กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1097: อสรพิษทมิฬในบึงโคลน
อู่ อวี้ ควบคุมตราจักรพรรดิให้เปลี่ยนเป็น ‘นาวา
มังกรเกราะเต่า’ เพื่อปกปั้องโอรสเล่อกับคนอื่นขึ้น
ไปที่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6
ปัจจุบัน อู่ อวี้ รู้สึกว่าการทะยานผ่านมหาตะวันทั้ง
8 เพื่อขึ้นสู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6 มิใช่
ปัญหาอันใด
อู่ อวี้ รีบควบคุมนาวามังกรเกราะเต่าทะยานขึ้นสู่
ฟากฟั้า มุ่งหน้าไปยังเปั้าหมาย ด้วยระดับความเร็ว
ที่สูงล้ำทำให้เหล่าผู้ฝึกตนแลปีศาจที่ยังอยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 ไม่ล่วงรู้ถึงการ
เคลื่อนไหวดังกล่าว
เวลานี้หลายคนยังส่งเสียงดังเอะอะมะเทิ่ง เมื่อเห็น
ว่าดวงตะวันดวงตรงกลางที่อยู่ใกล้กับวังวนสีดำมาก
ที่สุดอยู่ ๆ ก็หายไปอย่างรวดเร็ว แต่พวกมันส่วน
ใหญ่ก็ไม่เห็นว่า อู่ อวี้ ได้ทะยานข้ามผ่านเหนือ
ศีรษะพวกมันไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
” นั่นใคร? ”
” ดูเหมือนว่าจะมีฝีมือสูงส่งมากทีเดียว ไฉนถึงยังอยู่
ที่เจดีย์ชั้นที่ 5 กันนะ หรือไม่รู้ว่าไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงขึ้นไปชั้นที่ 6 แล้ว สงสัยเพิ่งรู้เรื่องก็เลยขึ้น
ไป ”
ในระหว่างที่พวกมันกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็
เข้าไปในหลุมดำขึ้นสู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่
6 ได้เป็นผลสำเร็จ
นาวามังกรเกราะเต่าเหินทะยานฝั่าอากาศ เคลื่อนที่
ไปได้อย่างเสถียรมั่นคง
เมื่อมาถึงชั้นที่ 6 อู่ อวี้ ก็กระโดดออกจากนาวา
มังกรเกราะเต่า มายืนอยู่ด้านนอก กวาดสายตา
สำรวจมองพื้นที่และสถานการณ์โดยรอบ ทันทีที่
เห็นก็รีบตื่นตัวพร้อมระวังทันที เนื่องจาก
สภาพแวดล้อมและอันตรายของชั้นนี้แตกต่างจาก
ชั้นที่ 5 อย่างสิ้นเชิง ต้องบอกว่ามันอันตราย
มากกว่าหลายเท่านัก
ความแตกต่างระดับแรกก็คงจะเป็นความมืดมิด ซึ่ง
ตรงข้ามกับเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 อย่าง
สิ้นเชิง สำหรับชั้นที่ 6 นี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ไร้ซึ่ง
แสงสว่าง ต่อให้ท่านเป็นผู้ฝึกตนระดับ 3 ภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า เมื่อมาอยู่ในชั้นนี้อาจจะต้องประสบพบ
เจอกับสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำพลาดท่าเสียทีเอาได้
เหมือนกัน
ในเวลานี้เขามองผ่านเนตรเพลิง ถึงแม้ดวงตาของ
เขาจะเป็นประกายสีทองแต่ก็ไม่ได้โดดเด่นในความ
มืดนัก นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของเขาส่องสว่าง
เรืองแสงโดดเด่นมากกว่านั่นเอง กล่าวได้ว่าถ้ามอง
จากไกล ๆ ก็สามารถเห็นเขาได้แล้ว
การมองผ่านเนตรเพลิงทำให้เขามองเห็นได้ชัดเจน
มาก แต่ถ้าหากมองไปไกลหลายสิบจั้งก็จะไม่ค่อย
ชัดเจนเท่าไหร่
เขายังพบว่านอกจากความมืดมิด บนชั้นนี้ยังเงียบ
สงัดราวกับความตาย มีเพียงเสียงแผ่วเบา จนเขาได้
ยินแค่เพียงเสียงฝีเท้า เวลานี้พวกเขาล่องลอยอยู่บน
อากาศเมื่อ อู่ อวี้ มองลงมายังใต้ฝั่าเท้าก็พบว่า
สถานที่แห่งนี้ไม่มีพื้นดินให้เหยียบยืน ทั่วทั้งโลกแห่ง
นี้เต็มไปด้วยบึงโคลนหนองน้ำดินเหลวอ่อนนุ่มไร้
สิ้นสุด
หากประเมินจากสถานการณ์ที่เห็น ดูเหมือนว่า
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลวันที่ 6 แห่งนี้คงจะมืดมิด
เงียบสงัดราวกับความตายไปทั่วทั้งโลกหล้าเป็นแน่
นอกจากนี้ยังไม่อาจแลเห็นสรรพเทวะวิญญาณ ไม่
อาจคาดเดาได้ว่าพวกมันก็หลบซ่อนอยู่ยังส่วนลึกบึง
โคลนหรือไม่
งานนี้แม้แต่ อู่ อวี้ ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นจึงแทบไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ๆ
” ที่นี่มืดมากระวังกันด้วย ” อู่ อวี้ จำเป็นต้องใช้ตรา
จักรพรรดิมาเป็นอาวุธปั้องกัน จากก็ใช้วงเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์ปกปั้องโอรสเล่อกับพวกพ้อง นอกจาก
เต่าทองปีกเหล็กเจ็ดดาราที่ใช้ประจำหลัก ๆ แล้ว ก็
ยังมีหุ่นเชิดอีก 2 ตัวนั่นก็คือหิ่งห้อยมายากับตั๊กแตน
จันทราเงิน และด้วยเพราะว่าตัวมันค่อนข้างเล็ก
ดังนั้นจึงสามารถหลบซ่อนอยู่ภายในอาภรณ์ที่เขา
สวมใส่ได้ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินมันก็สามารถออกมา
ช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
“ ที่นี่มันมืดตึ๊ดตื๋อ มองไม่เห็นอะไรเลย ไม่รู้ว่าใต้ดิน
คนข้างล่างมีสรรพเทวะวิญญาณซ่อนตัวอยู่หรือไม่!
” เย่ซีซีพยายามกวาดตามองไปรอบ ๆ
ในระหว่างที่นั่งกำลังพูดอยู่นั้น ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็
ค้นพบการเคลื่อนไหวด้านล่าง แล้วทันใดนั้นเองบึง
โคลนด้านล่างก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ตูม ๆ ๆ !!!
จากนั้นก็มีเงาขนาดมหึมาสีดำทมิฬพุ่งเข้าใส่กลุ่ม
ของพวกขา
” ออกไปเร็วเข้า! ”
อู่ อวี้ ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เขาจึงเลือกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเตะ เขา
เตะวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ให้ออกห่างจากจุดสุ่มเสี่ยง
ส่วนตัวเขากับหนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซี ยังคง
อยู่ที่เดิมและสามารถหลบเลี่ยงการระเบิดดังกล่าว
ได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยเพราะมองก้อนเงาทมิฬที่
พุ่งเข้าใส่พวกเขาได้ไม่ชัดเจนนัก ทั้งสองจึงรีบ
จำแลงร่างทันที คนหนึ่งกลายเป็นทรายสีดำ ส่วนอีก
คนหนึ่งก็ล่องหนหายตัวกลืนผสานเข้ากับความมืด
ตูมมม ตูมมมมม!
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง ปิดล้อมพวกเขาด้วยเวลาเพียงไม่นาน ใน
เวลานี้ทุกคนสามารถมองเห็นเงาตะคุ่ม ๆ แม้แต่
ศัตรูก็ยังมองเห็นพวกเขาได้ไม่ชัดนัก มีเพียง อู่ อวี้
เท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ดู
เหมือนว่าเงาปริศนาที่พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาจะเป็น
สรรพเทวะวิญญาณ ซึ่งมีรูปลักษณะเหมือนดั่ง
อสรพิษทมิฬ 8 ตัวที่ดูคล้ายคลึงกัน!
ดวงตาของพวกมันทุกตัวเป็นสีเขียวมรกต ซึ่งช่วยให้
ประเมินตำแหน่งของพวกมันง่ายขึ้น แต่มีเพียงแค่
ตำแหน่งดวงตาของพวกมันเท่านั้นที่สว่างไสว
นอกนั้นมืดทะมึนหมดทุกส่วน
คราแรก อู่ อวี้ คิดว่าเจ้าพวกนี้อาจเป็นปีศาจ แต่
เมื่อเขาเข้าเข้าไปใกล้อสรพิษยักษ์ตัวหนึ่งก็พบว่า
ร่างกายของมันทำถูกสร้างขึ้นมาจากโคลนตมไม่มี
เลือดเนื้อ แต่แน่นอนว่าโคลนตมเหล่านี้ไม่ธรรมดา
เลย ดูเหมือนว่าจะมีความแข็งเป็นพิเศษ และ
เนื่องจากว่าพวกมันสามารถอยู่รอดในเจดีย์ชั้นที่ 6
ได้ แสดงว่ามันต้องมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าสรรพ
เทวะวิญญาณที่อยู่ในชั้นที่ 5 อย่างแน่นอน ดังนั้นจึง
ไม่ควรประมาทอสรพิษบึงโคลนเหล่านี้!
ในเวลานี้หัวขนาดใหญ่ของอสรพิษแปดตัวได้โผล่พ้น
ออกมาจากบึงโคลน ร่างของพวกมันบิดเลื้อยไปมา
อย่างบ้าคลั่งส่งผลให้ดินโคลนเกิดการสั่นกระเพื่อม
ระเบิดพวยพุ่งอย่างรุนแรง ดินโคลนตวัดม้วนสาด
กระเซ็นไปทุกทิศทุกทาง ราวกับคลื่นพายุใน
มหาสมุทรก็ไม่ปาน สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อู่ อวี้ คาด
ว่าพวกมันต้องการดึงเขาลงเข้าไปในโคลนตมเบื้อง
ล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ของพวกมัน เมื่อใดที่พวกมันดึงเขา
ไปได้โอกาสที่จะตายก็ย่อมมีมากขึ้นอย่างแน่นอน
ในเมื่อเขารู้เช่นนั้นเขาย่อมไม่ต้องการให้พวกมัน
สมหวังอย่างแน่นอน อู่ อวี้ เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ตวัดตราจักรพรรดิในรูปลักษณ์กระบี่ฟาดฟันเข้าใส่
ฝั่ายตรงข้ามด้วยท่วงท่าที่เรียบง่าย โดยไม่
จำเป็นต้องกระตุ้นวงเวทหลัก เพียงแค่นี้พลังอำนาจ
ของมันก็มากเพียงพอที่จะสังหารฝั่ายตรงข้ามแล้ว
” วงเวทเสี้ยวจันทรามังกรเงินสะบั้นชีพ! ”
วงเวทนี้ต้องเปิดใช้งานวงเวทปะทะมากกว่า
500,000 วง เมื่อ อู่ อวี้ เป็นผู้ตวัดฟาดฟันออกไป
พลังของมันก็ค่อนข้างน่าสะพรึงกลัวมากทีเดียว
กระบี่เงินส่องประกายแสงสว่างเจิดจ้า หลังจากนั้น
ก็แปรเปลี่ยนเป็นมังกรวาดตวัดเป็นมุมโค้งเสมือนดั่ง
จันทราครึ่งเสี้ยว พวยพุ่งออกไปเฉือนตัดปลิดชีพ
ฉับพลันร่างของอสรพิษก็ถูกหั่นครึ่งทันที!
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่าอสรพิษ
ทมิฬเหล่านี้จัดการง่ายกว่าที่คิดไว้มาก แต่ดีใจได้แค่
เพียงชั่วครู่เท่านั้น ฉับพลันร่างสองท่อนของอสรพิษ
พี่เขาเพิ่งตัดขาดไปหมาด ๆ ก็ปรากฏบึงโคลน
มากมายถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างของมัน จากนั้นก็กลับมา
เชื่อมต่อจนสนิทอีกครั้ง จากภาพที่เห็นดูเหมือนว่า
พวกมันจะไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีเมื่อ
สักครู่เลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าตราบใดที่พวกมันยัง
อยู่ในบึงโคลนพวกมันก็จะเป็นอมตะไม่มีวันตาย
การต้องต่อสู้กับฝั่ายตรงเช่นนี้ บอกได้เลยว่าช่างบั่น
ทอนกำลังใจเสียจริง ๆ อีกทั้งการโจมตีในครั้งนี้ยัง
ทำให้คนอื่น ๆ สังเกตเห็นตนเองอีกด้วย ฉะนั้น อู่
อวี้ จึงรู้สึกว่าการต่อสู้กับสรรพวิญญาณประเภทนี้
ช่างเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง เนื่องจากอีกฝั่ายมี
ร่างกายเป็นอมตะ หากไม่หลบหนีไปให้พ้นพ้นทาง
เขาก็ต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อจัดการมัน
“เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์!”
เขาใช้เนตรเพลิงจ้องมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง
ดวงตาทั้งคู่ของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังยิ่งใหญ่
มหาศาล เปล่งวาจาดังกึกก้องสะเทือนฟั้าสะเทือน
ปฐพี อันที่จริงการเคลื่อนไหวของสรรพเทวะ
วิญญาณที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ได้ว่องไวอันใด
เพียงแค่มันมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่เฉย ๆ ดังนั้น
หลังจากเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ระเบิดพลังออกมา
ได้แค่เพียงชั่วครู่ พวกมันและโคลนที่อยู่รอบตัว ๆ ก็
ถูกเปลวเพลิงกลืนกินแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านไป
ในบัดดล!
อู่ อวี้ ตระหนักว่าหลังจากการโจมตี พวกมันหาใช่
อสรพิษ 8 ตัวไม่ แต่เป็นอสรพิษทมิฬ 8 หัวต่างหาก
ความร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวที่สุดของอสรพิษทมิฬ 8
หัวตัวนี้ก็คือ มันจะดึงคู่ต่อสู้ลงไปยังบึงโคลน
ด้านล่างผนวกกับร่างกายอันเป็นอมตะไม่มีวันตาย
โชคดีที่เขาชิงลงมือก่อนที่มันจะตั้งตัวได้ทัน ด้วยการ
ใช้เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์จำกัดพื้นที่แล้ว แผดเผา
พวกมันกลายเป็นเถ้าถ่านไป
แต่เปลวเพลิงที่แผดเผาสรรพเทวะวิญญาณ เปล่ง
ประกายเจิดจ้าเป็นอย่างมาก คาดว่าผู้คนสามารถ
มองเห็นแสงนี้ได้ตั้งแต่ไกล ๆ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่รีรอ
นำพาทุกคนออกจากจุดต่อสู้อย่างรวดเร็ว
” สรรพเทวะวิญญาณบนเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้น
ที่ 6 ร้ายกาจน่ากลัวยิ่งกว่าชั้นก่อนซะเสียอีก ไม่รู้ว่า
ในบึงโคลนมีอสรพิษแปดหัวซ่อนอยู่มากน้อย
เท่าไหร่ ” โอรสเล่อกล่าว
” ข้าเดาว่ามันต้องเยอะมาก ”
ด้วยเพราะสภาพแวดล้อมค่อนข้างมืดมิดเกินไป
ดังนั้นวิสัยทัศน์การมองเห็นจึงค่อนข้างคลุมเครือไม่
ชัดเจน เมื่อต้องมุ่งหน้าเดินทางลึกเข้าไปภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6 อันมืดมิดแห่งนี้
พวกเขาก็ไม่ต่างจากแมลงวันหัวขาด
หลังจากไปได้ไม่ไกลสักเท่าไหร่ ก็พบว่ามีคนกลุ่ม
หนึ่งกำลังดักรอเขาอยู่เบื้องหน้า ภาพการต่อสู้เมื่อ
สักครู่คงดึงดูดความสนใจของคนกลุ่มนี้ให้มาที่นี่ ใน
คราแรก อู่ อวี้ ตั้งใจว่าจะเบี่ยงเส้นทางชิ่งออกจาก
คนกลุ่มนี้ แต่แล้วเขาก็พบว่าคนกลุ่มนี้ล้วนมีหน้าตา
คุ้นเคย ปรากฏว่าพวกมันเป็นกลุ่มของโอรสเฮ่อ
อู่ อวี้ ยังจดจำคำว่าพันธมิตรได้เป็นอย่างดี แต่พอ
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงปรากฏ กลุ่มพันธมิตรอย่าง
โอรสเฮ่อก็หายหัวหายหาง ทิ้งพวกเขาไว้อย่างไม่
สนใจไยดี
ผู้ที่อยู่ข้างกายโอรสเฮ่อก็มีสายตาดีไม่แพ้กัน ในไม่
ช้าพวกมันก็ค้นพบว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ เนื่องจาก
ช่วงเวลาที่ได้ยินเสียงการต่อสู้ พวกมันก็อยู่ไม่ไกล
นัก
” อู่ อวี้! เจ้ายังไม่ตาย! ”
กลุ่มคนจำนวนมากที่อยู่ห่างออกไปไม่ว่าจะเป็น
โอรสเฮ่อ , ฮวามู่เฉิน , ซู่เย่จี , ยวี่เหวินฉางเฟิง , ฉี
เทียนอิ้น และจ้าวแคว้นเจ้านครคนอื่น ๆ ต่างร้อง
อุทานออกมาพร้อมเพรียง ด้วยความตื่นตระหนก
ตกใจ
เมื่อมันได้เห็น อู่ อวี้ ยังมีชีวิตอยู่มันก็รู้สึกราวกับว่า
นี่คือปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง รู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อ
เสมือนดั่งเห็นดวงตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกก็ไม่ปาน
ทำให้โอรสเฮ่อกับพวกพ้องของมันนิ่งค้างด้วยความ
ตกตะลึง
” โชคดีที่หม่อมฉันหลบหนีมาได้ ไม่ทราบว่าโอรส
เฮ่อรู้สึกยินดีที่หม่อมฉันยังไม่ตาย หรือกำลังรู้สึก
ผิดหวังอยู่กันแน่? ” ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน
ของ อู่ อวี้ เขาหาได้เกรงกลัวพวกมันแม้แต่น้อย ถึง
อู่ อวี้ จะรู้ว่าโอรสเฮ่อมี ‘ความคิด’ เช่นนั้น ซึ่งเขาก็
รู้ดีว่าโอรสเล่อย่อมมี ‘ความคิด’ เช่นเดียวกับตน
อย่างแน่นอน เพียงแต่กำลังหลอกตัวเองอยู่
ส่วนทางฝังของโอรสเฮ่อเวลานี้ ตอบสนองคำพูด
ของเขาด้วยเสียงหัวเราะแล้วตอบกลับว่า ” ขอแสดง
ความยินดีกับราชอารักษ์เล่อด้วยที่รอดตายมาได้ ใน
ฐานะพันธมิตรของเสี่ยวเล่อ ในฐานะชาวเหยียนหวง
เช่นกัน ข้าย่อมยินดีกับเจ้าอยู่แล้ว! ”
หลังจากนั้นคนอื่น ๆ ก็ทำเป็นมาแสดงความยินดีกับ
อู่ อวี้ กันยกใหญ่
“ ข้าไม่คิดว่าราชอารักษ์เล่อไม่เพียงแค่รอดตายมา
ได้ ยังพาโอรสเล่อขึ้นมาสู่เจดีย์ชั้นที่ 6 ได้อีก ท่านนี่
ช่างเป็นวีรบุรุษที่หาได้ยากยิ่ง ” ฮวามู่เฉินกล่าว
อย่างประจบประแจง
โอรสเล่อรู้ดีว่าการที่เขาได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ
ทั้งหมดเป็นเพราะ อู่ อวี้ แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลาหู
หนวกตาบอด เพราะนับตั้งแต่ไข่มุกทองคำเหยียน
หวงปรากฏขึ้น เขาก็ได้แลเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย
ด้วยสองตาของตนเอง เขาเห็นแล้วว่าธาตุแท้ของ
โอรสเฮ่อนั้นเป็นเช่นไร ก่อนหน้านี้โอรสเฮ่อเป็นคน
ที่น่านับถือมากก็จริง แต่เมื่อต้องมาเข้าร่วมการต่อสู้
ห้ำหั่นแย่งชิงบัลลังก์ชี้ชะตาอนาคตของตนเอง จะมี
ผู้ใดบ้างเล่าที่ไม่คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมกลยุทธ์ เพื่อให้
ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่
เกี่ยวกับคำว่าดีหรือเลว แต่มันเป็นเพราะโชคชะตา
ที่ผลักดันให้พวกเขาต้องอยู่คนละข้าง
” ในเมื่อเจ้ามาชั้นที่ 6 ได้แล้ว เราก็มารวมตัวกันใหม่
อีกครั้งก็แล้วกัน มันคือโชคชะตาที่ผลักดันให้พวก
เราต้องกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง เราไปตามหา
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงกันต่อเถอะ ยังมีชาวเหยียน
หวงจำนวนมากที่รวมตัวกับเราอยู่ ” โอรสเฮ่อยิ้ม
อย่างกระตือรือร้น
อู่ อวี้ มองไปที่โอรสเล่อ
โอรสเล่อคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับว่า ” พี่เจ็ด ท่าน
ลืมไปแล้วหรือว่าที่เราพยายามมาถึงขั้นนี้ เพื่อ
เปั้าหมายอะไร ”
เมื่อได้ยินดังนั้นโอรสเฮ่อก็นิ่งเงียบอยู่นาน