กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1098: ยืมมีดฆาคน
ก่อนหน้านี้โอรสเล่อเชื่อคำโปั้ปดของโอรสเฮ่อ นั่น
เป็นเพราะความนับถือที่เขามีต่อโอรสเฮ่อจากใจจริง
เขาถึงยินดีร่วมเป็นพันธมิตรกับโอรสเฮ่อ
แต่ทันทีที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงปรากฏขึ้น โอรส
เฮ่อก็ไม่สนใจพวกเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วหลังจากทุก
อย่างสิ้นสุดพวกมันก็ไม่กลับมารวมตัวกับพวกเขา
อีกเลย จากพฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นว่ามันต้องมี
จุดประสงค์แอบแฝงในการเป็นพันธมิตรอย่าง
แน่นอน
ซึ่งจุดประสงค์ของมันอาจจะคล้ายกับโอรสยวี่
ถึงแม้โอรสเล่อจะไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของ
พี่ชายตนเอง แต่ปัจจุบัน อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
มาก ทำให้เขามีความมั่นใจว่าตนเองจะได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้
โอรสเฮ่อมาคอยติดตามวุ่นวายกับเขาอีก
ก่อนหน้านี้โอรสเล่ออยู่กับพวกมันมาแล้ว ทำให้เขา
รู้ข้อมูลของพวกมันมากขึ้นเช่นกัน หลังการรู้เขารู้
เรามากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสชนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ในตอนนี้หากไข่มุกทองคำเหยียนหวงปรากฏขึ้น
โอรสเฮ่อน่าจะเป็นคู่ต่อสู้คนแรกของพวกเขา
หลังจากเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลการปฏิเสธของเขาจึง
ง่ายขึ้นมาก
ถึงแม้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ จะมองว่าครั้งนี้โอรสเล่อ
ปฏิเสธได้อย่างง่ายดายสบายใจ แต่ดูเหมือนว่าโอรส
เฮ่อกับพรรคพวกของมันจะไม่ค่อยยินดีสักเท่าไหร่
นัก
ซู่เย่จีหันมามองแล้วกล่าวว่า ” ดูเหมือนว่าโอรสเล่อ
ไม่เต็มใจให้ชาวเหยียนหวงอย่างพวกเรามารวมตัว
กัน ไม่ยินดีจะทำตามอุดมการณ์ที่พวกเราตกลงกัน
ไว้ หากมีชาวเหยียนหวงคนใดเป็นเหมือนอย่างท่าน
ชาวเหยียนหวงเรา คงถูกพวกต่างถิ่นต่างแดนถูก
ทำลายไปทีละคน ”
คำพูดคำจาของนางดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติอย่างมาก
แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า นางมิใช่ชาวเห
ยียนหวง
ยวี่เหวินฉางเฟิงกล่าวเสริมขึ้นว่า ” โอรสเล่อลอง
ใคร่ครวญดูอีกครั้ง หากมีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นพวก
เรายังสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้ อย่างน้อยโอรส
เล่อก็ไม่มีทางติดกับดักได้อีก เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลชั้นที่ 6 แตกต่างจากชั้นที่ 5 มากนัก ที่นี่ไม่ว่า
จะไปในทิศทางใดก็จะพบเจอกันอันตราย
โดยเฉพาะบึงโคลน ”
โอรสเฮ่อยังคงนิ่งเงียบมองโอรสเล่อเพียงอย่างเดียว
ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่
โอรสเล่อไม่ต้องการอยู่ร่วมกับคนพวกนี้อีกแล้ว
ดังนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างกระดาก
เล็กน้อยว่า ” พี่เจ็ด ทันทีที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ปรากฏทุกอย่างมันก็แจ่มชัดโดยไม่จำเป็นต้องกล่าว
สิ่งใด น้องรู้ว่าท่านพี่ทราบถึงความหมายที่น้อง
ต้องการจะสื่อ เพราะไข่มุกทองคำเหยียนหวงทำให้
พี่น้องร่วมสายโลหิตต้องมาเข่นฆ่ากันเอง ดังนั้นน้อง
คิดว่าเราควรแยกจากกันจะดีกว่า น้องไม่อยากเข้า
ร่วมพันธมิตรกับท่านพี่อีก”
โอรสเล่อพูดได้ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก
” อืม ๆ ตกลง สิ่งที่เจ้าพูดนั้นก็สมเหตุสมผลยิ่งแล้ว
พวกเราทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต สิ่งที่
พวกเราต้องแบกรับในยามนี้ค่อนข้างหนักหนา
เกินไป หากเวลานั้นมาถึงข้าเองก็กลัวว่าจะควบคุม
ตนเองไม่ได้เช่นกัน ” แม้โอรสเฮ่อจะกล่าวด้วย
รอยยิ้ม แต่รอยยิ้มมันช่างน่ากลัวจริง ๆ
แม้ดูเหมือนว่ามันจะพูดด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แต่ทุก
คนที่นี่ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันกำลังกริ้วโกรธเป็นอย่าง
มาก
โอรสเล่อเตรียมจะอธิบาย แต่ อู่ อวี้ หยุดเขาไว้ไม่ให้
กล่าวสิ่งใดที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ออกมาอีก
สำหรับโอรสพระธิดา ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีคำว่า
ดีหรือเลว ทั้งหมดล้วนพยายามดิ้นรนเพื่ออนาคต
ของตนเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโอรสยวี่ผู้ที่กล่าวถึง
เจตจำนงของตนเองอย่างตรงไปตรงมา หรือโอรส
เฮ่อผู้โลกสวยเจ้าแผนการ ตราบใดที่ทุกคนยังอยู่
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็ต้องพบเจอกันอยู่
วันยังค่ำไม่มากก็น้อย
โอรสเล่อเชื่อฟัง อู่ อวี้ เขาจึงไม่กล่าวอันใดออกมา
อีก จากนั้นกลุ่มของพวกเขาก็หันหลังกลับแล้วมุ่ง
หน้าไปยังทิศทางอื่น
ด้วยความมืดมิดอย่างไรที่เปรียบของดินแดนแห่งนี้
ทำให้พวกเขาทั้งหมดหายไปจากสายตาจากของ
กลุ่มโอรสเฮ่ออย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงความมืด
มิดอันน่าสะพรึงกลัว
ซู่เย่จีเข้าไปคล้องแขนโอรสเฮ่อ เงยหน้าขึ้นมองแล้ว
ถามขึ้นว่า ” หากปล่อยไว้เช่นนี้ เด็กผู้นั้นจะเป็นคู่
ต่อสู้ที่น่ากลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ มีข่าวลือเกี่ยวกับโอรส
เล่อมากมายเหลือเกิน เราต้องระวังเขาเอาไว้ ข้าขอ
พูดหน่อยเถอะ…ไฉนท่านถึงไม่จัดการกับเขาเสียตรง
นี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเล่า แค่ราชอารักษ์เล่อสิ้นชีพ
โอรสเล่อก็ไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้แล้ว ”
ฮวามู่เฉินตวาดกลับไปว่า ” เจ้านี่ก็เป็นแต่ต่อสู้กับฆ่า
เท่านั้นหรือไร? ไฉนถึงได้ไร้สมองถึงเพียงนี้? ใครบ้าง
ที่จะไม่รู้ว่า อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว
เป็นคนที่ใครต่อใครริษยา? เพราะพวกเขาอาจเป็น
ทายาทที่จักรพรรดิโบราณหมายตาเอาไว้ แต่การที่มี
คนริษยาเขามากมายก็ถือว่าเป็นโอกาสดีของพวก
เรา เราจะได้ใช้แผนลงมือฆ่าได้ โดยที่เราไม่ต้องลง
มือแต่ให้ผู้อื่นกำจัดเสี้ยนหนามของเราไปแทน
อย่างเช่น พระธิดาหยิน เพราะนางถูกแย่งชิงตรา
จักรพรรดิไป เจ้าลืมนางไปแล้วหรือไร? ”
เมื่อซู่เย่จีถูกสบประมาทหลอกด่าว่าโง่เขลาเบา
ปัญญาเช่นนี้ นางก็ชักเริ่มหน้าเขียวไม่พอใจ แต่
ถึงแม้จะอารมณ์ขุ่นมัวแต่ก็ยังทำเป็นฝืนยิ้มตอบ
กลับไปว่า ” ถ้าเจ้ามีสมองอย่างที่เขาว่าจริง ๆ
ทำไมเจ้าถึงไม่มีปัญญาควบคุมคนของเจ้าล่ะ? ”
” พอ ๆ กันได้แล้ว เลิกทำให้ข้าอับอายขายขี้หน้ากัน
เสียที ” โอรสเฮ่อตวาดขัดคอ การโต้เถียงของยอด
รักทั้งสอง ถึงแม้พวกนางจะถูกห้ามทัพให้เลิกรากัน
แต่นางทั้งสองก็ยังมองหน้ากันด้วยสายตาเขียวปัด
ในแววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
ฉีเทียนอิ้นออกมาด้านหน้าแล้วกล่าวกับโอรสเฮ่อว่า
” พระโอรสสิ่งพระชายากล่าวนับว่าเข้าท่า การที่
ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่มีคนสนับสนุนยิ่งใหญ่อยู่
เบื้องหลัง มีแต่จะนำพาอันตรายมาสู่ตนเอง แผนยืม
มีดฆ่าคนนับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดี เพราะไม่ต้องเอา
กันเองไปเสี่ยง อย่างไรเสียคนที่อยากสังหารเขาก็มี
อยู่ไม่น้อยอย่างโอรสเซียวกับพระธิดาหยิน ฯลฯ ซึ่ง
มีเรื่องขัดแย้งกันเมื่อไม่นาน เพียงแค่โอรสเฮ่อส่ง
ยันต์สื่อสารไปแจ้งข่าวให้โอรสเซียวได้ทราบเรื่อง
ประเดี๋ยวพวกเขาก็คงลงมือจัดการกันเอง ในเมื่อ อู่
อวี้ เลือกที่จะอยู่ฝังตรงข้ามกับเรา พระโอรสก็
สามารถจัดการกับเสี้ยนหนามที่คอยทิ่มแทงเท้า
ออกไปได้ … ”
ยวี่เหวินฉางเฟิงกล่าวเสริมว่า ” พระธิดาหยินอยาก
ให้ อู่ อวี้ ตกตายอยู่แล้ว เพราะนางแค้นที่ อู่ อวี้
แย่งศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาของนางไป อีกทั้ง
เวลานี้นางก็อยู่กับโอรสเซียว กระหม่อมคิดว่า … แค่
บอกพวกเขาเกี่ยวกับตำแหน่งที่อยู่ของโอรสเล่อ ก็
ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ”
โอรสเฮ่อคร่นคิดอย่างหนัก
ความสัมพันธ์ในความทรงจำของโอรสเฮ่อ กับ โอรส
เล่อผู้เป็นน้องชายนับว่าไม่เลวทีเดียว เขาเองก็รู้สึก
ว่าถูกใจในความเฉลียวฉลาดของน้องชายคนนี้ไม่
น้อย อีกทั้งความสามารถก็ถือว่าสูงส่ง สิ่งสำคัญยิ่ง
ไปกว่านั้นก็คือน้องชายผู้นี้เคารพและชื่นชมในตัว
เขามาก
แต่ด้วยเพราะเขาก้าวหน้ารวดเร็วมากเกินไป มันเร็ว
จนน่าเหลือเชื่อ ผนวกกับข่าวลือมากมายที่เขาได้ยิน
ได้ฟัง ทำให้โอรสเฮ่อสัมผัสถึงวิกฤตอันยิ่งใหญ่ที่สุด
ซึ่งไม่ได้มาจากโอรสยวี่ ,โอรสเซียว , พระธิดาหยิน ,
แต่ความรู้สึกวิกฤตที่เขาได้รับจาก อู่ อวี้ และ โอรส
เล่อ มันทำให้เขาหลับตานอนได้ยากจริง ๆ
หลังประมวลผลที่ผลร้ายและความรู้สึกภายในใจ
แล้ว เขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใดมาก เพียงหยิบยันต์
สื่อสารออกมาจากนั้นก็พูดคำว่า ‘ไป’
เมื่อเห็นโอรสเฮ่อกระทำเช่นนั้นสายตาของทุกคนก็
เป็นประกายเจิดจ้าขึ้น พวกมันเสมือนดั่งมือวาง
ระเบิดที่จุดชนวนเตรียมพร้อมไว้แล้ว หลังจากนี้แค่
เพียงเฝั้ารอให้ระเบิดที่มันวางทำหน้าที่อย่างที่ควร
จะเป็น
……
” ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มันยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว
อย่างไรเสียโอรสเฮ่อก็เห็นพระองค์เป็นหนึ่งในศัตรู
ตัวฉกาจอยู่แล้ว ” ในระหว่างกำลังเดินทางไปกลับ
คนอื่น ๆ อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้น หลังจากนั้นโอรสเล่อก็
พูดขึ้นว่า ” ข้าเข้าใจ ที่นี่คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
มีเพียงโอรสพระธิดาองค์เดียวเท่านั้นที่สามารถ
กลายเป็นเซียนอมตะได้ ทุกคนมีโอกาสตายเท่ากัน ”
โอรสเล่อพยักหน้าอย่างเข้าใจล้ำลึก
ไม่มีผู้ใดเข้าใจชัดเจนไปมากกว่าเขาแล้ว
ยามนี้กลุ่มของพวกเขากำลังท่องสำรวจในโลกมืด
พวกเขากำลังมองหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงระดับ
ความเร็วไม่มากนัก เพราะจะมุ่งเน้นไปที่การหลบ
ซ่อนตัวเสียมากกว่า เนื่องจากถ้าเขาเคลื่อนไหวอึก
กระทึกครึกโครมมากเกินไป สรรพเทวะวิญญาณจะ
จับการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้
อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดว่าตนเองควรยกระดับร่างกลืน
สวรรค์สู่ขั้นต่อไปหรือไม่ เขามั่นใจว่าด้วยระดับพลัง
ของร่างต้นในปัจจุบัน ทำให้เขามั่นใจว่าต่อให้ร่าง
กลืนสวรรค์ยกระดับสูงขึ้นเขาก็ยังสามารถควบคุม
จิตใจตนเองได้ ด้วยเพราะความสามารถของสรรพ
เทวะวิญญาณในชั้นนี้ร้ายกาจเป็นอย่างมาก ร่างกาย
ของพวกมันถูกสร้างมาจากโคลนตม อู่ อวี้ รู้สึกว่า
ถ้าร่างกลืนสวรรค์สามารถกลืนกินมันได้ คาดว่าร่าง
กลืนสวรรค์จะต้องเติบโตก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก
ด้วยเพราะสุนัขลาวาตัวยักษ์ ฯลฯ ในเจดีย์ชั้นที่ 5 มี
รสชาติไม่ค่อยถูกปากร่างกลืนสวรรค์สักเท่าไหร่นัก
…
” ข้าค่อนข้างกังวลเล็กน้อยหากเมื่อใดที่ไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ข้าจะสามารถท้า
ทายหุ่นเชิดที่มีระดับสูงกว่านี้ได้หรือไม่? “
ด้วยสภาพความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ร่างต้นใน
ปัจจุบัน เขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถรับมือกับการท้า
ทายหุ่นเชิดตัวต่อไปได้หรือไม่ หากทำได้หุ่นเชิดตัว
ต่อไปจะต้องมีฝีมือสูงส่งกว่าหิ่งห้อยมายา ดังนั้น
ยามนี้เขาต้องการสภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัย
เพื่อท้าทาย ”
นับตั้งแต่เหยียบก้าวเข้ามาบนเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลชั้นที่ 6 เขาไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงเลยแม้แต่น้อย ทุกสรรพสิ่งล้วนเงียบสงัด
ราวกับความตาย เขาจึงตัดสินใจตามหาสถานที่
เหมาะสมและปลอดภัย เมื่อใดที่พบเจอกับสถานที่
แห่งนั้น เขาก็จะเข้าไปท้าทายหุ่นเชิดในเจดีย์ล่อง
กำหนดอีกครั้ง แต่สภาพแวดล้อมของที่นี่นั้นมืด
สนิทดู อย่างไรก็ไม่มีทางปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง
อันตรายในชั้นนี้มากมายกว่าชั้น 5 มากนัก เรียกได้
ว่ามากเกินกว่าที่ หนานซาน หวางเยว่ จะสามารถ
ปั้องกันได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงยังไม่เปลี่ยนตราจักรพรรดิกลับสู่
สภาพเดิม แต่ให้มันอยู่ในร่างของนาวามังกรเกราะ
เต่าต่อไป เพื่อปกปั้องคนอื่น ๆ
ขณะเดียวกันนั้น อู่ อวี้ ก็พยายามตามหาสถานที่
เหมาะ ๆ ทั้งยังมีความคิดที่ว่าจะย้อนกลับไปในชั้น
ที่ 5 เพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม การ
ที่เขากระตือรือร้นมากมายเช่นนี้เป็นเพราะว่าเขา
ตระหนักได้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวง
แล้วสิ่งที่ยืนยันว่าที่นี่อันตรายอย่างมากก็คือ เจ้า
แมวหลานหลานที่เย่ซีซีอุ้มอยู่ในยามนี้ ขนของมันฟู
ฟั่องบ่งบอกถึงการตื่นตัวระวังภัยอยู่ตลอดเวลา อัน
ที่จริงทุกครั้งที่จะมีใครภยันตรายเกิดขึ้นเจ้าแมว
หลานหลานจะรับรู้และมีปฏิกิริยาตอบสนองว่องไว
รวดเร็วที่สุด อู่ อวี้ ยังจดจำได้ดีว่ามันมี
ความสามารถในการติดตามได้ยอดเยี่ยม
เมื่อหายนะมาถึง อู่ อวี้ ได้ให้โอรสเล่อกับคนอื่น ๆ
เข้าไปอยู่ในวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ โดยมีเขาเป็นผู้
คุ้มกันด้านหน้า ส่วนหนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี ,
หิ่งห้อยมายา , ตั๊กแตนจันทราเงินเป็นผู้คุ้มกันอยู่
รอบ ๆ แนวหลัง นอกจากนี้เขายังให้ร่างกลืนสวรรค์
ออกมาคุ้มกันอยู่ด้านหน้าวงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์อีก
ชั้น ส่วนร่างต้นของเขายืนรับศึกเพียงลำพังอยู่หน้า
สุดเช่นเดิม
นี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าสำหรับ อู่ อวี้ หากต้องพบ
เจอกับศัตรูที่รับมือยาก ร่างต้นอย่างเขาจะอยู่ถ่วง
เวลาไว้ตรงนี้ ส่วนร่างกลืนสวรรค์ก็จะหลบหนีไป
พร้อมกับคนอื่น ๆ ตราบใดที่เขายังถ่วงเวลารั้งไว้อยู่
ได้ คนอื่นก็จะมีเวลามากพอที่จะไปหลบซ่อนตัวใน
สถานที่ปลอดภัย ส่วนตัวเขาก็สามารถหลบหนีออก
จากสถานการณ์เลวร้ายได้ทุกเมื่อ
“ สวรรค์ช่างมีตาแต่หามีแววไม่ เจ้ามันไอ้คนน่า
รังเกียจต่ำช้าไร้ยางอาย ข้าไม่คิดว่าชีวิตเน่า ๆ ไร้ค่า
เยี่ยงสุนัขอย่างเจ้าจะกลับมาได้อีก ” ทันใดนั้นก็มี
เงาร่างค่อย ๆ โผล่ออกมาความมืด ดูจากน้ำเสียง
ของมัน อู่ อวี้ รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้จะต้องเป็น
พระธิดาหยินอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ทำ
เสียงเล็กเสียงน้อยเสียงออดอ้อนเหมือนเช่นเคย แต่
น้ำเสียงที่นางเปล่งออกมาเปียมไปด้วยความชิงชัง
เคียดแค้น นอกจากนี้ยังไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้ที่อยู่
เคียงข้างนางก็คือสงจ่าน , เจียงหวู่โจ้ว , เจียงเห
วินยวี่ ทั้งหมดล้วนมากันครบองค์ประชุม
การที่ อู่ อวี้ ได้มาพบเจอพวกมันในดินแดนแห่ง
ความมืดมิดเช่นนี้นับเรื่องที่น่าเชื่อจริง ๆ แต่เขาก็ยัง
รู้สึกผ่อนคลาย ด้วยปัจจุบันความแข็งแกร่งของกาย
เนื้อเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้นการรับมือกับคนกลุ่มนี้จึง
ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใดสำหรับเขา อย่างมากก็แค่
คิดกลอุบายทำให้พวกมันต้องกรีดร้องร่ำไห้ก็เท่านั้น
แต่แล้วคนที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏ ถัดออกไปจาก
พระธิดาหยินคือชายหน้าตาคมสันสวมใส่ชุดคลุมสี
ดำ กำลังยืนข้าง ๆ นางรอยยิ้มนั้นให้ความรู้สึกกดขี่
ข่มเหงหยิ่งทะนงไม่ยอมคนอย่างที่สุด ชายผู้นี้มี
ชื่อเสียงในด้านเลวร้ายมากกว่าเรื่องดี เรียกว่า
แตกต่างจากโอรสยวี่ราวฟั้ากับเหว ครั้งหนึ่งมันเคย
เป็นโอรสลำดับที่ 2 ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือน่าเกรงขาม
คนผู้นี้มีนามว่าโอรสเซียว
มันผู้นี้มีพลังฝีมืออยู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 8 แม้แต่พระธิดาหยินยังแสดงท่าทางเกรงกลัวมัน
อยู่ไม่น้อย เมื่อ อู่ อวี้ ได้เห็นท่าทางลักษณะของมัน
ผู้นี้ตั้งแต่ครั้งแรก เขาก็รู้ทันทีว่ามันคือผู้ที่จะนำ
ปัญหาใหญ่มาให้แก่กลุ่มของพวกเขา ระหว่างอยู่ใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้
เขามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นสถานการณ์ชักเริ่มไม่ดี ร่างกลืนสวรรค์ ,
หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี กับกลุ่มของโอรสเล่อ
หนีหายไปในความมืดเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ อู่ อวี้
เองก็ใช้เพียงฟั้าจรดดินผสานร่างจำแลงเซียนวานร
ถือจับตราจักรพรรดิรูปร่างกระบี่ใหญ่สกัดกั้นพวก
มันอยู่เบื้องหน้า จากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าสู่อาณาเขต
ต่อสู้ทันที
ณ ขณะนี้เขามีกายาวัชระอรหันต์มหาสุริยะโชติ ซึ่ง
แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง