมตะขั้นที่ 6 ได้
ส่งผลให้ขุมนรกแปรเปลี่ยนเป็นสรวงสวรรค์ไปใน
บัดดล กลับกลายเป็นว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะสม
สำหรับการหลอมร่างกายอย่างที่สุด
ไม่ใช่เรื่องแปลกหากทุกคนจะคิดว่า อู่ อวี้ นั้นตก
ตายไปแล้ว ภายในจิตใจของใครหลาย ๆ คนแอบ
รู้สึกสะใจกับการตกตายของเขา แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า อู่
อวี้ ซึ่งอยู่ในใจกลางดวงตะวัน กำลังถือกำเนิดใหม่
ขึ้นมาจากความตาย
นี่คือช่วงเวลาสำคัญของ มหาสุริยะโชติ กายาวัชระ
อรหันต์!