กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1099: กระบี่สังหาร
อู่ อวี้ สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ในทันทีว่า การ
ที่พระธิดาหยินกับโอรสเซียวมาดักรอพบเขาเช่นนี้
จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียวก็คือจัดการกับตัวเขา
หาใช่มุ่งเปั้ามาที่โอรสเล่อ
อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต จะให้
มาสังหารน้องในไส้ของตนเองหรือทำให้เกิด
อันตรายด้วยประการใด ๆ ทั้งปวงก็คงดูไม่เหมาะสม
อย่างยิ่ง
หากต้องการให้โอรสเล่อหมดความสามารถในการ
แข่งขันครั้งนี้ ก็คงจะมีวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ
สังหารราชอารักษ์เล่อที่อยู่ข้างกายของเขาทิ้งไปซะ
จากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล การสังหารราชอารักษ์ทิ้งไปสัก
คนก็มิใช่ปัญหาอันใด
ขณะนี้ในมือของ อู่ อวี้ ยังถือจับตราจักรพรรดิ
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณของพระธิดาหยินที่เขาแย่ง
ชิงมา
การที่ราชอารักษ์บังอาจแย่งชิงศาสตราวุธของ
พระธิดา ส่งผลให้ถูกลงโทษด้วยการสังหาร ก็ถือ
เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงให้โอรสเล่อและคนอื่น ๆ หลบหนีไป
ก่อน ณ เวลานี้ภายใต้คำสั่งของพระธิดาหยิน ชาย
ทั้ง 3 ต่างแบ่งแยกออกไปซ้ายขวา ติดตามกลุ่มของ
โอรสเล่อไป
ชายสามคนที่ว่านี้ก็คือ สงจ่าน , เจียงเหวินยวี่,
เจียงหวู่โจ้ว
ส่วนทางฝังของ อู่ อวี้ มีร่างกลืนสวรรค์ , หนานซาน
หวางเยว่ , เย่ซีซี , หิ่งห้อยมายา เมื่อทั้งหมดนี้
รวมตัวกันนับเป็นการคุ้มกันที่แน่นหนาเป็นอย่าง
มาก
แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกมันก็คือร่างต้นของ
อู่ อวี้ และตราจักรพรรดิพี่เขาถึงจับไว้ในมือ ดังนั้น
เขาจึงไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลต่อกลุ่มคนที่ติดตามไล่
ล่าโอรสเล่อและคนอื่น ๆ ไป
อู่ อวี้ มองสายตาของโอรสเซียวแล้วพระธิดาหยิน
ออกว่า พวกมันต้องการอะไร
ใช่แล้วโอรสเซียวต้องการสังหารเขาให้สิ้นซาก!
นอกจากพระธิดาหยินจะต้องการระบายความโกรธ
แค้นด้วยการสังหารเขาให้ตกตายแล้ว นางยัง
ต้องการเอาตราจักรพรรดิศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภากลับคืนไปด้วย!
เจตจำนงในการสังหารของทั้งสองนั้นชัดเจนเป็น
อย่างมาก
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกไม่ดีเช่นกัน
โอรสพระธิดาเกิดมาก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเป็นที่เคารพ
นับถือ แต่เขาไม่สามารถสังหารโอรสเล่อได้ นั่น
เพราะเท่ากับว่าพวกเขากำลังขุดหลุมฝังตนเองชัด ๆ
บางทีในสายตาของพวกมัน เขาอาจจะ ไร้ค่า ไม่ต่าง
จากอาวุธของโอรสเล่อ
ถ้าให้กล่าวจะให้ไปโทษโอรสเล่ออยู่ฝั่ายเดียวงั้นก็ไม่
ถูกต้อง เนื่องจากสถานการณ์ในยามนี้ค่อนข้างน่า
อึดอัดเล็กน้อย
นอกจากนี้สถานการณ์อันเลวร้ายในปัจจุบัน ยัง
ลุกลามใหญ่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว
พระธิดาหยินคล้องแขนโอรสเซียวแล้วกล่าวด้วย
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มขึ้นว่า ” พี่ชายรอง ข้าเชื่อว่า
วันนี้ท่านจะต้องสังหารมันให้สิ้นซาก หากปล่อยมัน
ไว้นานวันเข้าจะต้องเป็นก้างชิ้นใหญ่ที่คอยขัดขวาง
เราแน่ ”
” ดี ข้าจะช่วยเอาตราจักรพรรดิกลับคืนมาให้เจ้าเอง
แล้วน้องสาวคนดีของข้าจะตอบแทนให้พี่ชายคน
บ้างนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ใช่หรือไม่? ” โอรสเซียวยิ้ม
“ ท่านพี่รองคงไม่ได้หยอกเย้าน้องเล่นใช่หรือไม่
หม่อมฉันไม่มีทางได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่
แล้ว ต่อจากนี้น้องจะทุ่มเทและทำทุกอย่างเพื่อ
ช่วยเหลือเสด็จพี่ต่อสู้ตกลงหรือไม่? ” พระธิดาหยิน
กล่าวด้วยเสียงอ่อนหวานออดอ้อน
“ บอกตามตรงแม้แต่ยอดฝีมือระดับชั้นแนวหน้า ยัง
ยากที่จะได้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง
อย่างที่เจ้าว่าด้วยระดับฝีมือของเจ้ายากที่จะได้
ครอบครองจริง ๆ นั่นแหละ แต่เพื่อเยียวยาหัวใจที่
บอบช้ำของเจ้า พี่ชายผู้นี้จะช่วยเหลือเจ้าเอง “โอรส
เซียวกล่าว
” ขอบพระทัยท่านพี่รอง ที่ช่วยเหลือหม่อมฉัน ”
พระธิดาหยินยิ้มร่าอย่างยินดีราวกับสาวน้อยผู้น่ารัก
สดใสปานดอกท้อ
หลังจากฟังบทสนทนาของคนทั้งสอง ร่างกายกลืน
สวรรค์และคนอื่น ๆ ก็หนีไปได้ไกลแล้ว อู่ อวี้ รู้สึก
ขยะแขยงจนทนไม่ไหวเขาจึงกล่าวขึ้นมาว่า ” นี่! ไม่
ทราบว่าพวกเจ้าทั้งสองจะลงมือได้หรือยัง ข้ามองดู
พวกเจ้าออดอ้อนกันจนเบื่อเต็มทีแล้ว เจ้าจะให้ข้า
มองความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดที่ไม่ควรจะได้
เห็นระหว่างพี่น้องอีกนานเท่าไหร่มิทราบ? กิริยา
ท่าทางที่พวกเจ้ากระทำกันดีไม่ดีคนนอกที่อยู่บน
ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุอาจจะเห็นหมดแล้วก็ได้
งานนี้คงได้เอาไปพูดคุยนินทากันสนุกปากเป็นแน่ ”
” บังอาจ! ” พอได้ยินเช่นนั้นโอรสเซียวก็ทำหน้า
เขียวใส่เขา พร้อมปลดปล่อยอำนาจแรงกดดันกวาด
ผ่านความมืดบดขยี้เข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที!
อู่ อวี้ รอคอยจังหวะนี้มานานแล้ว
ในเวลานี้พลังกายเนื้อของเขามีพลังอำนาจน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เซียนวานรร่างทองคำส่อง
สว่างเจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิด ปกคลุมด้วยขนสี
ทองหนาแน่นหยาบกระด้าง ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็
ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
หลังจากเคล็ดระเบิดพลังคลั่งสำแดงเดช ท่อนแขน
ของเขาก็ขยายใหญ่โตขึ้น แล้วใช้สองแขนถือจับตรา
จักรพรรดิในรูปแบบกระบี่ ภาพลักษณ์ของเขาใน
ยามนี้ดูราวกับเทพปีศาจก็ไม่ปาน
แล้วเพียงชั่วอึดใจต่อมา ร่างกายของเขาก็ลุกโชติ
ช่วงไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ทันทีที่เขาใช้กายา
วัชระอรหันต์มหาสุริยะโชติพลังอำนาจอันไร้สิ้นสุดก็
ระเบิดออกมา อุณหภูมิความร้อนของเปลวเพลิงที่
เผาผลาญอยู่ในระดับเดียวกับมหาตะวันดวงกลาง
เมื่อพระธิดาหยินเห็นการเผาไหม้ดังกล่าวสีหน้าของ
นางก็ซีดเผือดลงไปในพริบตา ทั่วทั้งร่างเริ่มถูกแผด
เผาไหม้ดำเป็นตอตะโก โอรสเซียวรีบพานางออกไป
ขณะที่สายตาก็ยังคงจ้องมองดู อู่ อวี้ ด้วยความตื่น
ตระหนกสุดขีด ในใจก็คิดว่าชายตรงหน้าช่างลงมือ
ได้เด็ดขาด เหี้ยมเกรียมกว่ามันมากนัก
ท่ามกลางการยกระดับความแข็งแกร่งของเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง เขาได้ปลดปล่อยการโจมตีออกไป
อย่างต่อเนื่อง
“กระบี่เซียนอาสัญตราจักรพรรดิตำหนักสวรรค์!”
เมื่อเขาชูดาบแทงขึ้นฟั้า ปราณกระบี่จำนวนนับไม่
ถ้วนก็ระเบิดออกม้วนตวัดพริดพลิ้วไปมาในอากาศ
เพียงชั่วอึดใจต่อมาก็ก่อตัวเป็นก้อนเมฆาสีทอง
จำนวนนับไม่ถ้วน ต่อมาตำหนักเซียนก็ปรากฏ
ตามมาด้วยเซียนเหรินจำนวนมากปล่อยพลังอำนาจ
แรงกดดันออกมาอย่างมหาศาล จนดูราวกับกองทัพ
สวรรค์มารวมตัวกันก็ไม่ปาน จากนั้นตำหนักเซียน
แล้วม่านเมฆาสีทองทั้งหมดก็ควบแน่นกลายเป็น
กระบี่ยักษ์สีทองดำ พร้อมกับพุ่งทะลวงแท่งมาจาก
ฟากฟั้าทันที โดยมีเปั้าหมายอยู่ที่โอรสเซียว!
“เป็นไปไม่ได้!” พระธิดาหยินตกตะลึงอย่างที่สุด เมื่อ
เห็นว่าวงเวทย์ที่ปรากฏขึ้นมีพลังโจมตีเหนือกว่านาง
อย่างน้อยสิบเท่า นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
เพราะนางเคยเป็นเจ้าของผู้ใช้ตราจักรพรรดิชิ้นนี้มา
ก่อน ฉะนั้นนางจึงเข้าใจถึงพลังอำนาจของมันดี สิ่ง
ที่ อู่ อวี้ แสดงอยู่ในตอนนี้ คือการแสดงให้เห็นว่า
กระบี่ใหญ่มีพลังอำนาจในการโจมตีน่าสะพรึงกลัว
มากเพียงใด ในชั่วพริบตานั้นเองภาพของเซียน
วานรร่างทองคำที่กำลังตวัดกวัดแกว่งกระบี่อย่าง
ห้าวหาญ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเงามืดปกคลุม
จิตใจของนาง พระธิดาหยินค่อย ๆ ถอยหลังทีละ
ก้าวด้วยความหวาดกลัว กล่าวได้ว่าให้ความมืดมิด
ในดินแดนแห่งนี้จะมืดทะมึนมากเพียงใด แต่ก็ไม่
สามารถปกปิดความหวาดกลัวในจิตใจของนางได้
ก่อนหน้านี้โอรสเซียวก็ดูถูก อู่ อวี้ อยู่ไม่น้อยเช่นกัน
มันมักจะคิดว่าตนเองสามารถจัดการเขาได้ทุกเมื่อ
ทว่าหลังจาก อู่ อวี้ ระเบิดพลังโจมตีมหาศาลเฉก
เช่นดั่งตำนานตอบโต้สวนกลับอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาแห่งความน่าสะพรึงกลัวนี้ กระบี่เซียน
อาสัญตราจักรพรรดิตำหนักสวรรค์กำลังพุ่งทะลวง
แทงมาเบื้องล่างราวกับอุกกาบาตขนาดยักษ์ พวย
พุ่งลงมาสู่เบื้องล่างด้วยความสูงลิ่ว ช่วงเวลาก่อนที่
การโจมตีจะระเบิดเข้าใส่พวกมัน โอรสเซียวได้หยิบ
ม้วนภาพระดับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ออกมา หลังจากนั้นแผ่นภาพดังกล่าวก็กลายเป็นวัง
วนสีดำทมิฬ ห่อหุ้มปกคลุมร่างของมัน แต่เมื่อ อู่
อวี้ กระบี่เล่มยักษ์พุ่งทะลวงแทงเข้าใส่วังวน ร่าง
ของมันก็ถูกผลักดันลงสู่บึงโคลนด้านล่าง ตามมา
ด้วยเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่าง
ของโอรสเซียวโดนแรงอัดจากระเบิดผลักดันลงสู่บึง
โคลนเบื้องล่างยังส่วนลึกสุด ถึงแม้ว่ามันจะไม่ตก
แต่ก็คงอยู่ในสภาพอเนจอนาถอย่างที่สุด!
เมื่อพระธิดาหยินเห็นปราณกระบี่พวยพุ่งลงสู่บึง
โคลนเบื้องล่าง จนบังเกิดการระเบิดมหาศาลดัง
กระหึ่มก้องไปทั่ว สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้า
ของนางตอนนี้ก็คือความหวาดกลัว มันคือความ
หวาดกลัวจับใจอย่างที่สุด แล้วทันทีที่ อู่ อวี้ จับจ้อง
มองไปที่นาง นางก็ส่งเสียงกรีดร้องกล่าวขึ้นอย่าง
ร้อนรนรวดเร็วว่า ” ทะ ทั้งหมดเป็นฝีมือของโอรส
เฮ่อ! เขาคือคนบอกตำแหน่งทิศทางของเจ้าให้แก่
เรา เขาใช้แผนยืมมีดฆ่าคน ต้องการให้เราฆ่าเจ้า!
ในเมื่อโอรสเฮ่ออยากฆ่าเจ้า ๆ ก็ไปหาเขาสิ! ”
” โอรสเซียว? ” เขายิ้มอย่างเย็นชา อันที่จริงเขาก็ไม่
อยากฆ่าพระธิดาหยินอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลอันใดที่เขา
ต้องทำเช่นนั้นกับนาง ในเมื่อนางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
อีกต่อไป ส่วนยอดรักทั้งสามของนางก็คงตามจับ
กลุ่มของเขาไม่ได้ หากยังรั้งรอช้าอยู่ที่นี่ดีไม่ดีโอรส
เซียวอาจจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็คงจะจัดการกับ
มันได้ยากยิ่งขึ้น อู่ อวี้ สามารถสยบมันลงได้แค่เพียง
การโจมตีเดียว ซึ่งการโจมตีเมื่อสักครู่เขาได้
ปลดปล่อยพลังออกไปอย่างเต็มที่ ด้วยเพราะอยากรู้
ว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ที่ระดับใดกันแน่
ซึ่งเขาไม่คิดว่าจะสามารถสยบผู้มีพลังฝีมือระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ลงได้ นับว่ากายา
วัชระอรหันต์มหาสุริยะโชติไม่ทำให้เขาผิดหวังเลย
จริง ๆ
หลังจากจัดการกลับโอรสเซียวได้แล้ว เขาก็ขี้เกียจพิ
ลี้พิไรเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อ
” ไข่มุกทองคำเหยียนหวง เจ้าเตรียมใจรอข้าได้เลย”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ได้หายตัวออกไปด้วย
เมฆาตลบฟั้าในทันที หลังจากนั้นไม่นานนัก โอรส
เซียวก็คลานออกมาด้วยสภาพที่น่าอนาถ
“ มันไปไหนแล้ว!? ” โอรสเซียวหน้าเขียวด้วยโทสะ
อันท่วมท้นถอน กัดฟันกรอดกัดขณะเอ่ยถามถึงเขา
” ปะ ไปแล้ว … ” พระธิดาหยินตอบกลับอย่างตื่น
ตระหนก
“ แต่ข้าบอกไปแล้วว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของโอรสเฮ่อ
เขาคือคนบอกตำแหน่งทิศทางของพวกมันให้แก่เรา
”
โอรสเซียวพยายามระงับสติอารมณ์ แล้วกล่าวด้วยสี
หน้าหมองคล้ำว่า ” นี่มันอะไรกัน!? เหตุใดเจ้า อู่ อวี้
ถึงได้ตายยากตายเย็นนักหนา อีกทั้งยังแข็งแรงขึ้น
ด้วยซ้ำ ? ความก้าวหน้าเช่นนี้ของมันเรียกว่าฝืน
ชะตาฟั้าเลยทีเดียว? ไม่แน่นะ…ไข่มุกทองคำเหยียน
หวงอาจจะตกอยู่ในมือของมันจริง ๆ ก็ได้ อย่างไร
เสียยามนี้มันแข็งแกร่งขึ้นมาก หากเรายังเผชิญหน้า
มันต่อไปก็คงจะไร้ประโยชน์ ตอนนี้เจ้าทำอะไรไม่ได้
อีกแล้ว เช่นนั้นก็ให้ผู้อื่นเป็นผู้จัดการมันเถอะ ให้มัน
ไปรบราฆ่าฟันกับโอรสเฮ่อเอาเองก็แล้วกัน! ไม่
อย่างไรก็ยังมีพระธิดาโอรสองค์อื่นที่ให้ความสนใจ
กับ อู่ อวี้ อย่างเช่นพี่ใหญ่ของเรา ตอนนี้เขายังไม่ได้
พบเจอกับมันเลยใช่หรือไม่ ข้าเชื่อว่าถ้าได้พบเจอ
มันอีกครั้ง เขาจะต้องอยากจัดการมันเป็นแน่! ”
” ใช่! เราจะไม่ลงมือเอง ปล่อยให้ผู้อื่นเป็นคนจัดการ
เราจะใช้แผนยืมมีดฆ่าคนเช่นกัน … ” ขณะกล่าว
พระธิดาหยินยังคงหวาดกลัวตัวสั่นเทาเล็กน้อย นาง
ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าแผนยืมมีดฆ่าคนได้เต็มปากหรือไม่
หรือเป็นเพราะหวาดกลัวจนไม่กล้าที่จะต่อสู้
เผชิญหน้าด้วยตนเอง แต่ที่แน่ ๆ ตัวนางยังคง
หวาดกลัวอยู่
………………………………..
ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็
กลับมาอีกอีกด้านหนึ่งแล้ว
ก่อนที่เขาจะกลับมา เขาได้สื่อสารพูดคุยกับโอรส
เล่อผ่านร่างกลืนสวรรค์ก่อนแล้ว
“ นางบอกว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของโอรสเฮ่อที่ชักใย
อยู่เบื้องหลัง เขาคือผู้บอกตำแหน่งของพวกเรา
ให้แก่พวกนางได้รู้ และเขากำลังใช้แผนยืมค่ามีดฆ่า
คน ด้วยเพราะคิดว่าหากสังหารหม่อมฉันออกไปให้
พ้นทางได้ โอรสเล่อว่าจะไม่มีพิษภัยอีกต่อไป ”
อู่ อวี้ บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างจริงจัง
ตรงไปตรงมา
ชวี่ เฟิงอวี๋ กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ ”
พระองค์เป็นคนดีมิใช่หรือ จะกระทำเรื่องโหดเหี้ยม
อำมหิตเช่นนี้ได้อย่างไร … ”
เย่ซีซีตอกกลับ ” เจ้ากำลังบอกว่าพี่ชายอวี้ของข้าโปั้
ปดงั้นหรือ? เหตุใดเขาต้องทำเช่นนั้นด้วย? เจ้ารู้ตัว
หรือไม่ว่าตนเองเป็นคนอกตัญูมากเพียงใด ไม่
เพียงไม่รำลึกถึงบุญคุณ ยังคิดใส่ร้ายหาว่าพี่ชายอวี้
โปั้ปดใส่ความอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาคอยช่วยเหลือ
เจ้าคิดว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่รอดจนถึงตอนนี้ได้งั้นรึ?
”
นางล่ะโกรธแทน อู่ อวี้ จริง ๆ
เมื่อโอเล่อเห็นว่างานนี้ชักเริ่มบานปลายใหญ่โต เขา
จึงยิ้มออกมาอย่างขมขื่นแล้วเอยขึ้นว่า ” ข้ารู้ว่า
อะไรเป็นอะไร รู้ว่าตนเองโลกสวยไร้เดียงสาเกินไป
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้อะไรก็เกิดขึ้น
ได้ เพื่อให้ได้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงพี่
น้องของข้ากลายเป็นปีศาจไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ มัน
เป็นเรื่องปกติที่พี่เจ็ดของข้าจะกระทำเช่นนี้
หลังจากทั้งหมดข้ารู้ว่าเขาอิจฉาและหวาดกลัวข้า
มากเพียงใด ”
อู่ อวี้ จ้องที่เขาแล้วพูดว่า ” เขาต้องการสังหารพวก
เรา หากไม่สนองคืน ก็อย่าได้เรียกว่าบุรุษ ”
โอรสเล่อตกตะลึงส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ข้าว่าเรา
ควรจดจ่ออยู่กับการค้นหาไข่มุกทองคำเหยียนหวง
จะดีกว่า ดินแดนแห่งมืดมิดเป็นอย่างนี้ การค้นหา
มันให้พบคงไม่ใช่เรื่องง่าย ”
แต่ถึงอย่างไร อู่ อวี้ ก็กล่าวออกมาอย่างเด็ดขาดว่า
” ข้ามั่นใจว่าสามารถหาตัวพวกเขาพบได้อีกครั้ง
ต่อให้พวกเขาอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ 10 กว่าคนก็ตาม
รับรองได้ว่าหม่อมฉันจะมอบบทเรียนงาม ๆ ให้แก่
โอรสเฮ่อ พระโอรส เขาคิดจะสังหารพระองค์
พระองค์ก็ยังจะใจดีกับเขาอีกเช่นนั้นหรือ? ”
“ เจ้าสามารถติดตามหาพวกเขาได้เช่นนั้นหรือ? ”
โอรสเล่อถามด้วยความประหลาดใจ
แล้วทันใดนั้น เมี๊ยววว∼ เจ้าแมวหลานหลานก็ส่ง
เสียงร้องออกมาอย่างผ่อนคลายอย่างที่สุด เย่ซีซี
กล่าวอย่างภาคภูมิใจขึ้นว่า ” อย่างนั้นปล่อยให้เป็น
หน้าที่หลานหลานของข้าเถอะ ”
อู่ อวี้ จ้องไปที่ดวงตาของโอรสเล่อแล้วกล่าวว่า ”
คิดจะตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อน การแก้แค้นก็เช่นกัน
เราต้องสอนบทเรียนให้เขาหลาบจำจะได้ไม่ทำผิด
ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 ในเมื่อเขาทำเช่นนี้กับ
พระองค์ แล้วเหตุใดพระองค์จึงต้องยอมให้เขา
กระทำเช่นนี้อีก โอรสเล่อไม่ต้องการใช้หัวใจแห่ง
ความชอบธรรม เพื่อกลายเป็นผู้ได้รับผู้ได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง ให้พวกมันยอมก้มหัวศิโรราบแก่
พระองค์เช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ กดดันโอรสเล่อหนักมาก
” เจ้าสามารถให้บทเรียนแก่เขา โดยไม่ต้องสังหารได้
หรือไม่? ” โอรสเล่อถาม
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วตอบว่า ” แน่นอน เขาแค่เป็นอีกหนึ่ง
คนที่สมควรจะได้รับบทเรียนต่อจากพระธิดาหยิน”