กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1096: การกลับมาของราชา
ยากจะจินตนาการได้ว่ามันจะยิ่งใหญ่มากเพียงใด
กายาอรหันต์ทองคำเปียมล้นไปด้วยอำนาจบารมีน่า
เกรงขาม แข็งแกร่งหนักแน่นมั่นคงดุจภูผาที่ไม่มีไม่
ไหวติง ราวกับว่าจะคงอยู่ตราบชั่วนิจนิรันดร์
เขาไม่เคยคิดว่าร่างปัจจุบันของเขา จะถูกสร้างขึ้น
จากอักษรทองคำนับล้านล้านตัวจนกลายเป็นกายา
อรหันต์ทองคำได้เยี่ยงนี้
ทุกภาพกระบวนการอันน่าตื่นตะลึง คนด้านนอกไม่
สามารถมองเห็นได้ มีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่รู้เห็นใน
ภาพอัศจรรย์เหล่านี้ภาพของกายาอรหันต์ทองคำที่
ถูกสร้างขึ้นโดยอักษรที่แออัดกันอยู่จำนวนนับไม่
ถ้วน ซึ่งนับว่าเสถียรมั่นคงเป็นอย่างมาก
กล่าวได้ว่ายามนี้ยิ่งกายาอรหันต์ทองคำมีความ
แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เขาก็มีความแข็งแกร่งมาก
เท่านั้นเช่นกัน
หลังจากกายาอรหันต์ทองคำดูดกลืนเปลวเพลิงอัน
ร้อนแรงของดวงตะวันดวงกลางเข้าไป เวลานี้
ร่างกายของเขาอาบทั่วไปด้วยเปลวเพลิงสีทอง พลัง
อำนาจมหาศาลถูกซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อหนังของเขา
นี่คือกายาที่ถูกเรียกว่า กายาวัชระอรหันต์มหาสุริยะ
โชติ
กายาวัชระใหม่ที่ อู่ อวี้ ได้รับเกินกว่าที่เขา
จินตนาการเอาไว้มาก และมีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่รู้
ว่ามันอัศจรรย์มากมายเพียงใด พลังมหาศาลไม่รู้จัก
จบสิ้นอัดแน่นอยู่ภายในร่างกายของเขา
แม้ว่ากายาใหม่นี้จะไม่ใช่พิภพทั้งหกภายในร่าง ทว่า
พระพุทธทองคำนับล้าน ๆ องค์ที่อยู่ภายในร่าง ก็มี
ความสามารถในการฟืนฟูสูงมาก กระทั่งยิ่งกว่า
พิภพทั้งหกเสียอีก
ทองคำและเปลวเพลิงภายในร่างกายของเขา
ผสมผสานกันอย่างลงตัว
กล่าวได้ว่าในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 เขา
สามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว
ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกว่าอยู่ ๆ ความร้อนภายใน
โลกนี้ลดลงจนรู้สึกได้ว่ามันไม่ค่อยร้อนสักเท่าไหร่
นัก
ฉับพลันก็ดูเหมือนว่าบนท้องฟั้าจะมีการเคลื่อนไหว
เล็กน้อย
เมื่อโอรสเล่อและคนอื่น ๆ เงยหน้ามองขึ้นไปตรง
ดวงตะวันดวงกลางขนาดใหญ่ ก็พบว่าในขณะนี้มัน
หดตัวลงอย่างรวดเร็วราวกับว่ามีปากขนาดใหญ่อยู่
ด้านใน ทันใดนั้น วูบบบบ!!! ดวงอาทิตย์ดวงกลางก็
ถูกดูดกลืนจนหมดเกลี้ยง เหลือให้เห็นเพียงเพียงแค่
จุดสีดำเล็ก ๆ ซึ่งไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนว่าจุดสีดำ
เล็กเล็ก ๆ นั้นคืออะไร
” ดวงตะวันดวงใหญ่ที่สุดหายไปแล้ว! ” ทุกคนที่ยัง
หลงเหลืออยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5
ต่างตื่นตกใจ มองขึ้นไปบนท้องฟั้าด้วยสายตาที่เต็ม
ไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดอย่างที่สุด อีกทั้งยัง
พยายามเพ่งมองดูว่าจุดสีดำเล็ก ๆ ที่มาแทนที่ดวง
ตะวันดวงใหญ่ที่อยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง นั้นมันคือ
อะไรกันแน่
” ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า ไม่มีดวงตะวันที่
ร้อนแรงมากที่สุดอยู่ใกล้กับวงกลมสีดำแล้วน่ะสิ?
ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า เรามีความหวังที่จะได้ขึ้นไป
ชั้นที่ 6 กับเขาแล้ว! ”
” ใช่! รีบ ๆ เข้าหน่อยสิ! ”
” ว่าแต่… ไฉนมันดวงตะวันดวงนั้นมันถึงหายไปราว
กับถูกดูดกลืน! ”
” คงเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเฉพาะของเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลชั้นที่ 5 แห่งนี้ละมั้ง ไม่น่าจะมีอะไร
เกี่ยวข้องกับเรา ”
ไม่มีผู้ใดคิดว่า อู่ อวี้ เป็นผู้ดูดกลืนดวงตะวันดวง
ดังกล่าวหายไป
กล่าวได้ว่าเวลานี้ อู่ อวี้ ประสบความสำเร็จในการ
หลอมสร้างกายาอยู่ภายในดวงตะวันดวงกลางเป็นที่
เรียบร้อย แม้สภาพของเขาในยามนี้จะดูเหมือนไม่
แตกต่างจากอดีต แสงสีทองเป็นประกายออกมา
จากร่างกายของเขาค่อย ๆ หรี่เบา ร่างกายของเขา
ฟืนฟูกลับสู่สภาพปกติ แต่ความเป็นจริงแล้วภายใต้
รูปลักษณ์ที่ดูเสมือนไม่มีอันใดเปลี่ยนแปลงไปนั้น
แท้จริงแล้วกายเนื้อของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
มากมหาศาล
แม้ผู้คนที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใน เจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลชั้นที่ 5 นี้รวมถึง หนานซาน หวางเยว่
และคนอื่น ๆ จะมองเห็นภาพดังกล่าวไม่ชัดเจน ซึ่ง
แตกต่างจากผู้ที่อยู่ด้านนอกอย่างสิ้นเชิง เพราะ
ตอนนี้พวกเขาเห็นภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจนเป็น
อย่างยิ่ง ท่ามกลางสายลมแสงแดดใต้ผืนแผ่นฟั้า
ภาพบนคันฉ่องบานที่ 5 ได้มีการเปลี่ยนทุก ๆ
สามสิบลมหายใจ ตอนที่ภาพปรากฏดวงตะวันตรง
กลางยังคงอยู่ในสภาพดั้งเดิม บุคคลภายนอกที่
เกาะติดภาพเหตุการณ์ผ่านคันฉ่องนี้ จะเห็นภาพ
ของดวงตะวันในระยะที่ใกล้มาก ๆ
“ ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน ดู ๆ แล้ว
น่าจะเป็นทองคำชิ้นใหญ่ ” บางคนเริ่มตกตะลึงด้วย
ความหวาดกลัว แล้วก็เห็นบางอย่างในดวงตะวัน
อย่างรวดเร็ว ในครั้งแรกมันแทบไม่อยากจะเชื่อ
สายตาของตนเอง ดังนั้นมันจึงเพ่งมองดูอีกครั้ง ก็
พบว่าสิ่งนั้นคือรังไหมอักษรสัจจคาถาขนาดใหญ่
ยักษ์จำนวนนับไม่ถ้วน
จากนั้นพวกมันก็เห็นว่าดวงตะวันตรงกลาง กำลังลุก
โชติช่วงด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงไร้สิ้นสุด ค่อย ๆ
มีขนาดเล็กลงจนถูกดูดกลืนหายไปในที่สุด หลังจาก
นั้นก็เหลือเพียงอักษรสัจธรรมและร่างของคน ๆ
หนึ่งยืนอยู่ตรงใจกลางนั้น
ผู้คนต่างจ้องมองภาพดังกล่าวด้วยหัวใจลุ้นระทึกจน
แทบจะหยุดหายใจ ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองไปยัง
ตำแหน่งเดียวกันด้วยความไม่อยากเชื่อ
พวกมันค่อย ๆ เห็นเงาร่างปริศนาชัดเจนมากขึ้น
อีกทั้งยังเห็นอักษรสัจจคาถาจำนวนนับไม่ถ้วนอัด
แน่นอยู่บนร่างของคนผู้นั้น หลังจากนั้นรูปภาพบน
คันฉ่องก็ค่อย ๆ หดเล็ก เมื่อใกล้ถึงเวลาครบกำหนด
สามสิบลมหายใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าของเงาร่างปริศนา
ที่กำลังถูกเปลวเพลิงและแสงสีทองปกคลุมอยู่นั้น
จะต้องเป็น อู่ อวี้ อย่างแน่นอน!
กลุ่มคนที่ริษยาและสมน้ำหน้ากับการตกตายของ
เขาก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวก็ตะลึงตัวแข็ง
ค้างคำพูดจุกในลำคอจนพูดไม่ออก
เขากลืนกินดวงตะวันทั้งดวงผสมผสานเข้ากับกาย
เนื้อ ส่วนผู้คนที่เฝั้ามองเหตุการณ์อยู่ด้านนอก ถึงจะ
ไม่ได้เข้าไปสัมผัสด้วยตนเอง แต่ก็รู้ว่าเวลานี้เขามี
พลังอำนาจมากเพียงใด กุญแจสำคัญก็คือพวกมันไม่
รู้ว่า อู่ อวี้ ตกตายแล้วฟืนขึ้นมาใหม่ หรือว่าเขายัง
ไม่ได้ตกตายกันแน่
ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
พวกยอดฝีมือทั้งหลายไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใด นอกจาก
มองหน้ากันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจอมจักรพรรดิหมิงไห่
หรือมหาราชาปีศาจแห่งความตาย นางเซียนฟั่านฮ
วาและจักรพรรดิกระบี่ดาราสวรรค์ ทุกคนต่างตก
ตะลึงเป็นที่สุด หลังจากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ออกมา จากปฏิกิริยาของพวกมันแต่ละคนยากที่จะ
คาดเดาจิตใจได้ว่ารู้สึกตื่นตระหนกกันมากแค่ไหน
จักรพรรดิอารามสวรรค์รู้สึกยินดี จนอดไม่ได้ที่จะ
ปรบมือแล้วกล่าวว่า ” ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่า
ราชอารักษ์เล่อจะไม่เคยทำให้พวกเราชาวเหยียน
หวงต้องผิดหวังเลยสักครั้ง ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นอีก
ครั้งแล้ว ราชอารักษ์เล่อจะต้องสามารถขึ้นไปถึง
ระดับสูงสุดได้อย่างแน่นอน ทั้งพรสวรรค์และ
ความสามารถของเขาเป็นเฉกเช่นดั่งตำนานที่ต้อง
จารึกไว้ ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียงหรือหยุดยั้งเขา
ได้อีกต่อไป! ถึงแม้จำนวนยอดฝีมือผู้เยี่ยมยุทธ
สำหรับพวกเราชาวเหยียนหวงจะมีไม่มากนัก แต่
เท่าที่มีอยู่ก็ยอดเยี่ยมมากพอที่จะกวาดล้างโลกนี้ได้!
”
หลังจากนั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างมี
ความสุข
บรรดาราชทูตหมื่นทวีปทั้งหลาย ต่างก่นด่าสาปแช่ง
รวมถึงพยายามยั่วยุชาวเหยียนหวง ชนิดที่เรียกได้
ว่าทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้ ความจริงแล้วเปั้าหมาย
หลักของคนต่างถิ่นที่เข้ามาภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล ก็คือจัดการกับชาวเหยียนหวงให้หาย
แค้น
กล่าวได้ว่าเวลานี้จักรพรรดิอารามสวรรค์เขากำลัง
รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นการถือกำเนิด
ใหม่อันน่าอัศจรรย์ของ อู่ อวี้ นี่คือตำนานตายแล้ว
ฟืนที่ต้องจารึกของเขา เขารู้สึกเหมือนกับว่านี่
จะต้องเป็นโชคชะตาที่สวรรค์ได้กำหนดไว้เป็นแน่
แล้วสวรรค์นั้นก็คือจักรพรรดิโบราณ
แม้ว่าเขาจะมีความสุข แต่ไม่ใช่ชาวเหยียนหวงทุก
คนที่มีความสุขเช่นเดียวกับเขา บางคนหวาดกลัว
บางคนริษยา ยกตัวอย่างเช่นมีคน ๆ หนึ่งได้พูดขึ้น
ว่า ” ข้าบอกตามตรงอย่างไรเสีย อู่ อวี้ ก็ยังถือว่า
เป็นคนต่างถิ่นต่างแคว้นจากพวกเราอยู่ดี เขาก็แค่
ได้รับความสนใจจากจักรพรรดิโบราณนิด ๆ หน่อย
ๆ เท่านั้น แต่มรดกที่เขาครอบครองอยู่ต่างหากที่
ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็น
คนต่างถิ่นอยู่วันยังค่ำ อีกทั้งเขายังเป็นแค่เพียงราช
อารักษ์เล่อ หาใช่พระโอรสเล่อเสียหน่อย อย่างไร
เสียสิ่งทุกอย่างที่เขาได้รับก็ต้องตกเป็นของโอรสเล่อ
อยู่แล้ว ต่อให้เขาทรงพลังมากเพียงใด เขาก็หาได้
สืบเชื้อสายเลือดเนื้อเช่นเดียวกับโอรสเล่อ คิดว่า
โอรสเล่อจะปล่อยให้ อู่ อวี้ เป็นจักรพรรดิเหยียน
หวงองค์ใหม่งั้นรึ ? ”
ถ้า อู่ อวี้ เป็นโอรสเล่อทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบ
อันที่จริงนับตั้งแต่ อู่ อวี้ มาถึงที่นี่ชาวเหยียนหวง
ผู้คนก็ต่างพูดคุยนินทากันให้แซ่ดว่าการที่จักรพรรดิ
โบราณออกราชโองการให้เขามาที่นี่ ก็เพราะ
ต้องการครอบครองมรดกในตัวของเขาเท่านั้น โดย
วางแผนให้มาประกบคู่กับโอรสเล่อผู้ที่อ่อนแอที่สุด
อู่ อวี้ เสมือนดั่งท้าทายลิขิตสวรรค์อีกครั้ง นั่น
เพราะเขาไม่ใช่ทั้งเชื้อพระวงศ์แล้วก็ไม่ใช่ชาวเหยียน
หวงมาแต่กำเนิด มีคนคิดอยู่เสมอว่าไม่วันใดก็วัน
หนึ่งเขาจะต้องพบจุดจบที่น่าสังเวชแน่ ๆ แล้วผู้ใด
เล่าที่จะได้ผลประโยชน์เหตุการณ์ครั้งนี้มากที่สุด ถ้า
ไม่ใช่โอรสเล่อ
อู่ อวี้ ย่อมล่วงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เขาจึงได้
เตรียมการลี้ภัยไปอยู่พิภพปีศาจบรรพกาล ทันทีที่มี
เค้าลางว่าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิโบราณเป็นถึงเทพเซียน การ
ถูกจับตาโดยเทพเซียนเช่นนี้ อู่ อวี้ รู้ว่าอนาคต
ตนเองจะต้องพบเจอกับหายนะอันยากลำบาก หาก
โชคชะตาได้ถูกขีดเขียนกำหนดไว้แล้ว เขาก็จะมุ่ง
หน้าต่อไปเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาบัดซบเช่นนี้ ทั้ง
คำถามและคำตอบดังกล่าวล้วนอยู่ในใจของ อู่ อวี้
มานานแล้ว
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่า ลั่วผินที่กำลังมองดูเขาผ่านคันฉ่อง
อยู่ด้านนอก กำลังยิ้มแล้วหัวเราะออกมาแผ่วเบา
แต่ทั้งท่าทางแลน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้น ก็ยังดู
สูงส่งน่ารักอ่อนโยนอย่างไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียง
ได้ นางไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใดมากนักมีแค่เพียงรอยยิ้ม
ที่เต็มไปด้วยความสุข ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะอธิบาย
ความปรารถนาในใจทั้งหมดของนางแล้ว เพราะ
เวลานี้ อู่ อวี้ กำลังเข้าใกล้นางมากขึ้นทุกขณะ
ไม่อาจรู้ได้ว่าปัจจุบันกายเนื้อของเขา จะมีความ
แข็งแกร่งทนทานมากเพียงใดกัน?
นั่นเพราะเขายังไม่ได้ลองกับตัว อู่ อวี้ จึงยังไม่รู้ว่า
ระดับความทนทานและขีดจำกัดของมัน แต่สิ่งที่เขา
รู้แน่ ๆ ก็คือถ้าเจอกับพวกฝีมือระดับเดียวกับ
พระธิดาหยิน รับรองว่าพวกมันไม่คณามือเขาแน่
กายเนื้อในปัจจุบันของเขาร้อนกว่าดวงตะวันดวง
กลางเสียอีก หากเขาต้องการ เขาสามารถแผดเผา
ศัตรูฝั่ายตรงข้ามด้วยระดับความร้อนเดียวกับเปลว
เพลิงที่อาบท่วมดวงตะวันดวงกลางได้เลย ด้วย
ความร้อนระดับนี้ยากที่ศัตรูจะทานทนได้อย่าง
แน่นอน แม้ว่ามันจะไม่ถึงขนาดมหาตะวันทั้งเก้า
แต่ก็มากเพียงพอที่จะสร้างความครั่นคร้ามไปทั่วทั้ง
ชมพูทวีปโลกธาตุ!
กายาเพชรอมตะขั้นที่ 6!
กล่าวได้ว่าในวันนี้มหาสุริยะโชติ กายาวัชระอรหันต์
ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์
เวลานี้ อู่ อวี้ กระโดดลงมาจากฟากฟั้าพื้นที่อันมืด
มิด แน่นอนว่าผู้คนที่หลงเหลืออยู่ในชั้นที่ 5 ไม่มีใคร
ได้ทันสังเกตเห็นเขา ทันทีที่เขาลงมาถึงจุดซ่อนตัว
ของกลุ่มโอรสเล่อ พวกเขาก็เข้ามายินดีต้อนรับการ
กลับมาของเขาอย่างชื่นมื่น
“ พี่น้องข้าขอแสดงความยินดีด้วย เจ้ารอดมาได้
ช่างโชคดีจริงๆ ! ” โอรสเล่อเข้ามาสวมกอด
” ไฉนร่างกายของเจ้าถึงได้ร้อนเพียง! ” โอรสเล่อ
อุทานออกมา
“ นี่หม่อมฉันสะกดข่มความร้อนเอาไว้แล้ว ถ้าหาก
ปล่อยให้มันเป็นอิสระเต็มที่เพียงแค่พระองค์อยู่ใกล้
ๆ คงได้ถูกแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านอย่างแน่นอน ”
อู่ อวี้ กล่าวยิ้ม ๆ
” ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เยี่ยมยอดยิ่งนัก! ”
โอรสเล่อกล่าวอย่างประหลาดใจพร้อมกับส่ายศีรษะ
ไม่รู้ว่านี่เป็นคำชมหรือว่าเขากำลังหวาดกลัวกันแน่
ส่วน หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ยืนยิ้มจนแก้ม
ปริอยู่ด้านหลัง พวกเขาไม่ได้เข้ามาร่วมวงแสดง
ความยินดีต้อนรับอย่างออกหน้าออกตา นั่นเพราะ
พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
” ข้าขอบังอาจถามอะไรนิดหน่อยได้หรือไม่ เวลานี้
พลังฝีมือของเจ้าสามารถเอาชนะสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 7 ได้หรือไม่? ” ชวี่ ห้าวเหยียน ถาม
อู่ อวี้ ไม่กล่าวแต่ส่ายศีรษะแล้วพูดว่า ” ข้าเองไม่รู้
เช่นกัน คงต้องลองไปที่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้น
ที่ 6 หรือไม่ก็ขึ้นชั้นที่ 7 ดูก่อน ”
” เยี่ยม! พวกเรารออยู่ที่นี่กันมาได้ 10 วันแล้ว คงถึง
เวลาขึ้นไปข้างบนก็ได้เสียที ยามนี้คนส่วนใหญ่คิดว่า
เจ้าถูกพระอาทิตย์แผดเผาตายไปแล้ว รับรองว่า
พวกมันจะต้องกรีดร้องเมื่อเห็นว่าเจ้ากลับมาอีกทั้ง
ยังแข็งแกร่งมากกว่าเดิม ”
โอรสเล่อกล่วอย่างตื่นเต้นสุด ๆ
ยิ่ง อู่ อวี้ มีฝีมือความแข็งแกร่งเพิ่มสูงขึ้น เขาก็ยิ่ง
รู้สึกว่าตนเองมีโอกาสจะได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงเพิ่มมากขึ้น ในตอนแรกเขารู้สึกหวาดกลัวเป็น
อย่างมาก ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด เขารู้สึกว่า
ตนเองไม่มีทางครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ได้อย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันทุกอย่างแตกต่างออกไป
เลือดในกายของเขาสูบฉีดพลุ่งพล่านเต็มไปด้วย
ความหวัง
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นเขามีอาการเช่นนี้ก็ได้แต่ยิ้ม ๆ
เพราะในหัวของเขาตอนนี้เพียงแค่อยากถามว่า
จักรพรรดิโบราณต้องการอะไรกันแน่ ตั้งแต่ตำหนัก
เต๋าจักรพรรดิโบราณ แล้วก็มหาตะวันอีก ถึงแม้เขา
จะบรรลุทุกอย่างด้วยตนเอง แต่ที่นี่คือเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรู้ได้ทันทีว่าโชค
วาสนาที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่แค่เหตุบังเอิญอย่าง
แน่นอน ทุกอย่างมันต้องเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิ
โบราณเป็นแน่
นับตั้งแต่เขาเข้ามาภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ความแข็งแกร่งของเขาก็ทวีเพิ่มสูงขึ้นมากจนน่าใจ
หาย และไม่รู้ว่าพลังฝีมือแลความสามารถของเขา
จะพุ่งทะยานไปถึงระดับใด
แต่ปัญหาคือ อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจะกลับออกไปไหม?
ทางออกเดียวของเขาก็คือประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาล ที่เขาได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว เขาพร้อมที่จะไปที่
นั่นได้ทุกเมื่อใด
” ไม่ว่าอะไรก็ช่าง ในชีวิตนี้ถ้าผู้ใดคิดจะส่งข้าไปลง
นรก ข้าก็จะลากมันพูดนั้นไปลงนรกด้วยเช่นกัน! ไม่
ว่าผู้ใดหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นเทพเซียนเทพมาร หรือ
มันผู้นั้นจะเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็ตาม! ”
ในสายตาของ อู่ อวี้ โอรสเล่อยังถือว่าอ่อนด้อยมาก
ไม่ว่าจะเป็นฝีมือหรือประสบการณ์ ทั้งอายุเขายัง
อ่อนเยาว์เกินไป ดังนั้นจึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าชะตา
กรรมของเขาในภายภาคหน้าจะเป็นเช่นใด บางที
เขาอาจจะกลายเป็นจักรพรรดิเหยียนหวงคนต่อไปก็
ได้?
แน่นอนว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับ อู่ อวี้ เอง
เส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายและขวากหนาม
สุดท้ายต้องต่อสู้แบบตายกันไปข้าง